cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 62 หลีหู่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 62 หลีหู่
Prev
Next

บทที่ 62 หลีหู่
บทที่ 62 หลีหู่

บนยอดเขาวงจันทราถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอก

“เขามาแล้ว! ผู้อาวุโสช่วยข้าด้วย!” เมื่อได้ยินเสียงที่ใกล้เข้ามาทุกที ๆ ใบหน้าของมู่ขุยพลันเหยเกดูน่าสมเพช ขณะที่เขาเฝ้าโขกศีรษะคำนับคนตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เฉินซีเองก็จนปัญญาและได้แต่ส่ายหน้า “ถ้าเจ้าไม่รีบลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ ข้าจะไม่ช่วยจริงด้วย”

มู่ขุยได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็สดชื่นขึ้นด้วยความดีใจ ก่อนจะก้มศีรษะลงโขกกับพื้นอีกสามครั้งและบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงร้อนรนกระวนกระวายอย่างไม่ปกปิด “ขอบพระคุณผู้อาวุโสเหลือเกินขอรับ!”

มิทันไร ชายหนุ่มสวมผ้าคลุมสีแดงผู้หนึ่งก็ทะยานขึ้นมายืนอยู่ที่หน้าผาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาอมชมพูระเรื่อ ริมฝีปากเม้มเรียบเนียนราวเนื้อหยก กล่าวได้ว่าเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ประกอบกับดวงตาคมกริบรับกับคิ้วเรียวยาว ที่สะดุดตามากที่สุดก็คือรอยสักเปลวไฟบนหน้าผากที่มีเปลวไฟลุกโชน ยิ่งเพิ่มความร้ายกาจให้แก่เจ้าตัวให้มากขึ้น

“มู่ขุย ไอ้ตัวแสบ! ข้าไม่คิดมาก่อนว่าคนอย่างเจ้าจะมีผู้ช่วยเสียด้วย! แต่ดูเหมือนเจ้าจะได้รับบาดเจ็บสินะ” ชายหนุ่มคนนั้นเหลือบมองเฉินซีด้วยแววตาประหลาดใจ จากนั้นจึงมองเลยไปทางมู่ขุยที่บาดเจ็บทั่วตัวพลางเบ้ปากทำนองเยาะเย้ย

เฉินซีแทบไม่อยากเชื่อสายตา ด้วยหลังจากที่ได้ยินเสียงแหบห้าวซึ่งบ่งบอกถึงพลังอันลึกล้ำของอีกฝ่าย เดิมทีเขายังคิดว่าแม้หลีหู่คนนี้จะมาในร่างมนุษย์ เขาก็น่าจะมีรูปร่างใหญ่โตแข็งแกร่งเสียมากกว่า ไม่คิดมาก่อนว่าคนที่โผล่มาจะกลายหนุ่มรูปงามไปได้!

เมื่อรู้ว่ามีเฉินซีคอยหนุนหลัง มู่ขุยจึงใจกล้ามากขึ้นพลันระเบิดเสียงตะโกนตอบโต้อย่างแค้นเคือง “ไอ้หลีหู่ เจ้ายั่วโทสะข้าหลายหนแล้ว คิดว่าข้าจะกลัวสินะ”

คนตรงข้ามส่ายหน้าพลางเบ้ปากอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปชี้หน้าเฉินซีพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้าวลึกว่า “เด็กน้อย ข้าจะบอกอะไรให้ เจ้ารีบถอยไปเสีย อย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเพราะเจ้ามู่ขุยจะดีกว่า ท่านปู่ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เป็นถึงอสูรเพลิงพยัคฆ์ขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์แบบ ถ้าข้าจะฆ่าหารเจ้ามันง่ายยิ่งกว่าบี้มดเสียอีก หลีก…ไป!”

“ไร้มารยาท! เจ้ากล้าดูถูกผู้อาวุโสเชียวหรือ เจ้า…ไอ้พยัคฆ์ปัญญาอ่อน รนหาที่ตายแท้ ๆ! รู้ไว้ด้วยถ้าวันนี้เจ้าต้องตายก็เพราะตัวเอง… หลีหู่…เจ้าตายแน่!” มู่ขุยแหกปากดังลั่น จากนั้นก็ตั้งท่าจะพุ่งไปข้างหน้า

“ข้าเอง” เสียงราบเรียบเหมือนไม่ยินดียินร้ายของเฉินซีดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมด้วยพลังกดดันที่ยากเกินต้านทานได้ทำให้หัวใจของมู่ขุยกลับสงบลงอย่างไม่มีสาเหตุ ดังนั้นเขาจึงถอยหลังไปทันทีและหยุดยืนอยู่ด้านข้างอย่างให้เกียรติอีกฝ่าย ทันทีที่หวนนึกถึงเหตุการณ์เผชิญหน้าอย่างน่าอนาถใจของตนเองกับเฉินซี พลันสายตาที่เบนไปมองหลีหู่ก็ปรากฏร่องรอยของความเวทนาฉายวาบ

ตึก! ตัก!

เฉินซีก้าวออกไปและพร้อมการเคลื่อนไหวนี้เอง ภาวะอารมณ์ของเขาก็ได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เวลานั้นเองร่างสูงจึงได้ปลดปล่อยกระแสพลังการเข่นฆ่าออกมา ประหนึ่งคมกระบี่กระหายเลือดถูกกระชากออกจากฝักฉับพลัน

ซี้ดดดด!

มู่ขุยตะลึงงันจนอ้าปากค้างก่อนจะตระหนักว่า เห็นทีนี่จะเป็นพลังที่แท้จริงของผู้อาวุโสสินะ แสดงว่าก่อนหน้านั้นที่เขาเอาชนะข้า ผู้อาวุโสยังไม่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่เป็นแน่…

“ไอ้หนูเจ้าเป็นใคร เอ่ยชื่อมา…เร็ว!”

กระแสพลังเข่นฆ่าที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียมซึ่งปลดปล่อยออกมาจากร่างของคนตรงหน้า ทำให้หัวใจของหลีหู่ไหววูบอย่างน่าประหลาด ด้วยรู้ตัวว่าตนเองได้พบกับคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามเข้าให้แล้ว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจออกปากถามเฉินซีเพื่อหยั่งเชิงก่อน

‘แม้แต่มู่ขุยยังรู้ได้ทันทีว่า ข้าเป็นมนุษย์เพียงชำเลืองมองแวบเดียว แต่หลีหู่กลับไม่ได้เฉลียวใจสักนิด มันเป็นพยัคฆ์โง่จริง ๆ’

ความรู้สึกสมเพชเกิดขึ้นในใจของเฉินซี ขณะที่เจตนาเข่นฆ่าผุดขึ้นมาในใจของชายหนุ่มทันใด

มันหนาแน่นขึ้นทุกขณะ

ท่านปู่เฉินเทียนลี่เป็นบรรพบุรุษของเฉินซี สำหรับเขา ท่านปู่เป็นเสมือนเกล็ดย้อนที่มิอาจแตะต้อง ทว่าเจ้าหลีหู่นั่นกล้าเรียกแทนตัวว่าท่านปู่ทุกคำ เท่ากับเป็นการยั่วยุเขาให้ขุ่นเคืองอย่างไม่ต้องสงสัย

“ข้าจะตัดลิ้นของเจ้าเสียแล้วค่อยไว้ชีวิตเจ้า” เฉินซีเค้นเสียงพูดอย่างเย็นชา

“เจ้ามันยโสกว่าท่านปู่หลีหู่เสียด้วย ช่วยไม่ได้เจ้าอยากรนหาที่ตายเอง!” หลีหู่ระเบิดเสียงอย่างฉุนเฉียว ทันใดนั้นปราณอสูรก็แผ่ซ่านออกจากกาย ลูกตาสองข้างกลายเป็นแดงคล้ำราวกับโลหิตคั่งอยู่ข้างใน

ฟิ้ว!

ด้วยโทสะอันพลุ่งพล่าน หลีหู่จึงตัดสินใจเคลื่อนไหวก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบทันที อุ้งมือของเขาใหญ่ราวใบพัด กรงเล็บแหลมคมยาวกว่าครึ่งหลา เปรียบดั่งคมกระบี่สิบเล่มฉาบด้วยแสงแดงฉาน จากนั้นเขาก็ทะยานเข้าใส่เฉินซีโดยหมายบดขยี้คนตรงหน้าให้แหลกคามือ

แควกกก!

ขณะที่ร่างนั้นพุ่งออกมา ผ้าคลุมสีแดงที่หลีหู่สวมใส่ก็ฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปในทันที จากนั้นจึงเผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงเปรี๊ยะและแข็งแรงดั่งหินผาของเขา ซึ่งแผ่รังสีเปล่งประกายเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน

สัตว์อสูรพยัคฆ์ตนนี้มันถึงจุดแปรสภาพร่างกายแล้วสินะ

ดวงตาของเฉินซีเป็นประกายวับ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับยิ่งใหญ่ที่มีทักษะแปรสภาพร่างกายเช่นนี้ พลังการต่อสู้ของเขาพลันลุกโชนขึ้นทันที ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้กระตุ้นพลังแก่นแท้ออกมาใช้ขณะที่เขากำลังพุ่งเข้าหาหลีหู่

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

ขณะนั้นเฉินซีและหลีหู่ถูกจำกัดการต่อสู้กันอยู่ในลาน ฝ่ายเฉินซีใช้วิชาหมัดถล่มทลายขั้นเอกภาพเพื่อรับมือกับหลีหู่ เป็นการต่อสู้แบบซึ่งหน้าตัวต่อตัว

การเคลื่อนไหวของเขาดุจคันธนูที่ง้างจนสุดแรง จนปรากฏเสียงกึกก้องดังสนั่นปานฟ้าผ่า!

ร่างกายของเฉินซีเปรียบดั่งคันธนูขนาดใหญ่ที่ง้างจนตึงเต็มพิกัด ความแข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่ภายใต้มัดกล้ามและผิวหนัง บัดนี้มันได้ไหลรวมไปยังข้อต่อทุกส่วนในร่างกาย ทันทีที่เขาเงื้อหมัดฟาดจึงไม่ต่างกับลูกธนูพุ่งจากเกาทัณฑ์ ซึ่งทำให้ปรากฏเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่น

ชายหนุ่มชกหมัดถล่มทลายออกไปเต็มแรง พลังรุนแรงที่แฝงอยู่ในกายก็พุ่งผ่านหมัดนั้นพร้อมกัน จนเกิดเป็นแรงสะเทือน ณ จุดศูนย์กลาง ก่อนจะก่อเป็นระลอกคลื่นวงแล้ววงเล่า!

ส่วนหลีหู่นั้น แม้เขาจะบ่มเพาะถึงขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์ แต่ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเคล็ดวิชาต่อสู้กลับธรรมดาและค่อนข้างตื้นเขิน ถ้าอย่างนั้นเขาก็คืออสูรเพลิงพยัคฆ์ จึงมีร่างกายแข็งแกร่งผิดมนุษย์เป็นธรรมดา และยังฝึกฝนบ่มเพาะพลังแปลงกายด้วยทักษะแปรสภาพร่างกาย ดังนั้นในเชิงความแข็งแกร่งของร่างกาย เขาจึงไม่ด้อยกว่าเฉินซีแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้หลีหู่จะถูกบีบให้ต้องล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง แต่โอกาสที่เฉินซีจะสยบมันด้วยระยะเวลาอันสั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย

“พลังฝึกบ่มเพาะแปรสภาพร่างกายของผู้อาวุโสคนนี้ช่างน่าทึ่งเหลือเกิน หลีหู่เป็นถึงอสูรพยัคฆ์ที่เกิดมาด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งทรงพลังขนาดนี้ ยังถูกรุกไล่จนไม่สามารถโต้กลับได้เลย ยิ่งกว่านั้นหากเปรียบเทียบทักษะวิทยายุทธ์ของทั้งสองฝ่ายแล้ว วิชาหมัดของผู้อาวุโสน่าเกรงขามมากและเห็นชัดว่าบรรลุขั้นเอกภาพแล้ว…”

ห่างออกไป มู่ขุยเฝ้าดูการต่อสู้ด้วยดวงตาเป็นประกายเป็นพิเศษ ยิ่งเขารับรู้ถึงความแข็งแกร่งของเฉินซีมากเท่าใด มันก็ยิ่งทำให้เขาเคารพนับถือชายหนุ่มผู้นี้มากขึ้นเท่านั้น และตั้งปณิธานกับตนเองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ตนจะอยู่เคียงข้างเฉินซี!

“เป็นไปได้อย่างไร ข้าฝึกทักษะแปรสภาพร่างกายมานานนับพันปี อีกไม่กี่ก้าวก็จะเข้าสู่ขอบเขตตำหนักอินทนิลและกลายเป็นราชาอสูรแล้ว แต่กลับมาถูกบีบให้ล่าถอยเช่นนี้ได้อย่างไร?” สีหน้าของหลีหู่ดุดันยิ่งขึ้น เมื่อเฉินซีชกหมัดออกคราใด จุดตายบนร่างกายของมันถึงกับสะท้านสะเทือนทุกครั้งไปกระทั่งเลือดในกายยังถูกแผดเผาจนร้อนรุ่ม อีกทั้งกระดูกกระเดี้ยวทุกชิ้นพานเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด ช่างเป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเอาเสียเลย ในใจรู้สึกเจ็บปวดสุดแสน

กรรรร!

เสียงคำรามดุร้ายกระโชกรุนแรงพร้อมเสียงกระแทกดังเปรี้ยงบนยอดเขา ร่างกายของหลีหู่สั่นสะท้านเพียงเล็กน้อย จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นเสือโคร่งยักษ์ ลำตัวยาวห้าจั้งเศษและสูงเกือบหนึ่งจั้ง ยามนี้เขี้ยวแหลมคมของพยัคฆ์หลีหู่คมกริบประหนึ่งดาบ กรงเล็บขนาดใหญ่ราวกับคมมีด ปลดปล่อยปราณอสูรอำมหิตออกมาอย่างแรงกล้า

“ผ่านมานานเพียงใดแล้วนี่? เจ้าเป็นคนแรกที่บังคับให้ข้าต้องคืนร่างเดิม ฉะนั้นจงตายซะเถอะ!” หลีหู่คำรามขึ้นฟ้า

ฟิ้ววว!

ร่างที่เป็นดั่งลูกไฟกระโจนเข้าใส่เฉินซีด้วยความเร็วซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า!

“ผู้อาวุโสระวัง!” เสียงของมู่ขุยตะโกนบอกดังลั่นมาแต่ไกล “หลีหู่กลับคืนร่างสัตว์อสูรแล้ว พลังของมันจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยสองในสิบส่วน!”

ต้องทุ่มสุดตัวแล้ว

เฉินซีลอบทอดถอนใจ ยามต่อสู้กับหลีหู่ทำให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับวิชาหมัดของตัวเองลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้แต่พลังหมัดถล่มทลายที่ค้างอยู่ในขั้นเอกภาพมานาน ก็มีวี่แววว่าจะได้ทะลวงระดับ ทว่าในช่วงวิกฤตเช่นนี้ หลีหู่กลับกลายร่างเป็นสัตว์อสูร จึงทำให้เขาต้องเปลี่ยนวิธีต่อสู้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้ชายหนุ่มหัวเสียเล็กน้อย

“ตายเสียเถอะ!” เสียงตะโกนด้วยความโกรธจัดของหลีหู่ดังขึ้นขณะเดียวกันเขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าเฉินซีพร้อมกับอ้าปากกว้าง จนเผยให้เห็นคมเขี้ยวน่าสยดสยองหมายจะกัดขย้ำศีรษะของเฉินซี!

เฉินซีสูดลมหายใจลึก บัดนี้เขาไม่อาจปกปิดพลังที่แท้จริงของตนได้อีกต่อไป ชายหนุ่มจึงจัดการกระตุ้นปราณแท้ ขณะเดียวกันสันหมัดของเขาได้ปลดปล่อยพลังลึกลับบางอย่างออกมาอย่างเงียบเชียบ พลังซึ่งสามารถทำให้หัวใจของฝ่ายตรงข้ามถึงกับสั่นระริก

เก่าแก่ เวิ้งว้าง และเย็นยะเยือก…

ตั้งแต่เฉินซีบรรลุขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์แบบ อักขระจ้าววิญญาณได้ปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังของเขาอย่างน่าพิศวง ชายหนุ่มพบว่าเมื่อเขากระตุ้นพลังหมัดถล่มทลายด้วยพลังในกาย กลุ่มก้อนพลังลึกลับบางอย่างจะแผ่ออกจากเนื้อหนังมังสาของตน พลังนี้มีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนเบาบาง หากเขาไม่ได้สัมผัสมันด้วยตนเองแล้ว คงยากที่จะสังเกตเห็น

ปราณจ้าววิญญาณ!

พลังชนิดนี้ถูกบันทึกไว้ในทักษะวิชาแปลงร่างดาราสังหารเอกภพเมื่อใดที่ผู้บ่มเพาะได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำหนักอินทนิลแล้ว พลังจะกลั่นอักขระจ้าววิญญาณและแผนภาพดาราออกมา จากนั้นพลังอันน่าสะพรึงกลัวและลึกลับที่เรียกว่าปราณจ้าววิญญาณ จะพุ่งทะยานจากภายในทันที

เช่นเดียวกับปราณแท้ ยิ่งผู้บ่มเพาะฝึกฝนก็จะยิ่งสั่งสมปราณในกายได้มากขึ้น และปราณจ้าววิญญาณเองก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในเชิงคุณภาพ ปราณจ้าววิญญาณคือสิ่งที่ผู้บ่มเพาะกายาขอบเขตตำหนักอินทนิลนำมาใช้ออกกระบวนท่าควบคุมพลังธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งมันมีพลังทำลายล้างรุนแรงระดับเหนือจินตนาการ!

เปรี้ยง!

เฉินซีก้มศีรษะลงเล็กน้อยขณะเบี่ยงหลบไปทางข้าง ทำให้เขารอดพ้นจากคมเขี้ยวของพยัคฆ์หลีหู่ที่กระโจนเข้ามาด้วยความรวดเร็ว ขณะเดียวกันมืออีกข้างของเขาก็เหวี่ยงกลับพร้อมกระแทกหมัดออกไปอย่างแรงดั่งสายฟ้าฟาด

ฟู่!

เวลานั้นพลังหมัดขวาของเฉินซีฟาดไปที่แนวกรามล่างของหลีหู่จนหักสะบั้นทันที ก่อนที่หมัดข้างเดียวกันนั้นจะพุ่งทะลวงผ่านศีรษะของหลีหู่จากล่างขึ้นบนอย่างง่ายดาย โลหิตแดงฉานพุ่งออกมาจากรูกลวงนั้น

“อ๊ากกก!” โลหิตแดงฉานสาดกระเซ็นในอากาศเหนือบริเวณหน้าผาแห่งนั้น อาบย้อมสายหมอกที่ลอยผ่านมาจนเปลี่ยนเป็นสีโลหิต ขณะที่หลีหู่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมานจนน่าสังเวช ต่อมาร่างของมันก็กระเด็นไปไกลหลายจั้งด้วยแรงสะบัดของเฉินซี ก่อนจะตกลงไปดิ้นทุรนทุรายอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก จนกระทั่งในที่สุดก็ขาดใจตาย

อาจดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทว่านับตั้งแต่หลีหู่กลายร่างเป็นสัตว์อสูรจนกระทั่งถูกเฉินซีทุบกะโหลกของเขาด้วยมือเดียวกลับใช้เวลาแค่พริบตาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ร่างไร้วิญญาณของหลีหู่ก็นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นแล้ว

มู่ขุยตามองค้างด้วยความตกตะลึง เขาเกือบจะเชื่อว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงจินตนาการของตน ทว่าเมื่อเห็นร่างของหลีหู่ตายอย่างน่าสมเพชจมกองโลหิต จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น!

สังหารด้วยการออกหมัดเพียงครั้งเดียวอย่างนั้นหรือ?

นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของผู้อาวุโสสินะ!

ขณะนั้นมู่ขุยนึกย้อนไปเมื่อกลางวัน ภาพที่ตนถูกเฉินซีไล่ฟาดก่อนหน้านี้ ความรู้สึกเสียวสันหลังพลันวาบกลับมาทันที ร่างกายสั่นเทาขึ้นมาเองอย่างไม่ตั้งใจ ถ้าตอนนั้นผู้อาวุโสใช้พลังแท้จริงของเขา เห็นทีข้าคงมีสภาพไม่ต่างกับเจ้าหลีหู่เป็นแน่

“ไปกันเถอะ” หลังจากปลดสายรัดเอวที่เก็บสิ่งของจากร่างของหลีหู่แล้ว เฉินซีก็หันหลังและกลับลงจากเขาทันที

“อ้อ!” มู่ขุยพลันตื่นจากภวังค์และผลุนผลันตามหลังเฉินซีไปอย่างรวดเร็ว สายตาของเขามองแผ่นหลังของเฉินซีด้วยความเคารพนับถืออย่างเต็มหัวใจ

“เออจริงสิ หลีหู่เป็นอสูรเพลิงพยัคฆ์ แล้วเจ้าล่ะ”

“ผู้อาวุโส ข้าน้อยเป็นหมาป่าปีกเงินขอรับ”

“อ้อ ข้าเคยได้ยินว่าหมาป่าปีกเงินมีสายเลือดของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ยุคโบราณที่ชื่อหมาป่าจันทรคราสอย่างนั้นหรือ”

“ใช่แล้วขอรับ… มีเรื่องนั้นจริง แต่ส่วนใหญ่ข้าน้อยเป็นพวกเลือดผสม บิดาคือหมาป่าวายุปีกคราม ส่วนมารดาเป็นหมาป่าสีเงิน ดังนั้นข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองสืบสายเลือดของหมาป่าจันทรคราสหรือไม่ ขอรับ”

“อ้อ…พวกเลือดผสม”

“…”

“แต่เจ้าเรียกตัวเองว่ามู่ขุย*[1] ข้าขอเดาว่าเจ้าคงอยากจะแข็งแกร่งจนน่าเกรงขามเหมือนกับหมาป่าจันทรคราสสินะ”

“ผู้อาวุโส ท่านเป็นคนมีสายตาเฉียบแหลมมองทุกสิ่งได้ทะลุปรุโปร่ง ข้าน้อยชื่นชมนัก ความชื่นชมในใจของข้าเหมือนกับสายน้ำที่ถาโถม…”

“…”

พวกเขาสนทนากันไปตลอดทาง ขณะมู่ขุยพาเฉินซีลัดเลาะไปตามภูเขาที่คดเคี้ยววกวน เพียงไม่ถึงหรือหนึ่งก้านธูป ทั้งสองคนก็มาถึงที่พักของมู่ขุย

ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางลับที่ซุกซ่อนอยู่อีกด้านของภูเขา ด้านหนึ่งเป็นชะง่อนผา ส่วนอีกด้านถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ถ้าไม่ใช่มู่ขุยเป็นผู้นำทาง ก็สังเกตเห็นได้ยาก

“ผู้อาวุโส เชิญขอรับ” มู่ขุยยืนอยู่หน้าประตูพลางค้อมกายลง สีหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี

[1] ชื่อมู่ขุ่ย มีคำว่า ‘ขุ่ย’ (奎) ที่มาจากคำเดียวกับหมาป่าจันทรคราส

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 62 หลีหู่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved