cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 140 ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 140 ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก
Prev
Next

    ตอนที่ 140 :ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก

    

    ฝนยังคงตกต่อไปอีกสามวัน ก่อนที่จะหยุดลงในที่สุด

    

    หลังจากอากาศแจ่มใส สถานที่ก่อสร้างก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพียงแต่มีคนงานน้อยลง

    

    จวงปี้เฉิงให้คนงานบางส่วนทำงานในเมืองต่อไป เพราะยังต้องปรับปรุงและตกแต่งร้านใหม่ทั้ง 4 แห่งให้เสร็จ

    

    …….

    

    ในวันนี้ เจียงเสี่ยวไป๋อยู่ในห้องครัวเพื่อเล่นหมากรุกกับเจียงชานและหวังกัง แต่จู่ ๆ หลินเจียอินก็เดินเข้ามา

    

    “ชานชาน เดาสิว่าใครมา ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หันไปมองก็เห็นหญิงสาวอายุประมาณ 18-19 ปี ถักเปียยาวสองข้าง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเดินหัวเราะพูดคุยมากับหลินเจียอิน

    

    “เสี่ยวชิง ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋วางตัวหมากรุกและอุทานด้วยความดีใจ

    

    เป็นเวลาเกือบสองเดือนแล้วนับตั้งแต่เขาเกิดใหม่ เขาได้พบกับพ่อแม่ น้องสาม น้องห้าและน้องสาวคนเล็กทุกวัน แต่เขายังไม่เคยได้พบพี่สาวคนโตของเขา เจียงเสี่ยวเยว่และน้องสี่ของเขา เจียงเสี่ยวชิงเลย

    

    เจียงเสี่ยวชิงเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของเมืองชิงโจว ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านค้าของพวกเขา โดยปกติเธอพักอยู่ในหอพักของโรงเรียนและกลับบ้านเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น

    

    ครั้งสุดท้ายที่เธอหยุดพักคือปลายเดือนเมษายน แต่เธอกลับมาอยู่บ้านเพียงครึ่งวันเท่านั้น ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินอยู่ในเมืองในเวลานั้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พบกัน

    

    อย่างไรก็ตาม เธอได้ยินจากพ่อแม่ว่าพี่รองและพี่สะใภ้ของเธอเปิดร้านอาหารใกล้โรงเรียนของเธอ ดังนั้นครั้งนี้เธอจึงมาหาพวกเขาที่นี่

    

    “พี่รอง ! ”

    

    เจียงเสี่ยวชิงทักทายเขาเสียงเบา สีหน้าของเธอไร้ความรู้สึก แต่ในตอนที่มองไปยังเจียงชาน เธอก็ยิ้มและถามว่า “ชานชาน หนูคิดถึงอาสี่หรือเปล่า ? ”

    

    พูดแล้ว เธอก็เข้ามากอดเจียงชานอย่างรวดเร็ว

    

    เธอชอบหลานสาวตัวน้อยของเธอมาก

    

    แต่เธอมีจุดที่ต่างจากเจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวอวี่ตรงที่เธอไม่ได้ใส่ใจพี่รองของเธอมากนัก

    

    ส่วนใหญ่เธอจะคอยเข้าข้างพี่สะใภ้ของเธอ

    

    เธออายุ 18 ปีแล้ว อยู่ในวัยของการมีจินตนาการที่สวยงามเกี่ยวกับความรัก อย่างไรก็ตามแม้เธอจะกลับบ้านไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเธอกลับบ้านก็มักจะเห็นพี่รองของเธอทำไม่ดีต่อพี่สะใภ้อยู่เสมอ

    

    นอกจากนี้ พี่รองของเธอจากที่เคยเป็นครูสอนเด็กอยู่ดี ๆ กลับผันตัวไปเป็นคนไม่เอาไหน ยิ่งทำให้เธอไม่ชอบเขามากขึ้นไปอีก

    

    แต่ครั้งล่าสุดที่เธอกลับบ้าน เธอได้ยินพ่อแม่ของเธอพูดว่าเจียงเสี่ยวไป๋เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ตอนนั้นเธอยังไม่เชื่อ

    

    ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นห่วงพี่สะใภ้และหลานสาว เธอก็คงไม่มาที่นี่หรอก

    

    “อาสี่ หนูกำลังเล่นหมากรุกอยู่ ! ”

    

    เจียงชานดีใจมากที่ได้เห็นเจียงเสี่ยวชิงมาหา หนูน้อยยอมให้เธอกอด ทั้งยังพูดอวดอย่างภาคภูมิใจอีกด้วย

    

    เจียงเสี่ยวชิงยิ้มและพูดว่า “ชานชานน้อยสามารถเล่นหมากรุกได้แล้ว เก่งจัง ! ”

    

    เจียงชานหันมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ป่าป๊าเป็นคนสอนหนู ! ”

    

    เจียงเสี่ยวชิงชะงักไปเล็กน้อย ตอนนี้หลานสาวตัวน้อยดูรักพ่อของตัวเองมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มักจะซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเวลาเห็นพ่อของตัวเอง

    

    เป็นไปได้ไหมที่พี่รองของเธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริง ๆ ?

    

    เธอเริ่มรู้สึกสับสนเล็กน้อย

    

    เมื่อเจียงเสี่ยวชิงไม่ได้สนใจเขา เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูก สิ่งนี้คล้ายกับตอนที่เขาเพิ่งเกิดใหม่ ตอนนั้นพ่อแม่ของเขาก็ไม่สนใจเขาเช่นนี้เหมือนกัน

    

    เขาจึงพูดกับหลินเจียอินว่า “คุณพาเสี่ยวชิงไปกินอะไรก่อน”

    

    หลินเจียอินพยักหน้ารับและเรียกเจียงเสี่ยวชิงให้ไปที่ร้าน เจียงเสี่ยวชิงจับมือเจียงชานและพูดว่า “ชานชาน เราไปกินข้าวกันเถอะ”

    

    เจียงชานตอบว่า “อาสี่ หนูไม่หิว หนูกินข้าวเช้าแล้ว อาสี่ต้องลองไปชิมกุ้งอบน้ำมันของป่าป๊านะ มันอร่อยมาก ! ”

    

    หลังจากพูดจบ เธอก็เสริมว่า “อาสี่ วางหนูลงเร็ว ๆ หนูอยากจะเล่นหมากรุกกับน้องเสี่ยวกังแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวชิงรู้สึกผิดหวังและปล่อยหลานสาวของเธออย่างไม่เต็มใจ นับตั้งแต่ที่พวกเธอพบกันครั้งล่าสุดก็ผ่านมาเพียงสองเดือนแล้ว และตอนนี้หลานสาวของเธอไม่ได้สนิทสนมกับเธอเหมือนเมื่อก่อน

    

    เมื่อก่อน ชานชานไม่ยอมปล่อยแขนของเธอเลย ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

    

    ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป ชานชานไม่อยากกินข้าวกับเธออีกต่อไป ทั้งยังยืนกรานที่จะเล่นหมากรุก

    

    การเล่นหมากรุกสำคัญต่อเธอมากกว่าการกินข้าวกับอาสี่คนนี้ใช่ไหม ?

    

    อืม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

    

    เพราะหลานสาวตัวน้อยของเธอยังชมว่ากุ้งอบน้ำมันของป่าป๊าตัวเองอร่อยมากอีกด้วย

    

    แต่เธอจะไม่รู้จักพี่รองของเธอดีได้อย่างไร ? เขาทำอะไรเองไม่เป็นเลย ดังนั้นธุรกิจเหล่านี้คงมาจากน้ำพักน้ำแรงของพี่สะใภ้แน่นอน

    

    หลังจากนั้น เจียงเสี่ยวชิงได้เดินตามหลินเจียอินออกจากหลังร้านด้วยสีหน้าหดหู่ แล้วทั้งสองก็ได้มาถึงร้านอร่อยสามมื้อและนั่งลงบนโต๊ะ

    

    “พี่สะใภ้ ในที่สุดพี่ก็เปิดร้านอาหารใหญ่ขนาดนี้ได้ ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวชิงมองไปรอบ ๆ ร้านแล้วพูดอย่างมีความสุข

    

    เธอมองไปรอบ ๆ และยังมีผู้คนจำนวนมากกำลังรับประทานอาหารอยู่ในร้านอาหาร กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้เธอไม่สามารถต้านทานได้จนต้องกลืนน้ำลายดังอึก

    

    หลินเจียอินหัวเราะเบา ๆ และตอบว่า “พี่จะไปมีความสามารถเปิดร้านอาหารที่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร พี่รองของเธอต่างหาก”

    

    “คนอย่างเขาเนี่ยนะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวชิงส่ายหน้าเหมือนกลอง เธอไม่เชื่อ เธอรู้ว่าพี่สะใภ้ของเธอเป็นคนที่มีความรู้และขยัน และเธอก็เชื่อมั่นว่าร้านอาหารนี้เปิดโดยหลินเจียอิน

    

    หลินเจียอินกล่าวว่า “เสี่ยวชิง พี่รองของเธอแตกต่างไปจากเดิมแล้ว ตอนนี้เขาเป็นคนดีมาก”

    

    ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ถานเสี่ยวฟางก็นำพะโล้มาเสิร์ฟหลายจาน

    

    “เสี่ยวชิง ลองชิมดูสิ นี่เป็นพะโล้ที่พี่รองของเธอคิดสูตรเอง มันอร่อยมากเลยนะ”

    

    เจียงเสี่ยวชิงขอบคุณเธอ และถามว่า “เสี่ยวฟาง เธอก็ทำงานที่นี่ด้วยหรือ ? ทำงานที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ? ”

    

    ถานเสี่ยวฟางยิ้ม และตอบว่า “ฉันสบายดี พี่รองของเธอและผู้จัดการหลินต่างก็ใจดีกับฉันมาก”

    

    เจียงเสี่ยวชิงหัวเราะเบา ๆ “เธอยังเรียกพี่สะใภ้ของฉันว่าผู้จัดการหลินด้วยหรือ ! ”

    

    ในร้านอาหาร นอกเหนือจากเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว ทุกคนจะเรียกหลินเจียอินว่าผู้จัดการ

    

    ตอนนี้พนักงานในร้านอาหารต่างเรียกเธอแบบนี้จนชินแล้ว

    

    ถานเสี่ยวฟางกล่าวว่า “กินข้าวเถอะ ฉันต้องไปดูแลลูกค้าก่อน ฉันยุ่งมาก”

    

    “ได้สิ ทำงานของเธอต่อเถอะ ไว้ว่าง ๆ เราค่อยมาคุยกันทีหลัง”

    

    ทั้งสองคนมีอายุไล่เลี่ยกันและเคยเล่นด้วยกันบ่อยครั้งในวัยเด็ก พวกเธอยังเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นในช่วงสมัยเรียนมัธยมด้วยซ้ำ

    

    ในเวลาต่อมา ครอบครัวของถานเสี่ยวฟางต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงิน ไม่มีเงินพอให้ลูกทั้งสองคนได้เรียนหนังสือต่อ ทำให้ถานเสี่ยวฟางต้องออกจากโรงเรียนมาทำไร่กับครอบครัว

    

    ต้องบอกว่าชะตากรรมของคนเราต่างกันมากจริง ๆ

    

    สภาพแวดล้อมของครอบครัวที่แตกต่างกันทำให้เด็ก ๆ มีโอกาสเติบโตที่แตกต่างกัน

    

    เช่นเดียวกับเจียงเสี่ยวชิงและถานเสี่ยวฟาง แม้ว่าชีวิตในวัยเด็กของพวกเธอจะค่อนข้างคล้ายกัน แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อแม่ของถานเสี่ยวฟางล้มป่วยลง ทำให้สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวย่ำแย่และส่งผลกระทบต่อเส้นทางชีวิตของเธอ

    

    คนหนึ่งสามารถสอบเข้าเรียนต่อได้ตามปกติ และมีโอกาสโดดเด่นในอนาคต

    

    ส่วนอีกคนต้องทิ้งการเรียน และหันมาทำไร่ทำนาของครอบครัวหรือหางานทำที่อื่น

    

    ตอนถานเสี่ยวฟางปลีกตัวออกไปทำงาน เจียงเสี่ยวชิงก็มองตามหลังเธอด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

    

    “รีบกินเถอะ ! พี่เอาน่องไก่พะโล้ไว้ให้เธอด้วยนะ” หลินเจียอินพูดด้วยรอยยิ้ม

    

    “ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้ ! ”

    

    เธอใช้ชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก เธอไม่เคยกินน่องไก่ตุ๋นมาก่อน

    

    หลังจากเข้าเรียนมัธยมปลายในฐานะนักเรียนกินนอน แม้ว่าอาหารจะอร่อยกว่าที่บ้านเล็กน้อย แต่อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยผัก อาหารที่พวกเธอมักจะได้กินก็เป็นพวกผัดมันฝรั่ง ฟักทองบด บางครั้งก็จะเป็นกะหล่ำปลีตุ๋นใส่บะหมี่

    

    น่องไก่ตุ๋นอร่อยมาก ทั้งเผ็ดร้อนและมีรสชาติดี

    

    เจียงเสี่ยวชิงชอบมาก เธอกล่าวชมว่า “พี่สะใภ้ หนูไม่คิดเลยว่าฝีมือการทำอาหารของพี่จะดีขนาดนี้ ! ”

    

    หลินเจียอินตอบว่า “พี่รองของเธอเป็นคนทำ พี่ทำพะโล้พวกนี้ไม่เป็นหรอก”

    

    อ่า ?

    

    เจียงเสี่ยวชิงมองไปที่หลินเจียอินอย่างเหลือเชื่อ สีหน้าของพี่สะใภ้ไม่ได้ดูเหมือนคนกำลังโกหก หรือพี่รองของเธอจะทำอาหารเป็นจริง ๆ ?

    

    “เสี่ยวชิง มา ๆ ฉันเตรียมกุ้งอบน้ำมันไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ ! ”

    

    ในขณะนั้น หูฉางอิงก็พูดขึ้นพร้อมกับนำกุ้งอบน้ำมันจากร้านใหม่ที่อยู่ติดกันมาให้จางเสี่ยวชิง

    

    กุ้งอบน้ำมันที่ว่านี้ เจียงเสี่ยวชิงเห็นลูกค้าที่โต๊ะกินอย่างเอร็ดอร่อยตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้ว

    

    กลิ่นหอมนี้เย้ายวนอย่างมาก และเธอก็อยากกินมันตั้งแต่มาถึงแล้ว

    

    ตอนนี้ เมื่อวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอแล้ว กลิ่นหอมเข้มข้นก็ยิ่งหอมมากขึ้นไปอีก

    

    เธอไม่สามารถต้านทานความอยากนี้ได้อีกและเริ่มกินในทันที พร้อมกับทักทายหูฉางอิง “พี่ฉางอิง พี่ก็อยู่ที่นี่เหมือนกันหรือ”

    

    หูฉางอิงยิ้มและตอบว่า “ไม่ใช่แค่ฉันนะ เสี่ยวเฟิ่ง เสี่ยวเฟิน และเสี่ยวหย่งก็ทำงานอยู่ที่นี่เช่นกัน แต่ตอนนี้พวกเขาย้ายไปเป็นผู้จัดการสาขาอื่นแล้ว มีแค่ฉันคนเดียวที่ยังอยู่ที่ร้านหลัก”

    

    ในคำพูดมีความอิจฉาอยู่ในนั้น

    

    หลินเจียอินกล่าวว่า “ฉางอิง เธอทำงานได้ดีมาก อีกไม่นานเราจะเปิดสาขาใหม่ ซึ่งเธอก็จะได้เป็นผู้จัดการร้านเช่นกัน”

    

    “ผู้จัดการหลินพูดจริงหรือ ? ”

    

    หลินเจียอินตอบว่า “เรามีแผนที่จะเปิดร้านสาขาเพิ่มอีกหลายแห่ง ทุกคนที่ร่วมงานกับเราในปัจจุบันมีโอกาสเป็นผู้จัดการร้านได้ทุกคน”

    

    “ผู้จัดการหลิน ฉันจะตั้งใจทำงานอย่างแน่นอน ! ”

    

    หูฉางอิงรู้สึกตื่นเต้นมาก ความมั่นใจของเธอเพิ่มสูงขึ้น เธอพูดว่า “เสี่ยวชิงกินให้อร่อยนะ ที่ร้านยุ่งมาก ฉันต้องขอตัวก่อน”

    

    เจียงเสี่ยวชิงมองดูหลินเจียอินด้วยความประหลาดใจ และถามว่า “พี่สะใภ้ นี่พี่ยังเปิดร้านอีกหลายร้านหรือ ? ”

    

    แค่ร้านนี้ก็ทำให้เธอตกตะลึงแล้ว

    

    เธอไม่คาดคิดว่าพี่สะใภ้จะเปิดร้านอีกหลายแห่ง

    

    แค่ไม่ได้กลับบ้านมา 2 เดือน ที่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้เลยหรือ ?

    

    เจียงเสี่ยวชิงตกตะลึง

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 140 ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved