cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 631 โลงศพทองสัมฤทธิ์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 631 โลงศพทองสัมฤทธิ์
Prev
Next

บทที่ 631 โลงศพทองสัมฤทธิ์

บทที่ 631 โลงศพทองสัมฤทธิ์

ภายในห้องโถงที่ชั้นสูงสุดของตำหนักเมฆาเยือกแข็ง การมาถึงของหลงเจิ้นเป่ยและอันเวยได้ดึงดูดความสนใจจากผู้เยี่ยมยุทธ์ทุกคนจากทั่วทุกมุม ในขณะที่เฉินซีซึ่งมีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย เขาจึงกลายเป็นบุคคลที่ไม่มีใครให้ความสนใจ

แต่ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจไม่ เขาเลือกที่นั่งใกล้หน้าต่างและนั่งลง จากนั้นจึงจิบสุราและชา พร้อมกับหยั่งความสามารถของทุกคนที่อยู่ในห้องโถง

และคนที่เขาให้ความสนใจมากที่สุด ก็คือชายหนุ่มที่มาจากหนึ่งในสิบนิกายเซียนอันยิ่งใหญ่ นักพรตเต๋าสุริยันชาดจากนิกายฟ้ากำเนิด

นักพรตเต๋าสุริยันชาด สวมเสื้อคลุมนักพรตเต๋าสีเหลืองอมส้ม เขามีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและเอกลักษณ์ที่ไม่ธรรมดา ทุกอิริยาบถของคนผู้นี้เปล่งกลิ่นอายของการกลับคืนสู่ความเรียบง่าย ซึ่งในขณะที่นั่งอยู่ที่นั่น คนคนนี้ก็คล้ายดั่งนกกระเรียนที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงไก่และโดดเด่นเป็นอย่างมาก

เหตุผลที่เฉินซีให้ความสนใจกับคน ๆ นี้เป็นพิเศษ มันก็เพราะในช่วงที่เขาอยู่ที่สมรภูมิบรรพกาล เฟิงเจี้ยนไป๋จากตระกูลเฟิง ถูกรับเป็นศิษย์โดยผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนปฐพีของนิกายฟ้ากำเนิดนั่นเอง

และตอนนี้ เวลามันก็ผ่านไปไม่ถึงครึ่งปีนับตั้งแต่ที่พวกเขาเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬ และชายหนุ่มรู้สึกสงสัยอย่างมาก ว่าตอนนี้การบ่มเพาะของเฟิงเจี้ยนไป๋ได้บรรลุถึงระดับใดแล้ว และเฟิงเจี้ยนไป๋จะมาที่เหวเงาทมิฬด้วยหรือไม่?

เมื่อเขานึกถึงเฟิงเจี้ยนไป๋ เฉินซีก็นึกถึงชิงซิ่วอี้ เจิ้นหลิวชิง ฟ่านอวิ๋นหลาน จ้าวชิงเหอและคนอื่น ๆ พวกเขาทั้งหมดถูกผู้เยี่ยมยุทธ์จากมหาอำนาจพาตัวไป และไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากพวกเขาอีก ตอนนี้พวกเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง?

ชู่ว!

ขณะที่เฉินซีกำลังครุ่นคิด สายตาที่คมกริบดุจสายฟ้าฟาดก็กวาดมาที่เขาทันที ซึ่งมันทำให้ชายหนุ่มได้สติหวนคืนจากการครุ่นคิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อมอง และเจ้าของสายตานั้นก็คือนักพรตเต๋าสุริยันชาด!

‘ดูเหมือนว่าการที่ข้าหยั่งพลังจะจึงดูดความสนใจของเขาแทน…’ เฉินซีหัวเราะอยู่ในใจ ก่อนจะจิบสุราเข้าหนึ่งจอก และจ้องมองไปยังนอกหน้าต่าง

ในอีกด้านหนึ่ง นักพรตเต๋าสุริยันชาดก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะละสายตา โดยที่ความสงสัยได้เข้าปกคลุมหัวใจของเขา “ชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้าคนนี้มาจากนิกายกระบี่เก้าเรืองรอง และเขาร่วมทางมากับหลงเจิ้นเป่ยและอันเวย ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้หรือไม่ว่าคนผู้นี้เองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน?”

ภายในห้องโถง หลงเจิ้นเป่ยและอันเวยต่างก็พูดคุยกันอย่างมีความสุขกับอัจฉริยะรุ่นเยาว์บางคน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งผู้ครอบครองเนตรวิญญาณมังกรอสรพิษ ในขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นอัจฉริยะที่เหมือนกับเทพธิดาสวรรค์ ดังนั้นผู้คนใกล้เคียงจึงแวะมาพูดคุยกับพวกเขา ทำให้พวกเขาดูค่อนข้างยุ่ง มีเพียงเฉินซีเท่านั้นที่นั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียว และเขาดูโดดเดี่ยวเล็กน้อยในสายตาของคนอื่น ๆ

แต่เฉินซีไม่คิดเช่นนี้ เขาอยู่ในนิกายกระบี่เก้าเรืองรองเป็นเวลานาน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นชีวิตที่สงบสุขและเงียบสงบ ดังนั้นตอนนี้เมื่อเขาเข้าสู่โลกภายนอกอย่างกระทันหัน สภาวะอย่างในปัจจุบันมันกลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจแทน

ผู้บ่มเพาะมักรู้สึกเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายของภพมนุษย์ และการเข้าสู่นิกายที่ยิ่งใหญ่เพื่อบ่มเพาะอย่างสงบสุข ก็เป็นความเพลิดเพลินประเภทหนึ่ง แต่หลังจากอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวและปลีกวิเวกเป็นเวลานาน การมาสู่ภพมนุษย์ที่เฟื่องฟูนั้นก็ได้กลายเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่แทน

เฉินซีมองไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งที่หรูหรานอกหน้าต่าง ในขณะที่ได้ยินเสียงจอแจในห้องโถง เขาค่อนข้างรู้สึกตื้นตันในใจและสิ่งนี้มันก็ทำให้เขางุนงงเล็กน้อย

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะชีวิตของคนเช่นเขามีสองหนทางด้วยกัน หนึ่งคือการเป็นผู้บ่มเพาะที่บำเพ็ญเพียรแบบกักตัว และหลบซ่อนเก็บงำอยู่ในขุนเขาลึก ส่วนอีกแบบ คือผู้บ่มเพาะซึ่งท่องไปในภพมนุษย์ และประสบการณ์ของทั้งสองแบบนี้ก็แตกต่างกัน ดังนั้นสภาพจิตใจของคนเราจึงแตกต่างกันโดยธรรมชาติเช่นกัน

“หืม?” เมื่อเฉินซีตระหนักถึงบางสิ่งได้ สภาพจิตใจของเขาก็พลันสงบและชัดเจน ซึ่งทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีร่องรอยของมหาเต๋าอันลึกล้ำที่คลุมเครือ ได้เล็ดลอดออกมาจากภายในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไป

มันเป็นความรู้สึกที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก!

นอกจากนี้ ชายหนุ่มยังรู้สึกได้ราง ๆ ว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งดูเหมือนจะมีพลังชนิดหนึ่งซึ่งเต้นเป็นจังหวะอยู่ภายใน แต่ก็เป็นการยากที่จะสังเกตเห็น และหลังจากที่เขาสัมผัสอย่างระมัดระวัง มันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที

ในขณะเดียวกัน หลงเจิ้นเป่ยได้หยุดพูดคุยกับคนอื่น ๆ และนั่งลงข้าง ๆ เฉินซี ในขณะที่อันเวยผู้เป็นหญิงงามก็บอกกับเฉินซี ว่านางจะไปจากตำหนักเมฆาเยือกแข็งก่อน และตั้งใจจะไปเลือกซื้อสิ่งของบางอย่างบนท้องถนนแทน

ซึ่งทันทีที่อันเวยจากไป รอยยิ้มของหลงเจิ้นเป่ยก็หายไปในบัดดล ทิ้งไว้เพียงมุมปากที่ยกโค้ง เผยชัดถึงความเย่อหยิ่งที่ฉาบทั่วใบหน้า ก่อนที่เจ้าตัวจะกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า“ศิษย์น้องเฉินซี ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีผู้แข็งแกร่งมากมายมายังเมืองเหมันต์บรรพกาล และย่อมไม่ขาดศัตรูของนิกายกระบี่เก้าเรืองรองของเรา ดังนั้นเจ้าต้องคอยระมัดระวังตัวเอาไว้ เพราะความสามารถของข้าทำได้เพียงแค่ปกป้องศิษย์น้องอันเวยเท่านั้น”

ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเขาก็คือ หากพวกเขาเผชิญกับอันตราย ตนจะปกป้องอันเวยมากกว่าเฉินซี

ทว่าเฉินซียังคงเงียบและแสร้งเป็นหูหนวก ในขณะนี้ จิตใจของเขาจดจ่อไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งที่นอกหน้าต่าง ดังนั้นชายหนุ่มจะมีเวลาที่จะไปใส่ใจกับหลงเจิ้นเป่ยได้อย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น หลงเจิ้นเป่ยก็ ‘แสดงจุดยืน’ ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้นเฉินซีจึงไม่ต้องการเสียเวลากับให้หลงเจิ้นเป่ยไม่ว่าในกรณีใด ๆ อีกต่อไป เพราะเขาไม่เคยหวังว่าหลงเจิ้นเป่ยจะใจกว้างช่วยดูแลอยู่แล้ว

“ถ้าเช่นนั้น… ข้าจะถือว่าเจ้าตกลงก็แล้วกัน” เมื่อเห็นเฉินซียังคงเฉยเมยและเพิกเฉยต่อเขา หลงเจิ้นเป่ยอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง และความโกรธเล็กน้อยก็ฉายชัดในดวงตาของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะอันเวย เขาจะไม่มีวันคลุกคลีกับคนอย่างเฉินซีเป็นอันขาด

แม้ว่าเฉินซีได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากมายและทำให้ทั้งนิกายต้องตกตะลึง หรือแม้แต่การสยบคนที่ร้ายกาจอย่างหวังจ้งฮ่วน แต่ในความคิดของหลงเจิ้นเป่ย มันก็ไม่ได้มีค่าอะไรที่จะกล่าวถึงและไม่สามารถกระตุ้นความสนใจของเขาได้

ส่วนสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าสองสิ่ง สิ่งหนึ่งคือความแข็งแกร่งของตนเอง และอีกสิ่งหนึ่งคือความงามที่เขาใฝ่ฝัน ส่วนสิ่งอื่น ๆ หาได้มีความสำคัญกับเขาไม่!

ณ ปัจจุบัน เขายืนหยัดอย่างภาคภูมิอยู่ในอันดับต้น ๆ ท่ามกลางเหล่าศิษย์ชั้นยอดของนิกายกระบี่เก้าเรืองรอง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก จนได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ ไม่ว่าเขาจะไปที่ใดก็ตาม และตอนนี้เขายังหญิงงามอย่างอันเวยที่ติดอยู่เคียงข้าง ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเขานั้นเต็มไปด้วยความภูมิใจ แล้วเหตุใดเขาถึงต้องให้ความสำคัญกับคนอย่างเฉินซีอีก?

“หึ ช่างเป็นคนที่จองหองเสียจริง ๆ รอให้ปัญหามาเยือนตัวเจ้าเสียก่อน แล้วข้าจะรอดูเจ้าร้องขอความช่วยเหลือจากข้าอย่างหมดท่า!” หลงเจิ้นเป่ยชำเลืองมองที่เฉินซี และเยาะเย้ยอยู่ในใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ในช่วงเวลานี้ กลุ่มผู้เยี่ยมยุทธ์อีกหลายกลุ่มที่มาจากทั่วทุกหนทุกแห่ง ต่างทยอยเข้ามาบนชั้นสูงสุดของตำหนักนี้อย่างต่อเนื่อง และพวกเขาทำให้เกิดคลื่นเสียงร้องจอแจ ซึ่งพวกเขาก็กำลังพูดคุยถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหวเงาทมิฬ

แต่เฉินซีกลับเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะเขาได้ค้นพบสิ่งที่น่าตกใจอีกครั้ง!

ที่หว่างคิ้วของเขา ดวงตาแนวตั้งได้เปิดออกอย่างเงียบ ๆ ขณะที่จ้องไปที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งที่นอกหน้าต่าง และชายหนุ่มสังเกตเห็นได้ทันที ว่าแท้จริงแล้วมีแสงศักดิ์สิทธิ์เรืองรองไหลอยู่ภายในลำต้นของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์!

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดก็คือ ดูเหมือนว่าจะมีโลกอิสระเปิดขึ้นภายในลำต้นของต้นไม้ และมันก็กว้างใหญ่ไพศาล ปกคลุมไปด้วยเครื่องหมายเก่าแก่และคลุมเครือของเต๋า ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีแท่นบูชายัญโบราณลอยอยู่ใจกลางพื้นที่อย่างน่าตกใจ!

นอกจากนี้ ยังมีโลงศพทองสัมฤทธิ์อยู่บนแท่นบูชายัญ โลงศพนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสนิม และเขาสามารถเห็นลวดลายต่าง ๆ มากมาย เช่น ดอกไม้ นก กำปั้น ดวงดาว ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ หรือแม้แต่ผู้คนในสมัยโบราณที่กำลังถวายเครื่องบูชาแด่เทพเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น มันยังแผ่ซ่านกลิ่นอายอันเย็นยะเยือก โบราณ และลึกลับเป็นอย่างยิ่งออกมา

‘มิติอิสระ เครื่องหมายของมหาเต๋า แท่นบูชายัญโบราณ โลงศพทองสัมฤทธิ์… ดูเหมือนจะมีบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งต้นนี้ และถ้าไม่ใช่เพราะข้าอาศัยเนตรเทวะแห่งความจริง ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะสังเกตเห็นมัน’ ในใจของเฉินซีนั้นตกใจมาก เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะค้นพบความลับที่น่าตกใจเช่นนี้

ดังนั้นเขาจึงโคจรเนตรเทวะแห่งความจริงด้วยพลังทั้งหมดทันที ทำให้ดวงตาของชายหนุ่มเจ็บปวด แทบจะมีเลือดไหลออกมา ซึ่งในที่สุด เขาก็ได้เห็นฉากภายในโลงศพทองสัมฤทธิ์ได้อย่างชัดเจน ว่าภายในนั้นว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ตรงมุมกลับมีท่อนไม้ที่ไหม้เกรียมและไม่สะดุดตานักวางอยู่

ท่อนไม้ที่ไหม้เกรียมนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือ มีสีดำสนิทและดูเหมือนจะถูกฟ้าผ่า พื้นผิวของมันถูกปกคลุมด้วยรอยแตกเล็กน้อย ซึ่งแท้จริงแล้วมีต้นอ่อนเล็ก ๆ งอกออกมาจากในรอยแตก โดยต้นอ่อนนั้นยังอ่อนและเขียวขจี อีกทั้งยังมีสายใยที่เปล่งประกายอย่างอ่อนโยน เป็นแสงสว่างที่โปรยปรายลงมาราวกับละอองฝนที่โปรยปราย และมันกำลังหล่อเลี้ยงท่อนไม้ที่ไหม้เกรียม ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมา

‘เป็นไปได้หรือไม่ ว่าท่อนไม้ที่ไหม้เกรียมนี้ก่อตัวขึ้นจากแก่นวิญญาณที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬเหลือทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างที่อันเวยพูดถึงก่อนหน้านี้?’ เฉินซีตกตะลึงอยู่ในใจ และหัวใจของเขาก็เต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม

เพราะถ้ามันเป็นอย่างที่ชายหนุ่มสรุปจริง ๆ เช่นนั้นต้นอ่อนที่เติบโตบนท่อนไม้ที่ไหม้เกรียมนี้ มันก็คือโอกาสรอดของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ!

“มันช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน! ใครจะจินตนาการได้ว่ามีบางสิ่งที่เกือบจะเหมือนกับปาฏิหาริย์อยู่ภายในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งจริง ๆ”

เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และสงบความรู้สึกตื่นเต้นของเขา

“ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งต้นนี้ ช่างไม่ธรรมดายิ่งนัก มันยืนต้นผ่านกาลเวลามานานแสนนาน และทุกครั้งที่เหวเงาทมิฬกำลังจะปรากฏขึ้น มันจะเปล่งเสียงของมหาเต๋า ราวกับว่ามันกำลังเรียกถึงอะไรบางอย่าง”

“โชคไม่ดีที่การดำรงอยู่ของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งนี้ถูกปกคลุมด้วยกฎของมหาเต๋าตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว เมื่อได้รับความเสียหาย มันจะดึงดูดความสนใจของผู้ยิ่งใหญ่มากมายในโลก ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งนี้ ข้าก็ไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากการผ่ามันออก แล้วดูว่ามีความลับอะไรซ่อนอยู่ในนั้น”

“ใช่แล้ว นับตั้งแต่สมัยโบราณ ตัวตนไม่ธรรมดามากมายได้เข้ามาค้นหาภายในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งอย่างละเอียดด้วยความตั้งใจที่จะพิสูจน์ความสัมพันธ์ของมันกับเหวเงาทมิฬ แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ความลับของมันแม้แต่คนเดียว”

ผู้เยี่ยมยุทธ์บางคนจากขุมพลังต่าง ๆ กำลังพูดคุยกันในห้องโถง และพวกเขาไม่ได้คิดที่จะปกปิดมัน เพราะทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งได้กลายเป็นความลับที่เปิดเผยไปแล้ว

แต่เฉินซีกลับตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้แทน …จากการที่รับฟังการสนทนาระหว่างคนเหล่านี้ เขาพลันรู้สึกได้ราง ๆ ว่าบางทีฉากที่ตนเองเห็นก่อนหน้านี้ อาจเป็นความลับที่แท้จริงของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็ง และอาจมีเพียงเขาที่สามารถไขความลับของเหวเงาทมิฬได้

ในขณะนี้ ผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ ก็เข้าร่วมการสนทนาเช่นกัน แต่สิ่งที่พวกเขาพูดถึงนั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

“ในความคิดของข้า ไม่ว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งจะน่าอัศจรรย์ถึงเพียงใด มันก็เติบโตขึ้นจากใบของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ และเหตุผลที่มันสามารถเปล่งเสียงของมหาเต๋าได้นั้น ก็เพราะมันเกี่ยวข้องกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ ส่วนเรื่องที่ว่ามีความลับอื่น ๆ ซ่อนอยู่ในนั้นหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องที่ไร้สาระ และแม้ว่าจะมีความลับซ่อนอยู่ในนั้น มันก็อาจไม่เกี่ยวข้องกับเหวเงาทมิฬ”

“ฮ่า ฮ่า เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หากมีความลับ มันก็คงถูกค้นพบโดยผู้ยิ่งใหญ่ไปตั้งนานแล้ว ดังนั้นจะเหลือให้เราได้ค้นพบได้อย่างไร?”

คำพูดของพวกเขามีเหตุผลในทำนองเดียวกัน และมันได้รับความเห็นพ้องจากผู้คนจำนวนมากที่อยู่ที่นี่

ทว่าเฉินซีกลับขมวดคิ้วแทน และสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะกระตุ้นให้เนตรเทวะแห่งความจริงส่องเข้าไปในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็งอีกครั้ง การจ้องมองของเขาเป็นเหมือนกระสวยที่ทะลุผ่านมิติอิสระ จ้องมองไปยังแท่นบูชาบูชายัญโบราณ โลงศพทองสัมฤทธิ์ และสุดท้ายก็มองไปที่ท่อนไม้ซึ่งไหม้เกรียม

ครั้งนี้ เขาทำความเข้าใจต่อกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากท่อนไม้ที่ไหม้เกรียมอย่างใจเย็น และผลที่ตามมาก็สร้างความตกใจให้แก่ชายหนุ่ม เนื่องจากเส้นกลิ่นอายสีเขียวหมอกที่เล็ดลอดออกมาจากต้นอ่อนบนท่อนไม้ที่ไหม้เกรียม เป็นเหมือนแหล่งกำเนิดของมหาเต๋า และมันมีกลิ่นอายของมหาเต๋าต่าง ๆ ในโลก! แม้ว่ามันจะเล็กและอ่อนแอถึงขีดสุด แต่เฉินซีก็รู้ได้อย่างชัดเจน ว่าประสาทสัมผัสของตนเองย่อมไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็เป็นที่แน่นอนแล้ว ว่ามันคือกลิ่นอายของมหาเต๋าอย่างแน่นอน!!!

“มันเป็นเรื่องจริง แท้จริงแล้ว มันถือกำเนิดจากเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ ข้าจะช่วยให้เจ้าได้รับมัน แต่เจ้าต้องยอมรับเงื่อนไขของข้าเป็นการแลกเปลี่ยน” ในขณะนี้ หม้อต้มใบจิ๋วที่เงียบมาเป็นเวลานาน พลันส่งเสียงออกมา และมันก็เหมือนกับเสียงฟ้าร้องที่ทำให้เฉินซีตกตะลึงในทันที

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 631 โลงศพทองสัมฤทธิ์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved