ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 114 ทำธุรกิจแบบนี้ก็ได้หรือ
- Home
- All Mangas
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 114 ทำธุรกิจแบบนี้ก็ได้หรือ
ตอนที่ 114 :ทำธุรกิจแบบนี้ก็ได้หรือ
ในตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋มาถึงถนนลูกรัง พวกเจียงเสี่ยวหยุนก็ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ข่าวที่เขารับซื้อกุ้งเครย์ฟิชได้แพร่กระจายไปทั่วเจียงวานแล้ว
เจียงเสี่ยวเฟิงบอกสถานการณ์คร่าว ๆ ให้เขาฟัง เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจ เขาเพียงยกถังไม้ใส่กุ้งเครย์ฟิชขึ้นพ่วงข้างแล้วขี่รถเข้าเมือง
……
“หวังผิง นายขี่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของฉันไปขนกุ้งเครย์ฟิชมาให้สักสองสามรอบหน่อยสิ”
เมื่อวาน เขางานยุ่งมากจนลืมไปว่าหวังผิงขี่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างได้เหมือนกัน วันนี้พอนึกถึงเรื่องนี้ เขาจึงโยนกุญแจให้หวังผิงทันที
“ได้ ! ”
หวังผิงอยากช่วยแบ่งเบาภาระของเจียงเสี่ยวไป๋มานานแล้ว เขาคว้ากุญแจมาแล้วขี่รถไปยังเจียงวาน
เจียงเสี่ยวไป๋ให้เจียงเสี่ยวเฟิ่ง เจียงเสี่ยวเฟิน และคนอื่นช่วยกันเอากุ้งแช่น้ำสะอาด ส่วนเขาเข้าครัวไปทำพะโล้ก่อน
กระทั่งหวังผิงวิ่งรถขนกุ้งเสร็จแล้ว พะโล้ก็เสร็จพอดี
เจียงเสี่ยวไป๋ทำพะโล้เสร็จก็จัดเตรียมตามใบสั่งจองของแต่ละหน่วยงาน แล้วให้หวังผิงเป็นคนวิ่งรถไปส่ง
“ได้ ! ”
หวังผิงไม่รีรอเช่นกัน เขารับใบรายการสั่งจองมาจากเจียงเสี่ยวไป๋แล้วแพคพะโล้ขึ้นรถพ่วงข้างเพื่อออกวิ่งส่ง
“น่าจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจอย่างหดหู่ เขาไม่ได้เริ่มทำกุ้งอบน้ำมันในทันที แต่เดินไปที่โรงพิมพ์ของหนังสือพิมพ์รายวันแทน
“น้องชาย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ทำไมวันนี้ถึงมีเวลาว่างมาเที่ยวหากันได้ล่ะ ? ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เซี่ยงเฉียนจิ้นพูดด้วยความดีใจ จากนั้นก็ยื่นบุหรี่ให้เขาแล้วไปต้มชาต่อ
เขาในตอนนี้แตกต่างกว่าเมื่อก่อนมาก
ยอดขายกล่องอาหารกลางวันแบบใช้แล้วทิ้งและถ้วยกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งมีจำนวนมาก นอกเหนือจากงานพิมพ์หนังสือพิมพ์รายวันชิงโจวของทุกวันแล้ว คนงานในโรงงานยังทำงานล่วงเวลาอีกด้วย เช่น การทำกล่องอาหารกลางวันแบบใช้แล้วทิ้งหรือถ้วยกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองไม่เพียงได้รับความนิยมในเมืองนี้เท่านั้น แต่แม้แต่อำเภออื่น ๆ ก็มีคำสั่งซื้อเข้ามาทุกวัน ยอดขายต่อวันมากถึงหลายหมื่นชิ้น
แม้กำไรต่อชิ้นจะแค่ไม่กี่หลี แต่เมื่อยอดขายต่อวันมากถึงหลายหมื่นชิ้นแบบนี้ ก็สามารถสร้างผลกำไรให้โรงพิมพ์ได้วันละหลายร้อยหยวนเช่นกัน
และทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นผลประโยชน์ที่เจียงเสี่ยวไป๋นำมาให้เขา
ดังนั้น เมื่อเขาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจึงดีใจมาก เขาทั้งยื่นบุหรี่ให้ทั้งต้มชามารินให้
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะแล้วพูดว่า “ผมทำเมนูใหม่ออกขาย ต้องการถ้วยกระดาษที่มีฝาปิดสัก 1 ล็อต”
“น้องเจียงทำเมนูใหม่ขายอีกแล้วหรือ ! ”
เซี่ยงเฉียนจิ้นไม่ได้สนใจเรื่องงานมากนัก เขาถามถึงเมนูใหม่ที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงเป็นอันดับแรก
และเมื่อรู้ว่ามันคือเมนูกุ้งเครย์ฟิชอบน้ำมัน เขาก็ถูกชื่อเมนูนี้ดึงดูดความสนใจทันที
“ฮ่าฮ่า อาหารที่น้องเจียงทำรสชาติอร่อยอย่าบอกใคร สงสัยคงต้องไปชิมบ้างแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงพูดขึ้นว่า “ถ้าหากไม่เป็นการรบกวนพี่เซี่ยงเกินไป วันนี้ช่วยผลิตถ้วยกระดาษแบบมีฝาปิดให้ผมก่อนได้ไหม แล้วผมจะเลี้ยงเมนูกุ้ง 1 สัปดาห์เลย”
“ฮ่าฮ่า……”
เซี่ยงเฉียนจิ้นหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “น้องเจียงพูดแล้วนะ ว่ามาสิว่าต้องการแบบไหน เดี๋ยวฉันจะพักงานทุกอย่างไว้แล้วทำถ้วยกระดาษให้น้องเจียงก่อน”
ที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการคือกล่องใส่เมนูกุ้งเครย์ฟิช กล่องบรรจุภัณฑ์จะเหมือนกับกล่องอาหารกลางวันแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ขนาดจะต่างกัน และการทำแบบมีฝาปิดก็ทำได้ไม่ยาก
หลังจากบอกความต้องการแล้ว เซี่ยงเฉียนจิ้นขมวดคิ้วแล้วพูดว่า: “แบบมีฝาปิดน่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะชามใบเล็กที่สั่งผลิตครั้งที่แล้วก็มีฝาปิดเหมือนกัน เพียงแต่ขนาดที่น้องเจียงต้องการในคราวนี้มันค่อนข้างใหญ่ไปหน่อย ฉันเป็นกังวลว่าหากใส่อาหารลงไปแล้วอาจจะขาดหรือรับน้ำหนักไม่ไหว”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือปัดพลางพูดว่า: “ไม่ต้องกังวล ใช้กระดาษหนา 350 แกรมเหมือนกันได้เลย ไม่เป็นไรหรอก”
ในเมื่อเจียงเสี่ยวไป๋พูดมาขนาดนี้แล้ว เซี่ยงเฉียนจิ้นจึงไม่กังวลอีก
ทั้งยังบอกอีกว่า พรุ่งนี้เช้าจะส่งไปให้ที่ร้านเขาก่อน 1 ล็อต
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นจึงขอตัวลา
เมื่อกลับมาถึงร้าน ช่างไม้ถานและถานชิงซานได้นำโต๊ะและเก้าอี้มาส่งไว้ให้อีก 3 ชุด
“ฉันบอกจะไปส่งพวกเขาที่เจียงวาน แต่ลุงถานไม่ยอมท่าเดียว”
หวังผิงพูดอย่างจนใจ
เขาไม่รู้ว่าวันนี้ช่างไม้ถานจะมาส่งโต๊ะเก้าอี้อีก ไม่อย่างนั้นเขาก็จะได้ขี่รถไปขน พวกเขาทั้งสองคนจะได้ไม่ต้องแบกของหนักเดินมาไกลหลายลี้ขนาดนี้
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกซาบซึ้งใจเช่นกัน เขาพูดว่า “ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสอื่นอีก”
หวังผิงพยักหน้ารับแล้วโยนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างคืนให้เจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นเขาก็ไปฆ่ากุ้งที่หลังครัวต่อ
กุ้งเครย์ฟิชในวันนี้มีจำนวนเยอะกว่าเมื่อวานหลายสิบชั่ง ทำเอาคนที่ต้องทำกุ้งถึงกับเหนื่อยหอบไปตาม ๆ กัน
“หาจ้างพนักงานเพิ่มอีกสัก 2 คนเถอะ ! ”
หลินเจียอินบอกกับเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋คิดแล้วจึงพูดว่า “ในอนาคต งานที่ร้านน่าจะยุ่งมาก เราจะจ้างพนักงานเพิ่มอีกสัก 4 คนจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้”
หลินเจียอินพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขาแล้วพูดต่ออีกว่า “ฉันคิดว่าพี่ชิงซานใช้ได้เลย ไม่อย่างนั้นบ่ายนี้ลองไปถามเขาดูดีไหม”
“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
ในความทรงจำของเขา ถานชิงซานเป็นคนดี ฉลาดและมีความอดทนสูง ในชาติที่แล้ว ถานชิงซานก่อร่างสร้างตัวด้วยตนเองจนมีชื่อเสียงโด่งดัง
หลังจากที่ทั้งสองปรึกษากันเสร็จแล้ว หลินเจียอินจึงไปที่หน้าร้าน ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็ทำกุ้งอบน้ำมันต่อ
วันนี้คาดว่าพวกเขาจะสามารถทำกุ้งอบน้ำมันได้ประมาณ 200 ชุด
เมื่อมีประสบการณ์จากเมื่อวานแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จึงให้หลินเจียอินไปแจ้งลูกค้าล่วงหน้า หากลูกค้าไม่นั่งกินในร้านก็สามารถนำกล่องหรือภาชนะมาใส่อาหารกลับไปได้
และสำหรับลูกค้าที่นำภาชนะมาใส่กลับไปกินบ้านก็จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1 หยวนและได้เบียร์แถมไปอีก 1 ขวดเหมือนเดิม
ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ยังเป็นวันสุดท้ายในการแถมโปรโมชั่นนี้แล้ว
เพราะว่าพรุ่งนี้เขาจะมีกล่องที่ใช้สำหรับใส่กุ้งอบน้ำมันโดยเฉพาะ จึงไม่ต้องให้ลูกค้านำมาเองอีก
เนื่องจากยังไม่เปิดขายกุ้งอบน้ำมัน ลูกค้าหลายคนที่มารอนานแล้วจึงกลับบ้านไปเอาภาชนะเพื่อมาใส่ ส่วนลูกค้าเก่าที่มีประสบการณ์เมื่อวานก็นำภาชนะมาด้วยตั้งแต่ตอนมาถึงร้านแล้ว
และก่อนที่จะเริ่มเปิดขาย จำนวนคิวจองมีมากถึง 40 กว่าคิวแล้วเช่นกัน
ตอนนี้โต๊ะที่อยู่ด้านนอกและด้านในของร้านถูกยึดไว้โดยลูกค้าหมดแล้ว
สถานการณ์นี้คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าเมนูกุ้งเครย์ฟิชเป็นที่นิยมขนาดไหน
เจียงเสี่ยวไป๋ทำทีละ 3 กระทะเช่นเดิม ถึงแม้จะมีลูกค้าเป็นจำนวนมากนำกลับไปกินที่บ้าน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเบาแรงลงเลย เขายังคงงานยุ่งจนมือไม้พันกันเช่นเดิม
กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายสองโมงกว่า กุ้งเครย์ฟิชที่เหลืออยู่มีไม่มากแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ให้หวังผิงไปบอกหลินเจียอิน ให้เธอค่อย ๆ จ่ายบัตรคิวให้ลูกค้าไป
แต่เขาประเมินความชื่นชอบที่ลูกค้าทุกคนมีต่อกุ้งเครย์ฟิชต่ำไป
“อะไรนะ เพิ่งเลยเที่ยงวันมาก็จะหมดแล้วหรือ ? ”
เมื่อรู้ว่ากุ้งเครย์ฟิชของวันนี้กำลังจะหมด ลูกค้าที่ยังไม่ได้ซื้อก็เริ่มเป็นกังวลใจ
“เถ้าแก่ ถ้าหากหมดก่อนถึงคิวฉัน งั้นฉันขอจองไว้สำหรับวันพรุ่งนี้แล้วกัน”
“ใช่ ๆ ฉันก็เหมือนกัน”
“งั้นวันนี้ฉันจะจับบัตรคิวไว้ พรุ่งนี้จะได้ถึงคิวฉันเป็นคิวแรกสุด”
“ไม่ว่าจะได้กินวันนี้หรือพรุ่งนี้ ฉันขอจองก่อน 2 ชุด”
“เถ้าแก่ ฉันอยากซื้อหลายชุดหน่อย ช่วยไม่จำกัดระยะเวลาในการรับได้ไหม ? ”
“ใช่แล้ว เถ้าแก่ ถ้าไม่จำกัดเวลา ฉันก็จะได้ซื้อหลาย ๆ ชุดเหมือนกัน”
“……”
กระแสตอบรับของลูกค้าดีมาก ถึงขั้นยินดีจ่ายเงินล่วงหน้า เพื่อที่วันหลังพวกเขาจะได้มากินวันไหนก็ได้ตามต้องการ
หลินเจียอินที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับตกตะลึง
เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ด้วย
แต่ไม่นานเธอก็ตัดสินใจได้ เธอพูดเสียงดังว่า “ในเมื่อลูกค้าทุกท่านเชื่อมั่นในร้านของเรา และชื่นชอบรสชาติกุ้งอบน้ำมันของร้านเราขนาดนั้น ฉะนั้นฉันจะทำตามความต้องการของทุกคนแล้วกัน”
“ฉันจะขายให้พวกคุณก่อน จากนั้นพวกคุณสามารถเข้ามาทานในร้านพร้อมกับใบเสร็จที่ฉันให้ไว้ได้”
“และฉันจะยึดตามคิวการจองของพวกคุณด้วย”
“ตกลง ! ”
“เยี่ยมมาก ! ”
“ฉันจอง 3 ชุด ! ”
“ฉันจอง 5 ชุด ! ”
“ฉันจอง 2 ชุดก่อน ! ”
“……”
ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็มีลูกค้ามาสั่งจองไว้ถึงสิบกว่าคนแล้ว
ลูกค้าจำนวนมากที่เข้ามาในร้านภายหลังก็ทำการจองเช่นกัน
จนกระทั่งกุ้งอบน้ำมันของวันนี้ขายหมดเกลี้ยงแล้ว หลินเจียอินยังได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมอีก 417 รายการ ซึ่งมากกว่ายอดขายสองเท่าในวันนี้
หวังผิงและเจียงเสี่ยวเฟิ่งที่คอยดูแลลูกค้าอยู่ในร้านเห็นแบบนี้ก็ถึงกับมองหน้ากันอย่างเหลือเชื่อ
ทำธุรกิจแบบนี้ก็ได้หรือ !
หลินเจียอินเล่าเรื่องทุกอย่างให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะแล้วพูดว่า “เมียจ๋า คุณทำได้ดีมาก ที่จริงวิธีนี้เรียกว่าระบบสมาชิก”
“ระบบสมาชิก ? ”
หลินเจียอินมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความงุนงง เธอไม่เข้าใจ