cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 93 ความสนุกของเกมหมากรุก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 93 ความสนุกของเกมหมากรุก
Prev
Next

    ตอนที่ 93 :ความสนุกของเกมหมากรุก

    

    เมื่อได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋ถาม หลินเจียอินก็ร้องอุทานออกมาว่า “อ้อ” และก็จำได้ทันทีว่าเธอมาด้วยเรื่องอะไร

    

    เธอบอกเรื่องที่ผู้อำนวยการของหน่วยงานต่าง ๆ มาสั่งพะโล้ ส่วนหลิวเจี้ยนกั๋วยังต้องการสั่งเมนูตุ๋นปลาตะเพียนเพิ่มเติมอีกด้วย

    

    หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้ฟัง เขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

    

    เมื่อได้ยิน เขาก็เดาได้ทันทีว่าที่หน่วยงานอื่นมาสั่งพะโล้ของที่ร้านอย่างกะทันหันแบบนี้ น่าจะได้รับการบอกต่อมาจากโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรของเมือง

    

    และสาเหตุที่ร้านอาหารของรัฐก็สั่งเช่นกัน อาจเป็นเพราะผู้นำบางคนได้ลองกินตุ๋นปลาตะเพียนที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำไปให้โรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรเมื่อวานนี้แล้วเกิดติดใจ จึงไปแนะนำให้ร้านอาหารของรัฐเอาเมนูของที่นี่ไปขาย

    

    “ผมเข้าใจแล้ว ที่จริงเมนูตุ๋นปลาตะเพียนพวกนี้เราสามารถขายเป็นเมนูพิเศษให้พวกเขาได้” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว

    

    หลินเจียอินจึงถามออกมาว่า “แล้วราคาต่อชั่งเท่าไหร่ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “เมนูปลาตะเพียนนี้ ผมไม่ได้ขายเป็นชั่ง แต่ผมขายเป็นตัวราคาตัวละ 1 หยวน”

    

    ห๊ะ ?

    

    หลินเจียอินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

    

    ปลาตะเพียนมีขายในตลาดชั่งละ 8 เหมา โดยปกติแล้วปลาตะเพียนจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก ยาวประมาณ 14 เซนติเมตร จะมีน้ำหนักประมาณ 3 เหลี่ยง [1] ในขณะที่ความยาวประมาณ 15 ถึง 16 เซนติเมตรจะมีน้ำหนักประมาณ 4 เหลี่ยง

    

    ถ้าขายแยกตัว นั่นหมายความว่าพวกเขาจะขายได้มากถึงชั่งละ 3 หยวนเชียวนะ

    

    ซึ่งสูงกว่าราคาตามท้องตลาดอยู่หลายเท่าตัว

    

    มันทำกำไรได้เยอะขนาดนี้เลยหรือ

    

    แต่เมื่อลองคิดดู ตอนนี้ร้านของรัฐได้เป็นคนมาขอซื้อเมนูนี้ไปขายต่อ ฉะนั้นหากว่าขายในราคาเท่านี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

    

    คิดได้แบบนั้น เธอก็เม้มริมฝีปากแล้วเดินออกไปเพื่อพูดคุยกับหลิวเจี้ยนกั๋ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงสอนเจียงชานและหวังกังเล่นหมากรุกต่อ

    

    หลังจากสอนวิธีจำตัวหมากรุกไปแล้วหลายครั้ง เขาวางเบี้ยขุนฝั่งสีดำ และเบี้ยขุนฝั่งสีแดง จากนั้นวางเบี้ยทหารข้ามแม่น้ำไว้บนกระดาน

    

    เบี้ยองครักษ์แต่ละตัวของทั้งสองฝ่ายถูกวางไว้ในตำแหน่งบัญชาการ ทั้งฝั่งแดงและดำ

    

    หากสีแดงเคลื่อนที่ก่อน เบี้ยเรือของฝั่งสีแดงก็จะสามารถกินเบี้ยสีดำของฝั่งตรงข้ามได้

    

    “เดี๋ยวสอนวิธีกินฝั่งตรงข้ามก่อน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แนะนำกติกาสั้น ๆ และสาธิตวิธีการกินฝั่งตรงข้ามด้วยเบี้ยองค์รักษ์เพียงตัวเดียว จากนั้นก็วางหมากสามตัวบนกระดานหมากรุกในตำแหน่งเดิม และปล่อยให้เด็กสองคนเริ่มเดินหมากรุกของพวกเขา

    

    เจียงชานถือหมากรุกสีแดง ซึ่งเป็นฝ่ายโจมตี ส่วนหวังกังถือหมากรุกสีดำซึ่งเป็นฝ่ายตั้งรับ

    

    เจียงชานเริ่มเคลื่อนกองกำลังของเธอข้ามแม่น้ำไปทีละขั้นตอน เพื่อที่จะรุกไปยังพื้นที่ของหมากรุกสีดำ ส่วนหวังกังก็มีเบี้ยเพียงอันเดียวเท่านั้นที่สามารถย้ายไปมาในเขตพระราชวังบนกระดานหมากของเขาได้

    

    เด็กทั้งสองผลัดกันรุกและรับทีละก้าว เกมที่น่าตื่นเต้นและใช้ไหวพริบนี้ได้ทำให้ทั้งเสองคนไม่รู้สึกเบื่อเลย

    

    หลังจากนั้นไม่นาน เจียงชานก็ได้นำเบี้ยของเธอเข้าไปที่กลางตำแหน่งพระราชวังในกระดานหมากรุกของฝั่งสีดำได้ในที่สุด ซึ่งทำให้เบี้ยองครักษ์ของหวังกังไม่สามารถเคลื่อนไหวไปทางไหนได้อีก เห็นแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้ประกาศชัยชนะของหมากรุกแดง

    

    “ว้าว หนูชนะแล้ว ! ”

    

    เจียงชานดูมีความสุขมาก

    

    ในทางกลับกัน หวังกังกลับดูหงุดหงิดเล็กน้อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ในเกมหมากรุกย่อมมีผู้แพ้และชนะ ไม่สำคัญว่าใครจะแพ้บนกระดานหมากรุก แต่ให้จำถึงวิธีการของอีกฝ่ายเอาไว้ และพยายามเอาชนะในครั้งต่อไปให้ได้”

    

    เขาลูบหัวของหวังกังแล้วพูดเบา ๆ ว่า “ที่จริงแล้วการชนะหรือแพ้นั้นไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือเราจะเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้อย่างไรหลังจากที่แพ้”

    

    จากนั้น เขาก็หันไปมองลูกสาวอีกครั้งแล้วพูดว่า “ฉะนั้น ถึงแม้ว่าลูกชนะก็อย่าหยิ่งผยองและอย่าท้อแท้เมื่อพ่ายแพ้ เพราะเราต้องหัดประสบกับความสุขของความสำเร็จและความรู้สึกของการพ่ายแพ้จากการเล่นหมากรุก และเราต้องปลูกฝังความกล้าหาญที่จะเผชิญกับความพ่ายแพ้และความล้มเหลวจากมัน”

    

    เด็กทั้งสองดูเหมือนจะเข้าใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะพยักหน้าตอบรับ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ให้พวกเขาแลกเบี้ยสีแดงและสีดำกัน ในรอบนี้หวังกังเล่นเบี้ยสีแดง ซึ่งเป็นฝ่ายโจมตี ส่วนเจียงชานเล่นเบี้ยสีดำ เป็นฝ่ายตั้งรับ

    

    และหลังจากที่เกิดการเรียนรู้จากรอบที่แล้ว หวังกังก็เป็นฝ่ายชนะบ้าง

    

    ในที่สุด หวังกังก็ได้สัมผัสกับความสุขจากการได้รับชัยชนะ ในขณะที่เจียงชานรู้สึกถึงความล้มเหลวในการพ่ายแพ้

    

    อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้สอนพวกเขาก่อนหน้านี้ก็ได้ทำให้เด็กน้อยทั้งสองไม่ได้มีอารมณ์แปรปรวนอย่างชัดเจนเหมือนกับที่พวกเขามีหลังจากรอบแรก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและแนะนำพวกเขาต่อไป

    

    เขาปล่อยให้เด็กน้อยทั้งสองเล่นเกมหมากรุกด้วยกันอยู่หลายครั้ง ตราบใดที่พวกเขาเล่นอย่างอิสระและเล่นตามกฎล้วนได้ทั้งนั้น

    

    ผลปรากฏว่า เกิดการเสมอกันขึ้น

    

    เบี้ยทหารตัวเดียวกินเบี้ยองครักษ์ได้ ตราบใดที่เบี้ยทหารไม่เคลื่อนตัวลงล่างเร็วเกินไป หมากแดงก็จะเป็นผู้ชนะ

    

    แต่ถ้าเบี้ยของทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเดินขึ้นลงฆ่ากันได้ ก็จะเสมอเช่นกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้แนะนำให้พวกเขาหาเหตุผล และวิธีการที่จะเอาชนะให้เร็วที่สุดในการเคลื่อนไหวแค่ไม่กี่ครั้ง ซึ่งหลังจากทำซ้ำไปมาหลายครั้ง เด็กน้อยทั้งสองก็รู้วิธีการเอาชนะของหมากรุกสีแดงด้วยวิธีที่เร็วที่สุด

    

    “ป่าป๊า เกมหมากรุกสนุกดีค่ะ สอนหนูเล่นวิธีอื่นหน่อย”

    

    “ลุงเจียง ผมเองก็อยากเล่นเป็นหลาย ๆ แบบ”

    

    เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองสนใจเกมหมากรุกมาก ๆ เจียงเสี่ยวไป๋จึงเปลี่ยนเบี้ยทหารของตัวหมากรุกสีแดงเป็นเบี้ยเรือ และสอนพวกเขาไปทีละขั้น

    

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

    

    ในพริบตา เวลาก็ล่วงเลยมาถึงห้าโมงครึ่ง แต่เด็กทั้งสองยังคงติดเกมหมากรุกแจไม่ยอมหยุด เจียงเสี่ยวไป๋เห็นแบบนั้นจึงบอกให้พวกเขาพอก่อนวันนี้ ค่อยเล่นต่ออีกทีในวันพรุ่งนี้

    

    ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พรุ่งนี้เด็กทั้งสองก็คงจะมาเล่นที่นี่ต่อ

    

    ตอนนี้ภรรยาคงเหนื่อยมากแล้ว เขาต้องพาเธอกลับบ้านไปพักก่อน

    

    หลินเจียอินเหนื่อยมาก ธุรกิจในร้านก็คึกคักมากในวันนี้ ในตอนที่เห็นถานเสี่ยวฟางยุ่งกับการทำพะโล้อยู่ในครัว เธอก็ต้องเข้าไปช่วย

    

    ส่วนท่าทีไม่เอาการเอางานของเจียงเสี่ยวไป๋ทำเอาเธอถึงกับพูดไม่ออกเช่นกัน

    

    เธอไม่สามารถตัดสินได้ว่ามันดีหรือไม่ดี ?

    

    เขาได้แต่เล่นกับเด็กสองคน จนไม่สนใจธุรกิจของร้านเลย

    

    อีกอย่าง คงเพราะเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่มีไฟหน้าสว่างไสว ถึงคิดจะกลับเมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหม ?

    

    แต่เธออยากบ้านก่อน 5 โมงเย็น

    

    หลินเจียอินนั่งอยู่ในรถพ่วงข้างด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง

    

    “หม่าม๊า หนูเล่นหมากรุกเป็นแล้ว”

    

    เจียงชานพูดด้วยความภาคภูมิใจ ขณะที่เธออยู่ในอ้อมแขนของหลินเจียอิน

    

    แต่หลินเจียอินจะโกรธลูกสาวไม่ได้

    

    เธอจึงยิ้มออกมาและพูดว่า “ชานชานของแม่ยอดเยี่ยมมาก หนูเป็นคนที่เรียนรู้ได้เร็วมาก”

    

    “อื้อ ! ”

    

    หนูน้อยพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า และท่องจำด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสาว่า “เบี้ยช้างเดินแทยงเป็นสี่ทิศเหมือนอักษรเถียน เบี้ยปืนใหญ่ต้องมีหมากกั้นถึงกินฝั่งตรงข้ามได้ เบี้ยทหารข้ามแม่น้ำแล้วห้ามถอยกลับ…”

    

    “นี่คือประโยคที่ป่าป๊าสอนมา”

    

    หลินเจียอินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เธอไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะจำตัวหมากรุกได้ เธอยิ้มและพูดว่า “เบี้ยช้างเดินแทยงเป็นสี่ทิศเหมือนอักษรเถียนที่ลูกร้องมา แบบนี้หมายความว่าลูกรู้จักตัวอักษรเถียน(田)ใช่ไหม ? ”

    

    “หนูรู้จักค่ะ”

    

    เธอตอบอย่างภาคภูมิใจและใช้มือแสดงท่าทาง “กรอบสี่เหลี่ยมที่แบ่งด้านในออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน เขาเรียกว่าตัวเถียนค่ะ’”

    

    “ป่าป๊าบอกว่ามันเหมือนทุ่งนาในอ่าวที่ต่อกันเป็นผืน ๆ ”

    

    หลินเจียอินรู้สึกประหลาดใจ เธอไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะสอนลูกด้วยวิธีนี้

    

    ลูกสาวพูดคุยมาตลอดทาง ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเจียงวาน

    

    เมื่อไปถึงหมู่บ้าน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ขี่รถขึ้นไปยังลานบ้านเอง ในขณะที่หลินเจียอินและเจียงชานต้องเดินขึ้นไป

    

    ก่อนจะขี่รถมาพบกับซูเยี่ยนผิงบนถนน สีหน้าของซูเยี่ยนผิงดูแย่มาก

    

    เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอได้พาควายเขาหักไปกินหญ้าจนควายพลัดตกจากไหล่เขาขาหัก เธอจึงต้องจำใจขายควายให้กับลุงจาง ดังนั้นเธอ เฉินหยวนชางและอีกหกครอบครัวจึงขายเนื้อควายได้เงินคืนมา 160 หยวน

    

    แต่ถึงจะได้เงินมา แต่ก็ไม่มีควายเป็นของตัวเองแล้ว

    

    ในชนบทนั้น การไม่มีควายไว้ไถพรวนดินจะส่งผลต่อการทำการเกษตรมาก

    

    หลายครอบครัวจึงปรึกษาหารือกันว่าจะซื้อควายหนุ่มตัวใหม่ อาจจะใช้เวลาปีหรือสองปี เมื่อควายโตขึ้นก็สามารถใช้ไถนาได้อีกครั้ง

    

    อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการสนทนาหารือกันอยู่นั้น เลี่ยวจวี๋จือ หยางจ่างฮุย และหยางซื่อหยุนยินดีที่จะให้ห้าครอบครัวช่วยกันออกเงินซื้อควายหนุ่ม ยกเว้นครอบครัวของหลิวซือกั๋ว

    

    และแม้ว่าเฉินหยวนชางจะไม่ได้พูดอะไร แต่พวกเขาก็ไม่ได้ช่วยพูดแก้ต่างให้หลิวซือกั๋วเช่นกัน

    

    แต่ในที่สุด เลี่ยวจวี๋จือและอีกห้าครอบครัวก็ได้ออกเงินช่วยซื้อควายหนุ่มครอบครัวละ 100 หยวนโดยที่ไม่มีครอบครัวของหลิวซือกั๋วรวมเงินด้วย

    

    และเพราะเหตุนี้ ในอนาคตทุกครอบครัวจะมีควายไว้ใช้งาน แต่ครอบครัวของหลิวซือกั๋วจะไม่มี

    

    ซูเยี่ยนผิงจึงรู้สึกโกรธมาก เธอได้ทะเลาะกับหลิวซือกั๋วที่บ้าน

    

    หลิวซือกั๋วเองก็รู้สึกโกรธในใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เมื่อเขาเจอคำพูดที่น่ารำคาญใจของภรรยา เขาก็โมโหและทุบตีซูเยี่ยนผิงอย่างรุนแรงจนจมูกของเธอช้ำ ใบหน้าก็บวมเหมือนหมู

    

    อย่างไรก็ตาม ซูเยี่ยนผิงกลับกล่าวโทษว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเจียงเสี่ยวไป๋ โดยคิดว่าถ้าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ขายผัดมันฝรั่งตัดหน้าเธอ อย่างน้อยเธอก็จะสามารถหาเงินได้หลายสิบหยวนต่อวันโดยที่ไม่ต้องมาสนใจว่าจะมีควายมาไว้ไถนาหรือไม่

    

    ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจไปหานักเลงเฉินเพื่อให้มาจัดการกับเจียงเสี่ยวไป๋

    

    แต่ตอนที่เธอมาถึงอำเภอชิงซาน เธอกลับต้องมาได้ยินข่าวลือว่านักเลงเฉินถูกจับเข้าคุกไปแล้ว

    

    ซูเยี่ยนผิงยังคงสอบถามไปเรื่อย ๆ และพบว่าไม่เพียงแต่นักเลงเฉินจะถูกจับกุมเท่านั้น แต่ยังรู้มาว่าเขาจะถูกยิงเป้าในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ด้วย

    

    “เรื่องมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง”

    

    สิ่งนี้ทำให้ซูเยี่ยนผิงตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เธอไม่กล้าสอบถามอะไรอีกต่อไป และรีบเดินทางกลับบ้านด้วยความตื่นตระหนก

    

    

    [1] เหลี่ยง 两 คือหน่วยวัดน้ำหนักของจีน 1 เหลี่ยง = 50 กรัม

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 93 ความสนุกของเกมหมากรุก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved