cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 22 ศาลเจ้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้กล้าเหนือกาลเวลา
  4. บทที่ 22 ศาลเจ้า
Prev
Next

บทที่ 22 ศาลเจ้า

ค่ำคืนของพื้นที่ต้องห้าม สวี่ชิงไม่ได้รู้สึกแปลกที่แปลกทางเท่าไรนัก

ไม่ว่าจะเป็นซากปรักหักพังในเมือง หรือว่าป่าผืนนี้

อย่างแรกเขาใช้ชีวิตมาสิบกว่าวัน อย่างหลังเขาก็ผ่านมาแล้วหลายคืน

เวลานี้เขาที่หลบตัวอยู่ในร่องต้นไม้ยักษ์หรี่ตาลงมาครึ่งหนึ่ง ระหว่างที่งีบก็สูดหายใจเอาพลังวิญญาณที่มีไอพลังประหลาดหนาแน่นซึ่งปนเปอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามแห่งนี้เข้าไป

หลังจากที่พลังวิญญาณเหล่านี้เข้าไปในร่างกายแล้วก็ถูกเคล็ดคีรีสมุทรแยกออกมา ส่วนที่บริสุทธิ์เข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนที่เป็นไอพลังประหลาดก็ผสานเข้าไปอยู่ในเงา

สวี่ชิงเคยชินกับการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้แล้ว

กระทั่งเขาเกิดความรู้สึกขึ้นรางๆ ว่าการฝึกบำเพ็ญในพื้นที่ต้องห้ามนี้ บางทีอาจเป็นเพราะเงา หรือไม่ก็เพราะอันตรายของที่นี่เป็นสาเหตุให้ตัวเขาระแวดระวังอย่างแรงกล้าตลอดเวลา

ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญก็เพิ่มขึ้นมาด้วยเช่นกันในขณะที่กำลังระแวดระวังนี้

ตอนนี้ห่างจากเคล็ดคีรีสมุทรขั้นที่สี่ไม่ไกลแล้ว

“เหมือนลับมีดเลย…” สวี่ชิงงึมงำเสียงเบา

เขาไม่เข้าใจเรื่องหลักมหามรรคาอะไรนั่น แต่เขาจดจำช่างตีเหล็กในถ้ำยาจกที่เคยพูดเอาไว้ว่า ดาบที่ดี ต้องใช้หินลับมีดที่ดียิ่งกว่า จึงจะสามารถเผยคมที่แท้จริงของมันได้

ซึ่งตอนนี้พื้นที่ต้องห้ามที่อันตราย ก็เหมือนเป็นหินลับมีดของสวี่ชิง

ระหว่างการฝึกฝนบำเพ็ญนี้ผ่านไปเนิ่นนาน สวี่ชิงที่ฝึกฝนผ่านไปหนึ่งวันเต็มถึงเสร็จสิ้นค่อยๆ ลืมตาขึ้น

เขาเงยหน้ามองลอดร่องไม้ออกไปยังความมืดของราตรีด้านนอก และค่ำคืนของพื้นที่ต้องห้าม เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดก็ดังขึ้นอยู่ไกลๆ สะท้อนก้องในป่าราวกับเทพมารกำลังพึมพำอยู่

ความเย็นเยียบที่มีอยู่ทุกหนแห่ง จู่โจมมายังสรรพชีวิตของที่นี่ และรุกเข้ามาด้านในร่องไม้ที่สวี่ชิงซ่อนตัว แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเขาด้วย

หนาวมาก

เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเหมือนกลับไปยังซากเมืองครั้งนั้น คลื่นความโดดเดี่ยวค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา

แต่สำหรับความโดดเดี่ยวนี้ สวี่ชิงก็คุ้นเคยเป็นอย่างดีแล้ว ผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็เริ่มหลับตาอีกครั้ง ฝึกบำเพ็ญต่อ

และเป็นเช่นนี้ เวลาก็ได้ผ่านไป

คืนนี้ถือว่าปลอดภัยนักเพราะจุดพักที่เขาหาเจอนั้นเหมาะสมมาก มีเพียงสิ่งเดียวก็คือเมื่อถึงเที่ยงคืน ข้างหูสวี่ชิงที่กำลังฝึกบำเพ็ญ ก็มีเสียงฝีเท้าจากภายนอกแว่วเข้ามา

สับสนวุ่นวายมาก ราวกับมีคนจำนวนมากเข้าแถวเดินไปเบื้องหน้า

สวี่ชิงเพ่งพินิจ หรี่ดวงตาลงมองออกไปด้านนอก แต่นอกร่องไม้ก็เป็นผืนสีดำสนิท ไม่มีอะไรเลย

แต่ในใจสวี่ชิงกลับดำดิ่งฉับพลัน เพราะขณะที่เสียงฝีเท้านั้นลอดเข้ามา เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดในป่ารอบๆ ก็ล้วนหายไปในพริบตา ทำเอาความระแวดระวังของสวี่ชิงพุ่งขึ้นมาฉับพลัน

เขาคิดไปถึงฝีเท้าของเสียงเพลงที่เจอครั้งที่แล้ว แต่ความรู้สึกเวลานี้มันแตกต่างกัน

‘ไม่เหมือนกับฝีเท้าของเสียงเพลงวันนั้นเลย ยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่มีเสียงเพลงปรากฏขึ้นอีกด้วย’

สวี่ชิงวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้กระทำการผลีผลามบุ่มบ่าม และพยายามกดข่มให้ตัวเองเงียบ กลั้นหายใจ จดจ้องออกไปยังความมืดด้านนอก

เสียงฝีเท้าแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าคนกลุ่มหนึ่งเข้าขบวนเดินใกล้เข้ามา

และขณะเดียวกัน ขอบเขตของความเย็นเยียบที่เย็นมากจนราวกับจะแช่แข็งร่างกายได้ ก็โถมเข้ามาอย่างรุนแรงในพริบตา

ความหนาวเย็นนี้ สวี่ชิงรู้สึกคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงเมื่อวันนั้น หรือตัวตนสิ่งประหลาดที่ปรากฏออกมายามค่ำคืนในซากเมืองเหล่านั้น สิ่งที่แผ่ซ่านออกมาล้วนก็มีอุณหภูมิเช่นนี้

แต่เสียงเพลงในวันนั้นมีระดับที่แตกต่าง สามารถแช่แข็งจิตวิญญาณได้เลยทีเดียว ทว่าความหนาวเย็นในขณะนี้ แค่ทำให้เขาไม่ค่อยสบายตัวเท่านั้น ไม่ถึงขั้นสูญเสียการเคลื่อนไหวไป

‘เป็นสิ่งประหลาดประเภทหนึ่งที่คล้ายกับในซากเมือง!’ หลังจากที่สวี่ชิงทำการพิจารณา ก็กำเหล็กแหลมไว้แน่น สูดลมหายใจลึก สะกดคลื่นในใจตนเองเอาไว้ ฝืนปิดตาลง ไม่ลืมตาขึ้นมา

ไม่มอง ไม่สัมผัส ไม่พบเจอ

หลังจากที่สวี่ชิงหลับตา เสียงฝีเท้าจู่ๆ ก็เร่งขึ้น ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับคนนับไม่ถ้วนกับลังยืนล้อมต้นไม้ใหญ่ที่เขาพักพิงอยู่

จิตวิญญาณสวี่ชิงสั่นสะเทือน พยายามข่มความบุ่มบ่ามที่อยากจะเบิกตาดูให้ชัดว่าอีกฝ่ายมีลักษณะอย่างไรกันแน่เอาไว้

ผ่านไปเนิ่นนาน..ขณะที่ตะวันแรกโผล่พ้นขอบฟ้า ในที่สุดเสียงฝีเท้าวุ่นวายก็ไม่ป้วนเปี้ยนวนเวียน ทั้งยังค่อยๆ ห่างออกไป

ฟ้าสว่างแล้ว

สวี่ชิงไม่ได้ลืมตาขึ้นในทันที เขารออยู่พักหนึ่ง จึงค่อยๆ เปิดตาทั้งสอง มองเห็นร่องต้นไม้ที่ตนเองหลบอยู่ตรงนั้นมีน้ำแข็งหนาเกาะอยู่อย่างเห็นได้ชัด และตัวเขาทั้งตัวก็ถูกแช่แข็งไว้ด้านใน

แสงตะวันสาดลอดชั้นน้ำแข็งส่องลงมาบนตัวสวี่ชิง เขาสูดลมหายใจลึก มือซ้ายสัมผัสอยู่บนผิวน้ำแข็งออกแรงผลัก น้ำแข็งจึงร่วงลงมาบนพื้นพร้อมกับเสียงปริแตก

สวี่ชิงค่อยๆ มุดออกมาก่อนสังเกตไปรอบๆ มองไปยังด้านในป่า ศพหมาป่าที่เมื่อวานยังอยู่เหล่านั้น วันนี้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น ส่วนบนพื้น…ก็มีรอยเท้ามากมายมหาศาลประทับอยู่

เป็นรอยเท้าคนมากมายเต็มไปหมด ราวกับว่ามีคนนับร้อยเดินผ่านไปอย่างไรอย่างนั้น

และเรื่องที่มีคนนับร้อยคนเดินตรงเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามเช่นนี้ สวี่ชิงไม่เคยได้ยินมาก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…รอยเท้าเหล่านี้เป็นรอยเท้าจริงๆ ไม่ใช่รอยรองเท้า

สวี่ชิงนิ่งงันอยู่นานจึงถอนสายตากลับมา เขาได้สัมผัสสิ่งประหลาดในพื้นที่ต้องห้ามลึกขึ้นอีกหน่อยแล้ว จึงถือโอกาสตอนนี้ ช่วงที่พื้นที่ต้องห้ามฟ้าสว่าง อันตรายจะน้อยกว่าช่วงพลบค่ำ ไม่ถอดใจที่จะออกสำรวจ ไหวตัวพุ่งออกไป

ผ่านไปหลายชั่วยาม ในที่สุดสวี่ชิงก็มาถึงจุดที่มาไกลที่สุดของพวกเขาที่เข้ามาในครั้งที่แล้ว หุบเขาเล็กที่กลุ่มสายอัสนีเก็บเกี่ยวหญ้าเจ็ดใบ

ในหุบเขายังเป็นเหมือนตอนที่พวกเขาจากไป แสงตะวันสาดลอดผ่านเถาวัลย์ที่เชื่อมกันเป็นเพดานส่องลงมาบนพื้น กลิ่นดอกไม้ตลบอบอวล ตัดขาดอันตรายจากภายนอก ราวกับเป็นสวนท้อนอกโลกก็มิปาน

มาถึงที่นี่ สวี่ชิงก็ถอนใจโล่งออกมา เงยหน้ามองไปอีกด้านของหุบเขา หมู่ศาลเจ้าที่อยู่ห่างออกไปลิบๆ นั่น

จดจ้องอยู่ครู่หนึ่ง สวี่ชิงจึงถอนสายตากลับมามา ปรับสภาพง่ายๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นตัวเขาก็พุ่งทะยานตรงไปยังหมู่ศาลเจ้าเหล่านั้น

ป่านอกหุบเขาเจริญงอกงามยิ่ง แสงตะวันที่นี่น้อยลงเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าเพราะหมู่ศาลเจ้าโบราณเหล่านี้ยังคงแผ่ซ่านความรุ่งโรจน์และความน่าเกรงขามในสมัยของพวกมันออกมาหรือไม่ ขณะที่หลังจากออกมาจากหุบเขาและเข้าใกล้ อันตรายถึงได้น้อยลงมาก

ป่าไม้เจริญงอกงาม กลิ่นอายเองก็ราวกับอ่อนโยนขึ้นมาไม่น้อย

กระทั่งป่าผืนนั้นที่อยู่ใกล้กับหมู่ศาลเจ้าที่สุดแทบไม่แตกต่างอะไรกับป่าไม้ที่สวี่ชิงเคยเห็นในโลกภายนอก ไม่บิดเบี้ยว ไม่มืดดำ

และหญ้าเจ็ดใบของที่นี่ที่มีอยู่บ้างเล็กน้อย ก็ถูกสวี่ชิงเก็บเกี่ยวไปแล้ว

สถานที่ทั้งหมดแห่งนี้ ทำให้สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจ แต่ความระแวดระวังก็ไม่ได้ลดน้อยลง ยังคงเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง

จนผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ขณะที่แสงสายัณห์กำลังจะมาถึง เขาก็เดินออกจากป่า มาถึงด้านหน้าหมู่ศาลเจ้าเหล่านี้แล้ว

ที่นี่ต้นไม้น้อยมาก แสงตะวันขนาดใหญ่สาดส่องทำให้สายตาของสวี่ชิงพร่าเลือนไปเล็กน้อย

สิ่งที่สะท้อนในตาเขา เป็นสิ่งปลูกสร้างเพดานกลมขนาดใหญ่สูงหลายสิบจั้งหลายหลัง

ต่อให้พังทลาย ต่อให้เป็นแค่เศษซาก ต่อให้จะเต็มไปด้วยตะไคร่ดำ แต่ศาลเจ้าที่ก่อขึ้นจากหินอย่างเป็นระเบียบซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวเขาแต่ละแห่งนั้น ก็เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่รโหฐาน

เดินไปด้านใน เหยียบไปบนอิฐขนาดยักษ์ที่แตกบนพื้น ราวกับว่าสวี่ชิงมาถึงชาติรัฐของยักษ์อย่างไรอย่างนั้น

ซากปรักหักพังที่ได้เห็นทุกๆ ก้อนล้วนแผ่ซ่านความโบราณแห่งกาลเวลาออกมา เหมือนกับกำลังบอกเล่าประวัติศาสตร์ของพวกมันให้แก่สวี่ชิง

ด้านหน้าสุด ยังมีรูปปั้นที่พังเสียหายไปแล้วรูปหนึ่ง

รูปปั้นนี้ไม่มีครึ่งล่างแล้ว กลายเป็นเศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากมายที่ยากจะนำมาต่อกันได้อีก ส่วนศีรษะยังสมบูรณ์อยู่ แต่หน้าตากลับดูเลือนราง

แม้จะเป็นเช่นนี้ ความสูงของมันก็ยังมากกว่าสามสิบจั้ง สามารถจินตนาการถึงตอนที่ยังไม่พังทลายได้ อย่างน้อยก็ต้องสูงมากกว่าสองร้อยจั้ง

เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้ามันแล้ว ตัวตนของสวี่ชิงไม่สะดุดตาเอาเสียเลย

ขณะมีลมพัดเข้ามา ราวกับเสียงขลุ่ยดังก้องสะท้อนอ้างว้าง และเหมือนกับข้ามผ่านกาลเวลามา ทำให้ความรุ่งโรจน์ในอดีต หลงเหลือไว้เพียงการจับจ้องของคนรุ่นหลังเท่านั้น

สวี่ชิงจ้องมองรูปปั้นเงียบๆ นิ่งงันอยู่นาน

เขาคิดไปถึงซากเมืองด้านนอกถ้ำยาจก ไม่รู้ว่าผ่านไปอีกหลายต่อหลายปี คนในตอนนั้นจะค้นพบเหมือนอย่างเขาหรือไม่ เข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามอย่างระมัดระวัง แล้วเหมือนมองเห็นประวัติศาสตร์ มองเห็นเมืองแห่งนั้น

ผ่านไปครู่หนึ่ง สวี่ชิงถอนสายตากลับมา ค้นหาในหมู่ศาลเจ้านี้อยู่รอบหนึ่ง แต่ก็ไม่พบกับหินพิเศษที่หัวหน้าเหลยเคยกล่าวถึงก้อนนั้น

ตอนที่เข้ามาเขาก็สอบถามไปแล้ว หินพิเศษชนิดนี้จะแผ่ซ่านแสงรุ้งเจ็ดสีออกมาได้

เหมือนว่าจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เวลาปรากฏไม่แน่ไม่นอน

หลังจากค้นหาไม่เป็นผล สวี่ชิงก็รู้สึกเสียดาย กระโจนร่างขึ้นอย่างปราดเปรียว ผลุบโผล่ไม่กี่ครั้งก็มาถึงยอดศาลเจ้าหลังหนึ่ง เขายืนทอดสายตามองไกลออกไปรอบๆ

ด้านหลังเป็นพื้นที่รอบนอกของป่าต้องห้าม แม้จะมองไม่เห็นปลายทาง แต่ก็ยังมองเห็นส่วนหนึ่ง และพอคำนวณเวลาดูได้ วันนี้ก็คือวันที่สี่ที่ดาบกระดูกคนนั้นซื้อประกันกับตนเองไว้

เมื่อวานสวี่ชิงอยู่ในป่าไม่ได้เจอกับหมอกลวงตา วันนี้ก็ยังคงไม่มี ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องไปช่วยเหลือ

จึงหันหน้ากลับไปมองอีกด้านของหมู่ศาลเจ้า ที่นั่น…คือส่วนลึกของผืนป่าพื้นที่ต้องห้าม

สวี่ชิงทำสมาธิอยู่พักหนึ่ง เงยหน้าและเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้ว เขาเตรียมตัวจะเข้าไปสำรวจในพื้นที่ส่วนลึกสักเล็กน้อย แล้วรีบกลับมาก่อนฟ้ามืด คืนนี้ก็จะพักผ่อนที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับ

หลังจากตัดสินใจแล้ว ร่างสวี่ชิงก็เคลื่อนไหวทันที กระโจนลงจากศาลเจ้าตรงเข้าไปยังพื้นที่ส่วนลึก

พริบตาที่ย่างเข้าป่าต้องห้ามส่วนลึก เส้นประสาทของเขาก็ขึงตึงขึ้นมาฉับพลัน การระวังภัยและความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น

เพราะเขารู้ ว่าระดับอันตรายของที่นี่มีมากกว่าพื้นที่รอบนอกมากนัก

และความจริงก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วยาม ร่างของสวี่ชิงก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ของศาลเจ้า

สีหน้าเคร่งขรึม ในดวงตามีความหวาดผวาเหลืออยู่

แต่ในถุงหนังกลับบวมเป่ง เหมือนด้านในมีสิ่งของยัดใส่ไว้จนเต็ม

ก่อนหน้านี้เขาเดินไปไม่ถึงหนึ่งลี้ ก็พบกับหญ้าเจ็ดใบที่มีอายุมากหน่อยไม่น้อย เหมือนว่าไม่มีคนเข้ามาเก็บนานแล้ว เรื่องนี้ทำให้สวี่ชิงดีใจอย่างมาก เพราะหญ้าเจ็ดใบที่มีอายุเหล่านี้มีราคาสูง

แต่ขณะที่เขากำลังเก็บเกี่ยวก็สัมผัสได้ถึงระดับความเข้มข้นของไอพลังประหลาดเพิ่มขึ้นเท่าตัว ถ้าไม่ใช่เพราะเงาของเขาที่ดูดซับได้และเปลี่ยนเป็นคนอื่นล่ะก็ จะต้องเดินต่อได้ยากลำบากยิ่งเป็นแน่

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมองเห็นแมงกะพรุนประหลาดที่เคยเห็นครั้งที่แล้วในพื้นที่ต้องห้ามอยู่ไกลๆ อีกด้วย…

และแมงกะพรุนเช่นนั้น ที่นี่ก็มีมากว่าสิบตัว เพียงแต่ขนาดเล็กกว่ามาก ทว่ากลิ่นอายเย็นเยียบบนตัวก็ยังคงชัดเจน

ยังดีที่แมงกะพรุนเหล่านี้ส่วนใหญ่นอนหลับลึกอยู่บนต้นไม้ หลังจากสวี่ชิงมองเห็นจึงเลี่ยงออกมาอย่างระมัดระวัง

แต่ขณะเดินไปด้านหน้า เขาก็เกิดความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงขึ้น เหมือนว่าในส่วนลึกของป่า มีสายตามากมายนับไม่ถ้วน นำเอาเจตนาความละโมบที่ไม่รู้ที่มา ส่องกระทบมาบนตัวเขา

ทั้งหมดนี้ ทำให้สวี่ชิงเหมือนมีเข็มทิ่มแทงอยู่กลางหลัง

และที่นี่ ยังเป็นแค่ชายขอบของส่วนลึกพื้นที่ต้องห้ามผืนนี้เท่านั้น ขอบเขตด้านในยังกว้างใหญ่ยิ่งกว่า ยากจะจินตนาการออกได้ว่าด้านในจะมีความน่ากลัวมากเพียงใด

สวี่ชิงไม่กล้าเดินหน้าต่อ ถอยฉากออกมาอย่างขวัญผวา

จนถอยมาถึงเขตของศาลเจ้า ความรู้สึกเข็มทิ่มแทงหลังจึงสลายไป

ราวกับว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นเส้นชายแดน คอยยับยั้งเจตนาชั่วร้ายที่มาจากส่วนลึกของพื้นที่ต้องห้าม

สวี่ชิงสูดลมหายใจลึก ถือโอกาสช่วงสุดท้ายที่ตะวันกำลังจะตกดินออกค้นหาศาลเจ้าที่ยังพอดูสมบูรณ์เพื่อเข้าไปด้านใน

หาร่องหินแห่งหนึ่งแล้วมุดเข้าไป เตรียมตัวสำหรับข้ามผ่านคืนนี้

หัวหน้าเหลยเคยพูดไว้ สถานที่นี้สามารถหลบเลี่ยงอันตรายได้

เขาเคยตรวจสอบด้านในศาลเจ้าแล้ว ที่นี่ว่างเปล่ามาก ความรู้สึกของกาลเวลาที่ไหลผ่านไปเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นหินถือดาบที่ประดิษฐานอยู่รูปนั้น หรือว่าจะเป็นรูปกลุ่มคนที่สลักเอาไว้บนกำแพงรอบด้าน ก็ล้วนเลือนรางไปตามกาลไหลผ่านของเวลาทั้งสิ้น

ขณะเดียวกันในศาลเจ้าเองก็ไม่มีมูลหรือร่องรอยของอสูรกลายพันธุ์อยู่มากนัก

ถ้าหากว่าไม่มีอยู่เลย หรือมีอยู่เต็มไปหมด สวี่ชิงก็คงไม่เลือกที่นี่

เพราะผิดปกติ มีเพียงสถานที่ที่มีร่องรอยอยู่แต่ไม่มากเท่านั้น ที่ถือว่าค่อนข้างปลอดภัย

ถึงอย่างไรแม้ศาลเจ้าจะอยู่ในป่า แต่ที่นี่ก็มีต้นไม้อยู่น้อยมาก ดังนั้นอสูรกลายพันธุ์ที่ชินกับการใช้ชีวิตในป่าจึงไม่ค่อยเข้ามา นี่ก็ดูสมเหตุสมผลดี

เพียงไม่นานค่ำคืนก็มาถึง

สวี่ชิงปรับลมหายใจเข้าออกอยู่เงียบๆ เพราะเสียงคำรามที่ปรากฏขึ้นภายนอก

เวลาผ่านไป ก็เป็นเหมือนที่เขาคิดไว้ หมู่ศาลเจ้าตอนกลางคืน มีอสูรกลายพันธุ์อยู่น้อยมาก เสียงคำรามแม้จะยังมีอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ดังมาจากที่ไกลๆ

แต่ก็เป็นเช่นเดียวกับเมื่อวาน ขณะที่สวี่ชิงปรับลมหายใจถึงช่วงเที่ยงคืน เสียงฝีเท้าสับสนประหลาดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!

ตำแหน่งที่ปรากฏขึ้นครั้งนี้ คือด้านนอกศาลเจ้า

‘มาอีกแล้วหรือ’

สวี่ชิงขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเหตุใดเสียงฝีเท้านี้ต้องปรากฏขึ้นมาในจุดที่เขาพักถึงสองครั้ง ทำให้รู้สึกเริ่มอยู่ไม่สุขเล็กน้อย หลังจากคิดเขาก็ทำเหมือนเมื่อคืนนี้ ไม่ยอมลืมตาขึ้น

เพียงแต่เสียงฝีเท้าครั้งนี้ ไม่ได้ค่อยๆ ห่างออกไปเหมือนเมื่อวาน แต่กลับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

ความเย็นเยียบก็แผ่ซ่านออกมาพร้อมกับฝีเท้าที่เข้ามารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าด้านนอกศาลเจ้าเวลานี้มีสิ่งประหลาดรวมตัวกันเพื่อเข้ามาโจมตีศาลเจ้ามากมายมหาศาล

สวี่ชิงใจดิ่งลึก ออกแรงกำเหล็กแหลมของตนเองแน่น ในหัวก็วาดสภาพแวดล้อมของศาลเจ้านี้รวมไปถึงคิดหาทางหนีทีไล่หากต้องพบกับอันตรายขึ้นอย่างรวดเร็ว

และตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าด้านนอกที่รวมตัวกัน จู่ๆ ก็สลายหายไป กลายเป็นความเงียบสงบเกินบรรยาย

ความเงียบสงบนี้ ไม่ได้ทำให้สวี่ชิงถอนหายใจโล่ง แต่กลับทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่ามันเป็นความเงียบสงบก่อนพายุจะเข้า ขนทั้งร่างลุกขึ้นชูชัน เขาสัมผัสได้รางๆ ว่าสิ่งประหลาดที่มารวมตัวกันด้านนอกศาลเจ้าเวลานี้กำลังลังเลว่าจะเข้ามาดีหรือไม่

พริบตาต่อมา ท่ามกลางความเงียบงัน ในที่สุดสิ่งประหลาดด้านนอกก็เลือกย่ำเข้ามาในศาลเจ้า สวี่ชิงได้ยินเสียงก้าวเข้ามา เสียงฝีเท้าย่ำลงบนก้อนอิฐ

ปึก

เสียงนี้เหมือนมีหินก้อนยักษ์หล่นกระทบดวงจิตของสวี่ชิง ทำให้สวี่ชิงใจดำดิ่ง แต่พริบตานี้เอง จู่ๆ เสียงงึมงำก็ดังก้องขึ้นในศาลเจ้า พร้อมนำความศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทานเข้ามา

แสงสีทองแผ่กระจายออกมาจากกำแพงสาดส่องไปทั้งศาลเจ้า และแผ่เข้ามาจนถึงตัวสวี่ชิงด้วย ทำให้โลกที่อยู่ภายใต้เปลือกตาของเขาสว่างจ้าขึ้นมาจากความมืดมิดทันที

และตาทั้งสองของสวี่ชิงก็เจ็บปวดด้วยแสงสีทองนี้ จนต้องลืมตาขึ้นเผชิญหน้ากับสิ่งประหลาดเหล่านี้เป็นครั้งแรก

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 22 ศาลเจ้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved