cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 84 ผลของการให้ความหวัง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 84 ผลของการให้ความหวัง
Prev
Next

    ตอนที่ 84 :ผลของการให้ความหวัง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดได้แบบนั้นจึงตอบออกไปว่า “งั้นผมจะเอาเนื้อพะโล้กับตีนหมูพะโล้มาให้อีกอย่างละ 2 ชั่ง”

    

    หวังเหล่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงกระซิบว่า “ตีนหมูพะโล้น่ะได้ แต่ไม่เอาเนื้อพะโล้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

    

    ตีนหมูพะโล้ราคาชั่งละ 2.6 หยวน แต่เนื้อพะโล้ราคาตั้งชั่งละ 6 หยวน ต่อให้หัวหน้าหวังไม่รู้ราคาของเมนูพะโล้ แต่ก็น่าจะรู้ว่าเนื้อวัวแพงกว่าเนื้อหมูมาก

    

    หวังเหล่ยกล่าวต่อว่า “เถ้าแก่เจียง พอดีว่าพรุ่งนี้รองนายกเทศมนตรีจางจะมาตรวจสอบที่โรงงานของเรา และเท่าที่ฉันรู้มา เขาไม่กินเนื้อวัว ดังนั้น……”

    

    ในตอนนั้นเอง เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตระหนักได้ว่าเขาเข้าใจหวังเหล่ยผิด

    

    ในอดีตยุคข้าวยากหมากแพง ผู้คนส่วนใหญ่ยังยากลำบากเรื่องอาหารการกิน เวลาที่ผู้นำลงมาตรวจสอบพวกหน่วยงานระดับล่าง พวกเขาก็จะนำอาหารมาเองหรือไม่ก็กินอาหารเดียวกันกับที่พนักงานทั่วไปของหน่วยงานกิน

    

    แต่หลังจากปี 1978 สถานการณ์นี้ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

    

    บางทีด้วยการพัฒนาผลผลิตและการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงทำให้สภาพเศรษฐกิจของหน่วยงานต่าง ๆ ดีขึ้นและไม่ยากจนเหมือนที่ผ่านมา จึงมีคนเสนอว่าในเมื่อผู้นำลงมาชี้แนะงานให้แล้ว จะให้พวกผู้นำควักเงินจ่ายค่าอาหารเองได้อย่างไร ?

    

    ดังนั้น เวลาผู้นำลงมาตรวจสอบ หน่วยงานก็จะขอเลี้ยงอาหารเพื่อเป็นการต้อนรับผู้นำ

    

    ต่อมา หัวหน้าของแต่ละหน่วยงานก็เริ่มที่จะหน้าใหญ่ใจโตมากขึ้น และรู้สึกว่าการเลี้ยงอาหารนั้นยังไม่เพียงพอที่จะแสดงความเคารพต่อผู้นำ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มต้อนรับผู้นำโดยการนำอาหารดี ๆ มาเลี้ยงต้อนรับ เพื่อเป็นหน้าเป็นตาแก่หน่วยงานของตนด้วย

    

    สิ่งสำคัญคือต้องมีเนื้อในเมนูเหล่านั้น เพื่อให้ผู้นำจะได้เห็นถึงความกระตือรือร้นของหน่วยงาน

    

    ในตอนแรก มาตรฐานของแต่ละหน่วยงานจะต่ำพอ ๆ กัน แต่เมื่อบางหน่วยงานเริ่มมีการต้อนรับผู้นำโดยมีเมนูเนื้อสัตว์ในอาหาร ก็เริ่มมีการเปรียบเทียบกันเกิดขึ้น

    

    ถ้าที่หน่วยคุณต้อนรับด้วยเมนูเนื้อ ฉันก็จะต้อนรับด้วยเมนูเนื้อหนึ่งอย่างกับเมนูผักสองอย่างและซุปอีกหนึ่งอย่าง

    

    แต่ถ้าคุณต้อนรับด้วยอาหารสามอย่างกับซุปหนึ่งอย่าง ฉันก็จะต้อนรับด้วยอาหารสี่อย่างกับซุปหนึ่งอย่าง

    

    แต่ถ้ามีอาหารเท่ากัน ก็ขึ้นอยู่กับว่าอาหารจานไหนจะพิเศษกว่ากัน

    

    สถานการณ์นี้พัฒนามาจนถึงปี 1983 กล่าวได้ว่าทุกหน่วยงานพยายามอย่างมากในการต้อนรับผู้นำ

    

    ดังนั้นคนสองชาติอย่างเจียงเสี่ยวไป๋จึงคุ้นเคยกับเรื่องอะไรเทือกนี้ดี

    

    แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยประทับใจกับเรื่องพวกนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ต่อต้าน

    

    เพราะท้ายที่สุดแล้ว แต่ละยุคสมัยก็เป็นแบบนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่คนตัวเล็กอย่างเขาจะหยุดหรือเปลี่ยนแปลงได้

    

    “หัวหน้าหวัง งั้นเอาแบบนี้ดีไหม พรุ่งนี้ผมจะทำทำพะโล้ไก่ทั้งตัวกับพะโล้ปลาให้หนึ่งตัว แบบนี้คงไม่เสียหน้าหรอกใช่ไหม ? ”

    

    หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวขึ้นมา

    

    “เยี่ยมมาก ! ”

    

    หวังเหล่ยดีใจมากและพูดว่า “งั้นฉันขอน้ำพะโล้เพิ่มด้วย จะให้พ่อครัวอุ่นก่อนเสิร์ฟเอง”

    

    “ได้ครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตกลงอย่างง่ายดายและกล่าวลากับหวังเหล่ย

    

    เมื่อเขากลับมาถึงร้านก็เห็นว่ามีลูกค้าอยู่เต็มร้าน แต่มีแค่ถานเสี่ยวฟางเพียงคนเดียวที่ทำงาน เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบเข้าไปช่วย

    

    “เถ้าแก่ หลานสาวของฉันชอบกินน่องไก่พะโล้ที่ฉันซื้อกลับไปเมื่อวานมาก ฉันเลยคิดว่าวันนี้จะซื้อกลับไป 2 ชั่งเลย”

    

    ชายวัยกลางคนในวัยห้าสิบปีเศษยื่นธนบัตร 10 หยวนให้และกล่าวออกมา

    

    น่องไก่พะโล้ราคาชั่งละ 4 หยวน หากซื้อ 2 ชั่งก็ต้องจ่าย 8 หยวน

    

    ในยุคนี้ อาจกล่าวได้ว่าใครก็ตามที่ยอมซื้อน่องไก่ในราคา 8 หยวนได้ คนนั้นคือเศรษฐี

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกทึ่ง ในเมืองจิงโจวแห่งนี้มีคนรวยอยู่ไม่น้อยเลย

    

    เขารับเงินด้วยรอยยิ้มและชั่งน่องไก่พะโล้ให้ เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนชื้อเยอะ เขาจึงหยิบชามเปล่าอีกใบขึ้นมาแล้วคีบผักพะโล้ เช่น สาหร่ายทะเล เห็ดเข็มทอง ฯลฯ ลงไป

    

    “ลูกค้า อันนี้ผมแถมให้ ลองเอาไปชิมดู ถ้าชอบก็กลับมาอุดหนุนเราอีกนะครับ”

    

    “เถ้าแก่ใจกว้างจริง ๆ ถึงว่าทำไมธุรกิจถึงรุ่งเรือง ขอบคุณมากนะ”

    

    ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างมีความสุข เขารับชามกระดาษสองใบและเงินทอนกลับไป

    

    ลูกค้าที่อยู่ข้างหลังเห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “เถ้าแก่ แถมให้ฉันแบบนี้ชามหนึ่งสิ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มตอบรับทันที เขารีบตักและยื่นให้กับลูกค้าคนนั้น

    

    ถานเสี่ยวฟางที่เห็นเหตุการณ์อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และถามออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เจียง พี่ตักให้ลูกค้าฟรีแบบนี้ทุกคน แม้ว่าจะตักไม่เยอะ แต่รวมกันแล้วก็ไม่น้อย ถ้าขายคงได้เงินเป็นจำนวนมากเลยนะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดขึ้นมาว่า “พะโล้ผักเหล่านี้เพิ่งมีที่นี่เป็นที่แรก หลายคนยังไม่เคยลองชิม พวกเขาไม่รู้ว่าพะโล้แบบนี้อร่อยแค่ไหน การให้พวกเขาได้ชิมถือเป็นการส่งเสริมการตลาดเผื่อในอนาคต ยอดขายของเราจะได้เพิ่มขึ้น”

    

    ถานเสี่ยวฟางดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ เธอได้แต่อุทานคำว่า “อ้อ” ออกมา แต่ก็ยังทำหน้าสับสนอยู่ดี

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อดทนสอนให้เธอเป็นคนใจกว้างในการทำธุรกิจ ไม่เพียงต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเท่านั้น แต่ยังต้องตอบแทนลูกค้าเป็นครั้งคราวด้วย เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรากำลังให้ส่วนลดแก่พวกเขา ในระยะนี้ เราต้องพยายามอย่างดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

    

    เพราะการทำธุรกิจนั้น มีหลักการมากมายที่ต้องเรียนรู้ !

    

    ถานเสี่ยวฟางรู้สึกอัศจรรย์ใจหลังจากได้ยินสิ่งนี้

    

    “พี่เจียง ฉันต้องเรียนรู้การทำธุรกิจจากพี่ให้ได้”

    

    “อืม”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ในอนาคต หากว่าเธอเข้าใจหลักการพวกนี้ดีแล้ว ฉันจะเปิดร้านแล้วให้เธอมาผู้จัดการ”

    

    ก่อนที่เขาจะรู้ตัว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ให้ความหวังกับพนักงานของเขาแล้ว

    

    อืม แต่จะบอกว่ามันคือการให้ความหวังก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว ชาติที่แล้วเขามีทรัพย์สินหลายหมื่นล้าน ดังนั้นชาตินี้ที่เขามีความทรงจำ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ของชาติที่แล้วอยู่ เขาเชื่อว่าตนเองจะเปิดร้านอีกกี่ร้านก็ได้

    

    ถานเสี่ยวฟางรู้สึกตื่นเต้นมาก

    

    “การเป็นผู้จัดการร้านก็คล้ายกับที่พี่เจียอินเป็นใช่ไหมคะ ? ”

    

    “ถ้าเป็นเหมือนพี่เจียอิน งั้นฉันก็จะได้เป็นเจ้านายคนน่ะสิ ! ”

    

    “เอาล่ะ ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจทำงานอย่างหนักและเรียนรู้ในสิ่งที่พี่เจียงสอน จะทำให้ทุกคนรู้ว่าฉันมีความสามารถมากแค่ไหน”

    

    ต้องบอกว่าเมื่อความคิดของคน ๆ หนึ่งเปลี่ยนไป ทัศนคติที่มีต่องานของเขาก็จะเปลี่ยนไปด้วย และประสิทธิภาพในการทำงานก็จะดีขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน

    

    เมื่อลูกค้าคนถัดไปซื้อหัวหมูพะโล้ 1 ชั่ง ถานเสี่ยวฟางก็เลียนแบบวิธีการของเจียงเสี่ยวไป๋ เธอลองให้ลูกค้าชิมพะโล้ผักและพูดว่า “คุณลูกค้าคะ หากสนใจ ลองชื้อพะโล้ผักไปทานดูได้ มันเหมาะมากที่จะเอาแกล้มเหล้า”

    

    ลูกค้าลังเลเล็กน้อย แต่ก็ตกลงที่จะซื้อไป

    

    เมื่อลูกค้าคนต่อไปเข้ามา ถานเสี่ยวฟางก็ให้เธอลองชิมพะโล้ผักดูและพูดว่า “พี่สาว พะโล้ที่พี่ซื้อไปส่วนมากแล้วผู้ใหญ่จะชอบทาน ทำไมไม่ลองซื้อน่องไก่พะโล้สักสองชิ้นกลับไปให้ลูก ๆ ของคุณชิม เผื่อพวกเขาจะชอบ”

    

    เมื่อลูกค้าสาวได้ยินดังนั้น เธอก็ไม่ปฏิเสธและซื้อน่องไก่กลับไปหนึ่งชั่ง

    

    หลังจากประสบความสำเร็จสองครั้งติดต่อกัน ถานเสี่ยวฟางดูเหมือนจะมีประสบการณ์มากขึ้น เธอมักจะทำการวิเคราะห์โดยพิจารณาจากอายุและการแต่งตัวของลูกค้า ก่อนจะแนะนำเมนูอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

    

    เธอหน้าตาน่ารัก พูดจาไพเราะ บริการดี ลูกค้าน้อยคนนักที่จะกล้าปฏิเสธเธอ

    

    เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ที่อยู่ข้าง ๆ เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า

    

    คนยุคนี้ไม่ค่อยมีความสามารถในการปฏิเสธคนเพราะกลัวเสียหน้า แค่คนขายแนะนำนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ซื้อตามแล้ว

    

    เพียงแต่ว่าพนักงานขายบางคนยังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะชักจูงลูกค้า

    

    แต่หากว่ามีเทคนิคในการขายที่ฉลาด การขายก็จะง่ายขึ้น

    

    ดังนั้นคนรุ่นหลังจึงมักมีคำพูดว่ากลุ่มคนที่รวยสุดเป็นกลุ่มแรก ๆ ก็คือคนหน้าด้านหน้าทนดี ๆ นี่เอง

    

    หลังจากนั้น ลูกค้าก็ทยอยเข้ามาไม่หยุด จนเวลาประมาณบ่าย 3 โมง หัวหมูพะโล้และหูหมูพะโล้ก็ขายหมด ยกเว้นเนื้อตุ๋นและคอเป็ดที่เหลือเยอะหน่อย ส่วนเมนูอื่นเหลือไม่มากแล้ว

    

    เมื่อเห็นแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปที่ครัวหลังร้าน เพื่อทำเมนูที่ใกล้จะหมดเสริมเข้าไปอีก

    

    เพราะเขากลัวว่าจะไม่มีขายในช่วงเย็นและค่ำ

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 84 ผลของการให้ความหวัง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved