cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 213 มีบางคนที่คุณไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 213 มีบางคนที่คุณไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้
Prev
Next

    ตอนที่ 213 :มีบางคนที่คุณไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้

    

    มู่ฟางหยวนกล่าวทันทีว่า “พี่เขย โรงงานของเรายังค้างชำระค่าไฟฟ้ามากกว่า 20,000 หยวนไม่ใช่หรือ ? พี่สั่งตัดไฟในโรงงานเลย”

    

    หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองออกไปด้วยความคาดหวัง

    

    เขาเชื่อว่าตราบใดที่ไฟฟ้าดับทั้งโรงงาน เมิ่งเสี่ยวเป่ยจะต้องไปที่สำนักงานการไฟฟ้าเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีไฟฟ้าใช้ และโรงงานจะไม่สามารถดำเนินการผลิตได้

    

    เมื่อเมิ่งเสี่ยวเป่ยได้พบกับพี่เขยของเขา พี่เขยก็จะถือโอกาสนี้เจรจาเรียกร้องความยุติธรรมให้เขา และหลังจากนั้นเรื่องนี้อาจจะคลี่คลายลงไปได้

    

    ชางเจี้ยนเฉิงเหลือบมองมู่ฟางหยวน แล้วพูดอย่างใจเย็น “ค่าไฟฟ้าที่โรงงานของนายเคยค้างชำระไว้ ตอนนี้ได้มีการชำระครบหมดแล้ว ! ”

    

    ฮะ ?

    

    มู่ฟางหยวนตกตะลึง และถามออกมาด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อว่า “พี่เขย พี่พูดจริงหรือ ? ”

    

    เงินตั้ง 20,000 หยวนที่โรงงานฟิล์มพลาสติกเป็นหนี้ก่อนทำสัญญากับเจียงเสี่ยวไป๋ เขาไม่เชื่อว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยินดีจ่ายหนี้นั้นให้ทันทีที่เซ็นสัญญารับช่วงต่อโรงงาน

    

    ชางเจี้ยนเฉิงกล่าวว่า “เอาล่ะ นายคิดว่าฉันจะโกหกงั้นหรือ ? ”

    

    มู่ฟางหยวนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง แบบนี้แผนการของเขาก็ล้มเหลวแล้วสินะ

    

    หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็กัดฟันและพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึมไปว่า “พี่เขย แม้ว่าโรงงานจะจ่ายค่าไฟฟ้าแล้ว แต่พี่ก็ยังมีอำนาจในการสั่งจ่ายไฟใช่ไหม”

    

    ชางเจี้ยนเฉิงพูดด้วยความโกรธ “ฉันเป็นใคร ถึงได้มีสิทธิ์มาสั่งให้หยุดจ่ายไฟให้คนอื่นโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้”

    

    มู่ฟางหยวนกล่าวว่า “พี่ก็ให้เหตุผลไปว่า…..กำลังปรับปรุงสายไฟ ! ”

    

    หลังจากที่เขาพูดจบ เขาเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่สามารถคิดเรื่องที่ฉลาดเช่นนี้ออกมาได้ในเวลาอันสั้น จึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ใช่ ถ้าเราให้เหตุผลว่ากำลังปรับปรุงสายไฟ คงไม่มีใครมาตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะพี่เขยของผมเป็นคนสั่งการ ! ”

    

    ชางเจี้ยนเฉิงส่ายหัวแล้วพูดว่า “เกรงว่าจะไม่ได้ ! ”

    

    มู่ฟางหยวนตกตะลึง พี่เขยกำลังปฏิเสธคำขอของเขาอยู่ใช่ไหม

    

    พี่เขยของเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ได้บอกว่าเขาตอบรับคำร้องขอเสมอ แต่เขาแทบจะไม่เคยปฏิเสธคำขอความช่วยเหลือโดยตรงเลย

    

    เขายังไม่ยอมแพ้และพูดว่า “พี่เขย ทำไมถึงช่วยผมไม่ได้ล่ะ ? ”

    

    ชางเจี้ยนเฉิงเหลือบมองน้องเขยของเขาแล้วพูดว่า “ฉันรู้จักเจียงเสี่ยวไป๋ที่เซ็นสัญญากับโรงงานของนาย นายไม่ควรไปยุ่งกับผู้ชายคนนี้ ! ”

    

    มู่ฟางหยวนไม่คาดคิดว่าพี่เขยของเขาจะรู้จักเจียงเสี่ยวไป๋ อีกทั้งยังบอกไม่ให้เขายุ่งกับเจียงเสี่ยวไป๋ด้วย

    

    เขาไม่อยากจะยอมรับเรื่องนี้ !

    

    ไม่มีทาง !

    

    “พี่เขย เจียงเสี่ยวไป๋เป็นเพียงพ่อค้าคนหนึ่งไม่ใช่หรือ ? เขาเกาะภรรยาที่ร่ำรวยของเขากิน ไม่ต่างจากแมงดาตัวหนึ่ง”

    

    ชางเจี้ยนเฉิงส่ายหัวแล้วพูดด้วยความโกรธว่า “แกจะไปรู้ดีอะไร ! ”

    

    “แกคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นเพียงพ่อค้าธรรมดางั้นหรือ ? เขาเป็นถึงเจ้าของธุรกิจร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงและร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเหอที่มีแฟรนไชส์ขยายไปทั่ว”

    

    “เขาไม่เพียงแต่ทำสัญญากับโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกที่แกทำงานอยู่เท่านั้น แต่ยังเปิดโรงงานเครื่องปรุงรสกุ้งอบน้ำมันชิงเจียง และโรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลืองชิงโจวอีกด้วย”

    

    มู่ฟางหยวนได้ยินแบบนั้นก็ตกตะลึงทันที

    

    ถ้าพี่เขยไม่บอกเขา เขาก็คงไม่รู้จริง ๆ ว่าเจียงเสี่ยวไป๋มีโรงงานมากมายขนาดนี้

    

    ชางเจี้ยนเฉิงกล่าวต่ออีกว่า “แกรู้ไหม ตอนที่โรงงานทั้งสองได้มาติดต่อกับสำนักงานการไฟฟ้า พวกเขามาพร้อมกับรองนายกเทศมนตรีจางและติงจวิ้นเจี๋ย ? ”

    

    “ไม่ต้องพูดถึงฉัน แม้แต่ผู้อำนวยการเหลยของเราก็ยังสุภาพกับเจียงเสี่ยวไป๋”

    

    มู่ฟางหยวนแสดงสีหน้าขมขื่นออกมา พี่เขยของเขาเป็นเพียงหัวหน้าสำนักงานการไฟฟ้า แต่ผู้อำนวยการเหลยที่เป็นหัวหน้าระดับสูงยังสุภาพต่อเจียงเสี่ยวไป๋ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดไฟโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติก

    

    แต่อย่างไรก็ตาม มันยังไม่จบ

    

    ชางเจี้ยนเฉิงยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ผู้อำนวยการหวังเต๋อคุนจากสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการเฉียนฟางอี้จากสำนักงานคลัง หัวหน้าโจวเต๋อฟู่จากกลุ่มผู้บริโภค รองผู้อำนวยการเหรินชางเซี่ยจากสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ ผู้อำนวยการจูกั๋วฟู่จากธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีน ประธานฟู่เต๋อเจิ้งจากสำนักพิมพ์ชิงโจว และแม้แต่รองนายกเทศมนตรีจางต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจียงเสี่ยวไป๋ทั้งนั้น”

    

    หลังจากพูดจบ เขาก็เหลือบมองมู่ฟางหยวนแล้วถามว่า “แบบนี้นายยังอยากยุ่งกับเขาอีกหรือ ? ”

    

    มู่ฟางหยวนตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ เขาไม่เคยคาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะมีอำนาจและมีเครือข่ายที่กว้างขวางเช่นนี้

    

    เขาคิดว่าศัตรูของเขาเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดา ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีอำนาจใหญ่โตแบบนี้

    

    แบบนี้เขาจะสู้ได้อย่างไร ?

    

    คงต้องยอมรับชะตากรรม !

    

    คนบางคนแตะต้องไม่ได้ด้วยซ้ำ !

    

    มู่ฟางหยวนไม่ได้คิดที่จะมากินข้าวที่บ้านพี่เขยของเขา ดังนั้นเขาจึงออกไปทันทีด้วยความสิ้นหวังหลังจากพูดจบ

    

    เขาต้องการไปอยู่คนเดียวเงียบ ๆ !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าชางเจี้ยนเฉิงช่วยเขาขจัดปัญหาด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่ก็แปลกเล็กน้อยที่เขาไม่เห็นมู่ฟางหยวนเคลื่อนไหวมาสองสามวันแล้ว

    

    จนกระทั่งเมิ่งเสี่ยวเป่ยรายงานกับเขาว่ามู่ฟางหยวนได้ลาออกไป เขาไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าทำไมมู่ฟางหยวนจึงเต็มใจที่จะลาออก

    

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเจียงเสี่ยวอวี่ก็กำลังอยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน และเจียงเสี่ยวเหลยก็สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายชั้นนำของเมืองชิงโจวได้สำเร็จ

    

    “งั้นผมก็เรียนขับรถได้แล้วสิ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

    

    หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับบ้านมาทุกเย็น เขาก็สอนเจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวชิงขับรถ

    

    เพราะเขาต้องทำตามสิ่งที่เขารับปากกับเจียงเสี่ยวเหลยไว้

    

    แต่ทว่าเจียงเสี่ยวชิงก็อายุ 18 ปีแล้ว เนื่องจากเขาสอนเจียงเสี่ยวเหลยขับรถอยู่ เขาจึงคิดว่าจะสอนทั้งสองไปพร้อม ๆ กัน เมื่อพวกเขาฝึกเสร็จแล้วก็จะได้สอบใบขับขี่พร้อมกันได้

    

    ส่วนผลสอบของเจียงเสี่ยวชิงก็ออกมาแล้ว เช่นเดียวกับชาติก่อน เธอได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจียงเฉิงจริง ๆ

    

    “พี่รอง พี่นี่เดาแม่นมาก ! ”

    

    เมื่อเห็นผลประกาศที่ถูกส่งมา เจียงเสี่ยวชิงก็ตื่นเต้นและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและกล่าวแสดงความยินดีกับน้องสาวของเขา

    

    เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ต่างมีความสุขมาก ในที่สุดคนของตระกูลเจียงก็จะมีคนที่เรียนระดับปริญญาตรี และยังเป็นนักศึกษาคนแรกในเจียงวาน ซึ่งเรื่องนี้ได้กลายเป็นหน้าเป็นตาให้กับผู้ที่เป็นพ่อเป็นแม่อย่างพวกเขามาก

    

    เจียงไห่หยางเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋อย่างลับ ๆ และถอนหายใจออกมา

    

    ในเวลานั้น เขายังมีความหวังกับลูกชายคนโตของเขาด้วย แต่น่าเสียดายที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย แต่ไปเรียนในวิทยาลัยครูธรรมดา ๆ เท่านั้น

    

    คงจะดีไม่น้อยถ้าในตอนนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย

    

    เจียงเสี่ยวชิงเป็นลูกสาว ซึ่งเธอจะแต่งงานกับใครสักคนในอนาคตก็ต้องเลือกให้ดี

    

    เจียงไห่หยางมองไปที่เจียงเสี่ยวเหลย ทั้งเจียงเสี่ยวไป๋ลูกชายคนโตของเขาและเจียงเสี่ยวเฟิงลูกชายคนที่สองต่างก็ไม่มีใครสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่าน ดังนั้นเขาจึงตั้งความหวังไว้ที่ลูกชายคนเล็กของเขาเท่านั้น

    

    แม้ว่าในอดีต เขาจะไม่มีความหวังกับเจียงเสี่ยวเหลยเลยก็ตาม

    

    แต่คราวนี้เจียงเสี่ยวเหลยสามารถสอบเข้าเรียนมัธยมปลายชั้นนำได้แล้ว เขาจึงรู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

    

    “เสี่ยวเหลย พี่สี่ของแกสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว หลังจากนี้ก็ตั้งใจเรียน เพื่อที่จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในอนาคต”

    

    จู่ ๆ เจียงเสี่ยวเหลยก็มีใบหน้าขมขื่น พี่สี่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา

    

    ที่เขาตั้งใจสอบจนเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมได้ ก็เพื่ออยากจะเรียนขับรถ

    

    และตอนนี้เขาก็กำลังเรียนขับรถอยู่ ซึ่งไม่อยากสนใจเรื่องเข้ามหาวิทยาลัยอะไรทั้งนั้น

    

    ความคิดของเขาคือเรียนมัธยมปลายจนจบ จากนั้นก็จะเริ่มสร้างธุรกิจเหมือนกับพี่รองของเขา

    

    “ผมรู้ ! ”

    

    เจียงเซียวเหลยไม่กล้าพูดขัดใจเจียงไห่หยาง เขาก้มหน้าลงและรับปากไปอย่างส่ง ๆ แต่ก็แอบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ พลางคิดในใจว่าพี่รองก็ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย ดังนั้นคนอย่างเขาก็ไม่จำเป็นต้องเรียน

    

    เพราะพี่รองคือแบบอย่างของเขา

    

    เขาอยากเป็นเจ้านายตัวเองเหมือนพี่รอง

    

    เจียงไห่หยางไม่สนใจเจียงเสี่ยวเหลยอีกต่อไป และหันมาพูดคุยกับหวังซิ่วจวี๋ต่อ

    

    “ในที่สุดลูกสี่ของเราก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ถึงเวลาที่เราต้องฉลองกันสักหน่อยแล้วใช่ไหม ? ”

    

    หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “คราวก่อน ตอนที่ย้ายมาที่นี่ ฉันก็ไม่ได้จัดงานรวมเหล้าเลย ครั้งนี้ฉันจะพลาดได้ยังไง”

    

    เจียงไห่หยางพยักหน้า ลูกสาวคนที่สี่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ถือเป็นเกียรติสำหรับครอบครัวของพวกเขา ฉะนั้นเรื่องที่น่ายินดีแบบนี้ต้องมีการแจ้งให้ญาติ เพื่อน และเพื่อนบ้านทุกคนได้รับรู้

    

    เขายิ้มออกมา และหันไปหาเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เจ้ารอง แกมีความคิดเห็นอย่างไร ? ”

    

    ท้ายที่สุดนี่คือบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ ดังนั้นครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋จึงเป็นเจ้าของบ้านหลักในตอนนี้ แม้ว่าเจียงไห่หยางจะเป็นพ่อของเขา แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเขาต้องถามความคิดเห็นของเจียงเสี่ยวไป๋ก่อน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องของเสี่ยวชิง ผมให้เป็นสิทธิ์ของพ่อกับแม่เลยครับ”

    

    เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วย เจียงไห่หยางก็ยิ้มออกมา และโบกมือ “นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ! ”

    

    เขากล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

    

    เขาทั้งมีความสุขและมั่นใจ

    

    แน่นอนว่าการฉลองจะต้องใช้เงินใช่ไหม ?

    

    ไม่เพียงเจียงเสี่ยวไป๋จะมีเงินอยู่ในมือเท่านั้น แต่เขาเองก็ยังมีเงินอยู่ในมือหลายพันหยวน

    

    ซึ่งได้มาจากการเหลาไม้ไผ่และการจับกุ้งขายนั่นเอง

    

    ในชนบทจะมีกำหนดวันเฉลิมฉลอง อันดับแรกจะต้องกำหนดวันที่เฉลิมฉลอง พวกเขาจึงต้องเลือกฤกษ์วันที่ดี จากนั้นก็จะส่งจดหมายถึงญาติและเพื่อนฝูงต่อไป

    

    สิ่งที่เรียกว่าการเชิญ ก็เหมือนกับการส่งคำเชิญในรุ่นหลัง

    

    เพียงแต่ว่าจดหมายนั้นเป็นคำพูด ไม่มีกระดาษคำเชิญ

    

    โดยทั่วไปเจ้าของไม่จำเป็นต้องไปส่งจดหมายเป็นการส่วนตัว แต่มักจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้ช่วยไปเชิญญาติและเพื่อนฝูงมาให้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว หากว่าเป็นรุ่นหลัง แค่โทรหรือส่งข้อความไปก็สามารถสื่อสารกันได้แล้ว แต่ยุคสมัยนี้ จำเป็นจะต้องจ้างคนมาวิ่งเต้นให้

    

    เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงการสื่อสารต่าง ๆ ในยุคหลังที่เขาเคยเจอมา

    

    เจียงไห่หยางเตรียมของฝากและออกไปหาหยวนชุนเฟิงอย่างมีความสุข เพื่อจะขอให้เขาดูฤกษ์งามยามดีให้

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 213 มีบางคนที่คุณไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved