cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 55 นายกองผู้แปลกประหลาด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้กล้าเหนือกาลเวลา
  4. บทที่ 55 นายกองผู้แปลกประหลาด
Prev
Next

บทที่ 55 นายกองผู้แปลกประหลาด

สัมผัสได้ว่าพลังฝึกของทั้งสองคนเหมือนอยู่ในระดับรวมปราณขั้นที่หก หลังจากวิเคราะห์แล้วสวี่ชิงรู้สึกว่าไม่ใช่ภัยคุกคาม กำลังรบของตัวเองในตอนนี้สามารถสังหารได้ ดังนั้นจิตใจจึงนิ่งสงบ

เด็กหนุ่มเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของสวี่ชิงจึงลูบคอไปโดยสัญชาตญาณ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้สึกว่าสมาชิกใหม่ข้างหน้าคนนี้ไม่เหมือนกับสมาชิกใหม่คนอื่นมากๆ

ผู้บำเพ็ญหญิงก็รู้สึกเหมือนกัน นางหรี่ตาฉายแววสนใจออกมา เลียริมฝีปาก พูดกับเด็กหนุ่ม

“เจ้าเฝ้าประตูให้ดี ข้าจะพาศิษย์น้องคนนี้เข้าไป” พูดแล้วนางก็เผยรอยยิ้มหวาน พาสวี่ชิงเดินเข้าไปข้างในกรมปราบพิฆาตด้วยตัวเอง

“ศิษย์น้อง ไปกับข้าเถอะ”

สวี่ชิงเอ่ยขอบคุณ

ชายหนุ่มที่อยู่หน้าประตูมองภาพนี้ก็ส่ายหน้าเบาๆ

“ยัยผู้หญิงเจ้าชู้คนนี้ นี่คือจะเปลี่ยนชายบำเรอหรือไร แต่เจ้าเด็กนี่แม้จะไม่ค่อยเหมือนกับสมาชิกใหม่คนอื่น แต่กรมปราบพิฆาตที่แห่งนี้ จะรอดสามเดือนไปได้หรือไม่ยังต้องว่ากันอีกเรื่อง”

ในกรมปราบพิฆาตตอนนี้ สวี่ชิงเดินตามผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าโดยรักษาระยะห่างเอาไว้ในระดับหนึ่งมาตลอดทาง เดินอยู่ในลานกว้าง ที่เห็นในสายตาล้วนเป็นลูกศิษย์สวมชุดนักพรตสีเทาเหมือนกับเขา

ทุกคนเหมือนพลังบำเพ็ญอย่างน้อยๆ ก็เป็นระดับรวมปราณขั้นห้าขั้นหกทั้งนั้น ในนั้นมีพลังบำเพ็ญระดับรวมปราณขั้นเจ็ด ขั้นแปดด้วย บางคนเย็นชา บางคนเหมือนจะอ่อนโยน บางคนตัวมีกลิ่นคาวเลือด และยังมีบางคนถือข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนว่าจะธรรรมดามากๆ

มองโดยภาพรวมแล้ว ยากจะเห็นกลิ่นอายเหมือนกันที่เป็นของกรมกรมหนึ่ง ล้วนเว้นระยะห่างเหมือนผลักไสซึ่งกันและกัน

สวี่ชิงสังเกตรอบๆ อย่างเงียบงัน สายตากวาดไปที่คอของผู้บำเพ็ญทุกคนที่เดินผ่าน ในใจวิเคราะห์กำลังรบและตัวเองว่าจะสังหารได้หรือไม่

นี่คือสัญชาตญาณของเขา

ไม่นานนักสวี่ชิงก็ต้องยิ่งระแวงระวังมากกว่าเดิม เพราะเขาพบว่าคนที่ยากจะสังหารได้มีมาก กระทั่งว่ามีหลายคนที่ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามรุนแรง

ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสังเกตโครงสร้างของกรมปราบพิฆาต ดังนั้นในสมองจึงวาดเค้าโครงอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าจู่ๆ ก็ถอยหลังเข้ามาใกล้เขา แล้วหัวเราะเบาๆ

“ศิษย์น้อง ทำไมเจ้าชอบมองคอคนอื่นอยู่เรื่อยเลย”

ระหว่างพูดนางก็มาถึงลำตัวสวี่ชิงแล้ว มือขวายกขึ้นกำลังคิดจะแตะหน้าอกของเขา แต่เสี้ยวขณะต่อมาสีหน้านางก็เปลี่ยนไปทันที แล้วพลันถอยพลังไปอย่างรวดเร็ว หยิบลูกกลอนออกมาสามสี่เม็ดแล้วกลืนลงไป ในยามที่เงยห้ามองสวี่ชิง สีหน้าก็เคร่งเครียด

“ข้าไม่ชอบให้คนอื่นเข้ามาใกล้ๆ” สวี่ชิงมองผู้หญิงคนนี้อย่างสงบนิ่ง

หญิงสาวมองสวี่ชิงอย่างล้ำลึก พยักหน้า เก็บแผนในใจ ตอนนี้นางรู้แล้วว่า สมาชิกใหม่ข้างหน้าคนนี้ไม่ธรรมดาเลย

“พอจะน่าสนใจอยู่บ้าง คนอย่างเจ้าบางทีอาจจะมีชีวิตอยู่ในกรมปราบพิฆาตได้นาน” พูดจบนางก็นำทางต่อ ครั้งนี้ระหว่างทั้งสองคนไม่ใช่สวี่ชิงรักษาระยะห่างแล้ว แต่เป็นหญิงสาวที่เป็นฝ่ายรักษาระยะห่างในระดับหนึ่งเอง อีกทั้งยังไม่พูดอะไรต่ออีกด้วย

เวลาผ่านไปไม่นาน จากการนำทางของหญิงสาว อ้อมอาคารเจ็ดแปดแห่งและถนนเส้นเล็กๆ สามสี่สาย ไม่นานสวี่ชิงก็ถูกนำมายังหน้าตำหนักใหญ่ ในตำหนักแห่งนี้มืดสนิท เป็นการเปรียบเทียบกับแสงอาทิตย์ข้างนอกอย่างชัดเจน

“นายกรมเจ้าคะ มีสมาชิกใหม่มารายงานตัว ชื่อว่าสวี่ชิง” หญิงสาวมาถึงตรงนี้สีหน้าก็เคร่งขรึมยิ่งขึ้น หลังจากเอ่ยเสียงดังแล้วก็ก้มหน้ายืนนิ่งไม่ขยับอยู่ตรงนั้น

สวี่ชิงสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกัน ก้มหน้ารอคอย

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ในตำหนักมืดมิดก็เหมือนมีตะเกียงสองดวงสว่างขึ้นมาทันที นั่นเป็นดวงตาคู่หนึ่ง สายตามองทะลุความว่างเปล่า ยิงพุ่งออกมาจากในตำหนัก ตกมาที่ร่างสวี่ชิง

ถูกสายตานี้จับจ้อง สวี่ชิงร่างสั่นสะท้าน รู้สึกว่ามีพลังกดดันแข็งแกร่งอย่างหนึ่งกดทับมาทั้งร่าง เหมือนว่าในตำหนักแห่งนี้ มีอสูรร้ายที่แข็งแกร่งจนให้คนหายใจไม่ออกตัวหนึ่ง

สวี่ชิงขนลุกชัน หายใจหอบถี่ มือขวาแนบไว้ที่ข้างกายโดยไม่รู้ตัว ร่างงอเล็กน้อย

ดีที่สายตาคู่นี้ไม่นานก็เก็บกลับไป แต่ตอนนี้เอง ไม่รอให้สวี่ชิงได้โล่งอก ป้ายที่มือซ้ายของเขาถูกพลังแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งพันรัด แล้วดึงออกไป

เสียงฟุ่บดังขึ้น พุ่งเข้าไปในตำหนัก

สวี่ชิงไม่สามารถต่อกรความแข็งแกร่งนี้ได้เลย เขากระทั่งรู้สึกว่าหากพลังกระชากไม่ได้ตกมาที่ป้าย แต่มาที่ร่างของเขา น่ากลัวว่าตัวเองก็คงถูกลากเข้าไปในตำหนักทันทีเช่นกัน

สวี่ชิงเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากในตำหนัก

“ไปรายงานตัวที่หน่วยปราบนิลกาฬกองที่หกเถอะ”

ป้ายฐานะและเหรียญตราเหรียญหนึ่งของสวี่ชิงก็พุ่งออกมาจากข้างในตำหนักอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด เข้าใกล้มาหาสวี่ชิงทันทีจากคำพูดที่สะท้อนก้อง

สวี่ชิงดวงตาจ้องเพ่ง ยกมือไปคว้าเอาไว้ แรงสั่นสะเทือนที่มือสัมผัสได้จากป้ายและเหรียญตรารุนแรงมาก มันทะลักเข้ามาทั่วทั้งร่างกาย ทำให้ร่างกายท่อนบนของเขาสั่นคลอนอย่างควบคุมไม่ได้อยู่ครู่หนึ่ง แต่ขาทั้งสองกลับนิ่งมั่นคงมาก ไม่ถอยหลังไปแม้แต่ครึ่งก้าว

ภาพนี้ทำให้สายตาในตำหนักสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แค่ค่อยๆ หลับลงไปช้าๆ อีกครั้ง

หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ หลังจากได้เห็นปฏิกิริยาที่สวี่ชิงรับป้ายและเหรียญตรามาดวงตาก็หดเล็ก

‘ระดับการระมัดระวังเทียบเท่าได้กับคนเก่าคนแก่ของสำนัก ทั้งยังมีพลังถึงขนาดนี้…’ หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ เดิมก่อนหน้านี้หลังจากที่นางสังเกตได้ว่าสวี่ชิงไม่ได้หาเรื่องง่ายๆ ก็วางแผนไว้ว่าจะไม่ยุ่งด้วยอีกต่อไป แต่ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนไปแล้ว นางคิดจะผูกไมตรีจิต ดังนั้นจึงเอ่ยปากขึ้น

“ศิษย์น้องสวี่ชิงข้าคุ้นเคยกับกองหกดี ข้าพาเจ้าไปเอง” พูดแล้วนางก็ส่งสัญญาณให้สวี่ชิงติดเหรียญตราได้แล้ว

สวี่ชิงสูดลมหายใจลึก หลังจากติดเหรียญตราแล้วก็ประสานหมัดโค้งคารวะไปทางตำหนัก แล้วจึงเอ่ยขอบคุณหญิงสาว

แม้เขาจะอายุน้อย แต่ประสบการณ์หลายปีทำให้เขาจับจิตใจคนได้อย่างเฉียบไว

ท่าทางของผู้หญิงข้างหน้าคนนี้เปลี่ยนไปไม่หยุด เขาเดาสาเหตุได้แล้ว

ความจริงก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตลอดการเดินทางครั้งนี้ ลูกศิษย์หญิงก็เป็นฝ่ายแนะนำตัวเองกับสวี่ชิงก่อน

“ศิษย์น้อง ข้าชื่อสวีเยี่ยนหง เป็นสมาชิกหน่วยปราบพสุธากองที่เก้า ข้าเป็นเวรเฝ้าประตูใหญ่วันนี้พอดี นับว่าเป็นโชคชะตาของเจ้ากับข้า”

สวีเยี่ยนหงพาสวี่ชิงเดินไปในกรมปราบพิฆาต ชี้ไปยังสิ่งก่อสร้างแต่ละแห่งแนะนำสวี่ชิงอย่างกระตือรือร้น

“ที่นี่คือสำนักงานของรองเจ้ากรม ตรงนั้นก็มีเหมือนกัน”

“ศิษย์พี่สวี ไม่ทราบว่ารองเจ้ากรมของกรมปราบพิฆาตมีกี่คนหรือ” สวี่ชิงถามขึ้นมาหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“กรมปราบพิฆาตเรามีเจ้ากรมหนึ่งคน รองเจ้าสี่คน แบ่งเป็นหน่วยนภา พสุธา เหลืองทอง นิลกาฬ สี่หน่วย ทุกหน่วยมีผู้ใต้บัญชาการเก้ากอง กองที่เจ้าต้องไปคือหน่วยนิลกาฬกองที่หก”

“เจ้าโชคดีไม่เลวเลย รองเจ้ากรมหน่วยนิลกาฬของพวกเจ้ามักจะปิดด่านตลอด ปกติได้เจอน้อยมาก เช่นนี้ถึงสบายไม่น้อย” ได้ยินสวี่ชิงเรียกตัวเองว่าศิษย์พี่ ลูกศิษย์หญิงใบหน้ามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยอธิบาย

ไม่นานนัก สวี่ชิงก็มาถึงยังหน่วยนิลกาฬจากการนำทางของนาง หน่วยนิลกาฬทั้งหมดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรมปราบพิฆาต ข้างในมีอาคารเล็กๆ สิบกว่าหลัง มีผู้บำเพ็ญจำนวนไม่น้อยเข้าออกตลอดเวลา เหมือนจะยุ่งไม่น้อย

เหมือนว่าระหว่างแต่ละหน่วยจะหลีกเลี่ยงกัน ดังนั้นสวีเยี่ยนหงจึงไม่ได้เข้ามา หลังจากส่งสวี่ชิง แลกช่องทางการติดต่อแล้วก็จากไป

ที่นี่ สวี่ชิงได้พบกับนายกองของกองที่หก

เขาไม่ได้เห็นคนคนนี้เป็นครั้งแรก เขาคือชายหนุ่มที่ทำให้เขารู้สึกอันตรายที่ได้พบระหว่างทางเมื่อคืนนั่นเอง ความบังเอิญเช่นนี้ทำให้สวี่ชิงรู้สึกระแวงระวังขึ้นมาอีกครั้ง

ชายหนุ่มเมื่อได้เห็นสวี่ชิงก็กวาดตามองใบหน้าเขา ไม่นานนักก็เหมือนว่าจะจำได้ แต่เหมือนว่าจะไม่แปลกใจกับการมาถึงของเขา

ภาพนี้ทำให้สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิดอะไร ถอยหลังไปสามสี่ก้าวอย่างเงียบเชียบ

“เช้าวันนี้ข้าได้บอกกับรองเจ้ากรมชี้ตัวเจ้ามาโดยเฉพาะ คิดไม่ถึงว่าไอ้หนูเมื่อเช็ดหน้าเช็ดตาสะอาดแล้ว จะแตกต่างกับเมื่อวานมากขนาดนี้เชียว” นายกองที่หกไม่ปกปิด พูดออกมาตรงๆ

“คารวะนายกอง” สวี่ชิงมองนายกองแวบหนึ่ง เอ่ยเสียงเบา ในใจยิ่งระแวงระวังขึ้นไปอีก

“ไม่แปลกใจหรือ” นายกองที่หกคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

“แปลกใจขอรับ” สวี่ชิงพยักหน้า

“แปลกใจแล้วทำไมถึงนิ่งขนาดนี้” นายกองที่หกถามอย่างแปลกประหลาดใจ

สวี่ชิงพูดไม่เก่ง แต่เขารู้สึกว่าที่อีกฝ่ายพูดมาก็มีเหตุผล ดังนั้นเมื่อคิดๆ แล้ว ก็ปั้นหน้าแปลกใจออกมา

“…” นายกองที่หกเงียบไปนาน หลังจากนั้นจึงเอ่ยปากขึ้น

“เหตุที่เอาตัวเจ้ามาก็เพราะกองของข้าหลายวันนี้ตายไปหลายคน กำลังคนไม่พอ อีกทั้งภารกิจต่อไปนี้จะมากและหนักหนา” นายกองที่หกเมื่อพูดถึงตรงนี้ก็มองสวี่ชิง

สวี่ชิงเมื่อได้ยินว่าตายไปหลายคนประโยคนี้ ในใจพลันเคร่งเครียด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม แต่มองนายกองรอคอยคำตอบ

เห็นสวี่ชิงเป็นเช่นนี้ นายกองที่หกก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ

“ไม่เลว ดีกว่าสมาชิกใหม่สามสี่คนก่อนหน้านี้ สวี่ชิง เจ้ามาวันนี้วันแรกยังไม่คุ้น เช่นนี้แล้วกัน ข้าจะพาเจ้าเดินลาดตระเวนครั้งหนึ่ง ถือโอกาสบอกหน้าที่ของกรมปราบพิฆาตกับเจ้าโดยละเอียดด้วยเลย”

นายกองของกองที่หกนี้เป็นคนทำอะไรรวดเร็ว พูดจบก็ไม่ได้แนะนำสมาชิกคนอื่นๆ ให้เขา พาสวี่ชิงออกไปเดินบนถนนทันที

บนถนนที่ครึกครื้นเอะอะ นายกองที่หกพาสวี่ชิงเดินทอดน่องไปข้างหน้า ประเดี๋ยวๆ ก็ทักทายกับพ่อค้าแม่ขายที่อยู่รอบๆ ดูแล้วอ่อนโยนมาก แต่เมื่อวานสวี่ชิงได้เห็นความโหดเหี้ยมในดวงตาของเขามาแล้ว รู้ว่าคนคนนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนที่แสดงออกมา ดังนั้นจึงเริ่มรักษาระยะห่างในระดับหนึ่ง ในใจระมัดระวังขึ้นมา

ในใจเขาก็วิเคราะห์พลังบำเพ็ญของนายกองที่อยู่ข้างหน้าคนนี้ด้วย รู้สึกว่าน่าจะเป็นระดับรวมปราณขั้นเก้า ไม่ก็ขั้นสิบ

ความแข็งแกร่งด้านกำลังรบของลูกศิษย์สำนักเจ็ดเนตรโลหิตระดับรวมปราณขั้นเก้าขั้นสิบ อยู่เหนือสวี่ชิงเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว

“เจ้าอย่าทำหน้าตึงทั้งวัน ที่นี่เจ้าต้องรู้จักทำสองหน้าให้เป็น ไม่อย่างนั้นล่ะก็อยู่ได้ไม่นานหรอก” นายกองที่หกมองสวี่ชิง

สวี่ชิงเงียบนิ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าคำพูดนี้มีเหตุผลหน่อยๆ อยู่เหมือนกัน ดังนั้นจึงพยายามปรับใบหน้าของตัวเอง แต่ประสบการณ์เจ็ดปีไม่อาจทำให้เขาเปลี่ยนได้ในทันที

“ช่างเถอะ เจ้าค่อยๆ ปรับแล้วกัน” นายกองที่หกยิ้มอย่างจนใจ เขารู้สึกว่าตัวเองรับตัวประหลาดเข้ามา ดังนั้นเมื่อซื้อผิงกั่ว[1]จากข้างๆ มาสามสี่ลูกก็ไม่ได้แบ่งให้สวี่ชิง

สวี่ชิงมองแล้วก็ซื้อมาสองลูกเหมือนกัน

“บอกหน้าที่ของกรมปราบพิฆาตยอดเขาที่เจ็ดเราให้เจ้าฟังก็แล้วกัน กรมปราบพิฆาตยอดเขาที่เจ็ดทำเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น นั่นก็คือฆ่าคน” ระหว่างพูดนายกองที่หกเห็นชายเร่ร่อนคนหนึ่งที่ข้างถนน

ก็โยนเหรียญวิญญาณออกไปสองเหรียญอย่างสบายๆ ชายเร่ร่อนคนนั้นซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

สวี่ชิงมองชายเร่ร่อนคนนั้นแวบหนึ่ง อีกฝ่ายไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ ดังนั้นในใจย้อนนึกคำพูดของนายกอง ถามขึ้นไปว่า

“ฆ่าผู้ร้ายหรือ”

นายกองที่หกกัดผิงกั่วคำหนึ่งดังกร๊อบแล้วกลืนลงไป ท่าทางเหมือนว่ามันหอมหวานมาก เอ่ยปากตอบไปด้วยสีหน้าสบายๆ

“ปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกลูกศิษย์และขั้วอำนาจร้ายคุกคาม ให้พวกเขาหาเงินจ่ายค่าพำนักอาศัยอย่างขยันขันแข็งที่นี่ รักษาความสงบพื้นฐาน นี่ก็คือสิ่งที่หน่วยลาดตระเวนทำ แต่เมื่อพวกเขาเจอกับเรื่องที่ไม่อาจจัดการได้ ยกตัวอย่างเช่นเจอกับโจรผู้ร้ายที่ล้ำเส้นหรือผู้บำเพ็ญที่โหดเหี้ยม พวกเรากรมปราบพิฆาตก็ต้องลงมือ

“ดังนั้นสิ่งที่พวกเรากรมปราบพิฆาตเผชิญหน้าล้วนเป็นภารกิจที่อันตรายมาก สูญเสียสาหัส ก่อนหน้าเจ้า กองที่หกเปลี่ยนคนมาไม่น้อย มีทั้งออกปฏิบัติภารกิจตาย มีทั้งถูกคนลอบวางแผนฆ่า ดังนั้นต่อไปนี้เจ้าต้องระวังตัว

“แต่กรมปราบพิฆาตก็มีข้อดี นั่นก็คือค่าตอบแทนไม่เลวเลย อีกทั้งเป็นเพียงหน่วยเดียวที่สามารถจับคนร้ายไปแลกเป็นเงินได้” พูดจบนายกองก็กินผิงกั่วอีกคำ

สวี่ชิงมองผิงกั่วในมือ เงียบไปครู่หนึ่งก็ถามขึ้นอย่างจริงจังว่า

“หลังจากที่ฆ่าแล้ว สิ่งของของเขาตกเป็นของใคร”

“หืม” นายกองที่หกหันหลังมา ประเมินสวี่ชิงอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ใบหน้าฉายรอยยิ้มบางๆ ออกมา

“น่าสนอยู่เหมือนกันนี่ เจ้าเป็นสมาชิกใหม่คนแรกที่หลังจากฟังคำอธิบายของข้าก็ถามคำถามเช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็จะพูดกับเจ้ามากอีกหน่อย หลังจากที่เจ้าสังหารโจรร้ายหรือคนเหี้ยมโหดเพียงลำพัง สินสงครามก็จะเป็นของเจ้า แต่หากทุกคนลงมือร่วมกันก็ย่อมต้องแบ่งกัน

“นอกจากนั้น มีบางคนที่เมื่อเจ้าเห็นในเมืองหลักแห่งนี้แล้ว ทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยง หาเรื่องล่วงเกินพวกเขาไม่ได้” นายกองที่หกพูดพลางชี้ไปยังถนนที่ห่างออกไปไกล ตรงนั้นมีชายหนุ่มสวมชุดนักพรตสีม่วงอ่อนคนหนึ่ง กำลังเดินผ่านผู้คนอย่างหยิ่งทะนง เหยียบย่างเข้าไปในร้านแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านออกมาต้อนรับอย่างเคารพนอบน้อม

คนที่อยู่รอบๆ เมื่อเห็นชุดนักพรตบนร่างของเขาต่างมีสีหน้ายำเกรง พากันก้มหน้าลงไป แม้แต่ลูกศิษย์ที่เดินลาดตระเวนก็ต่างเป็นเช่นนี้เหมือนกัน

เหมือนว่าการปรากฏตัวของคนคนนี้เหมือนเทพเดินเข้ามาในโลกมนุษย์ ทำให้คนไม่กล้าจ้องมองตรง

สวี่ชิงดวงตาจ้องเพ่ง

“เจ้าต้องจำไว้ว่า ในเมืองหลักเจ็ดเนตรโลหิต คนที่สวมชุดนักพรตสีเข้มและชุดนักพรตสีอ่อนจะล่วงเกินหาเรื่องไม่ได้ คนด้านหน้า…คือผู้อาวุโสระดับสร้างฐานบนเขา เจ้าก็ไม่มีความสามารถไปล่วงเกินหาเรื่องได้อยู่แล้ว ส่วนคนด้านหลังคือศิษย์หลักที่สามารถพักอาศัยบนเขาได้ พวกเขาน่ะไม่ได้มีพลังบำเพ็ญระดับสร้างฐานสักคน แต่ชะตาชีวิตดี

“พวกเราตายร้อยคนล้วนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ศิษย์หลักชะตาชีวิตดีพวกนี้ตายหนึ่งคนคือเรื่องใหญ่”

สวี่ชิงเงียบนิ่ง เงยหน้ามองไปยังยอดเขาที่เจ็ดของสำนักเจ็ดเนตรโลหิตที่อยู่ไกลๆ

“อิจฉาใช่หรือไม่ มีชีวิตอยู่ให้ดี ฝึกบำเพ็ญให้ดี ในเสี้ยวพริบตาที่เจ้าก้าวสู่ระดับสร้างฐาน ศิษย์หลักพวกนี้เห็นเจ้าก็ต้องก้มหัวให้” นายกองที่หกกัดผิงกั่ว สีหน้าเป็นปกติ

“นอกจากนั้นแล้ว ข้าจะเตือนเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง ตามกฎในสำนักแล้วไม่อนุญาตให้ลูกศิษย์ชุดเทาอย่างพวกเราเหล่านี้ฆ่าแกงกันเอง แต่ก็แค่กฎเบื้องหน้าเท่านั้น ดังนั้นเจ้าต้องรู้จักจัดการศพ ทางที่ดีที่สุดคือหลังจากเอาแต้มอุทิศและหินวิญญาณของอีกฝ่ายไปแล้ว ก็ทำให้แต้มของเขากลับเป็นศูนย์ถูกค่ายกลสังหาร…” นายกองที่หกกระแอมเสียงเบา คางก็ยื่นพยักเพยิดไปที่ถนนอีกฝั่งหนึ่ง

“ก็เหมือนคนคนนั้น”

สวี่ชิงมองตามไปทางที่นายกองที่หกยื่นคาง เห็นชายหนุ่มชุดเทาคนหนึ่งนอนอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มคนนี้นอนหายใจรวยริน ทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล ตอนนี้ดวงตาแฝงไว้ด้วยความเคียดแค้นและโกรธเคือง

เพียงแต่ปากของเขาถูกตบจนแตกยับเยิน แขนขาหักหมด พูดอะไรไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว ยิ่งไม่อาจขยับได้ ที่หน้าอกมีป้ายฐานะวางเอาไว้ ตัวเลขบนนั้นเป็นศูนย์แล้ว

ไม่นานนัก ชายคนนี้เลยกำหนดเวลาที่ต้องออกไป จากแสงสีดำที่พุ่งลงมาจากฟ้าสายหนึ่ง ร่างของเขาก็กระตุกอย่างรุนแรง ร่างกายและจิตวิญญาณสลายสิ้นกลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาสวี่ชิง

พลังชีวิตเหมือนถูกกระชากออกไป หลอมรวมไปในความว่างเปล่า สูญสลายไป

ภาพนี้ทำให้สวี่ชิงดวงตาจับจ้อง ส่วนคนที่เดินไปมารอบๆ ก็เหมือนจะชินชา ทุกคนไม่แม้แต่จะมอง ยังคงเดินจากไปอย่างเร่งรีบเย็นชา

“คนคนนี้ ก่อนหน้านี้ก็ฆ่าศิษย์ร่วมสำนักไปมากมาย วันนี้ถูกคนฆ่าทิ้งก็เป็นเรื่องปกติ” นายกองยิ้ม กำลังจะเอ่ยต่อ แต่สีหน้าพลันเคร่งเครียด มองไปยังบริเวณที่ไม่ไกล

สวี่ชิงที่อยู่ข้างๆ แทบจะหันไปพร้อมกับเขา มองไปทางตรอกที่อยู่ไม่ไกล ตรงนั้นมีระลอกคลื่นไอพลังประหลาด

สถานที่ที่พวกเขาอยู่นับว่าเป็นบริเวณที่จอแจ แต่ตรอกแห่งนี้กลับมืดมิด ไม่เข้ากับรอบข้าง คนบนถนนส่วนมากล้วนหลบเลี่ยง

“กลางวันแสกๆ กลับยังกล้าทำแบบนี้” นายกองที่หกถอนหายใจ

“ศิษย์น้อง เจ้ารอข้าสักเดี๋ยว” พูดแล้วก็ถือผิงกั่วที่กินใกล้หมดแล้วพลางเดินไปทางตรอกที่อยู่ไม่ไกล สวี่ชิงหรี่ตา มองนายกองเดินเข้าไปในตรอก แค่สิบกว่าอึดใจเท่านั้น เงาร่างของนายกองที่หกก็เดินออกมาจากตรอกพลางกัดกินผิงกั่วไปด้วย

กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลบนร่างเขา

สวี่ชิงกวาดตามองตรอก

“มีเจ้าคนดวงซวยคนหนึ่งปลูกถ่ายอวัยวะของอสูรกลายพันธุ์ผิดพลาด ทั้งคนกลายเป็นอสูรกลายพันธุ์ไป ข้าขอเตือนเจ้าว่าในอนาคตอย่าได้เดินเส้นทางสายนี้ แม้พลังบำเพ็ญจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จะเกิดภัยตามมาอีกไม่มีที่สิ้นสุด” นายกองที่หกยิ้มอย่างอ่อนโยน ใบหน้าไร้ซึ่งพิษภัย เดินไปข้างหน้าต่อ

สวี่ชิงเงียบ คนที่เขาฆ่าไปเมื่อคืนวานนี้ก็ปลูกถ่ายอวัยวะอสูรกลายพันธุ์เช่นกัน และก่อนหน้านี้ สวี่ชิงก็ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสามารถทำแบบนี้ได้ด้วย

ตอนนี้เขาพยักหน้า มองนายกองกินผิงกั่วอย่างเอร็ดอร่อย ดังนั้นจึงหยิบผิงกั่วที่ตัวเองซื้อมากินไปคำหนึ่งบ้าง มันหวานหอมจริงๆ ด้วย

ทั้งสองคนกินผิงกั่วพลางเดินไปในเมืองไปเช่นนี้ เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป นายกองที่หกกินไว สวี่ชิงกินช้า

ภายหลังนายกองมองผิวกั่วอีกลูกในมือของสวี่ชิงอยู่หลายครั้ง

สวี่ชิงก็มองเขาพลางกัดกินอีกคำ

นายกองถูจมูก หยิบส้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วเริ่มกิน

“บอกถึงภารกิจในช่วงนี้กับเจ้าก็แล้วกัน เป้าหมายหลักของพวกเราในช่วงนี้ก็คือค้นหาพรรคพวกหลงเหลือของนกเขาราตรี”

“นกเขาราตรี?” สวี่ชิงดวงตาเพ่งจ้อง

“นกเขาราตรีเป็นกลุ่มที่ใหญ่และลึกลับมาในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ลักพาตัวเด็กและผู้บำเพ็ญโดยเฉพาะเพื่อเอาไปเป็นคนเลี้ยงของวิเศษ ปกติแล้วทำเรื่องสกปรกพวกนี้ข้างนอกก็ช่างเถิด แต่ช่วงนี้กลับกล้ามาทำเรื่องแบบนี้ในเมืองเจ็ดเนตรโลหิต ทำให้ประชาชนหวาดกลัว หากเป็นแบบนี้ต่อไป เหล่าบุคคลยิ่งใหญ่บนภูเขาเหล่านั้น เห็นรายได้น้อยก็จะไม่พอใจ

“เมื่อคืนเจ้าก็เห็นแล้วว่า นายของพวกมันถูกรองเจ้ากรมสังหารไปแล้ว ส่วนพรรคพวกที่เหลือพวกเรากรมปราบพิฆาตทั้งเจ็ดเขตต้องลงมือด้วยกัน ออกค้นหาขุดรากถอนโคน”

สวี่ชิงได้ยินคำ ประกายเย็นเยียบก็ฉายวายในดวงตา เขาคิดถึงชายชราของคาราวานที่ตัวเองสังหารคนนั้นทันที ดวงตาค่อยๆ หรี่ลง พยักหน้าเบาๆ

นายกองที่หกเป็นคนฉลาด กวาดตามองสวี่ชิงเพียงแวบเดียวก็เหมือนจะมองอะไรบางอย่างออก แต่ก็ไม่ได้ไปถาม กลับพาสวี่ชิงเดินทอดน่องไปในเมือง แนะนำเรื่องการลาดตระเวน

ระหว่างทาง สวี่ชิงเห็นเด็กเร่ร่อนคนหนึ่ง ดังนั้นจึงนึกถึงการกระทำก่อนหน้านี้ของนายกอง ดังนั้นจึงให้เหรียญวิญญาณไปเหรียญหนึ่งเช่นกัน

“เอ๋ นี่คือสายของเจ้าเหมือนกันอย่างนั้นหรือ” นายกองกะพริบตาปริบๆ มองสวี่ชิงที่เหมือนจะหัวเราะแต่ก็ไม่หัวเราะ

สวี่ชิงอึ้ง เข้าใจขึ้นมาทันที แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็มีความรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวเสียแล้ว

ไม่นานนัก ในยามที่พลบค่ำใกล้มาเยือน พวกเขาก็มาถึงท่าเรือ

ในบริเวณที่วางสินค้าที่ขนส่งมามหาศาลกองพะเนินจนเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ แต่ละลูกๆ ก็มีเสียงซื่อๆ ไร้เล่ห์เหลี่ยมดังลอยมาจากที่ไกลตามการเดินเข้ามาใกล้ของพวกเขา

“เจ้าพูดมากอีกประโยค ข้าจะฉีกปากเจ้า”

สวี่ชิงเงยหน้าไปมอง ก็เห็นลูกศิษย์ยอดเขาที่เจ็ดคนหนึ่งย่อตัวนั่งอยู่ข้างกองสินค้าไม่ไกลทันที คนคนนี้เป็นชายกลางคน หน้าตาดาษดื่น ท่าทางซื่อๆ ขี้ขลาด

คำพูดนี้เป็นเขาที่พูดมันออกมา

ข้างหน้าเขาคือชายชราสวมเสื้อผ้าหรูหราคนหนึ่ง ตอนนี้สีหน้าแฝงด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่าเกิดการโต้เถียงกันระหว่างชายกลางคนเมื่อครู่คนนั้น

“จะฉีกปากใครกัน จางซาน” นายกองที่หกกินส้มในมือหมดก็หยิบสาลี่ออกมาลูกหนึ่ง หลังจากกัดไปคำหนึ่งก็เดินไป

เห็นนายกองที่หกชายชราคนนั้นหน้าเปลี่ยนสี รีบจากไปทันที ส่วนลูกศิษย์กลางคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็หันกลับมามองนายกองที่หก ยิ้มซื่อๆ หลังจากทักทายแล้ว ก็ยิ้มซื่อให้สวี่ชิงด้วย

“นี่สวี่ชิง สมาชิกมาใหม่ของกรมปราบพิฆาต” นายกองที่หกยิ้มพลางเอ่ยแนะนำ จากนั้นก็ชี้ไปที่ชายกลางคนแล้วพูดกับสวี่ชิง

“เขาชื่อจางซาน แต่ก่อนเป็นสมาชิกของกรมปราบพิฆาต ต่อมากลัวตาย ย้ายมาที่กรมขนส่ง อย่าเห็นว่าหน้าตาท่าทางดูซื่อแบบนี้เชียวล่ะ ผู้ฝึกไร้สังกัดโจรสลัดที่ตายด้วยมือเขา…”

“กองจนเต็มที่นี่ได้เลย” นายกองที่หกทำมือเปรียบเทียบกับกองสินค้ามหาศาล

สวี่ชิงระวังตัวขึ้นมาทันที และสิ่งที่ทำให้เขาต้องยิ่งตั้งสมาธิก็คือเขาสัมผัสระลอกคลื่นที่แข็งแกร่งมากๆ จากอีกฝ่ายไม่ได้เลย หากเป็นแบบที่นายกองพูดมาจริงๆ เช่นนั้นก็เห็นได้ชัดว่า จางซานที่หน้าตาธรรมดาๆ คนนี้มีจุดที่แปลกประหลาด

“จะใช่ได้อย่างไรกัน ข่าวลือทั้งนั้น ข้าก็แค่ฆ่าโจรกระจอกไม่กี่คนก็เท่านั้น เฮ้อ ตอนนี้ในใจข้ายังรู้สึกสงสารอยู่เลย” จางซานบิดมือ หัวเราะซื่อๆ ต่อไป

สวี่ชิงเงียบนิ่ง เขาไม่เห็นความสงสารแม้เพียงเศษเสี้ยวบนใบหน้าของอีกฝ่ายเลย

“ศิษย์น้องสวี่ชิง อย่าไปฟังนายกองพูดเพ้อเจ้อ วันข้างหน้าฝากตัวด้วยนะ” จางซานพูดพลางค้นของในตัว แล้วยื่นกระดูกสัตว์ชิ้นหนึ่งไปให้

“ของกำนัลแรกพบ”

[1] แอปเปิล

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 55 นายกองผู้แปลกประหลาด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved