cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 95 มรสุมที่ก่อตัวขึ้นในเมือง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 95 มรสุมที่ก่อตัวขึ้นในเมือง
Prev
Next

บทที่ 95 มรสุมที่ก่อตัวขึ้นในเมือง
บทที่ 95 มรสุมที่ก่อตัวขึ้นในเมือง

ร้านค้าของตระกูลจาง ตั้งอยู่บนถนนที่พลุกพล่านที่สุดของเมืองหมอกสน แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นซากปรักหักพังในชั่วข้ามคืน

สามเดือนผ่านไปนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

บนถนนที่พลุกพล่าน มีร้านค้าเรียงรายเป็นทิวแถว เต็มไปด้วยฝูงคนพลุกพล่าน ทุกที่เต็มไปด้วยเสียงจอแจทว่ามีเพียงที่นี่เท่านั้นที่เงียบสงัดราวกับสุสาน หากมีผู้คนเดินผ่านที่แห่งนี้ พวกเขาจะเดินชิดไปที่อีกริมฝั่งของถนนราวกับพวกเขากลัวจะถูกแปดเปื้อนจากความโชคร้าย

สถานที่นี้อยู่ในสภาพพังทลาย และยังคงมีคราบเลือดสีแดงเข้มระหว่างกระเบื้องหลังคาที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ คราบเลือดเหล่านี้เป็นของเจ้าของร้านค้าตระกูลจางและบรรดานักสร้างยันต์ฝึกหัดทั้งสามสิบเจ็ดคน แม้ว่าศพของพวกเขาจะเน่าเปื่อยและหายไปนานแล้ว แต่คราบเลือดก็ไม่อาจลบล้างได้ ราวกับสื่อถึงความหวาดกลัว ความโกรธ และความแค้นในใจของพวกเขา…

พ่อค้าคนหนึ่งนำกลุ่มคนรับใช้ที่มีรูปร่างกำยำมายังที่แห่งนี้ เขาปรารถนาถึงที่ดินผืนนี้และต้องการสร้างร้านค้าของเขาบนซากปรักหักพัง

“รื้อพวกมันออกซะ! ข้าได้สอบถามตระกูลหลี่และได้ใช้เงินจำนวนมหาศาลในการซื้อที่ดินผืนนี้ ในอนาคตที่แห่งนี้คืออาณาเขตของนายท่านฉุ่ย จงรีบเก็บกวาดซากปรักหักพังและชำระล้างคราบโลหิตที่สกปรกและส่งกลิ่นเหม็นให้สะอาดหมดจดซะ!” พ่อค้าผู้มีท้องโตออกคำสั่งเสียงดัง

แต่เขาสังเกตเห็นว่ากลุ่มคนรับใช้ที่มีร่างกายกำยำที่อยู่ด้านหลัง มีท่าทีไม่เต็มใจและไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะระเบิดความโกรธออกมา “มีเหตุใดต้องกังวล? พวกเจ้าทุกคนกลัวแปดเปื้อนจากความโชคร้ายของตัวซวย หรือกลัวถูกตระกูลหลี่จัดการกันฮะ? ข้าไม่ได้บอกพวกเจ้าหรือว่าข้าถามไถ่จากตระกูลหลี่แล้ว!”

“นายท่าน ที่แห่งนี้มีผู้คนล้มตายมากมาย แม้ว่าเราจะเปิดร้านในที่แห่งนี้ ความโชคร้ายจะไม่มาเยือนหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าตัวซวยนั่นก็อยู่ที่นี่เป็นเวลาถึงสี่ปี ใครจะรู้ว่าเราจะแปดเปื้อนความโชคร้ายของเขาหรือไม่…” ข้ารับใช้คนหนึ่งอธิบายด้วยสีหน้าอันขมขื่น

“ใช่แล้วขอรับ ในตอนนี้ ทุกคนในเมืองที่เกี่ยวข้องกับตัวซวยต่างถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น และแม้กระทั่งสิ่งของที่เขาเคยใช้มาก่อน ก็ถูกเผาทำลายจนไม่เหลือสิ่งใด”

“นายท่าน จะเป็นการดี ถ้าเราไม่ข้องเกี่ยวกับที่ดินผืนนี้!”

ข้ารับใช้ทั้งหมดกล่าวพร้อมกันและเผยความกังวลในใจออกมาอย่างชัดเจน

“พวกเจ้าทุกคนยังอยากมีชีวิตอยู่หรือไม่” พ่อค้าฉุ่ยตะคอกเสียงดัง “ไปทำงานซะ! ถ้าเจ้าไม่เก็บกวาดซากปรักหักพังภายในคืนนี้ ข้าจะตัดศีรษะของพวกเจ้า!”

เหล่าข้ารับใช้ได้แต่นิ่งเงียบราวกับจักจั่นจำศีลในฤดูหนาว พวกเขาทำได้เพียงกัดฟันและก้าวเดินไปข้างหน้า ก่อนจะเริ่มเก็บกวาดร้านค้าของตระกูลจางที่กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว

สีหน้าของพ่อค้าฉุ่ยผ่อนคลายลงเมื่อเห็นสิ่งนี้ขณะบ่นพึมพำด้วยความดูแคลน “ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง กลัวแม้กระทั่งสวะเฉกเช่นตัวซวยเฉินซี ถ้าข้าเป็นคนของตระกูลหลี่ ข้าคงฆ่าพวกเจ้าทั้งหมดไปแล้ว…”

“หืม นั่นคือผู้ใดกัน? เหตุใด…จิตสังหารที่แผ่ออกจากตัวเขาเข้มข้นราวกับเดินออกมาจากทะเลแห่งเลือดและซากศพแบบนั้น!?”

“มันคือเฉินซี! เฉินซี! มัน… มันกลับมาแล้ว!”

“เฉินซี? เจ้าตัวซวย?”

“บัดซบ ข้าต้องหลีกเลี่ยงมันเป็นการด่วน ตระกูลหลี่อาจจะทำลายครอบครัวของข้า หากมีความสัมพันธ์กับมันเพียงเล็กน้อย”

บนถนนที่ไกลออกไป ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงมากมายก็ดังขึ้นจากฝูงชนที่พลุกพล่าน ราวกับว่าพวกเขาได้เห็นสัตว์ร้ายที่คาดไม่ถึง ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดขณะที่พวกเขาต่างวิ่งหนีอย่างดูไม่ได้

ทันใดนั้น ถนนทั้งสายก็เต็มไปด้วยผู้คนที่ร้องโวยวายขณะที่หลีกหนีราวกับว่าพวกเขาได้พบกับบางสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

“นายท่าน! เจ้าตัวซวยกลับมาแล้ว!”

“พวกเรารีบหนีเร็วเข้า!”

“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!”

ข้ารับใช้ทุกคนต่างมีสีหน้าเศร้าหมอง หากไม่ใช่เพราะกลัวอำนาจและอิทธิพลของพ่อค้าฉุ่ย พวกเขาคงจะวิ่งหนีไปนานแล้ว

“หุบปากซะ!” สีหน้าของพ่อค้าฉุ่ยเปลี่ยนไปเช่นกัน แต่เขากลับตะโกนออกมาสุดเสียง “มันเป็นแค่สวะที่มีดีแค่การสร้างยันต์ พวกเจ้าจะต้องกลัวอะไร? คนเหล่านั้นหลีกหนีเพราะกลัวตระกูลหลี่ แต่ข้ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลหลี่ แล้วยังจำเป็นต้องหนีอีกหรือ?”

ในขณะที่พ่อค้าฉุ่ยกำลังกล่าว ถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนก็ไม่มีแม้แต่เงาเดียว บรรดาร้านค้าทั้งสองฟากถนนต่างก็ปิดประตูดังโครมคราม ราวกับหลีกเลี่ยงเทพเจ้าแห่งโรคระบาด

บรรยากาศกลายเป็นเงียบสงัด แปลกประหลาดและกดดัน ราวกับเป็นความสงบก่อนที่จะเกิดพายุ

“ไม่ต้องตื่นตระหนกไป จงทำในสิ่งที่ควรทำ เจ้าจะได้รับค่าจ้างเพิ่มอีกสิบเท่าสำหรับวันนี้!” พ่อค้าฉุ่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกล่าวช้า ๆ

เงินทองสามารถกระตุ้นจิตใจของผู้คนได้เยี่ยมนักดังคำกล่าวที่ว่า หากมีเงินมากพอแม้แต่ใช้ผีโม่แป้งก็ยังทำได้

เมื่อข้ารับใช้ทั้งหลายได้ยินว่าจะได้รับค่าจ้างเพิ่มอีกสิบเท่า แม้สีหน้าจะไม่น่าดูนัก แต่ก็ไม่มีผู้ใดเลือกที่จะจากไป นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ของเงินทอง!

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงฝีเท้าดังกึกก้องไปทั่วท้องถนนอันหนาวเหน็บและมืดทึบ เสียงแผ่วเบาราวกับลมพัดผ่าน แต่หนักแน่นราวกับเสียงรัวกลอง ทุกย่างก้าวเหยียบย่ำไปยังหัวใจของพวกเขา ทำให้พลังชีวิตและเลือดที่สำคัญต่างก็พลุ่งพล่าน ลมหายใจก็หนักขึ้นเช่นกัน

ร่างนั้นเดินมาท่ามกลางเสียงฝีเท้าประหลาดที่ทำให้ผู้คนต้องตัวสั่นไปด้วยความกลัว สีหน้าของมันเย็นชาราวกับซากศพ แต่ดวงตาเป็นสีแดงก่ำราวกับเลือด และมีแววตาคล้ายกับวิญญาณชั่วร้าย

จิตสังหารของมันเป็นดั่งเลือดข้นที่ไม่อาจละลาย ราวกับมีดคมกริบที่เย็นยะเยือกเสียดแทงเข้าไปในไขกระดูก

ในขณะที่ตัวมันเองเป็นเหมือนกระบี่แหลมคมที่ยังไม่ถูกปลดออกจากฝักซึ่งถูกแช่อยู่ในทะเลเลือด และโหยหาที่จะดื่มเลือดและดวงวิญญาณสด ๆ

ตุ้บ!

ขาของพ่อค้าฉุ่ยอ่อนแรงจนล้มลงนั่งไปกับพื้น เรี่ยวแรงในร่างกายดูเหมือนจะถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น ราวกับมีมือไร้รูปร่างมาบีบคอของเขาอยู่ ดวงตาของเขาเบิกโพลง เมื่อเขามองไปยังร่างที่เต็มไปด้วยจิตสังหารกำลังใกล้เข้ามา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะร้องโหยหวน “เฉินซี เจ้า… เจ้าตัวซวย! เจ้าคิดจะทำสิ่งใด? ตระกูลหลี่หนุนหลังข้าอยู่ เจ้าไม่อาจแตะต้องข้า!!”

ที่ด้านข้าง ข้ารับใช้ทุกคนต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น สองขาทรุดลงกับพื้น สีหน้าของพวกเขาซีดเผือดราวกระดาษ เมื่อคนเหล่านี้ได้เห็นร่างนั้น พวกเขาจึงตระหนักได้ ไม่ว่าจะมีเงินมากสักเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบกับชีวิตของพวกเขา

เฉินซีไม่ได้สนใจพวกเขา เขาเพียงมองดูซากปรักหักพัง และภาพในอดีตก็แวบผ่านเข้ามาในความคิดของเขา

‘เจ้าเด็กน้อยผู้น่าสงสาร ในเมื่อไม่มีใครซื้อแผ่นยันต์ของเจ้า ก็จงขายพวกมันให้ข้าเถอะ การเลี้ยงดูครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นยากลำบากเกินไป’

‘ฮ่า ๆ! เฉินซี ทักษะการสร้างยันต์ของเจ้าพัฒนาขึ้นอีกแล้ว เพื่อเห็นแก่ปู่ น้องชายเจ้า และที่สำคัญที่สุดคือตัวเจ้าเอง เจ้าต้องหมั่นเพียรต่อไป และอย่าได้หยิ่งยโส รู้ไหม!’

‘ข้ารู้เสมอว่าวันนี้จะต้องมาถึง ไปเถอะ ร้านของลุงนั้นเล็กเกินไป และชีวิตของเจ้าก็ไม่ควรถูกเหนี่ยวรั้งอยู่แต่ที่นี่ จงขยันหมั่นเพียรไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อ้อ หากเจ้าพอมีเวลาอย่าลืมแวะมาหาลุงบ้างล่ะ ฮ่า ๆๆ ข้าขอมากเกินไปหรือเปล่านี่?’

…

น้ำตาสีเลือดสองสายไหลรินลงบนใบหน้าของเขาอย่างเงียบ ๆ เฉินซีคุกเข่าลงบนพื้น ขณะหันหน้าไปยังทางซากปรักหักพัง ซึ่งเคยเป็นร้านค้าของตระกูลจางในอดีต เผชิญหน้ากับลุงจางที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ และเขาก็หมอบกราบลงบนพื้นอย่างรุนแรง

‘ท่านลุง เสี่ยวซีได้เติบใหญ่แล้ว ข้าจะแก้แค้นให้แก่ท่านในวันนี้!’

เฉินซีลุกยืนขึ้นและจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

พ่อค้าฉุ่ยและเหล่าข้ารับใช้ที่อยู่ด้านข้าง ต่างมีสีหน้าหวาดกลัวเกินบรรยาย หลังจากเฉินซีจากไปเพียงอึดใจ ทวารทั้งเจ็ดของพวกมันก็มีเลือดหลั่งไหลออกมา จากนั้นจึงล้มลงและตายโดยไร้เสียง!

มีแผ่นยันต์ที่วาดด้วยเลือดอยู่บนพื้น มันคือยันต์เมฆาอัคคีขั้นหนึ่งที่เฉินซีถนัดที่สุด อักขระของยันต์สีเลือดต่างบานสะพรั่งราวกับดอกไม้ ดูเหมือนจะเป็นการไว้ทุกข์ให้กับดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับที่อยู่ภายในซากปรักหักพัง

ณ สถานที่ที่เคยเป็นร้านอาหารนทีกระจ่าง…

บนซากปรักหักพังที่ว่างเปล่าและน่าสยดสยอง ต่างเต็มไปด้วยซากกระดูกและคราบเลือด ในตอนนี้ เฉินซีกำลังปรุงอาหารอันแสนเลิศรส ดูเหมือนว่าเขาบ่นพึมพำอะไรบางอย่างด้วยคำพูดที่ขาด ๆ หาย ๆ เช่น ผู้เฒ่าหม่า เพ่ยเพ่ย และเฉียวหนาน อย่างแผ่วเบา

ซากปรักหักพัง คราบเลือด ซากกระดูก และผู้คนที่มักว่ากล่าวในยามที่เขาปรุงอาหาร ฉากเช่นนี้แปลกประหลาดอย่างยิ่ง ซึ่งอาจเรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัว

ผ่านไปหนึ่งก้านธูป

อาหารสี่จานและสุราหนึ่งเหยือกตั้งวางอยู่หน้าซากปรักหักพัง ในขณะที่ร่างของเฉินซีไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกต่อไป

สุนัขจรจัดตัวหนึ่งได้กลิ่นอันหอมหวนจึงวิ่งเข้ามา แต่มันก็ไม่ทันได้เข้าใกล้อาหารอันเลิศรสเลยด้วยซ้ำ จู่ ๆ ก็ร้องครวญครางโหยหวน ก่อนที่มันจะล้มลงกับพื้นและตายอยู่ที่นั่น

…

‘เฉินซีกลับมาแล้ว!’

ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหมอกสนภายในชั่วพริบตา และทำให้ทั้งเมืองต้องปั่นป่วน

เฉินซี เจ้าตัวซวยที่อยู่ในเมืองหมอกสนมาตั้งแต่เขายังเด็ก ตัวซวยของตระกูลที่ล่มสลาย บุพการีต่างก็หายสาบสูญ สัญญาการแต่งงานของเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ปู่ของเขาก็มาเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ อีกทั้งมือขวาของน้องชายก็มาพิการอีก…

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เป็นเพราะเฉินซีอีกครั้งที่ทำให้ตระกูลหลี่กวาดล้างชาวบ้านในระยะสามร้อยลี้ อีกทั้งยังทำลายร้านค้าของตระกูลจาง และร้านอาหารนทีกระจ่างลง ตราบใดที่มีความสัมพันธ์เพียงเล็กน้อยกับเขา ไม่ว่าใครก็ต้องตายอย่างอนาถ ช่างไม่ยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย!

ในตอนนี้ ตัวซวยที่ทุกคนรู้จักได้กลับมาแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาต้องการทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยความโชคร้ายและเลือดต้องหลั่งไหลอีกครั้ง?

ที่ถนนนั้นไร้ผู้คนแล้ว

ร้านค้าที่เคยคึกคักต่างก็ปิดประตูเช่นกัน

สำนักต่าง ๆ ได้สั่งห้ามเหล่าศิษย์ไม่ให้ออกไปข้างนอก

ทั่วทั้งเมืองเงียบสงัดราวกับเมืองร้างในพริบตา

แม้แต่ผู้บ่มเพาะที่มักโอ้อวดถึงพลังที่แข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังต้องปิดปากเงียบและเฝ้ามองจากด้านข้าง เนื่องจากพวกเขาคาดคิดว่า ในวันนี้เฉินซีจะต้องตายอย่างอนาถภายใต้คมกระบี่ของตระกูลหลี่

…

จวนแม่ทัพ

ผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งภายใต้คำสั่งของแม่ทัพฉิน หลัวชงกำลังขมวดคิ้วด้วยความกังวล

ในขณะนั้นเอง ทหารคนหนึ่งได้รีบวิ่งเข้ามาแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “รายงานถึงผู้บัญชาการหลัว ท่านแม่ทัพถ่ายทอดคำสั่งว่า จวนแม่ทัพจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้!”

ปัง!

หลัวชงฟาดฝ่ามือใส่โต๊ะที่อยู่ใกล้เคียงอย่างรุนแรง จนเศษไม้กระจัดกระจายไปทั่ว

“เรานิ่งเฉยขณะที่ตระกูลหลี่สังหารผู้คนกว่าหมื่นคน ตอนที่ร้านค้าของตระกูลจางและร้านอาหารนทีกระจ่างถูกทำลายล้างเราก็ยังนิ่งเฉยอีก หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ศักดิ์ศรีของจวนแม่ทัพจะยังหลงเหลืออยู่อีกหรือ? แล้วเราจะใช้สิ่งใดเพื่อโน้มน้าวใจผู้คน?”

ความโกรธที่หลัวชงสะสมมาเป็นเวลาสองสามเดือนระเบิดออกมาในที่สุด ในตอนนี้เอง เขาก็คำรามลั่นด้วยความกราดเกรี้ยว “เพราะอะไร? เหตุใดเราถึงเมินเฉยแก่เขา? เป็นเพราะตระกูลหลี่ได้รับการหนุนหลังจากตระกูลซูของเมืองทะเลสาบมังกร ดังนั้นพวกมันจึงสามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของจวนแม่ทัพได้อย่างนั้นหรือ?”

“หลัวชง เจ้าช่างใจร้อนยิ่งนัก!” เสียงที่เปี่ยมล้นด้วยอำนาจดังขึ้นขัด จากนั้นชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีม่วงก็เดินเข้ามาอย่างช้า ๆ เขาสูงราวสิบสองจั้ง แผ่นหลังตั้งตรงราวกับหอกและดูเหมือนภูเขาสูงที่แผ่แรงกดดันยามเข้าใกล้ เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรี บุคคลนี้เป็นบุคคลอันดับหนึ่งของจวนแม่ทัพ อีกทั้งยังเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของเมืองหมอกสน เขาคือ ‘ฉินฮั่น’

“ท่านแม่ทัพ!” หลัวชงตกตะลึงเมื่อเขาเห็นชายวัยกลางคนผู้นั้น จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนลุกขึ้นยืนและป้องมือทำความเคารพ

“ตระกูลซูนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ขุมพลังใหญ่ทั้งหมดในเมืองทะเลสาบมังกรก็น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเจ้าและข้าจะเป็นตัวแทนของราชวงศ์ซ่ง ก็ควรเลือกที่จะประนีประนอมเมื่อเผชิญหน้ากับตระกูลเก่าแก่เหล่านี้” ฉินฮั่นทอดถอนหายใจ “ไม่ต้องกล่าวถึงตัวข้า แม้ว่าจะอยู่ภายในเมืองทะเลสาบมังกรหรือดินแดนทางตอนใต้ทั้งหมด ก็ไม่มีจวนแม่ทัพของเมืองใดกล้าที่จะต่อต้านพวกเขาอย่างเปิดเผย”

หลัวชงรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวมานั้นเป็นความจริง แต่โทสะในใจของเขาก็ยังคงเพิ่มขึ้น เขากัดฟันแน่นและกล่าวว่า “แต่ขณะนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับตระกูลหลี่หาใช่ตระกูลซู!”

ฉินฮั่นส่ายศีรษะ “เจ้าคิดว่าตระกูลหลี่จะกล้าทำเรื่องอุกอาจไร้ศีลธรรมเยี่ยงนี้โดยปราศจากการหนุนหลังจากตระกูลซูของเมืองทะเลสาบมังกรหรือ?”

หลัวชงกล่าวด้วยความสับสน “เราจะไม่ทำอะไรเลยหรือ? แค่นิ่งเฉย ขณะที่เฉินซีกำลังจะถูกฆ่าอย่างนั้นหรือขอรับ? ยิ่งไปกว่านั้น หงเหมี่ยนเองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขามาก”

“ข้าทราบถึงเรื่องนั้นดี ดังนั้นข้าจึงกักบริเวณนางไว้” ฉินฮั่นตอบกลับ “นี่เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้หากเฉินซีตายไป บางทีเมืองหมอกสนอาจกลับคืนสู่ความสงบสุข นอกจากนั้น การเป็นศัตรูกับตระกูลหลี่และตระกูลซูเพื่อทายาทจากตระกูลที่ถูกกวาดล้าง ย่อมเป็นการฝังจวนแม่ทัพของข้าลงในก้นบึงนรกอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นมันจึงไม่คุ้มค่าที่จะแลกเลย”

“ตระกูลใหญ่และขุมพลังที่ยิ่งใหญ่พวกนั้นน่าสะพรึงกลัวขนาดนั้นเลยหรือ?” หลัวชงบ่นพึมพำอย่างไร้เรี่ยวแรงและได้แต่สลดใจ

“มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ” ฉินฮั่นพยักหน้ารับและไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อไปอีก

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 95 มรสุมที่ก่อตัวขึ้นในเมือง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved