cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 642 ความผันผวนที่กลืนกินไปทั้งเมือง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 642 ความผันผวนที่กลืนกินไปทั้งเมือง
Prev
Next

บทที่ 642 ความผันผวนที่กลืนกินไปทั้งเมือง

บทที่ 642 ความผันผวนที่กลืนกินไปทั้งเมือง

ณ ตอนนี้ เฉินซีก็รู้แล้ว ว่ามีการแบ่งความแข็งแกร่งระหว่างศิษย์ขอบเขตสถิตกายาของขุมพลังต่าง ๆ ในแดนภวังค์ทมิฬ

หากยึดตามเกณฑ์นี้ พวกเขาสามารถแบ่งออกเป็นสี่ระดับโดยคร่าว ๆ ซึ่งได้แก่ ระดับธรรมดา ระดับสูง ระดับสูงสุด และระดับสุดยอดในตำนาน!

ในแดนภวังค์ทมิฬทั้งหมด เกือบแทบทั้งหมดของผู้บ่มเพาะที่ขอบเขตสถิตกายา สามารถพิจารณาได้ว่าอยู่ในระดับธรรมดาเท่านั้น ซึ่งบางทีคนเหล่านี้อาจประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในสายตาของผู้คนไปทั่วแล้ว แต่ท่ามกลางผู้ที่ได้รับการบ่มเพาะแบบเดียวกัน พวกเขาถูกจำกัดด้วยศักยภาพและพรสวรรค์ตามธรรมชาติของพวกเขาเอง ทำให้พวกเขาดูธรรมดามาก

ตัวอย่างเช่น ผู้บ่มเพาะเหล่านี้มักจะเข้าใจความลึกล้ำของมหาเต๋าน้อยกว่าสามชนิด ยิ่งไปกว่านั้น การบ่มเพาะในเต๋ารู้แจ้งของพวกเขาเหล่านี้ ยังคงอยู่ที่รอบ ๆ ของขอบเขตเริ่มต้น ซึ่งบางทีพวกเขาอาจดูถูกผู้บ่มเพาะทั้งหมดที่มีฐานบ่มเพาะต่ำกว่าขอบเขตสถิตกายาได้ แต่ในหมู่ผู้บ่มเพาะในขอบเขตเดียวกัน พลังต่อสู้ของพวกเขาถือได้ว่าธรรมดาเท่านั้น

ขณะที่ผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาระดับสูง สามารถพิจารณาได้ว่าเป็นตัวตนที่มีพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่โดดเด่น และมหาเต๋าที่พวกเขาหยั่งถึงนั้นก็อยู่ที่สามถึงสิบชนิด นอกจากนี้ ความเข้าใจในเต๋ารู้แจ้งของพวกเขา ก็อยู่ที่ราว ๆ ขอบเขตเริ่มต้นและขอบเขตขั้นสูง

ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตสถิตกายาประเภทนี้ ถือได้ว่าเป็นบุคคลชั้นนำในบรรดาผู้บ่มเพาะในขอบเขตเดียวกัน และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาส่วนใหญ่ต่างมาจากขุมพลังที่ไม่ธรรมดา เช่นสิบนิกายเซียนและหกนิกายอสูรอันยิ่งใหญ่

เนื่องจากถูกจำกัดด้วยทรัพยากรและทุนทรัพย์ ขุมพลังทั่วไปจึงไม่สามารถสรรหาผู้เยี่ยมยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่ไม่ธรรมดาได้อย่างเต็มที่

ยกตัวอย่างเช่น ‘ศิษย์พี่ใหญ่สยง’ ที่พ่ายแพ้ให้กับเฉินซีบนยอดเขาจรัสเทวะ หรือ ‘ศิษย์พี่เนี่ย’ กับบรรดาคนอื่น ๆ ที่ตั้งใจจะยึดที่พำนักของเฉินซี ก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลระดับ ๆ ต้นในขอบเขตสถิตกายา

แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของเฉินซี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอ ในทางกลับกัน หากพวกเขาอยู่ในแดนภวังค์ทมิฬ ความแข็งแกร่งที่มีของพวกเขาก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชนะผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตสถิตกายาส่วนใหญ่ได้

เหตุผลนั้นง่ายมาก นิกายกระบี่เก้าเรืองรองเป็นหนึ่งในสิบนิกายเซียนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ทรัพยากรที่ซ่อนอยู่และทุนทรัพย์ของมันนั้นมหาศาลถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว ดังนั้น การที่ศิษย์เหล่านี้สามารถโดดเด่นท่ามกลางผู้บ่มเพาะนับไม่ถ้วน และกลายเป็นศิษย์ชั้นยอดแห่งยอดเขาจรัสเทวะ จึงเป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาในตัวเอง

ในทางกลับกัน ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตสถิตกายาระดับสูงสุด อาจถือได้ว่าเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางผู้บ่มเพาะในขอบเขตเดียวกัน และพวกเขาต่างกู่ร้องโดยความภาคภูมิใจไปทั่วฟ้าดิน ในขณะที่ชื่อของพวกเขาก็สั่นสะเทือนไปทั่วโลก พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งเป็นดั่งขนปักษาอมตะเขากิเลนที่มีเพียงหนึ่งในล้าน!

บุคคลดังกล่าวเกือบทั้งหมดต่างหยั่งถึงมหาเต๋ามากกว่าสิบชนิด ส่วนความเข้าใจในเต๋ารู้แจ้งของพวกเขา ก็อยู่ที่ราว ๆ ขอบเขตขั้นสูงหรือเหนือกว่า และมีหลายคนที่บรรลุถึงขอบเขตสมบูรณ์

นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขาต่างมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น อวิ๋นเยี่ย ผู้ครอบครองเนตรทองคำขาวของจักรพรรดิพิสุทธ์ หลงเจิ้นเป่ย ผู้ครอบครองเนตรวิญญาณมังกรอสรพิษ ลั่วเชี่ยนหรง ผู้ครอบครองเส้นชีพจรวิญญาณโบราณและอื่น ๆ เป็นต้น พวกเขาล้วนคือการดำรงอยู่ระดับสูงสุด

สำหรับผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาระดับสุดยอดในตำนานนั้น พวกเขาหาได้ยากยิ่ง และเป็นเรื่องยากที่ตัวตนดังกล่าวจะปรากฏออกมาท่ามกลางคนนับสิบล้าน และบุคคลเช่นนี้แทบไม่มีใครที่จะสามารถเทียบได้ในขอบเขตเดียวกัน!

แม้นว่าแดนภวังค์ทมิฬจะได้รับการกล่าวขาน ว่ามีเผ่าพันธุ์นับล้านดุจต้นไม้ในป่าใหญ่ ผู้เยี่ยมยุทธ์มากมายที่เหมือนมวลเมฆบนท้องฟ้า และอัจฉริยะมากกว่าปลาหลี่ฮื้อในแม่น้ำ อย่างไรก็ตาม ผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาในระดับสุดยอดนั้นหาได้ยากยิ่ง อีกทั้งยังเป็นการยากที่จะมีใครปรากฏตัวในรอบหนึ่งพันปี

ในประวัติศาสตร์ ตราบเท่าที่ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตสถิตกายาที่บรรลุระดับสุดยอดไม่ถึงวาระก่อนกำหนด ผู้บ่มเพาะคนนั้นอาจเติบโตเป็นจ้าวเหนือหัวหรือกลายเป็นเซียนสวรรค์ และเขาจะยืนหยัดอย่างภาคภูมิในภพสวรรค์ ในขณะที่มีชื่อเสียงเลืองลื่อไปทั่วโลกและมันวิเศษเป็นอย่างยิ่ง

ตัวตนเช่นนี้อาจถือได้ว่าเป็นที่โปรดปรานของเหล่าทวยเทพและเป็นอัจฉริยะแห่งฟ้าดิน มหาเต๋าที่พวกเขาหยั่งถึงนั้นมีมากสิบชนิด และทุกชนิด ๆ ล้วนบรรลุขอบเขตสมบูรณ์ ทำให้พวกเขาสามารถใช้พลังต่อสู้เพิ่มทวีได้ถึงสิบเท่า!

พลังต่อสู้สิบเท่า! ตัวเลขนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้โลกตกตะลึง

นี่คือความแตกต่างของความแข็งแกร่งภายในขอบเขตสถิตกายาระดับทั่วไป ระดับสูง ระดับสูงสุด… ทุก ๆ ระดับเป็นดั่งภูเขาที่ยากจะบรรลุ และมันดึงดูดสิ่งมีชีวิตนับพันนับหมื่นให้ปีนป่ายขึ้นไป

แน่นอนว่ามีวิธีการที่ง่ายกว่านั้นในการตัดสินว่าผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาอยู่ในระดับใด และนั่นคือ พลังต่อสู้ที่ผู้บ่มเพาะสามารถใช้ออกมาได้

ผู้ที่สามารถใช้พลังต่อสู้ต่ำกว่าสามเท่า ถือได้ว่าเป็นระดับธรรมดา

ผู้ที่มีพลังต่อสู้สามถึงห้าเท่า ถือได้ว่าเป็นระดับสูง

ผู้ที่มีพลังต่อสู้ห้าถึงเก้าเท่า ถือว่าเป็นระดับสูงสุด

ในขณะที่ผู้ที่สามารถใช้พลังต่อสู้ได้ถึงสิบเท่าหรือมากกว่า ถือได้ว่าอยู่ในระดับสุดยอด!

ผู้ขัดเกลากายาก็คล้ายกัน แต่ความแข็งแกร่งในพลังต่อสู้จะขึ้นอยู่กับจำนวนของ ‘ร่างจำแลงเซียนสวรรค์’ ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ยังเหมือนเดิมทุกประการ

แน่นอนว่า เป็นที่ทราบกันทั่วไป ว่าความแข็งแกร่งของผู้ขัดเกลากายานั้นเหนือกว่าความแข็งแกร่งของผู้บ่มเพาะปราณแท้ และนี่อาจถือเป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน

แต่ความแตกต่างนี้ยังคลุมเครือมาก และมันก็เป็นเช่นนี้เอง ท้ายที่สุดแล้ว สัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครเทียบได้บางคน มีศาสตร์เต๋าที่น่าเกรงขามและสมบัติวิเศษมากมาย ทำให้พวกมันสามารถก้าวข้ามขอบเขตในระหว่างการต่อสู้จริงได้

ยกตัวอย่างเช่น แม้เฉินซีจะยังไม่เข้าใจถึงความสามารถในการเพิ่มพลังต่อสู้ของเขา แต่โดยอาศัยศาสตร์เต๋าระดับสูงสุด เนตรเทวะแห่งความจริง ปีกกำราบผกผัน และพลังอิทธิฤทธิ์อื่น ๆ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ความแข็งแกร่งของเขาก็เพียงพอที่จะเอาชนะผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาระดับสูงได้

แต่ตัวประหลาดอย่างเขานั้นหาได้ยากมาก และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะประเมินไปตามตรรกะ เพราะมาตรฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลก ไม่อาจใช้กับชายหนุ่มได้อย่างสิ้นเชิง

“ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้าอาจสูงกว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตสถิตกายาระดับสูงเล็กน้อย แต่ยังห่างชั้นจากผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตสถิตกายาระดับสูงสุด แต่มหาเต๋าที่ข้ามีอยู่ก็บรรลุที่ขอบเขตขั้นสูงแล้ว และพลังต่อสู้ของข้าจะทวีคูณเมื่อข้าบรรลุความสมบูรณ์แบบในพวกมัน ในเวลานั้น ตราบเท่าที่ข้าสามารถใช้พลังต่อสู้ได้ถึงสองเท่า ความแข็งแกร่งของข้าอาจเพียงพอที่จะเอาชนะผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตสถิตกายาระดับสูงสุดได้…” หลังจากที่ไล่ดูรายชื่อซึ่งอันเวยมอบให้เขา เฉินซีก็วิเคราะห์ความแข็งแกร่งที่ตนเองมีอย่างลึกซึ้ง และหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

มีตัวตนที่ทรงพลังมากเกินไปที่มาถึงเมืองเหมันต์บรรพกาลในขณะนี้ และพวกเขาล้วนมีชื่อเสียงในโลกเมื่อนานมาแล้ว ทำให้พวกเขามีชื่อเสียงอย่างไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งถ้าเขาเข้าไปในเหวเงาทมิฬ คนเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของชายหนุ่ม ดังนั้นเฉินซีจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องปฏิบัติต่อคนพวกนี้อย่างระมัดระวัง และต้องวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างใจเย็น เพื่อเตรียมการที่จะเกิดความขัดแย้งได้

“ถ้าหม้อต้มใบจิ๋วทำสำเร็จ ข้าสงสัยว่าเศษเสี้ยววิญญาณของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬจะให้ประโยชน์อะไรแก่ข้าบ้าง…”

เฉินซีจ้องไปที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งที่อยู่ข้างหลังเขาและครุ่นคิดเป็นเวลานาน ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายศีรษะและสลัดทิ้งความคิดที่ทำให้ไขว้เขวในใจ จากนั้นเฉินซีก็หยุดคิดเพิ่มเติมและเริ่มทำสมาธิเพื่อทำความเข้าใจต่อมหาเต๋าแห่งวารีอีกครั้ง

สองวันต่อมา

เมืองเหมันต์บรรพกาลเริ่มคึกคักมากขึ้น ผู้คนต่างจับกลุ่มพูดคุยไปทั่วท้องถนน ซึ่งบนถนนก็เต็มไปด้วยใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งเมืองยิ่งตึงเครียด ในขณะที่คลื่นใต้น้ำก็ก่อตัวขึ้นอย่างลับ ๆ

ยิ่งมีผู้คนมาก การแข่งขันก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

ไม่ต้องกล่าวถึงว่ามีขุมพลังที่เป็นศัตรูมากมายในหมู่ผู้เยี่ยมยุทธ์เหล่านี้ที่มาจากทั่วทุกหนทุกแห่ง ซึ่งเป็นดั่งคำกล่าวที่ว่า เมื่อศัตรูเผชิญหน้ากัน ดวงตาก็จะลุกเป็นไฟด้วยความเกลียดชัง ถ้าไม่ใช่เพราะเหวเงาทมิฬยังไม่ปรากฏออกมา พวกเขาคงลงมือต่อสู้กันไปนานแล้ว

สรุปแล้ว สถานการณ์ในขณะนี้รู้สึกเหมือนพายุกำลังก่อตัวขึ้น ทุกคนกำลังรอจังหวะที่เหมาะสมอย่างเงียบ ๆ และพวกเขากำลังรอการปรากฏตัวของเหวเงาทมิฬอย่างใจจดจ่อ!

“เอ๊ะ ดูนั่นสิ บุคคลที่โหดเหี้ยมที่สร้างชื่อให้กับตัวเองเมื่อนานมาแล้ว นักล่ามนุษย์มือโลหิตก็มาแล้วเช่นกัน!”

“นักล่ามนุษย์มือโลหิต เมิ่งชุนชิว? สวรรค์! ชายชราคนนี้คือวายร้ายที่มีชื่อเสียงในบัญชีดำมิใช่หรือ? เขาเป็นฆาตกรที่อำมหิตและชั่วช้ายิ่ง!”

“ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคนรุ่นเก่าที่น่าเกรงขามจะถูกดึงดูดด้วยเช่นกัน”

“นับว่าโชคดีที่ยังไม่มีผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนปฐพีคนใดคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ด้วยหากเป็นเช่นนั้น การเข้าไปในเหวเงาทมิฬครั้งนี้ก็จะไร้ประโยชน์ เพราะเราจะไม่มีโอกาสได้รับแม้แต่เศษซาก!

“อย่าได้กังวล ทั้งสามภพกำลังจะเกิดกลียุค และผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมดในโลกต่างกังวลถึงความปลอดภัยของตนเอง ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเข้าสู่การปิดด่านบ่มเพาะ ประกอบกับเหวเงาทมิฬเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ โอกาสที่จะเพลี่ยงพล้ำก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น พวกเขาย่อมไม่ล้อเล่นกับชีวิตของพวกเขาอย่างแน่นอน” ถนนเส้นนั้นจอแจเป็นพิเศษ และเต็มไปด้วยเสียงของการสนทนา ซึ่งดูเหมือนเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของนิกายเซียนและนิกายอสูรที่มีตัวตนทุกประเภทอยู่รวมกัน ทำให้มันดูตื่นตาตื่นใจ

ที่ด้านหน้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็ง เฉินซีลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ และตื่นขึ้นจากการรู้แจ้งถึงเต๋า โดยในขณะที่ชายหนุ่มรู้สึกถึงความเข้าใจต่อมหาเต๋าวารีที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มุมปากของเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา

ในเวลาเพียงสามวัน มหาเต๋าวารีของเขาได้ทะลวงผ่านจากระดับที่สิบไปสู่ระดับที่สิบเอ็ด และมันอยู่ห่างจากขอบเขตสมบูรณ์เพียงก้าวเดียวเท่านั้น!

นี่เป็นความก้าวหน้าที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง ท้ายที่สุด เมื่อระดับสูงขึ้น การที่จะเพิ่มระดับต่อความเข้าใจในเต๋ารู้แจ้งก็จะยากขึ้น ผู้บ่มเพาะบางคนถึงกับอาจต้องทุ่มเทอย่างยากลำบากไปทั้งชีวิต แต่ก็ไม่มีความหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว และแม้แต่อัจฉริยะที่โดดเด่นยังต้องสะสมความเข้าใจเป็นระยะเวลานานเพื่อเพิ่มระดับความเข้าใจต่อเต๋ารู้แจ้งของพวกเขาสักครั้ง

หากข่าวความก้าวหน้าอันน่าทึ่งของเขาถูกเผยแพร่ออกไป ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนประหลาดใจ

แต่เฉินซีก็ตระหนักได้ ว่าแท้จริงแล้ว สิ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะรูปปั้นเทพเจ้าฝูซีและชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากภายในห้วงจิตสำนึกของเขา โดยปกติวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองดูเหมือนจะเงียบสนิทไม่ไหวติง แต่จริง ๆ แล้วพวกมันกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณของเขาตลอดเวลา ทำให้ความสามารถในการเข้าใจของเฉินซีเพิ่มขึ้นพร้อมกับสิ่งนี้ และมันก็ไม่เคยหยุดเลยสักครั้ง

“ผ่านไปสามวันแล้ว ข้าสงสัยว่าหม้อต้มใบจิ๋วจะทำสำเร็จหรือไม่…”

เฉินซีมองไปที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งที่ด้านข้าง และความคาดหวังก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตอย่างช่วยไม่ได้

เขาเชื่อว่าตั้งแต่หม้อต้มใบจิ๋วตกลงที่จะเคลื่อนไหว อีกฝ่ายก็ย่อมมีความมั่นใจเพียงพอที่จะได้รับท่อนไม้ที่ไหม้เกรียม ซึ่งเกิดจากเศษเสี้ยววิญญาณของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬที่เหลือทิ้งไว้

ส่วนสิ่งที่เฉินซีต้องทำตอนนี้คือรออย่างเงียบ ๆ

ในเวลาเดียวกัน เฉินซีก็สังเกตเห็น ว่าในช่วงสองวันที่เขาทำความเข้าใจในความเงียบ มีผู้บ่มเพาะที่มาเมืองเหมันต์บรรพกาลมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากจำนวนผู้บ่มเพาะโดยรอบ ที่กำลังบำเพ็ญสมาธิอยู่ที่หน้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็ง

สองวันก่อน ที่นี่มีคนเพียงร้อยกว่า แต่ตอนนี้ รอบ ๆ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งกลับเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่กำลังบำเพ็ญสมาธิอยู่ และพวกเขามีจำนวนเกือบพันคน

“คนเยอะขึ้นการแข่งขันก็ยิ่งเข้มข้นตามไปด้วย แต่เหวเงาทมิฬยังไม่ปรากฏออกมา หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เมืองเหมันต์บรรพกาลทั้งหมดจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน…” เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เหวเงาทมิฬทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ข้าสงสัยนักว่าข้าจะพบกับอันตรายหรือโชคลาภแบบไหนเมื่อข้าเข้าไป?”

“รีบเตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะใส่วิญญาณของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬเข้าไปในร่างของเจ้าในไม่ช้า แต่เจ้าจงจำไว้ ว่าอย่าได้คลายการป้องกันและห้ามปล่อยให้ใครก็ตามสังเกตเห็นเด็ดขาด!” ในขณะนี้ จู่ ๆ เสียงของหม้อต้มใบจิ๋วที่ปราศจากอารมณ์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน และทำให้หัวใจของเฉินซีเต้นระรัว ก่อนที่มันจะสงบลง เขาสงบสติอารมณ์ตามคำพูดของหม้อต้มใบจิ๋ว

โอม!

ทันทีที่เสียงของหม้อต้มใบจิ๋วดังก้องออกไป ความผันผวนที่แปลกประหลาดที่เหมือนกับเสียงของธรรมชาติ ก็พลันแผ่กระจายออกมาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็ง และมันเหมือนกับระลอกคลื่นที่กลืนกินเมืองเหมันต์บรรพกาลทั้งหมดในทันที!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 642 ความผันผวนที่กลืนกินไปทั้งเมือง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved