cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 65 เหล่าสัตว์อสูรมาเยือนเพื่อแสดงความยินดี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 65 เหล่าสัตว์อสูรมาเยือนเพื่อแสดงความยินดี
Prev
Next

บทที่ 65 เหล่าสัตว์อสูรมาเยือนเพื่อแสดงความยินดี
บทที่ 65 เหล่าสัตว์อสูรมาเยือนเพื่อแสดงความยินดี

มู่ขุยรู้สึกประหม่ายิ่งนัก เขาไม่กล้าแม้แต่สบตากับเฉินซี แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่าทำสิ่งใดผิดเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ เฉินซีได้ยืมปราณวิญญาณของสวรรค์และโลกเพื่อใช้ในการบรรลุขอบเขตตำหนักอินทนิล และได้ดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรจำนวนมากที่กำลังบ่มเพาะอยู่บริเวณใกล้เคียงกับเทือกเขาวงจันทรา ดังนั้นพวกมันจึงมาขอให้มู่ขุยแนะนำตัวพวกมันแก่ชายหนุ่ม

สัตว์อสูรเหล่านี้มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับมู่ขุย และพวกมันมักจะรวมตัวกันเพื่อดื่มสุราและหารือเกี่ยวกับเต๋า แม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่สหายที่ดีที่สุด แต่การจะปฏิเสธก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ดังนั้นมู่ขุยจึงทำได้แต่เพียงรวบรวมความกล้ามาหาเฉินซี

แน่นอนว่า ในใจของมู่ขุยยังคงตื่นตระหนก ตัวเขาได้บ่มเพาะบนเทือกเขาวงจันทรามานับพันปี ทว่าด้วยการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ระดับการบ่มเพาะของเขาจึงไม่อาจเทียบเคียงกับสัตว์อสูรระดับสูงตัวอื่น ๆ ได้ ดังนั้นสัตว์อสูรเหล่านั้นจึงไม่มีใครยินดีที่จะคบหากับเขาอย่างสนิทใจ อันที่จริงสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ก็มักจะปฏิบัติต่อมู่ขุยในฐานะสหายร่วมเส้นทางเต๋าเพียงเท่านั้น

แต่ตอนนี้ ด้วยความก้าวหน้าของเฉินซี สัตว์อสูรเหล่านี้ได้แบกเอาสมบัติมากมายติดตัวเมื่อมาพบกับมู่ขุุ่ย และพวกมันก็สนทนากับเขาอย่างกระตือรือร้น นอกจากจะทำให้มู่ขุยรู้สึกประหลาดใจแล้ว ความภาคภูมิใจก็ได้ก่อขึ้นในหัวใจของเขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มู่ขุยทราบดีว่าถ้าไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของท่านผู้อาวุโสเฉินซี ตัวหยาบคายเหล่านี้ย่อมไม่เห็นเขาในสายตาแน่

“ตกลง” เฉินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ารับ ในขณะนี้เขาก็ต้องการพบกับเหล่าสัตว์อสูรที่บ่มเพาะอยู่ใกล้เคียงเช่นกัน ท้ายที่สุด เขาต้องอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี การได้รู้จัก ‘เพื่อนบ้าน’ บ้างย่อมไม่เสียหาย แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะเป็นสหายกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นศัตรู ดังนั้นมันจึงจำเป็นสำหรับเขาที่จะรักษาระดับความสัมพันธ์กับสัตว์อสูรเหล่านี้

“ท่านผู้อาวุโส… ท่านตกลง?” มู่ขุยไม่อยากเชื่อหูตัวเองขณะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าไม่อยากให้ข้าหนุนหลังหรอกหรือ?” เฉินซีชำเลืองมองอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “แต่เฉพาะครั้งนี้เท่านั้น นับจากนี้ไม่มีอีกแล้ว”

มู่ขุยรู้สึกภาคภูมิใจ และเขาก็พยักหน้ารับราวกับลูกไก่จิกกินเมล็ดข้าว ขณะที่เขาตื่นเต้นจนไม่อาจกล่าวใด ๆ

…

ผืนดินปกคลุมไปด้วยต้นสนอันเขียวขจี มีน้ำตกและน้ำพุไหลลงมาอย่างสวยงาม ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกและมวลเมฆ ขณะที่สายลมเย็นพัดผ่าน

ในฉากที่ราวกับภาพวาดเบื้องหน้านี้ ชายหญิงสิบกว่าคนในชุดต่าง ๆ หัวเราะและสนทนากัน พวกเขายืนพิงต้นสนสีคราม บางคนก็นั่งอยู่บนโขดหิน บางส่วนก็นั่งบนพื้นดินเป็นกลุ่มสองสามคน ส่วนหนึ่งก็ยืนตัวตรงรอต้อนรับและแสดงความเคารพ

“สหายมู่ขุยคนนี้ช่างโชคดียิ่งนักที่สามารถผูกมิตรกับผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลได้ ช่างน่าอิจฉาอย่างแท้จริง”

“อืม เราทำได้แค่โทษตัวเองที่ละเลยเขาในอดีต ถ้าข้ารู้ก่อนหน้านี้ ข้าอาจจะเป็นเหมือนเขาและได้รับฟังการชี้แนะจากท่านผู้อาวุโสเฉินซี”

“พวกเจ้าคิดว่าผู้อาวุโสเฉินซีมาจากแห่งหนใด? ในช่วงพันปีที่ผ่านมา ผู้บ่มเพาะที่เป็นมนุษย์แทบไม่ได้เหยียบย่างเข้ามาภายในเทือกเขาของเราเลย”

…

การสนทนาทุกรูปแบบก็ดังขึ้น และขณะนี้ ภายในภูเขาของเทือกเขาวงจันทราก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

“นั่น! มู่ขุยมาถึงแล้ว เป็นไปได้ไหมว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเขาคือผู้อาวุโสเฉินซีที่เพิ่งก่อสร้างรากฐานแห่งเต๋าของขอบเขตตำหนักอินทนิล?” จู่ ๆ ก็มีใครบางคนร้องออกมาด้วยความตกใจ

โอ้!

สายตาของบรรดาสัตว์อสูรหันไปทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง

พวกเขาเห็นมู่ขุยเดินตามหลังชายหนุ่มคนหนึ่ง คนผู้นี้มีรูปร่างสูงและใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาของเขากระจ่างใสและไม่แยแสใด ๆ แม้ว่าดูเหมือนคนธรรมดา แต่ด้วยทุกการเคลื่อนไหวที่เขากระทำ ราวกับว่าเขาได้หลอมรวมเข้ากับสวรรค์และโลก และปล่อยกลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมา

ดวงวิญญาณของเขาหลอมรวมกับลมปราณ ร่างกายของเขาหลอมรวมกับโลก เขาได้บรรลุขอบเขตตำหนักอินทนิลอย่างที่คาดการณ์ไว้!

ในขณะนั้น ในหัวใจของเหล่าสัตว์อสูรไม่มีความสงสัยอีกต่อไป การจ้องมองไปที่เฉินซีมีแต่ความเคารพเลื่อมใส

“ข้าคือ สยงผีแห่งเทือกเขาปักษาวิญญาณ ข้าขอแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสเฉินซี!”

“ข้าชื่อ จุ้ยหม่านแห่งถ้ำหินอัคนี ข้าขอแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสเฉินซี และขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสที่บรรลุขอบเขตตำหนักอินทนิลและสร้างรากฐานของมหาเต๋าสำเร็จ!”

“ข้ามาจากทะเลสาบปักษาเพลิงอมตะ…”

สัตว์อสูรเหล่านั้นทยอยออกมาทีละคนเพื่อโค้งคำนับและแสดงความเคารพเลื่อมใสต่อเฉินซี การแสดงออกและคำพูดของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความเคารพอย่างจริงใจ

ในตอนแรกเฉินซีรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่เขาก็คุ้นเคยกับมันได้ในภายหลัง เขาเพียงพยักหน้ารับ แต่ในใจของเขากำลังจดจำชื่อและรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรแต่ละตัวเอาไว้ ยิ่งกว่านั้นชายหนุ่มยังสังเกตว่าพวกมันมีลักษณะนิสัยคล้ายกับมนุษย์ ทั้งยังมีการกำหนดตำแหน่งตามระดับอาวุโส ตัวอย่างเช่น เมื่อพวกเขาแสดงความเคารพต่อเฉินซี พวกเขาจะปฏิบัติตามกฎและก้าวเดินเรียงลำดับตามความแข็งแกร่งของพวกเขา

มู่ขุยได้จัดเตรียมสุราชั้นดีและผลไม้รสเลิศเอาไว้แล้ว เขาทำความสะอาดที่โล่งระหว่างป่าสนก่อนที่จะวางฟูกและโต๊ะ จากนั้นจึงเชิญเฉินซี และคนอื่น ๆ ให้นั่งลง

แม้ว่าสถานที่นี้จะเรียบง่าย แต่เฉินซีก็ยังได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเหล่าสัตว์อสูรให้นั่งอยู่หัวแถว มู่ขุยนั่งเยื้องไปทางขวาของเฉินซี และคอยเทสุราและมอบผลไม้ให้แก่เฉินซี เขาเป็นเหมือนข้ารับใช้ที่ขยันขันแข็งและซื่อตรง อย่างไรก็ตาม ภาพที่เห็นนี้ได้สร้างความอิจฉาให้กับสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ยิ่งนัก และหากไม่ใช่เพราะสถานะของพวกเขา พวกเขาคงมิอาจห้ามใจและอยากคอยปฏิบัติรับใช้เฉินซีเฉกเช่นมู่ขุย

เฉินซีอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา เนื่องจากสัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ เหตุใดพวกมันถึงต้องคอยประจบสอพลอกับข้าเยี่ยงนี้?

ตัวอย่างเช่น สยงผีของเทือกเขาปักษาวิญญาณ ผู้สืบทอดสายเลือดของสัตว์ร้ายในยุคบรรพกาลอย่าง ‘หมีเทพจ้าวอหังการ’ ตัวตนของสยงผีนั้นน่านับถืออย่างหาที่เปรียบมิได้ และความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ห่างจากขอบเขตตำหนักอินทนิลอีกเพียงก้าวเดียว

‘เขาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อข้าด้วยความเคารพและให้เกียรติแก่ข้าเลยด้วยซ้ำกระมัง?’

“ผู้อาวุโส ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลมากไป ท่านเป็นเพียงผู้เดียวที่มีการบ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิล และผู้บ่มเพาะสัตว์อสูรเยี่ยงพวกเรานับถือในความแข็งแกร่งเท่านั้น ตราบใดที่ความแข็งแกร่งของท่านแข็งแกร่งกว่า พวกเขาก็เต็มใจที่จะเป็นทาสรับใช้ของท่านหากท่านต้องการ” มู่ขุยซึ่งอยู่เคียงข้างเฉินซีดูจะตระหนักได้ถึงความสับสนของเฉินซี จึงกระซิบผ่านกระแสปราณไปสู่อีกฝ่าย “ท่านผู้อาวุโส จงกินและดื่มตามสบาย ในแง่ดีก็คือพวกเขามาที่นี่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับท่าน แต่ในแง่ที่ไม่ดีก็คือพวกเขามาที่นี่เพื่ออยากรู้ถึงตัวตนของท่าน”

เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรหรือมนุษย์ พวกมันก็ไม่วายที่จะแสร้งประจบประแจงผู้มั่งคั่งและทรงพลังได้

พวกเขาดื่มสุราและกล่าวคุยกันอย่างเป็นกันเองจนเข้าสู่ยามพลบค่ำโดยไม่รู้ตัว

“ท่านผู้อาวุโส นี่คือน้ำเต้าดวงจิตสีคราม ที่เติบโตภายในถ้ำหินอัคนีของข้าและจะก่อตัวขึ้นทุก ๆ หนึ่งพันปีเท่านั้น มันประกอบไปด้วยมิติภายในที่ไม่เพียงจะสามารถบรรจุสุราชั้นดีได้ถึงสองพันห้าร้อยจิน แต่ยังมีคุณสมบัติอีกสองประการคือธาตุไฟและธาตุน้ำแข็ง ยามใช้ดื่มสุราก็สามารถแช่แข็งหรืออุ่นสุราได้ ข้าหวังว่าผู้อาวุโสจะกรุณายอมรับมันไป” เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง สัตว์อสูรจุ้ยหม่านแห่งถ้ำหินอัคนี ก้าวมาข้างหน้าและมอบน้ำเต้าดวงจิตสีครามให้เป็นของขวัญ รูปร่างของมันเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ แต่กลับเปล่งแสงหมอกสีเขียวออกมา

“ท่านผู้อาวุโส นี่คือผลอาชาสวรรค์ทมิฬที่ขุดขึ้นมาจากส่วนลึกในทะเลสาบ ซึ่งจะทำให้รากฐานการบ่มเพาะมีเสถียรภาพมากขึ้น”

“เห็ดหลินจือกระดูกหยกของข้าได้รับการฟูมฟักภายในหินหลอมเหลวของแกนโลก มันสามารถรักษาอาการบาดเจ็บใด ๆ ก็ตาม อีกทั้งยังมีสรรพคุณอันไร้ขอบเขต ผู้อาวุโส ท่านโปรดรับสิ่งนี้ไว้”

…

สัตวอสูรร่างมนุษย์เหล่านี้ได้เตรียมการมาก่อนแล้ว และพวกมันก็หยิบสมบัติหรือของวิเศษออกมาก่อนที่จะก้าวออกมา และมอบมันให้แก่เฉินซี

ชายหนุ่มตกตะลึงอย่างยิ่ง ในขณะที่มู่ขุยรับมอบสมบัติทั้งหมดด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติและไม่สงวนท่าทีเลยแม้แต่น้อย

“ฮึ่ม! พวกเจ้าแข่งขันเอาของที่ไร้ประโยชน์ออกมาหรือ?” สยงผีที่มักจะนั่งหลังตรงได้เปล่งเสียงอันเย็นยะเยียบอย่างฉับพลัน จนทำให้สัตว์อสูรตนอื่นตกตะลึง พวกเขาจ้องมองไปยังสยงผีด้วยสายตามืดมนอย่างยิ่ง

‘อืม…สัตว์อสูรตนนี้ดูเหมือนจะมีนิสัยตรงไปตรงมา’

เฉินซีอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เมื่อเหล่าสัตว์อสูรเหล่านั้นนำสิ่งของของพวกเขาออกมาก่อนหน้านี้ ช่างดูแปลกใหม่และล้ำค่า แต่ของเหล่านั้นหาได้มีประโยชน์อันใดต่อการบ่มเพาะ ดังนั้นสิ่งที่สยงผีกล่าวมาก็ไม่ผิดนัก

“ฮึ่ม! สหายเต๋าสยง สวรรค์รู้ถึงความตั้งใจของพวกเราดี พวกเราไม่เหมือนเจ้าที่ไม่ได้มอบของขวัญอันใดเลยและรู้แต่วิธีประชดประชันเท่านั้น!”

“จริงอยู่ที่การบ่มเพาะของเจ้าสูงที่สุดในหมู่พวกเรา แต่ในยามนี้ พวกเรามาเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสเฉินซี เจ้ากลับตั้งใจหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความแตกแยก เจตนาของเจ้านั้นเลวร้ายยิ่งนัก”

“เจ้าคิดว่าสิ่งของที่พวกเรานำมานั้นไร้ประโยชน์หรือ? เอาล่ะ เจ้าเฒ่าสยง เจ้านำสิ่งที่มีประโยชน์ออกมาเพื่อให้เราได้เปิดหูเปิดตาเถิด!”

สัตว์อสูรทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่สยงผี พวกเขาบ้างก็ดูถูก บ้างก็เยาะเย้ย และถ้อยคำกล่าวของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความชิงชัง

เฉินซีมองไปยังมู่ขุยด้วยความสงสัย ซึ่งอีกฝ่ายก็ยังคงไม่มีท่าทีใด ๆ และเขาก็กระซิบผ่านกระแสปราณ “จะไม่ห้ามหน่อยหรือ?”

“นิสัยของสยงผีเป็นเช่นนี้ การห้ามเขาจะทำให้ผู้อื่นไม่มีความสุข ท่านผู้อาวุโสโปรดรอดู ถ้าเขากล้าพูดเช่นนี้ ข้าคิดว่าเขาคงเตรียมพร้อมมาแล้ว” มู่ขุยรีบอธิบายผ่านกระแสปราณไปให้เฉินซีฟัง

มันก็เป็นอย่างที่มู่ขุยว่า สยงผีแสร้งเป็นหูหนวกจากการถูกเสียดสีและเยาะเย้ยโดยรอบ และซดสุราชั้นดีในถ้วยทั้งหมดภายในอึกเดียว ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนพร้อมกับสมบัติวิเศษที่พลันปรากฏอยู่ในมือของเขา

ของชิ้นนี้เปรียบเสมือนไผ่เรียวตรงสมบูรณ์และละเอียด มันมีความยาวสี่ฉื่อ ลำต้นมีสีเข้มสนิทและฉายแสงดำสลัว แม้ดูธรรมดา แต่ทันทีที่มันปรากฏขึ้น กลิ่นอายที่เย็นยะเยือกจนทำให้หัวใจสั่นสะท้านอย่างเงียบ ๆ ก็แผ่ออกมา

สิ่งนี้คือ…

สัตว์อสูรทั้งหมดต่างจ้องจนตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา

สายตาของเฉินซีจดจ้องไผ่สีดำนี้เช่นกัน หลังจากที่เขาบรรลุขอบเขตตำหนักอินทนิล ญาณสัมผัสของดวงวิญญาณของเขาก็ยกระดับขึ้น และชายหนุ่มก็ตระหนักได้ว่าไผ่สีดำนี้มีพลังที่รุนแรงและน่าสะพรึงกลัว

พลังนั้นราวกับฟ้าร้องจากสวรรค์ทั้งเก้าและนำพากลิ่นอายแห่งการทำลายล้างมาด้วย ทำให้ใจของผู้คนต่างสั่นไหว

สยงผีที่มีร่างกายสูงและแข็งแรงเหมือนเนินเขาเล็ก ๆ กวาดสายตาไปโดยรอบ ในขณะที่เขาเอ่ยถามอย่างเย็นชา “กระบี่ไผ่ทองคำนิลที่ยาวสี่ฉื่อนี้พอจะเข้าตาพวกเจ้าได้หรือไม่”

กระบี่ไผ่ทองคำนิล?

เมื่อพวกเขาได้ยินชื่อนี้ สัตว์อสูรทั้งหมดต่างก็อ้าปากค้าง ขณะที่พวกเขาจ้องมองไปที่ต้นไผ่สีดำ สายตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าและเกิดความโลภขึ้นมา

มันคือกระบี่ไผ่ทองคำนิล!

ในเวลาเดียวกัน เฉินซีได้เข้าใจในทันใด และความตกตะลึงนี้ก็ปรากฏขึ้นในหัวใจของเขา

เช่นเดียวกับชื่อของมัน กระบี่ไผ่ทองคำนิลเป็นศัสตราวิเศษที่มีคุณสมบัติทั้งธาตุโลหะและธาตุไม้โดยธรรมชาติ ลำต้นของมันคมกริบเหมือนกระบี่ สาเหตุที่มันหายากก็เป็นเพราะมันเติบโตเพียงหนึ่งชุ่นในทุกหนึ่งร้อยปีและต้องเผชิญกับการถูกฟ้าผ่าหลังจากนั้น หากมันสามารถทนต่อพลังของฟ้าผ่าและไม่ล้มตาย มันก็จะมีชีวิตรอดอีกหนึ่งร้อยปีและเติบใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งชุ่น อย่างไรก็ตาม กระบี่ไผ่ทองคำนิลส่วนใหญ่มักถูกฟ้าผ่าเป็นผุยผงในยามที่พวกมันแตกหน่อ และมีเพียงหนึ่งในหมื่นเพียงเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้นกระบี่ไผ่ทองคำนิลในมือของสยงผีน่าจะคงอยู่มาถึงสามพันปีแล้ว มันย่อมเผชิญกับสายฟ้าผ่ามาแล้วไม่น้อยกว่าสามสิบครั้ง แต่ถึงแม้จะเผชิญกับฟ้าผ่านับหลายครั้ง มันก็ยังไม่ล้มตาย มันง่ายที่จะจินตนาการถึงความแข็งแกร่งที่กระบี่ไผ่ทองคำนิลได้ฟูมฟักมา

“ท่านผู้อาวุโส โปรดยอมรับสิ่งนี้!” สยงผีเดินมาเบื้องหน้าและประเคนสองมือขึ้นเพื่อมอบกระบี่ไผ่ทองคำนิลในมือให้แก่เฉินซี

สัตว์อสูรทั้งหมดจ้องมองอย่างตกตะลึง แม้ว่าพวกเขาแทบจะเค้นสมองของพวกเขา ก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดสยงผีถึงยอมมอบสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่เฉินซี

มู่ขุยรู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน และกำลังจะช่วยรับแทนเฉินซี ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็หยุดเขาและกล่าวอย่างเด็ดขาดว่า “ศัสตรานี้ล้ำค่าเกินไป สหายเต๋าสยงโปรดเก็บรักษาไว้เถิด”

“สมบัติชิ้นนี้ไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ในมือของข้า กินไปก็ไร้รสชาติ โยนทิ้งก็น่าเสียดาย มันจะสามารถสำแดงพลังของมันอย่างเต็มที่ยามอยู่ในมือของผู้อาวุโสเท่านั้น” สยงผียืนกรานที่จะมอบของขวัญนี้ให้แก่เฉินซีและไม่ยอมประนีประนอมใด ๆ

“เจ้ามีอะไรอยากจะร้องขอจากข้าหรือไม่” เฉินซีเงียบอยู่นานก่อนที่จะเอ่ยถาม สายตาของเขาจ้องมองไปที่ใบหน้าของสยงผี

สยงผีดูจะไม่แปลกใจเลยสักนิด และกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “แน่นอน ตลอดชีวิตของข้าเฒ่าสยงไม่เคยร้องขอสิ่งใด ข้าขอเพียงผู้อาวุโสช่วยฆ่าราชาวานรทมิฬของถ้ำวารีกระซิบให้แก่ข้าที!”

ทันทีที่เขากล่าวจบ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ตกตะลึง

‘ฆ่าราชาของข้า!?’

บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างไกล รูม่านตาของปักษาวิญญาณที่มีขนสีขาวหรี่ลงก่อนจะกระพือปีกทะยานขึ้นสู่หมู่เมฆและหายลับไปอย่างรวดเร็ว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 65 เหล่าสัตว์อสูรมาเยือนเพื่อแสดงความยินดี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved