cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 91 บทเพลงไล่ตามจันทร์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 91 บทเพลงไล่ตามจันทร์
Prev
Next

    ตอนที่ 91 :บทเพลงไล่ตามจันทร์

    

    จนกระทั่งถึงเวลาหกโมงครึ่ง เหรินฉางเซี่ยถึงได้กลับมาถึงบ้าน

    

    “ขอโทษที พอดีมีงานด่วนเข้ามาในสำนักงานเลยกลับมาช้า”

    

    พอมาถึง เขาก็กล่าวขอโทษ

    

    “ไม่เป็นไร ผมกำลังคุยกับลูกชายของคุณอยู่พอดี” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม

    

    เหรินจวินกลับมาถึงบ้านหลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋มาถึงได้สักพักหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับนิสัยจริงจังของเหรินฉางเซี่ยแล้ว เหรินจวินดูมีชีวิตชีวากว่ามาก

    

    คุณย่ากำลังทำอาหารในครัว และน้องสาวของเขายังเด็ก ดังนั้นเขาจึงเหมือนผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ ที่กำลังพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินในห้องนั่งเล่น

    

    “เด็กเหลือขอ เรียนรู้จากอาเจียงของลูกให้ได้เยอะ ๆ หน่อย”

    

    เหรินฉางเซี่ยมองลูกชายของเขาด้วยความเอ็นดู แต่กลับเรียกลูกชายว่าเป็นเด็กเหลือขอ

    

    จู่ ๆ เหรินจวินก็มีสีหน้าขมขื่น “พ่อ เรามีแขกอยู่นะ ช่วยหยุดเรียกผมว่าเด็กเหลือขอได้ไหม ? ”

    

    เหรินฉางเซี่ยหัวเราะและเข้าไปในครัวเพื่อช่วยจงหยุนฟางทำอาหาร

    

    “แม่ครับ ไปพักเถอะ ผมทำเอง”

    

    “ไป ไป แกไปคุยกับเสี่ยวเจียงเถอะ” จงหยุนฟางไล่เขาออกไปด้วยตะหลิวในมือ “อีกเดี๋ยวก็จะเสร็จแล้ว ไม่ต้องมาวุ่นวายตรงนี้เลย”

    

    “แม่ก็แบบนี้แหละ ดื้อตลอด”

    

    เหรินฉางเซี่ยผายมือออกอย่างช่วยไม่ได้ขณะพูดออกมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ก่อนหน้านี้เขาก็อาสาเข้าไปช่วยทำกับข้าวในครัวเช่นกัน ทว่าจงหยุนฟางยืนกรานจะไม่ยอมให้เขาช่วยลูกเดียว

    

    คนแก่ก็เป็นแบบนี้ ตราบใดที่พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวและทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ก็ไม่มีทางพึ่งพาลูกหลานให้เสียเวลา

    

    ไม่นาน อาหารก็พร้อมเสิร์ฟบนโต๊ะ

    

    เมื่อมองไปที่เตาที่กำลังเดือดอยู่บนโต๊ะ เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

    

    แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือคากิที่กำลังตุ๋นอยู่ในหม้อ

    

    ในยุคนี้ คากิไม่เพียงแต่หายากและมีราคาสูงเท่านั้น แต่ยังมีความหมายสำคัญในเทศกาลพิเศษอีกด้วย

    

    หลายคนคิดว่าคากิก็เหมือนกับตีนหมู แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่

    

    หมูมีคากิเพียง 2 ข้างต่อหมู 1 ตัว โดยทั่วไปตีนหมูจะถูกแบ่งเป็นกีบหน้าและขาหลัง กีบหน้าต่างหากที่เป็นคากิจริง ๆ ส่วนขาหลังจะนำมาทำเป็นแฮม

    

    มันแตกต่างกัน

    

    ในชนบทของปี 1983 มีเพียงครอบครัวที่มีฐานะดีเท่านั้นที่จะมารวมตัวกันเฉลิมฉลองวันตรุษจีน ซึ่งจะมีการตุ๋นคากิไว้ เมื่อตุ๋นจนสุกดี คากินอีกข้างจะส่งไปให้แม่สามีในตอนไปไหว้วันตรุษจีน

    

    จงหยุนฟางต้อนรับเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยเมนูคากิตุ๋น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอรู้บุญคุณที่เจียงเสี่ยวไป๋นั้นมีต่อเธอ

    

    อาหารมื้อนี้ถือว่าเป็นมื้อที่หรูหรามาก ไม่เพียงแต่อาหารสองสามจานที่จงหยุนฟางทำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพะโล้ที่เจียงเสี่ยวไป๋เอามาอีกด้วย

    

    ทั้งเหรินจวินและเหรินไฉเซี๋ยต่างก็ชอบกินขาไก่พะโล้ ในขณะที่เหรินฉางเซี่ยชอบกินหูหมูแกล้มกับเหล้าเหมาไถ

    

    ส่วนเจียงชานน้อยนั้นกินเมนูพะโล้ของที่ร้านทุกวันจนเธอเบื่อ เธอจึงเลือกที่จะกินคากิตุ๋นแทน เธอถือคากิชิ้นใหญ่ขึ้นมาด้วยมือเล็ก ๆ และแทะกินด้วยความเอร็ดอร่อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดื่มเหมาไถกับเหรินฉางเซี่ย แต่เนื่องจากเขาต้องขี่รถกลับไปที่เจียงวานอีก เขาจึงดื่มไม่มาก

    

    พวกเขารับประทานอาหารกันจนถึงสองทุ่ม ซึ่งตอนนี้ข้างนอกก็มืดแล้ว

    

    ในยุคสมัยนี้มักจะมีธรรมเนียมปฏิบัติในการต้อนรับแขก แต่อย่างไรก็ตาม บ้านของเหรินฉางเซี่ยนั้นไม่ได้กว้างขวางมากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ยื้อให้เจียงเสี่ยวไป๋อยู่นาน เพียงแค่บอกเจียงเสี่ยวไป๋ให้ขี่รถดี ๆ เพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว

    

    ชนบทตอนกลางคืนนั้นเงียบสงบมาก และไม่มีรถสักคันบนถนน

    

    “บื้น บื้นบื้น ! ”

    

    เสียงมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของเจียงเสี่ยวไป๋ได้ทำลายความเงียบสงบของท้องฟ้ายามค่ำคืน ไฟหน้าสองดวงส่องแสงจ้าออกมา ทำให้ถนนด้านหน้าสว่างไสวขึ้นจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

    

    ขี่รถในตอนกลางคืน มีลมพัดเข้ามาปะทะหน้าเย็นสบาย

    

    ทั้งหลินเจียอินและเจียงชานต่างรู้สึกผ่อนคลาย นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พวกเธอได้นั่งรถตอนกลางคืน

    

    “พ่อคะ เรากำลังไล่ตามดวงจันทร์อยู่ใช่ไหม ? ”

    

    เจียงชานเอนตัวไปในอ้อมแขนของหม่าม๊าของเธอ พลางแหงนมองดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวบนท้องฟ้า และพบว่ามันดูเหมือนจะเคลื่อนที่ออกไปเรื่อย ๆ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอัศจรรย์ใจและถามออกมาด้วยความสงสัย

    

    “ใช่แล้ว เรากำลังไล่ตามดวงจันทร์อยู่”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แกล้งหยอกลูกสาว

    

    “แล้วเราจะตามทันไหมคะ ? ” หนูน้อยถามอย่างมีความหวัง

    

    “คง…ไม่ทันแล้วล่ะ”

    

    คำถามของหนูน้อยนั้นซับซ้อนเกินไป จึงทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร

    

    “ถ้าเป็นแบบนั้น ป่าป๊าคะ หนูต้องทำงานให้หนักกว่านี้แล้ว หม่าม๊าเคยบอกหนูว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อว่าคว่าฝู เขาสามารถไล่ตามดวงอาทิตย์ได้ แล้วทำไมคนอย่างหนูถึงจะไล่ตามดวงจันทร์ไม่ได้ล่ะคะ ? ”

    

    หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาหลังจากได้ยินเรื่องนี้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง เขาหันไปมองหลินเจียอิน เห็นเธอยิ้มด้วยความขบขัน จนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนรุ่มอยู่ภายใน

    

    เมื่อรู้สึกได้ถึงการจ้องมองของเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอินจึงพูดด้วยความโกรธว่า “อย่าเอาแต่มองมาที่ฉันสิ ขับรถดี ๆ ก่อน ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบเบือนหน้าของเขาออกไป

    

    อนิจจา…คว่าฝูไล่ตามดวงอาทิตย์วันแล้ววันเล่า เขาต้องวิ่งตามอยู่อย่างนั้น

    

    คิดแล้วก็รู้สึกอารมณ์ไม่ค่อยดี แถมยังต้องโกหกลูกสาวอีก

    

    “ชานชาน ให้พ่อร้องเพลงให้หนูฟังไหม ? ”

    

    “ได้ค่ะ หนูอยากให้ป่าป๊าร้องเพลงเกี่ยวกับดวงจันทร์”

    

    เด็กน้อยปรบมือและร้องขอออกมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จำเพลงที่เกี่ยวกับดวงจันทร์ได้ไม่กี่เพลง เช่น ‘จันทร์เต็มดวง’ และ ‘ภัยจากดวงจันทร์’ ที่ได้รับความนิยมในยุคสมัยหลัง

    

    หลังจากคิดแล้ว เขาก็เริ่มร้องเพลงออกมา

    

    “ดวงจันทร์ไปไหน ฉันก็จะไปด้วย”

    

    “ฉันไปส่งพี่ชายที่หน้าหมู่บ้าน”

    

    “ถึงหน้าหมู่บ้าน”

    

    “พี่ชายของฉันจะเป็นผู้พิทักษ์ชายแดน”

    

    “มันยากที่จะได้เห็นหน้า เมื่อต้องห่างกันไกล”

    

    “มันยากที่จะได้เห็นหน้า”

    

    “โอ้ เมฆไล่ตามเดือน”

    

    “ลมใต้พัดผ่านต้นหลิว”

    

    “ดวงจันทร์ทรงกลดที่สว่างไสว”

    

    “เราไม่ได้พูดลากันสักคำ”

    

    “……”

    

    เสียงขับขานบทเพลงล่องลอยไปในท้องฟ้ายามราตรีที่เงียบสงบดังออกไปไกล

    

    ดวงตาคู่งามของหลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความทึ่ง

    

    เธอไม่รู้มาก่อนว่าเขาร้องเพลงได้ แถมยังร้องเพลงได้ไพเราะมากอีกด้วย

    

    “เพราะจังเลยค่ะ”

    

    “ดวงจันทร์ไปไหน ฉันก็จะไปด้วย”

    

    หนูน้อยดูเหมือนจะชอบประโยคนี้มากและร้องตาม

    

    เมื่อเห็นว่าเธอชอบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ร้องท่อนนี้ออกมาและสอนเธอร้องทีละประโยค

    

    ระหว่างทาง สองพ่อลูกต่างก็ฮัมเพลงกันอย่างสนุกสนาน

    

    เมื่อกลับมาถึงบ้าน หนูน้อยก็เกือบจะร้องเพลงได้จนจบแล้ว และยังคงฮัมเพลงนี้ต่อไปไม่หยุด

    

    หลินเจียอินเห็นแบบนั้นจึงกล่าวว่า “ฉันเห็นว่าเด็กทุกคนในเมืองที่มีอายุไล่เลี่ยกับชานชานได้เข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว ทำไมเราไม่ส่งลูกไปโรงเรียนอนุบาลล่ะ ? ”

    

    หลังจากได้ยินเรื่องนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “ทำไมจู่ ๆ คุณถึงอยากส่งลูกไปโรงเรียนอนุบาลล่ะ ?”

    

    หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณก็ดูสิว่าลูกเรียนร้องเพลงได้เร็วแค่ไหน ถ้าเราให้ลูกไปโรงเรียนอนุบาลเร็ว ลูกก็จะยิ่งเรียนรู้ได้เร็วยิ่งขึ้น”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “ช่างเถอะ ผมจะยังไม่ให้ลูกไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาล เพราะผมอยากปล่อยให้ลูกมีวัยเด็กได้เต็มที่ก่อนที่จะไปเรียนโรงเรียนประถม”

    

    หลินเจียอินชะงักไปชั่วขณะ ไม่คาดคิดเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่เห็นด้วยที่เธอจะให้ลูกสาวไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาลในตอนนี้

    

    การศึกษาของลูกสำคัญแค่ไหน แต่เขากลับไม่ค่อยให้ความสำคัญ

    

    

    คิดแบบนั้น เธอก็เริ่มโกรธขึ้นมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน ในแง่ของการศึกษาสำหรับลูก ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะเชื่อว่าการส่งลูกไปโรงเรียนก่อนเป็นเรื่องที่ดี

    

    พ่อแม่ส่วนใหญ่สนใจแต่ผลการเรียนของลูก แต่ไม่เคยสนใจว่าลูกชอบอะไรจริง ๆ

    

    ดังนั้น ในยุคของคนรุ่นหลังจึงเริ่มมีคลาสสอนแต่งหน้า คลาสเรียนเต้น คลาสสอนพิเศษต่าง ๆ นอกหลักสูตรผุดขึ้นมามากมาย

    

    แม้ว่าในปี 1983 จะไม่มีสิ่งเหล่านี้ แต่ความคิดที่จะให้เด็กไปโรงเรียนก่อนเวลาเพื่อที่จะได้เรียนรู้ก่อนคนอื่น นี่แหละคือความหวังที่ผู้ปกครองเริ่มบ่มเพราะและคาดหวังแต่ผลการเรียนของลูก

    

    ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น

    

    ในชาติที่แล้ว เขาได้ไตร่ตรองถึงสถาบันการศึกษา และเชื่อว่าโรงเรียนสอนให้เด็กมีความรู้มากขึ้นก็จริง แต่ขาดการสร้างอุปนิสัยของเด็ก กระตุ้นความสนใจและบ่มเพาะนิสัยใจคอ

    

    แต่เขานั้นกลับเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิธีคิด และความสามารถในการลงมือทำของเด็กมากกว่าความรู้ที่อยู่ในตำราเรียน

    

    แต่เขาไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้หลินเจียอินเข้าใจได้

    

    ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวานนี้เขาก็มีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงลูกสาวของเขา และเดิมที เขาวางแผนว่าจะเริ่มลงมือหลังจากทำบ้านหลังใหม่เสร็จแล้ว

    

    ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะต้องเริ่มแผนการให้เร็วกว่าเดิมแล้วล่ะ

    

    มิฉะนั้นภรรยาของเขาอาจจะเป็นคนแรกที่ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาคิด

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 91 บทเพลงไล่ตามจันทร์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved