cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 121 เยี่ยมเยือนปรมาจารย์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 121 เยี่ยมเยือนปรมาจารย์
Prev
Next

    ตอนที่ 121 :เยี่ยมเยือนปรมาจารย์

    

    คนที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการไปเยี่ยมเยือนมีชื่อว่าหลินฉางเกิง เป็นชายชราที่เกษียณจากสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรม

    

    จากความทรงจำของชาติที่แล้ว เขารู้ว่าหลินฉางเกิงจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทียนจิง เรียนเอกสถาปัตยกรรมและโบราณคดีควบคู่กัน หลังจากที่ประเทศจีนมีการสถาปนาประเทศขึ้น เขายังเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เหลียงและอุทิศชีวิตให้กับงานโบราณคดีและสถาปัตยกรรมโบราณ

    

    ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะเรียกบุคคลนี้ว่าปรมาจารย์

    

    ชาติก่อน เจียงเสี่ยวไป๋เคยมีโอกาสได้พบกับเหล่าหลินผู้นี้ ดังนั้นเขาจึงรู้งานอดิเรกและความสนใจของชายชราผู้นี้ดี เขารู้ว่าชายชราชอบดื่มเหล้าและเขียนพู่กันเป็นงานอดิเรกหลังจากเกษียณ ดังนั้นเขาถึงได้ตั้งใจเลือกซื้อเหล้าเหมาไถและกระดาษซวนมา

    

    และแว่นสายตานี้ก็ถือว่าเป็นของที่ใช้งานได้จริงสำหรับชายชราวัย 70 ผู้ชื่นชอบในเรื่องโบราณคดี

    

    การจะมอบของขวัญให้ใครต้องมอบสิ่งที่คนนั้นได้งานใช้จริง ซึ่งถือเป็นการแสดงความใส่ใจอย่างหนึ่ง

    

    ซึ่งคนรุ่นหลังเรียกสิ่งนี้ว่า การซื้อใจคน

    

    หากเจียงเสี่ยวไป๋ต้องการรื้อถอนโครงสร้างของบ้านและโถงบรรพบุรุษตระกูลเฉิน เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่เขาจะจ้างคนงานทั่วไปมาทำ

    

    เพราะถ้าใช้แต่กำลังรื้อถอน แบบนั้นไม่รู้ว่าเขาจะต้องสูญเสียสมบัติไปมากมายแค่ไหน

    

    แต่หากเขาสามารถเชิญชายชราหลินฉางเกิงมาช่วยดูตอนรื้อถอนได้ ไม่เพียงแต่ของเก่าจะไม่ได้รับความเสียหายเท่านั้น ดีไม่ดีเขาอาจได้ของดีจากเศษซากพวกนั้นมาก็ได้

    

    ……

    

    ที่บ้านเลขที่ 19 ถนนซานเซิ่ง

    

    บ้านเก่าหลังหนึ่งที่สร้างด้วยดินและมุงหลังคาด้วยกระเบื้อง มีสวนขนาดเล็กอยู่หน้าบ้าน ด้านในมีเถาองุ่นเลื้อยขึ้นหลักไม้ และมีต้นไม้ที่มีขนาดลำต้นเท่าปากชามขึ้นอยู่ด้านข้าง

    

    บ้านหลังนี้ดูธรรมดาทั่วไป ไม่ต่างอะไรจากบ้านในชนบท

    

    “คุณหลินอยู่บ้านหรือเปล่า ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในลานบ้าน เมื่อเห็นว่าประตูใหญ่เปิดอยู่ เขาจึงยืนอยู่หน้าประตูและตะโกนเรียกเสียงดัง

    

    ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีมารยาท

    

    แต่ชายชราแก่แล้ว หูไม่ดี หากเรียกเสียงเบาไปจะไม่ได้ยิน

    

    “ใครมาหรือ ? ”

    

    ไม่นาน ก็มีเสียงของคนแก่ที่แหบพร่าดังมาจากในตัวบ้าน จากนั้นก็มีชายชราร่างผอมเพรียวหน้าซีดเดินออกมา มีแว่นตาเก่า ๆ ห้อยเชือกคล้องคอไว้

    

    “สวัสดีครับคุณหลิน ผมชื่อเจียงเสี่ยวไป๋ ต้องขออภัยด้วยที่มารบกวน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋โน้มตัวลงแล้วกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท

    

    หลินฉางเกิงนำแว่นตาขึ้นมาสวมแล้วเพ่งมองเจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นดวงตาของเขาเลื่อนมองไปยังสิ่งที่อยู่ในมือของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “พ่อหนุ่มมาหาฉันมีธุระอะไรหรือ ? ”

    

    ชายชราผู้นี้พูดภาษาจีนกลาง ไม่ได้พูดภาษาถิ่นเหมือนกับคนชิงโจว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยความเคารพว่า “มีอาคารโบราณหลังหนึ่งที่ต้องรื้อถอน ผมกังวลว่าภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเราจะสูญเปล่า จึงมาที่นี่เพื่อขอคำแนะนำจากคุณ”

    

    เขาไม่ได้อ้อมค้อม แต่บอกความต้องการของเขาออกไปตามตรง

    

    แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็มีเคล็ดลับในการพูด

    

    เมื่อต้องพูดคุยกับชายชราผู้ผ่านโลกและมีประสบการณ์มามากมายขนาดนี้ เขาไม่สามารถพูดจาไร้สาระหรืออ้อมค้อมได้ เพราะคนเขามองปราดเดียวก็มองออกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

    

    วิธีการที่ดีที่สุดคือการแสดงความจริงใจออกมา แล้วถึงพูดเรื่องสำคัญ

    

    เขาพูดถึงเรื่องการรื้อถอนอาคารโบราณซึ่งเป็นจุดอ่อนของชายชราผู้นี้ออกมาก่อน จากนั้นใช้ความเห็นอกเห็นใจและความ “ทนดูไม่ได้” ดึงชายชราคนนี้ให้ใกล้ชิดเขายิ่งขึ้น แล้วถึงถ่ายทอดการรับรู้และอธิบายจุดประสงค์ของการมาเยือนในที่สุด

    

    ด้วยวิธีนี้ เขาจะไม่ถูกชายชราไล่ตะเพิดทันทีที่เอ่ยปาก

    

    “จะรื้อถอนกันอีกแล้วหรือ ! ”

    

    หลินฉางเกิงขมวดคิ้วขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นบูดบึ้งขึ้นมา เขาทอดถอนใจแล้วพูดว่า “ของเก่าแก่ที่บรรพบุรุษทิ้งไว้กำลังจะถูกทำลายหมดแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงใช้โอกาสนี้เติมเชื้อไฟ “ผมเองก็คิดว่าของเก่าที่บรรพบุรุษทิ้งไว้เป็นของล้ำค่าเหมือนกัน หากถูกคนรื้อถอนอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าของพวกนั้นคงทำได้เพียง

    กลายเป็นเชื้อไฟแล้ว”

    

    หลังจากพูดจบ เขาก็ไม่ลืมที่จะพูดยกยออีกฝ่ายว่า “ผมเลยต้องมาเชิญคุณไปช่วยชี้แนะ เพื่อจะได้รักษาสมบัติล้ำค่าเอาไว้ได้”

    

    หลินฉางเกิงมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย เขามองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เข้ามาคุยด้านในเถอะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมาก แต่เขาก็ตอบรับโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ขอบคุณครับ”

    

    พูดเสร็จแล้วก็เดินตามหลินฉางเกิงเข้าไปในบ้าน

    

    ภายในบ้าน กลางห้องโถงหลักมีรูปเหมือนของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ด้านล่างเป็นโต๊ะแปดเซียน สองฝั่งของโต๊ะมีเก้าอี้หมวกทางการ [1] ตั้งไว้ฝั่งละตัว ผนังทั้งสองด้านมีบานประตู และมีเก้าอี้สี่ตัววางชิดผนังอย่างสมมาตร

    

    หลินฉางเกิงนั่งลงบนเก้าอี้หมวกทางการที่อยู่ข้างโต๊ะแปดเซียน เจียงเสี่ยวไป๋นำของที่ซื้อมาวางไว้บนโต๊ะแปดเซียนแล้วนั่งลงบนเก้าอี้หมวกทางการอีกตัว

    

    ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน พวกเขาเริ่มพูดคุยถึงเรื่องบ้านตระกูลเฉิน และค่อย ๆ ขยายขอบเขตการสนทนาไป ถึงเรื่องอาคารโบราณที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในมณฑลจีนตอนกลาง ลามไปจนถึงอาคารโบราณที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศ พวกเขาพูดคุยทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลง งานฝีมือและการอนุรักษ์ ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋สามารถโต้ตอบได้อย่างคล่องแคล่ว

    

    แววตาที่หลินฉางเกิงใช้มองเจียงเสี่ยวไป๋ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย ชายชรารู้สึกราวกับได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของตน

    

    ทว่าสิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ เจียงเสี่ยวไป๋ได้อ่านหนังสือ ‘การวิจัยเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมจีนโบราณ’ ที่เขียนโดยหลินฉางเกิง แนวคิดบางส่วนที่เขากล่าวถึงมาจากหนังสือเล่มนี้

    

    แต่เรื่องที่หลินฉางเกิงเขียนหนังสือเป็นเรื่องในอีก 10 ปีให้หลัง

    

    ในปี 1983 ปัจจัยหลายอย่างยังไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งทางรัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อบุคคลผู้ยิ่งใหญ่คนนี้

    

    “พอได้ยินคำพูดของคุณ ผมรู้สึกประทับใจมาก ผมคิดว่าสิ่งที่คุณได้เรียนรู้และค้นคว้ามาควรถูกเขียนลงในหนังสือเพื่อเผยแพร่ไปยังคนรุ่นต่อ ๆ ไป เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมจีนอันกว้างใหญ่ของเราและให้คนทั้งโลกเข้าใจความงดงามของสถาปัตยกรรมจีนโบราณของเรา”

    

    ในตอนท้าย เจียงเสี่ยวไป๋ยังใส่อารมณ์เข้าไปในคำพูดด้วย

    

    สีหน้าของหลินฉางเกิงดูเหมือนปรารถนาเช่นนั้นเหมือนกัน แต่แล้วไม่นาน สีหน้าของเขาก็พลันหม่นหมองลงอีกครั้ง เขาพูดอย่างทอดถอนใจว่า “ฉันมันก็แค่คนแก่คนหนึ่ง จะไปคาดหวังว่าจะได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนรู้มาทั้งชีวิตได้อย่างไร ? ”

    

    “ช่างเถอะ แค่ได้เขียนพู่กันจีนและใช้ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ สัก 2-3 ปีก็พอใจแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มีสีหน้าจริงจังขณะกล่าวว่า “ผมยินดีที่จะช่วยคุณพิมพ์หนังสือออกมา”

    

    หืม ?

    

    หลินฉางเกิงชะงักไปเล็กน้อย เขามองไปยังเจียงเสี่ยวไป๋อย่างไม่เชื่อสายตา

    

    “เธอ……พูดจริงหรือ ? ”

    

    วินาทีต่อมา หลินฉางเกิงก็ลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

    

    “จริงครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ายืนยันคำเดิม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เต็มใจที่จะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาและสืบทอดวัฒนธรรมเหล่านี้เอาไว้

    

    เขารู้ว่าต่อให้ไม่มีเขา แต่อีก 10 ปีให้หลังก็จะมีหน่วยงานของรัฐบาลมาผลักดันให้หลินฉางเกิงออกหนังสือ

    

    เหตุผลที่เขาเต็มใจทำเช่นนี้ก็เพียงเพื่อเลื่อนเวลาในการออกผลงานหนังสือของหลินฉางเกิงให้เร็วขึ้นเท่านั้น

    

    “แล้วพ่อหนุ่มมีเงื่อนไขอะไรไหม ? ”

    

    หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว หลินฉางเกิงก็จ้องมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และถามด้วยเสียงทุ้มลึก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือและพูดว่า “ไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น”

    

    ไม่มีเงื่อนไขคือเงื่อนไขที่ถอนตัวยากที่สุด

    

    คนทั่วไปคงไม่เข้าใจ แต่หลินฉางเกิงผู้ที่ศึกษาวัฒนธรรมที่สืบทอดในประเทศจีนมาอย่างยาวนานจะไม่เข้าใจได้อย่างไร ?

    

    เขาถอนหายใจเพราะรู้ดีว่าตนเองติดหนี้น้ำใจคนเข้าแล้ว

    

    อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอของเจียงเสี่ยวไป๋ได้

    

    แต่หนี้น้ำใจนี้ หากมันสมควรติดค้างก็ให้ติดค้างไปเถิด

    

    “ส่วนเรื่องบ้านตระกูลเฉินที่พ่อหนุ่มพูดถึง เดี๋ยวฉันจะไปดูให้ใน 2 วันนี้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมาก ชายชราคนนี้เป็นผู้ที่รักษาคำพูด ในเมื่อเขาบอกว่าจะไปดูให้ เช่นนั้นเรื่องนี้เป็นอันตกลงตามนี้

    

    หลังจากพูดคุยกับหลินฉางเกิงไปสักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็ลุกขึ้นแล้วขอตัวลา

    

    เขามอบของขวัญพบหน้าให้

    

    ตอนนี้เขาติดค้างเรื่องการพิมพ์หนังสือกับเจ้าหนุ่มคนนี้ไปเสียแล้ว นับประสาอะไรกับกระดาษซวนและเหล้า 2 ขวด ?

    

    แต่เมื่อเห็นแว่นตาที่เจียงเสี่ยวไป๋มอบให้ หลินฉางเกิงก็อมยิ้มขึ้นมา

    

    เพราะมันคือแว่นตาแบรนด์ซื่อหมิง ซึ่งเป็นแบรนด์เก่าแก่ตั้งแต่ปี 1933 ในห้างสรรพสินค้าขายอยู่ที่ราคา 33 หยวน

    

    หลินฉางเกิงเคยไปดูอยู่หลายครั้งเหมือนกัน แต่เขาก็ยังเสียดายเงิน ไม่กล้าซื้อ

    

    “พ่อหนุ่มช่างมีน้ำใจจริง ๆ ! ”

    

    หลินฉางเกิงมองออกไปนอกประตูพลางบ่นพึมพำกับตนเอง

    

    [1] เก้าอี้หมวกทางการ 官帽椅 (กวนเม่าอี่) เป็นหนึ่งในทรงเก้าอี้ดั้งเดิมที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเก้าอี้ทางการ มักจะจัดเรียงตามชนชั้น ยศถาบรรดาศักดิ์ของผู้ที่นั่ง

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 121 เยี่ยมเยือนปรมาจารย์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved