cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 638 สำแดงจำอวด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 638 สำแดงจำอวด
Prev
Next

บทที่ 638 สำแดงจำอวด

บทที่ 638 สำแดงจำอวด

หลงเจิ้นเป่ยในขณะนี้รู้สึกแค้นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการถูกหลอกใช้ซึ่งหน้าแบบนี้มันอัปยศอดสูเกินไป และหากไม่ใช่เพราะเฉินซีเป็นศิษย์ร่วมนิกาย เขาก็คงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าได้ฟาดไอ้สารเลวนั่นให้ตาย!

ในฐานะหนึ่งในศิษย์ชั้นยอดอันดับต้น ๆ ของนิกายกระบี่เก้าเรืองรอง เขากลับไม่เคยไหวตัวมาก่อนเลยว่าถูกวางแผนไว้ตั้งแต่เมื่อไร

ทำให้ตอนนี้ตัวเขาต้องทำตัวไม่ต่างจากกุลีรับจ้าง!

หลงเจิ้นเป่ยโกรธเกรี้ยวเกินขีดจำกัด และเจ้าตัวก็ระบายความเดือดพล่านที่ระอุภายในอกไปยังฝ่ายตรงข้ามเต็มแรง

ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวดังมังกรเวียนว่าย แข็งแกร่งและอยู่เหนือยิ่งกว่า หลงเจิ้นเป่ยสำแดงความสามารถที่ได้รับการฝึกฝนอย่างสุดกำลัง ทุกการขยับย่างของเขาเปี่ยมไปด้วยพลังที่รุนแรงและเยือกเย็น คล้ายดังว่าเจ้าตัวสามารถฉีกโลกเป็นเศษเสี้ยวและบดขยี้ตะวันจันทราได้ในฝ่ามือเดียว!

แม้ว่าชายหนุ่มผอมแห้งจากเกาะปีศาจฉลามมังกรจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มพูลถึงสี่เท่า ทว่ามีหรือที่อีกฝ่านจะเทียบได้กับร่างกายอันน่ายำเกรงของหลงเจิ้นเป่ย! ดังนั้นคนจากเผ่าฉลามมังกรผู้นี้จึงตกเป็นรองในทันทีที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ร่างกายผอมแห้งถูกทุบตีจนต้องถอยกรูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำได้เพียงป้องกันการโจมตีที่กระหนำดังพายุ ทว่าก็น่าเวทนานักที่มีแค่การยกแขนขึ้นมากันศีรษะและการหลบหลีกเท่านั้นที่พอจะทำได้

จริงอยู่ที่หลงเจิ้นเป่ยเจ็บปวดใจ หากทว่าชายหนุ่มผอมแห้งกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า เดิมทีเขาตั้งใจจะจัดการเพียงเฉินซีเท่านั้น ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีผู้ใดมาขัดขวางกลางคันด้วยการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ การต่อสู้นี้จึงดูจะสิ้นหวังลงทุกที หลงเจิ้นเป่ยทำกับเขาประหนึ่งว่าตนเองไปฆ่าพ่ออีกฝ่ายตายอย่างไรอย่างนั้น ทำให้ชายหนุ่มผอมแห้งมีอาการอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก!

มารดามันเถิด! ข้าไปทำอะไรให้ตอนไหนกัน ข้าเพียงแต่มาเพื่อแก้แค้นแทนศิษย์น้องเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เสียหน่อย ไอ้เวรเอ้ย! พวกนิกายกระบี่เก้าเรืองรองมันเป็นบ้ากันไปหมด…

สารรูปของชายผอมแห้งบัดนี้ดูไม่จืดอย่างยิ่ง ความอดสูอัดแน่นในอกเสียจนอยากกระอักออกมาเป็นก้อนเลือด หากรู้ตั้งแต่แรกว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์มากฝีมือของนิกายเก้ากระบี่เรืองรอง เขาไม่มีทางมาที่นี่เด็ดขาด!

ตอนนี้ตัวเขาถูกคุมตัวและโดนกระหน่ำทุบตีอย่างหนัก ไม่เพียงแต่ไม่สามารถแก้แค้นได้สำเร็จ ทว่าขาข้างหนึ่งยังก้าวไปสู่ความตายเป็นที่เรียบร้อย และปัญหาหลัก ๆ ในยามนี้ของชายหนุ่มผอมแห้งก็คือตัวเขาจะรอดพ้นไปจากสถานการณ์เบื้องหน้าได้อย่างไร…?

ชายทั้งสองแม้มีจุดคิดที่ต่างกัน หากทว่าความโกรธในใจกลับอยู่ในระดับที่แทบไม่ทิ้งห่างกันแม้แต่น้อย พวกเขาระบายความคั่งแค้นทั้งหมดที่มีใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งมือ กลายเป็นภาพการต่อสู้ที่ทรงพลังและยอดเยี่ยมในสายตาของผู้พบเห็น ทำให้ผู้ชมทั้งหลายต่างร้องอุทานออกมาด้วยความสนุกสนาน

เนื่องจากชั้นสูงสุดของตำแหน่งเมฆาเยือกแข็งปกคลุมไปด้วยค่ายกลป้องกันจำนวนมากมาย จึงไม่ต้องกังวลไปว่าการต่อสู้ในครั้งนี้จะไปทำลายโครงสร้างของอาคารแต่อย่างใด

กระนั้น เพื่อให้ทั้งสองได้ต่อสู้กันอย่างอิสระ ผู้คนที่อยู่ในห้องโถงจึงค่อย ๆ ถอยออกไปด้านข้าง เปิดพื้นที่เป็นลานกว้างให้ทั้งคู่ได้ต่อสู้กันจนพอใจ

“โอ้โห หลงเจิ้นเป่ยสมกับเป็นยอดคนจากเผ่ามังกรอสรพิษ ศาสตร์เต๋าของเขาช่างงดงามและล้ำลึก รัศมีพลังอันน่าเกรงขามได้กระจายไปทั่วแผ่นฟ้าราวกับสายรุ้ง มิหนำซ้ำ ความแข็งแกร่งของเขาก็ยิ่งใหญ่มากพอจะได้เป็นผู้นำคนถัดไป!”

“เห็นด้วยเลย แต่เดิมพรสวรรค์ของเฉินซีนั้นนับว่าน่าประหลาดใจมากแล้ว ทว่าสำหรับหลงเจิ้นเป่ยน่ะเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเสียอีก ถือเป็นวาสนาของนิกายกระบี่เก้าเรืองรองที่มีคนทั้งสองอยู่ในนิกาย!”

“เอ๊ะ! ดูผู้เยี่ยมยุทธ์จากเกาะปีศาจฉลามมังกรนั่นสิ ก่อนหน้านี้เขายังน่ากลัวมากอยู่เลย แล้วมาดูเขาตอนนี้สิ กลับทำได้แต่เอามือปิดหน้าหนีหัวซุกหัวซุน ไม่เหลือความน่าเกรงขามอันใดเลย!”

ผู้คนต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการฆ่าเวลา ในฐานะที่ได้เป็นหนึ่งในสักขีพยานของสุดยอดการต่อสู้ก่อนจะเข้าไปสู่เหวเงาทมิฬ

ชายหนุ่มผอมแห้งหดหู่ต่อภาพตรงหน้าไปชั่วขณะ เส้นเลือดข้างขมับปูโปนเป็นรอยเกร็ง ดังว่าคลื่นพายุลูกหนึ่งกระหนำพัดอยู่ภายในหัวใจ มารดามันเถิด ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ากำลังถูกต้อนอยู่ พวกเจ้าทั้งหลายไม่เพียงไม่ช่วยไกล่เกลี่ย แต่ยังผลักให้ข้ากลายเป็นเหยื่อของมัน กล้าทำแบบนี้ได้อย่างไร!?

น้ำตาของเขาแทบไหลหลั่ง ในอกชอกช้ำด้วยความโศกเศร้าเหลือคณา ไม่ควรเลย ข้าไม่น่ามาที่นี่เลย!

อีกฝากหนึ่ง เสียงสนทนาเหล่านี้กลับทำให้สีหน้าของหลงเจิ้นเป่ยสดใสขึ้น คิ้วสองข้างคลายปมที่ขมวดไว้ลง การได้รับเสียงชื่นชมจากบุคคลที่อยู่ในระดับต้น ๆ ทำให้เขาผ่อนคลายลงอย่างมาก แม้แต่ความโกรธและความเสียใจก็ทุเลาลงโดยไม่รู้ตัว

“หนอย! เจ้าหาว่านิกายกระบี่เก้าเรืองรองของข้าไร้น้ำยาอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นข้าจะมอบประสบการณ์ที่เจ้าจะต้องจดจำไปชั่วชีวิตให้เอง!” หลงเจิ้นเป่ยโจมตีอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่พลังปราณของเขาทวีความน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้เกิดเป็นภาพนี่น่าพึงพอใจไม่น้อย

ราวกับว่าเขากำลังทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นแท่นหินสำหรับอวดความแข็งแกร่ง และด้วยสิ่งนี้ มันจะทำให้หลงเจิ้นเป่ยสามารถแสดงพลังและกอบกู้ศักดิ์ศรีได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งก็แน่นอนว่ามันได้ผล เขาได้รับเสียงกู่ร้องยินดีมากมายจากฝูงชนในห้องโถง!

สถานการณ์แบบนี้ทำให้หลิงเจิ้นเป่ยเป็นปีติยินดียิ่งนัก เขาเริ่มคิดไปว่าเฉินซีนั้นช่างมีประโยชน์ หากไม่ใช่เพราะไอ้สารเลวนี่ที่ทำให้ตัวเขาได้เป็นจุดสนใจ หลงเจิ้นเป่ยก็คงไม่มีโอกาสได้ซัดคนตรงหน้าอย่างอิสระเช่นนี้

เมื่อนึกถึงเฉินซี หลงเจิ้นเป่ยก็เหลือบมองไปยังเฉินซีผ่านหางตาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังดูการต่อสู้ด้วยรอยยิ้ม บางครั้งอีกฝ่ายก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทีของชายหนุ่มก็กำลังราวกับกำลังรับชมสุดยอดการแสดงอยู่อย่างไรอย่างนั้น

การแสดงอย่างนั้นหรือ?

ขณะที่เขามองไปที่รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าของเฉินซี ความลำพองใจที่หลงเจิ้นเป่ยมีก็พลันเลือนหายไปอย่างไร้เหตุผล เขารู้สึกแย่ขึ้นมาในทันที ตอนนี้เอง ที่ตระหนักได้ว่าตัวเองเป็นเหมือนลิงที่แสดงจำอวด กระโดดโยกย้ายไปมาตามจังหวะปรบมือและซุ่มเสียงให้กำลังใจของผู้ชม

กลับกัน เฉินซีเป็นเหมือนนักแสดงที่วางแผนการแสดงไว้อย่างดี…

เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากของหลงเจิ้นเป่ยก็กระตุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกราวกับว่ามีเสียงกระซิบแหบพร่ามากมายกำลังดังแว่วภายในโสตประสาท วงเวียนอยู่เช่นนั้นไม่รู้จบ เจ้าบ้า! เจ้าคนสารเลว! เล่นตลกเหมือนกับข้าเป็นลิง!

ความเดือดดาลปะทุขึ้นภายในใจ ทำให้ชายหนุ่มโจมตีไปยังฝ่ายตรงข้ามอย่างทารุณยิ่งขึ้นด้วยขาดสติ ซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มผอมแห้งกระอักเลือดออกมากองโต และส่งเสียงโหยหวนอย่างเจ็บปวด

ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของหลงเจิ้นเป่ย พวกเขายังคงส่งเสียงโห่ร้องคึกครื้นให้ความห้าวหาญที่อีกฝ่ายโจมตีผู้เยี่ยมยุทธ์จากเกาะปีศาจฉลามมังกรประหนึ่งตีสุนัขใกล้ตาย

กระนั้น เสียงชื่นชมยินดีเหล่านี้กลับเป็นดังมีดแหลมคมที่ทิ่มแทงลงกลางใจหลงเจิ้นเป่ยเสียมากกว่า ยิ่งฟังมากเท่าไร หัวใจก็ยิ่งช้ำชอกไปด้วยเลือดเท่านั้น

อย่างกับลิง… อย่างกับลิง…

คำพูดที่เป็นดังคำสาปร้ายผุดขึ้นมาในจิตใจของหลงเจิ้นเป่ย อย่างไม่รู้สิ้น หลงเจิ้นเป่ยรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกมีดหั่นเป็นชิ้น ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ็บปวดทรมานไปจงถึงขั้วหัวใจ สิ่งนี้ยิ่งทำให้เขาระเบิดโทสะออกมา และเขาหาได้ต้องการสิ่งใดไปกว่าการร้องคำรามให้ดังถึงสรวงสวรรค์!!

พลังโจมตีของเขาทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โหดเหี้ยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด มันก็คละคลุ้งด้วยกลิ่นอายแห่งจิตสังหาร!

พรวด!

ท้ายที่สุด ชายหนุ่มผอมแห้งก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีได้อีกต่อไป เขากระอักเลือดออกมาเต็มปากพร้อมทั้งถอยหลังกรูดจนสุดทาง ใบหน้าที่เคยสมบูรณ์บิดเบี้ยวไม่เหลือเค้า

“มารดามันเถิด! นี่เป็นแค่การปะมือเท่านั้น ทว่าเจ้ากลับลงมืออย่างเหี้ยมโหด จะนิกายกระบี่เก้ากระบี่เรืองรองหรืออะไรข้าก็ไม่สนแล้ว วันนี้ข้าจะบดขยี้เจ้าให้จมแทบเท้า ไอ้สารเลวเอ้ย!”

สิ้นคำพูด เขาพลันร้องคำรามดั่งพยัคฆ์ก่อนจะกระโจนไปข้างหน้าอีกครั้ง คล้ายว่าชายหนุ่มผอมแห้งพร้อมแลกชีวิตด้วยปรารถนาจะลากหลงเจิ้นเป่ยให้ตายตกไปตามกัน

ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หากไม่บ้าระห่ำ ก็ไม่นับว่าได้ใช้ชีวิต’ ในระหว่างการประลองจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มผอมแห้งถูกข่มขวัญอย่างไม่หยุดต่อหน้าผู้คนมากมาย ทำให้เขาโกรธเกรี้ยวและสูญสิ้นความหวัง ดังนั้นแล้วต่อแต่นี้ไป ชายหนุ่มผอมแห้งจึงตั้งใจจะเอาชีวิตนี้เข้าแลกเป็นเดิมพัน!

“ว่าอย่างไรนะ! นี่เจ้ากล้าด่าข้างั้นหรือ?” จิตใจของหลงเจิ้นเป่ยถูกไฟแห่งความโกรธแค้นครอบงำ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง …ตั้งแต่ที่เขาพยายามสร้างชื่อให้ตนเอง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าด่าทอหยาบคายใส่ มันจึงทำให้หลงเจิ้นเป่ยโกรธจัด และตัดสินใจที่จะจัดการเจ้าบ้านี่ให้มันจบ ๆ ไป

เห็นทีคงต้องเชือดไก่ให้ลิงดู!

ในเวลานั้นเอง หลงเจิ้นเป่ยพลันตระหนักได้ถึงสิ่งหนึ่งท่ามกลางพายุโทสะ นั่นคือความตายที่น่าสังเวชของผู้เยี่ยมยุทธ์จากเกาะปีศาจฉลามมังกรหาใช่เพราะอีกฝ่ายทำให้ตัวเขาโมโหไม่ หากแต่เป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ของเฉินซีที่ประทับลงภายในใจ…

อย่างกับลิง… อย่างกับลิง…

คำสาปร้ายปรากฏขึ้นใจเบื้องลึกจิตใจอีกครั้ง

ให้ตายเถอะ! นี่มันน่ารังเกียจเกินไปแล้ว!

คล้ายว่านี่เองที่เป็นชนวนแห่งความโกรธ ทำให้ไฟโทสะลุกโชนท่วม และหลงเจิ้นเป่ยพลันพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที!

“ตายซะ!” หลงเจิ้นเป่ยคำรามลั่น

ละอองเลือดสาดกระเซ็นดังเม็ดฝน ในขณะที่ร่างของชายหนุ่มผอมแห้งถูกตัดผ่า และอวัยวะภายในซึ่งอาบด้วยสีแดงเลือดกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

กลิ่นคาวเลือดพลันแตะจมูกชวนให้สะอิดสะเอียน และเกิดเป็นภาพที่น่าสลดใจอย่างถึงที่สุด

ชั่วครู่นั้น บรรยากาศในห้องโถงเงียบลงอย่างฉับพลัน ปราศจากเสียงดังหลุดลอด ผู้คนโดยรอบต่างจ้องมองกันและกันด้วยดวงตาเบิกกว้าง ด้วยเพราะมันเป็นภาพที่โหดร้ายเกินไป พวกเขาจึงตกใจเกินกว่าจะมีคำใดหลุดออกมาได้!

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ว่าจิตสังหารของหลงเจิ้นเป่ยจะรุนแรงถึงเพียงนี้ ไม่หนำซ้ำ วิธีจัดการคู่ประลองยังเต็มไปด้วยความโหดร้าย ใครจะกล้าเชื่อกันว่าผู้เยี่ยมยุทธจากเกาะปีศาจฉลามมังกรนั้นถูกเขาฉีกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ!

ศิษย์ที่เป็นผู้หญิงบางคนถึงกับหน้าถอดสีต่อฉากน่าหวาดกลัวเบื้องหน้า ดวงตาของพวกนางสั่นระริกขณะที่จ้องมองหลงเจิ้นเป่ยจากที่ไกล

ราวกับว่ากำลังจับจ้องยังเพชฌฆาตกระหายเลือด

หลังจากนั้น หลงเจิ้นเป่ยได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ และเขาเองก็ตกตะลึกเช่นกันเมื่อเห็นสายตาแปลก ๆ มากมายที่มองมายังตนเอง ในชั่วครู่หนึ่ง… ตัวเขาเหมือนจะได้สติจากห้วงแห่งโทสะ และเกิดความคิดในใจขึ้นว่า

‘นี่เขา… ฆ่าอีกฝ่ายไปแล้วจริง ๆ หรือ?’

ทั้งแขนขาที่ขาดวิ่น บรรยากาศอันเงียบสงัด และสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของผู้ชม… สิ่งเหล่านี้เหมือนฝ่ามือที่ตบหน้าเขาโดยแรงให้ตื่นรู้ว่าเมื่อก่อนหน้านี้ตนเองขาดความยับยั้งชั่งใจต่อโทสะ และได้ลงมือคร่าชีวิตคน ๆ หนึ่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะไอ้สารเลวนั่น!

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลงเจิ้นเป่ยพลันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ หากทว่าเขากลับไม่เห็นร่องรอยของเฉินซีแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าชายผู้นั้นได้เดินออกไปจากห้องโถงนานมากแล้ว

สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้เป็นเพียงความฝัน จิตใจของหลงเจิ้นเป่ยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และหากจะพูดว่าในระหว่างต่อสู้กับชายหนุ่มผอมแห้ง ความคิดของเขาไม่เป็นตัวของตัวเองก็ไม่นับว่าผิดนัก ซึ่งมันทำให้ความหนาวเหน็บและหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นภายในใจของหลงเจิ้นเป่ยอย่างไม่มีเหตุผล

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอันใดขึ้นกันแน่?

การบ่มเพาะจิตวิญญาณของข้ามันถดถอยลงตั้งแต่เมื่อไร?

หลงเจิ้นเป่ยตะลึงงัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้นนับตั้งแต่เริ่มบ่มเพาะ ซึ่งเขาหาได้กังวลอันใดกับความตายของฝ่ายตรงข้าม หากแต่แคลงใจในข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นกับศาสตร์เต๋าของตน ด้วยหากมันมีความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย สิ่งนี้ก็อาจก่ออันตรายรุนแรงให้เขาได้ในระหว่างฝึกฝน!

“ศิษย์น้องเฉินไปไหนเสียแล้ว?” หลงเจิ้นเป่ยกลับมานั่งยังที่นั่งหน้าโต๊ะ ก่อนจะถามนักพรตเต๋าสุริยันชาดซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม

ในระหว่างนั้น เศษซากจากการต่อสู้ซึ่งเกลื่อนกลาดนองพื้นก็ได้รับการทำความสะอาดโดยผู้ดูแลของตำหนักเมฆาเยือกแข็ง ทำให้บรรยากาศในห้องโถงกลับคืนสู่สภาวะปกติ ราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน และในท้ายที่สุด มันก็จะกลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนอีกต่อไป

สัจธรรมของโลกล้วนเป็นเช่นนี้ ในแดนภวังค์ทมิฬอันกว้างใหญ่ มีเหตุการณ์นองเลือดไม่เว้นแต่ละวัน เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ซึ่งผ่านประสบการณ์การต่อสู้มานับไม่ถ้วนล้วนชาชินกับเรื่องทำนองนี้มานานแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เว้นเสียแต่ว่าผู้ตายจะเป็นยอดคนที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง ซึ่งก็แน่นอนชายหนุ่มผอมแห้งผู้นี้ไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น

“เขาไปแล้วล่ะ” นักพรตเต๋าสุริยันชาดตอบ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องของเจ้าผู้นี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมและโดดเด่นสะดุดตาจริง ๆ”

“เขาน่ะหรือ?” หลงเจิ้นเป่ยคลางแคลงใจเล็กน้อย

ชายหนุ่มยังคงคิดไม่ตกว่าเหตุใดก่อนหน้านี้ตนเองถึงได้มีโทสะมากเพียงนั้น ส่วนเรื่องที่เฉินซีไม่อยู่ที่นี่แล้ว เขาไม่ได้ใส่ใจนัก คิดว่าดีแล้วที่อีกฝ่ายไม่อยู่ให้เห็นหน้า อย่างน้อยก็ลดความรำคาญลูกตาไปได้เยอะทีเดียว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 638 สำแดงจำอวด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved