cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 33 ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 33 ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้
Prev
Next

    ตอนที่ 33 :ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้

    

    ”ชานชาน รีบลุกเร็ว ๆ พ่อจะทำอาหารเช้าให้กิน”

    

    หลังจากล้างหน้าล้างตาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินไปที่เตาพร้อมกับขันน้ำในมือ พลางพูดขึ้นมาว่า

    

     “คุณไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวผมจะทำผัดบะหมี่ให้กิน”

    

    หลินเจียอินเดินตามเข้ามาหยิบขันน้ำจากมือของเจียงเสี่ยวไป๋ เธอเทน้ำในขันทิ้ง เอื้อมมือไปสะบัดผ้าขนหนูที่แขวนไว้ตรงตะปูบนผนัง

    

    เมื่อถูกภรรยาปรนนิบัติแบบนั้น หัวใจของเจียงเสี่ยวไป๋ก็หวานราวกับน้ำผึ้ง

    

    ยิ่งภรรยาทำแบบนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจที่เคยทำไม่ดีกับเธอ

    

     “อีกอย่าง ผมก็ว่าจะทำปาท่องโก๋ให้คุณกินเช้านี้ด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พับแขนเสื้อขึ้นและเริ่มผสมแป้งสำหรับทำเป็นเส้นบะหมี่และปาท่องโก๋

    

    ปาท่องโก๋ที่เขาเคยกินเมื่อวันวานและผัดบะหมี่ที่เขากินเมื่อวานนี้ เขายังจำรสชาติของมันได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นวันนี้ ภรรยาและลูกสาวของเขาต้องได้กินเหมือนที่เขาเคยกิน แต่รสชาติต้องดีกว่า

    

    ปาท่องโก๋ ?

    

    ดวงตาของหลินเจียอินเบิกกว้างขึ้นมา

    

    สมัยที่เธอกับเจียงเสี่ยวไป๋ยังเรียนอยู่ด้วยกัน พวกเขาจะซื้อปาท่องโก๋กินก่อนไปเรียนด้วยกันทุกครั้ง เธอชอบกลิ่นหอม ๆ ของแป้งที่โดนน้ำมัน และชอบความกรอบของมันหลังจากที่ทอดเสร็จใหม่ ๆ ร้อน ๆ

    

    ทว่าหลังจากที่เธอแต่งงานกับเจียงเสี่ยวไป๋มา เธอก็ไม่ได้กินปาท่องโก๋อีกเลย

    

    หลายครั้งที่เธอไปจ่ายตลอดในอำเภอชิงซาน เธออดไม่ได้ที่จะมองไปยังร้านขายปาท่องโก๋ แต่เพราะความจน เธอจึงไม่กล้าที่จะซื้อกินเพียงลำพัง

    

    คิดดูแล้วก็คิดถึงรสชาตินั้นจริง ๆ

    

    หรืออาจจะบอกว่า เธอไม่อาจเอาช่วงเวลาที่สวยงามสมัยเยาว์วัยนั้นกลับมาได้

    

    เธอจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความเหม่อลอย เขาขนมันฝรั่งกว่าร้อยจินเข้าไปในเมืองตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง และยังรีบกลับมาเพื่อมาทำอาหารให้เธอกับลูกได้ทานแต่เช้าตรู่ เขายังไม่ได้หยุดพักเลยด้วยซ้ำ แถมยังบอกว่าจะทำปาท่องโก๋ที่เธอชอบให้กินด้วย

    

    ในขณะนี้ หัวใจของเธอเริ่มที่จะเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจเหมือนครั้งแรกที่รักกัน

    

     “ไม่ต้องหรอก ที่บ้านยังมีซุปกระดูกกับเกี๊ยวที่ทำเมื่อคืนเหลืออยู่ ไม่ต้องลำบากทำเพิ่มก็ได้ ฉันกับลูกกินแค่นี้ก็พอแล้ว”

    

    ขอบตาของหลินเจียอินเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เธอเช็ดมันออกอย่างรวดเร็วและพูดเบา ๆ

    

    ”ผมอยากทำจริง ๆ ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยืนยันออกมาเสียงแข็ง “เมียจ๋า ผมอยากให้คุณและชานชานจริง ๆ แค่กินอิ่มยังไม่พอหรอก ต้องได้กินของดี ๆ และอร่อยด้วย ”

    

     “แต่…นั่นมันลำบากเกินไป”

    

    ”ไม่เป็นไร ผมทำเสร็จเร็วจะตายไป ! ”

    

    เอ่อ……

    

    ทันทีที่พูดจบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที เขาเป็นผู้ชาย พูดคำว่าทำเสร็จเร็วออกมาได้อย่างไร ?

    

    เขายิ้มด้วยความเขินอาย และเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น

    

    สำหรับมื้อเช้านี้ ในที่สุดหลินเจียอินก็ได้กินปาท่องโก๋ทอดร้อน ๆ อย่างที่เธอต้องการ

    

    นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ยังทำน้ำเต้าหู้ให้ดื่มคู่กันด้วย

    

    กัดปาท่องโก๋กรอบ ๆ เต็มปากเต็มคำ แล้วจิบน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ตามลงไป ไม่ต้องพูดถึงว่ามันฟินขนาดไหน

    

    หลินเจียอินกินไปยิ้มไปอย่างมีความสุข มันเป็นอาหารเช้าที่อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมา

    

    หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ทานอาหารเช้าเสร็จ เขาก็บอกให้หลินเจียอินรับซื้อมันฝรั่งเพิ่ม จากนั้นก็ขนกระสอบมันฝรั่งที่เหลือสองกระสอบเข้าไปในเมืองต่อ

    

    เพราะเขารับปากกับลูกค้าหลายคนเอาไว้แล้วเมื่อวานนี้ ว่าจะมาเปิดร้านตอน 10 โมง

    

    ทว่าในตอนที่เขามาถึงโรงน้ำชาก็ปาไป 9 โมงกว่าแล้ว

    

    ในเวลานี้หวังผิงและเฝิงเยี่ยนหงก็ได้มาถึงโรงน้ำชาแล้ว หวังผิงได้จุดเตาและเติมถ่านเข้าไป ก่อนจะไปเอาอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกมาเตรียมไว้ และยกโต๊ะยกเก้าอี้ออกมาตั้งที่หน้าร้าน

    

    ส่วนเฝิงเยี่ยนหงก็รับหน้าที่ปอกเปลือกมันฝรั่ง และหั่นใส่กะละมังเตรียมเอาไว้

    

    ทั้งสามทักทายกันสั้น ๆ เมื่อเอามันฝรั่งลงที่ร้านเสร็จ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปที่โรงพิมพ์ต่อ

    

    เพราะเขาได้จ้างเซี่ยงเฉียนจิ้น ให้ทำชามที่ใช้แล้วทิ้งจากระดาษมากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาให้กับเขาวันนี้

    

     “พี่ครับ อยู่ไหมครับ”

    

    ”เข้ามาดูก่อนสิว่าชามแบบใช้แล้วทิ้งเหล่านี้ ตรงตามความต้องการของนายไหม”

    

    ที่โรงพิมพ์ เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามา เซี่ยงเฉียนจิ้นก็กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม

    

     “ผมต้องขอบคุณพนักงานทุกคนด้วย ที่ยอมทำงานหนักมาทั้งคืน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดกับเซี่ยงเฉียนจิ้น แต่เขาพูดกับคนงานที่ยืนอยู่รอบ ๆ อย่างสุภาพ

    

    หลังจากที่ทั้งสองทักทายกัน เจียงเสี่ยวไป๋ก็เข้าไปตรวจสอบสินค้าที่เขาสั่งทำทันที

    

    ขนาด ความหนาของชาม และรูปแบบของชามกระดาษที่ทำขึ้นในครั้งนี้เป็นไปตามที่เขากำหนดเอาไว้ทั้งหมด ส่วนคุณภาพของสินค้านั้นก็ผ่านการทดสอบเช่นกัน

    

    และที่น่ายินดียิ่งกว่าคือโรงพิมพ์สามารถทำยอดได้มากกว่า 6,000 ใบภายในหนึ่งคืน

    

    ”นี่เป็นครั้งแรกที่คนงานของเราได้ลองทำ ในตอนแรกมันยังไม่ดีพอ แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็สามารถทำได้อย่างดี”

    

    เซี่ยงเฉียนจิ้นอธิบาย

    

     “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องรีบ แค่วันละสองสามร้อยใบก็พอครับ ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พอใจเป็นอย่างมาก เขาพูดด้วยรอยยิ้ม

    

    โรงพิมพ์มีรถบรรทุก เซี่ยงเฉียนจิ้นจึงได้ให้คนงานยกชามกระดาษ 6,000 ใบใส่รถบรรทุกขนไปยังโรงน้ำชาของหวังผิงทันที

    

    ”เอ่อ ไม่ทราบว่ามาทำอะไร…?”

    

    หวังผิงถามคนงานที่มาส่งถ้วยกระดาษด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นชามกระดาษที่เจียงเสี่ยวไป๋หยิบออกมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “นี่คือชามแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งสะดวกสำหรับลูกค้าที่ซื้อกลับบ้าน”

    

    ชามใช้แล้วทิ้ง ?

    

    นี่เป็นครั้งแรกที่หวังผิงและเฝิงเยี่ยนหงได้ยินเรื่องนี้ หลังจากฟังเจียงเสี่ยวไป๋อธิบายรายละเอียดให้ฟังจนจบ พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจและคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี

    

    ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อกลับบ้านหรือจะกินในโรงน้ำชา ก็สามารถทิ้งชามลงถังขยะได้ทันที ไม่ต้องกลัวว่ามันจะแตก ประหยัดแม้กระทั่งเวลาในการล้างจาน

    

     “ราคาไม่แพงเกินไปใช่ไหม ? ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงถามขึ้นมาด้วยความกังวล

    

     “ราคาของมันแค่หนึ่งถึงสองเฟินต่อใบเท่านั้น อีกทั้งชามกระดาษนี้ ยังใบใหญ่กว่าชามหัวเข็ม ดังนั้นตั้งแต่วันนี้ไป ผัดมันฝรั่งจะขายในราคา 4 เหมา ” เจียงเสี่ยวไป่กล่าว

    

     “4 เหมา ? ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

    

    เมื่อวานนี้ เจียงเสี่ยวไป๋มีรายได้มากถึง 80 หยวน ทั้งที่ขายในราคาถ้วยละ 3 เหมา ซึ่งใช้มันฝรั่งหมดไปทั้ง 2 กระสอบ แต่วันนี้เขาเอามาตั้ง 4 กระสอบ

    

    หากว่าขายหมดทั้ง 4 กระสอบ ไม่ใช่ว่าเขาจะหาเงินได้มากถึง 200-300 หยวนเลยหรือ

    

    หากมีรายได้ 200-300 หยวนต่อวัน เดือนหนึ่งก็ได้เกือบ 10,000 หยวน

    

    เมื่อคิดแบบนี้ เฝิงเยี่ยนหงก็รู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก

    

    ในตอนนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ขอให้หวังผิงหาลังกระดาษมาเขียนข้อความลงไป และเอามาแปะไว้ที่หน้าร้าน

    

    ”ผัดมันฝรั่ง ชิมฟรี ไม่คิดเงิน ไม่ชอบไม่ต้องจ่ายเงิน ! ”

    

    ป้ายลังกระดาษถูกห้อยลงมาจากชายคาของกันสาดด้วยเชือก ทำให้ผู้สัญจรผ่านไปมาสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

    

    ”เป็นคนหัวการค้าจริง ๆ ”

    

    เมื่อเห็นแบบนี้ เฝิงเยี่ยนหงก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม

    

    หลังจากช่วยกันเปิดร้านเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เริ่มผัดมันฝรั่งกระทะแรก

    

    ”สหาย ถ้าผัดมันฝรั่งของคุณไม่อร่อย ไม่ต้องจ่ายเงินใช่ไหม ? ”

    

    ในไม่ช้า ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาก็ถูกดึงดูดด้วยป้ายโฆษณาที่แขวนอยู่บนชายคาของกันสาด

    

    แม้ว่าผัดมันฝรั่งจะไม่ค่อยอร่อยนัก แต่ร้านนี้ก็ทำได้หอมเตะจมูกมาก

    

    หากไม่อร่อยก็ไม่ต้องจ่ายเงิน ลองไปชิมฟรีดูก่อนไม่เสียหายอะไร

    

     “ใช่ครับ คุณลูกค้าไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน ลองมาชิมดูก่อนได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    ”ได้ ๆ ขอชิมดูก่อนนะ”

    

    ”งั้นนั่งรอสักครู่นะครับ ผัดมันฝรั่งใกล้จะสุกแล้ว ”

    

     “ไม่เป็นไร ฉันยืนจะรออยู่ตรงนี้แหละ”

    

    ชายคนนั้นรอประมาณห้าถึงหกนาที ไม่นานผัดมันฝรั่งกระทะแรกก็สุก

    

    ในช่วงเวลานี้ ป้ายโฆษณาชิมฟรีได้ดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้เข้ามาหา จนตอนนี้ที่หน้าร้านมีคน 4-5 คนกำลังยืนรอคิวที่จะชิมฟรีอยู่

    

    เจียงเสี่ยวไป๋นำมันฝรั่งทั้งหมดที่ผัดในกระทะแรก ใส่ลงในหม้อเคลือบที่มีเครื่องปรุงสูตรพิเศษอยู่ในนั้น ทำการคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าไปในมันฝรั่ง

    

    หลังจากนั้น เขาหยิบไม้ที่ทำมา จิ้มลงไปในมันฝรั่งสองสามชิ้น

    

     “นี่ครับทุกคน ลองชิมดูก่อน”

    

     “ชิมฟรีได้คนละ 3 ชิ้นครับ หากว่าอยากกินมากกว่านี้ก็ต้องอุดหนุนผมแล้วล่ะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว

    

    อ่า ?

    

    ไม่ใช่ชิมฟรีทั้งชาม แต่ให้ชิมเพียงสามชิ้นเท่านั้น

    

    คนที่ยืนรอชิมอยู่สองคนรู้สึกว่าเหมือนกับถูกหลอก และรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

    

    แต่ไหน ๆ ก็มายืนรอตั้งนานแล้ว ขอชิมก่อนก็แล้วกัน

    

    หลายคนรีบหยิบไม้จิ้มในกระบอกไม้ไผ่ แล้วจิ้มมันฝรั่งสีทองที่เคลื่อบด้วยซอสสูตรพิเศษ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ

    

    ”ไอ้หยา อร่อยใช้ได้เลย”

    

    ”กินได้ไม่เบื่อ ไม่คิดว่าผัดมันฝรั่งจะอร่อยขนาดนี้”

    

    ”นี่มัน… อร่อยเกินไปแล้ว”

    

    ”…”

    

    ทุกคนเพิ่งกัดเข้าไปคำแรก และหลายคนที่ได้ลองชิมก็รู้สึกประหลาดใจ

    

    จะบอกว่าไม่อร่อยก็เป็นไปไม่ได้

    

    เพราะมันอร่อยจริง ๆ

    

     “เถ้าแก่ แล้วขายยังไง ”

    

     “ใช่ เถ้าแก่ ราคาเท่าไหร่”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบชามกระดาษออกมาและพูดว่า “ราคาชามละ 4 เหมา แถมไม้เอาไปจิ้มกินด้วย จะนั่งกินในโรงน้ำชาหรือซื้อกลับบ้านได้ครับ”

    

     “ชามละ 4 เหมา ไม่แพงไปหรือ”

    

    ”มันไม่แพงไปหน่อยหรือ เงิน 4 เหมาซื้อข้าวได้ตั้ง 4 จินเชียวนะ”

    

    ลูกค้าสองคนเกิดความลังเลเล็กน้อย

    

     “ถึงจะแพง แต่หากอร่อยก็คุ้มค่า ฉันซื้อชามนึง”

    

     “งั้นเถ้าแก่ ฉันก็เอาชามหนึ่ง”

    

    ”ฉันเอาผัดมันฝรั่งแสนอร่อยสองชามจ้า เอากลับบ้านไปให้ลูกสะใภ้ของฉันได้ชิมด้วย”

    

    คนที่เหลืออีกสามสี่คนกลับซื้อโดยไม่ลังเล

    

     “ได้เลยครับลูกค้า รอสักครู่ ผมจะใส่ชามให้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่รีบตักมันฝรั่งให้ลูกค้าทั้งสามคนอยู่ เขาก็ไม่ลืมที่จะพูดกับอีกสองคนที่ดูจะลังเลว่า “หากยังลังเล หรือไม่แน่ใจในรสชาติ ลองชิมอีกสองชิ้นดูก็ได้นะครับ”

    

    ในตอนแรกทั้งสองคนคิดว่ามันแพงไปหน่อย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คิดที่จะซื้อมัน แค่อยากมาลองชิมฟรีก็เท่านั้น แต่หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดแบบนี้ออกมา พวกเขาก็มองไปที่มันฝรั่งสีทองในกะละมัง แล้วทั้งคู่ก็หยิบไม้จิ้มขึ้นมาราวกับถูกผีดึงมือ หลังจากนั้นก็จิ้มมันเข้าปากทันที

    

    ในขณะนี้ ลูกค้ารายแรกที่ได้ผัดมันฝรั่งไป แทบรอไม่ไหวที่จะกินมัน

    

    ”อร่อย ! ”

    

     “อร่อยจริง ๆ ! ”

    

    เขายังชมออกมาไม่หยุด ส่วนลิ้นก็ยังวนอยู่ในปากเพื่อสัมผัสรสชาติที่ยังหลงเหลือ ส่วนเสียงของเขาก็แหบพร่าเล็กน้อย

    

    แต่ดูสีหน้าตอนกินสิ อร่อยจริง ๆ

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 33 ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved