cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 196 ถูกกดดันให้มีลูกคนที่สอง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 196 ถูกกดดันให้มีลูกคนที่สอง
Prev
Next

    ตอนที่ 196 :ถูกกดดันให้มีลูกคนที่สอง

    

    เมื่อครอบครัวใหญ่อยู่ด้วยกัน ก็เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะกินข้าวด้วยกัน

    

    ทุกวันนี้ หวังซิ่วจวี๋เตรียมอาหารล่วงหน้าทุกวัน เพื่อว่าเมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอิน และเจียงชานกลับมาแล้ว พวกเขาจะสามารถกินอาหารได้ทันที

    

    “แม่ครับ แม่ไม่ต้องลำบากเตรียมอาหารเอาไว้ให้ผมก็ได้ ตอนกลับมาบ้านแล้ว ผมสามารถทำอาหารได้” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว

    

    หวังซิ่วจวี๋มองค้อนเขาทันที “ทำไมล่ะ ? ลูกคิดว่าอาหารที่แม่ทำไม่อร่อยเท่าที่ลูกทำหรือยังไง ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ผมโตมากับอาหารฝีมือแม่ และผมก็ชอบกินอาหารฝีมือของแม่ที่สุด ไม่มีทางที่ผมจะบอกว่ามันไม่อร่อย”

    

    เขากล่าวเสริมอีกว่า “ผมแค่ไม่อยากให้แม่ทำงานหนัก บางอย่างที่ผมทำได้ ก็ให้ผมทำเถอะครับ”

    

    เมื่อลูกชายของเธอมีความเข้าใจและกตัญญูแบบนี้ หวังซิ่วจวี๋รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

    

    ตอนนี้ในทุ่งนามีงานไม่มากนัก และเธอก็ไม่จำเป็นต้องจับกุ้งด้วย กิจวัตรประจำวันของเธอตอนนี้คือการดูแลเจียงถิง ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเธอผ่อนคลายและมีเวลาว่างเยอะมาก

    

    เธอรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋มีงานยุ่งทุกวัน ดังนั้นเธอจึงต้องการช่วยเขาแบ่งเบาภาระบางส่วน

    

    เธออาจทำอย่างอื่นไม่ได้มาก แต่สามารถทำอาหารทุกวัน เพื่อให้ลูกชายของเธอได้กินอาหารร้อน ๆ ทันทีที่เขากลับมาถึงบ้าน

    

    “แม่ไม่ได้ลำบาก”

    

    หวังซิ่วจวี๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    จากนั้นหวังซิ่วจวี๋ก็หันไปมองรอบ ๆ เมื่อพบว่าหลินเจียอินไม่อยู่ตรงนี้ เธอจึงกระซิบว่า “ลูกเองก็เหมือนกัน อย่ามัวแต่ทำงานทั้งวัน ต้องใส่ใจสิ่งที่แม่บอกครั้งที่แล้วด้วย รีบหน่อยสิ ! ”

    

    ในตอนแรก เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว

    

    เขาคิดกับตัวเองว่า: ตอนนี้ผมก็จัดหนักมากแล้ว

    

    เขาจัดหนักจนภรรยาพยายามใช้วิธีอื่นมาทำให้เขาเข้านอนทีหลังได้

    

    แต่เรื่องของการมีลูก ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถรู้ผลลัพธ์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

    

    “แม่กำลังพูดกับลูกอยู่ ลูกได้ยินไหม ? ”

    

    เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ตกอยู่ในภวังค์ความคิด หวังซิ่วจวี๋ก็พูดอย่างฉุนเฉียวและขึ้นเสียงเล็กน้อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “ผมได้ยินแล้วครับแม่”

    

    เขาไม่กล้าอยู่ในครัวอีกต่อไป เจียงเสี่ยวไป๋รีบหยิบจานสองใบแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว

    

    หวังซิ่วจวี๋กระทืบเท้าและพึมพำออกมา “ทำเป็นเขินอายไปได้ แม่ยังให้กำเนิดพวกลูก ๆ มาตั้งหกคน ตอนนี้ลูกโตก็แล้ว แต่เพิ่งมีลูกสาวแค่คนเดียว ลูกไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เลยหรือไง ? ”

    

    เมื่อคิดว่าการพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋เกี่ยวกับเรื่องนี้จะไม่เพียงพอ เธอจึงตัดสินใจพูดคุยกับหลินเจียอินเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

    

    ใช่สิ เจียงเสี่ยวเฟิงและภรรยาของเขาด้วย

    

    อย่าคิดว่าจะมีใครสามารถหลบเลี่ยงเรื่องนี้ได้

    

    ตอนนี้ฐานะของครอบครัวดีขึ้นแล้ว พวกเขาทุกคนควรพยายามมีลูกให้มากขึ้น เพราะการมีลูกหลานเต็มบ้านเป็นเรื่องที่ดี

    

    หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ ก็เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้ว

    

    เจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวเฟิงต่างก็ไปดูโทรทัศน์

    

    ตอนนี้ ตราบใดที่ฝนไม่ตก ผู้คนจำนวนไม่น้อยในหมู่บ้านก็จะนำเก้าอี้มารวมตัวกันนอกบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อขอดูละครโทรทัศน์ด้วย

    

    ตอนนี้โทรทัศน์จะถูกย้ายเข้าออกโดยเจียงเสี่ยวเฟิง ทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ต้องลำบากอีก

    

    เจียงชานและเจียงถิงกินอาหารเสร็จก็เตรียมพร้อมที่จะดูโทรทัศน์ ทว่าหลินเจียอินได้เดินไปหาเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดว่า “สามี คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้ง เขายังกลืนข้าวคำสุดท้ายไม่เสร็จด้วยซ้ำ ก็ต้องรีบไปเรียกเจียงชานแล้ว

    

    “ป่าป๊า หนูจะดูโทรทัศน์กับถิงถิง”

    

    หนูน้อยลืมไปแล้วว่าหม่าม๊าของเธอให้เรียนการเขียนในวันนี้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองดูลูกสาวที่น่าสงสารของเขาแล้วถอนหายใจ และหยุดทั้งเจียงชานและเจียงถิงแล้วพูดว่า “อย่าไปเลย ป่าป๊าจะพาพวกหนูไปเรียนที่ห้องหนังสือ”

    

    “ห้องหนังสือไม่เห็นมีอะไรน่าสนุกเลย ! ” เจียงชานกล่าวอย่างไม่พอใจ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบว่า “ดูอาเสี่ยวเหลยกับอาเสี่ยวหยูของหนูสิ ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ดูโทรทัศน์เหมือนกัน พวกเราไปเรียนและเล่นเกมกันดีกว่า”

    

    เนื่องจากการสอบปลายภาคที่กำลังจะมาถึง เจียงไห่หยางไม่อนุญาตให้เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูดูโทรทัศน์ หลังอาหารเย็น พวกเขาต้องเข้าไปในห้องเพื่ออ่านหนังสือทบทวนบทเรียนของตนเอง

    

    บ้านหลังใหม่มีห้องหลายห้อง ดังนั้นเจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูต่างมีห้องของตัวเอง และพวกเขาจะไม่รบกวนกันและกัน

    

    นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ยังได้ออกแบบห้องหนังสือมาโดยเฉพาะ แต่ไม่เคยใช้งานเลยสักครั้ง

    

    ไม่คาดคิดว่าคราวนี้จะได้ใช้ห้องนี้สอนเด็ก ๆ หัดเขียน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มีลายมือที่ยอดเยี่ยม แต่ความเป็นเลิศนี้จำกัดอยู่ในสายตาของผู้คนทั่วไปเท่านั้น ต่อหน้านักอักษรยังไม่ถือว่าโดดเด่นอะไร

    

    อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชาติก่อนเขาสนใจในการสะสมผลงาน เขาจึงได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอักษรวิจิตรและการวาดภาพ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจเทคนิคและหลักการในการประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นอย่างดี

    

    ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับการสอนเด็ก ๆ

    

    เขาพาเด็กสองคนเข้าไปในห้องอ่านหนังสือ และให้พวกเธอนั่งที่โต๊ะด้านหนึ่ง

    

    เดิมที การฝึกอักษรพู่กันควรฝึกในท่ายืน แต่เด็กทั้งสองยังตัวเล็กเกินไป พวกเธอสูงกว่าโต๊ะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นหากให้พวกเธอยืนจะทำให้พวกเธอไม่สามารถเขียนได้เลย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จุ่มพู่กันลงในน้ำแล้วจึงลงหมึก เขาวางกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ข้างหน้าเจียงชานและเจียงถิง โดยเทหมึกเล็กน้อยลงในแท่นฝนหมึก

    

    “ป่าป๊า หนูไม่อยากเขียน”

    

    เด็กน้อยพูดอย่างน่าสงสาร ดวงตาโตของเธอหม่นแสงลงเล็กน้อย

    

    “คุณลุง หนูก็ไม่อยากเขียนเหมือนกัน”

    

    เจียงถิงแสดงความเห็นของเธอออกมาเสียงเบา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาไม่ได้พูดถึงการเขียนด้วยซ้ำ แต่เด็กน้อยทั้งสองได้กังวลไปก่อนแล้ว

    

    บางทีเด็ก ๆ มักจะต่อต้านสิ่งต่าง ๆ โดยธรรมชาติ เช่น การเรียนหนังสือ

    

    ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับการดูโทรทัศน์และการเล่น การเรียนรู้เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ และมันน่าเบื่อมากสำหรับเด็ก ๆ

    

    อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่จำเป็นในชีวิต เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการขัดเกลาความคิดและไขข้อสงสัย นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางที่จะนำไปสู่การสร้างอาชีพ และเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ

    

    เนื่องจากเจียงเสี่ยวไป๋ตัดสินใจที่จะสอน เขาจึงต้องหาวิธีการสอนที่ดี

    

    เขามองไปที่เด็กทั้งสองคนและยิ้ม แล้วพูดว่า “วันนี้ป่าป๊ายังไม่สอนวิธีเขียนให้หรอก เรามาเล่นเกมกันดีไหม ? ”

    

    เจียงชานทำหน้ามุ่ย “เรามีกระดาษและปากกา เห็นได้ชัดว่ายังมีการเขียนอยู่”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ เขาไม่พูดอะไรมาก แต่หยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึกแล้วจุดไว้ตรงกลางกระดาษ จากนั้นเขาก็เริ่มวาดวงกลมตามเข็มนาฬิกา

    

    เขาขยับพู่กันอย่างราบรื่น และจังหวะของพู่กันก็หมุนตามการหมุนข้อมือของเขา เส้นของวงกลมมีความหนาสม่ำเสมอ และวงกลมก็ขยายออกไปด้านนอกเรื่อย ๆ ไม่นานนักเขาก็วาดภาพที่คล้ายกับขดยากันยุงขึ้นมา

    

    “เห็นไหม ป่าป๊าไม่ได้เขียนอะไรเลย” เจียงเสี่ยวไป๋พูดขณะที่เขาวาด

    

    “ภาพวาดของป่าป๊าสวยมาก ! ”

    

    เมื่อเจียงชานเห็นว่าพ่อของเธอไม่ได้เขียนอะไรเลย เธอจึงรู้สึกมีความสุขและปรบมือ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลูกและเจียงถิงแข่งขันกันดีไหม ดูว่าใครจะวาดได้สวยกว่ากัน”

    

    “ตกลงค่ะ ! ”

    

    เมื่อเจียงชานพบการวาดขดยุงน่าสนใจ เธอจึงเห็นด้วยทันที จากนั้นธอก็หยิบพู่กันสองด้ามขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น มอบให้เจียงถิงหนึ่งด้าม และอีกหนึ่งด้ามสำหรับตัวเธอเอง

    

    จากนั้น ทั้งสองก็เริ่มวาดตามเจียงเสี่ยวไป๋

    

    อย่างไรก็ตาม……

    

    ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยดีนัก เพราะหนูน้อยทั้งสองนั้นไม่สามารถควบคุมพู่กันในมือได้ แต่ละจังหวะส่งผลให้มีหมึกมากมาย ไม่ต้องพูดถึงลวดลายของขดยุงเลย แม้แต่เส้นก็แทบจะมองไม่เห็น อีกทั้งกระดาษก็เปื้อนไปด้วยหมึกเป็นจุด ๆ อีกด้วย

    

    “ป่าป๊า หนูทำไม่ได้ มันยากมาก”

    

    “คุณลุง หนูก็ทำไม่ได้เหมือนกันค่ะ”

    

    ความกระตือรือร้นของเด็กทั้งสองลดลงอย่างกะทันหัน ใบหน้าของพวกเธอแสดงความผิดหวังออกมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คาดการณ์สถานการณ์นี้เอาไว้แล้ว

    

    เขาไม่รีบร้อนเลย เขาจับมือเล็ก ๆ ของลูกสาวและนำเธอวาดภาพ

    

    โดยที่เจียงชานเพียงแค่ถือพู่กัน ในขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋ควบคุมการเคลื่อนไหว ในไม่ช้า เธอก็สามารถวาดขดยุงที่ดูดีได้

    

    “เห็นไหม มันง่ายใช่ไหมล่ะ ? ”

    

    “ใช่ค่ะ ง่ายมาก ! ” เจียงชานพยักหน้า “ป่าป๊าสอนหนูอีก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อสอนหนูไปครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนี้จะสอนเจียงถิง หนูสามารถดูจากด้านข้างได้ เช่นเดียวกับตอนที่พ่อสอนหนูเล่นหมากรุก หนูต้องสังเกตการเคลื่อนไหวของพ่อ โอเคไหม ? ”

    

    “หนูเข้าใจแล้ว ! ”

    

    เจียงชานตอบรับอย่างมีความสุข และสังเกตอย่างระมัดระวัง ขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋สอนเจียงถิงวาด

    

    เมื่อเธอพยายามวาดอีกครั้ง แม้ว่าเส้นจะไม่สม่ำเสมอและค่อนข้างคดเคี้ยว แต่อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่ใช่กองหมึก

    

    “เยี่ยมมากชานชาน หนูเรียนรู้ได้เร็วมาก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เอ่ยชมลูกสาวของเขา จากนั้นจับมือเล็ก ๆ ของเธออีกครั้ง แนะนำให้เธอวาดภาพต่อไป

    

    ด้วยวิธีนี้ พวกเขาทั้งสามจึงเล่นเกมวาดขดยากันยุงในห้องหนังสือ

    

    คาดว่าในอีกหลายปีต่อมา เมื่อเจียงชานได้รับรางวัลการประดิษฐ์ตัวอักษร ในตอนที่เธอกล่าวถึงเหตุผลที่เธอเริ่มเรียนการประดิษฐ์ตัวอักษร เธออาจจะบอกว่าเป็นเพราะเธอถูกหลอกโดยพ่อของเธอให้เล่นเกมวาดรูปขดยากันยุง

    

    ปรากฎว่าเกมที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันนี้ แท้จริงแล้วเป็นการเรียนรู้การประดิษฐ์ตัวอักษร โดยเป็นการฝึกควบคุมพู่กันและเส้นนั่นเอง

    

    แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องราวหลังจากนี้

    

    สำหรับตอนนี้ เด็กทั้งสองพบว่าการวาดภาพสนุกมาก โดยได้เห็นตัวเองพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่พยายามและรู้สึกถึงความสำเร็จ

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 196 ถูกกดดันให้มีลูกคนที่สอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved