cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 549 เต็มไปด้วยแขกเหรื่อ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 549 เต็มไปด้วยแขกเหรื่อ
Prev
Next

บทที่ 549 เต็มไปด้วยแขกเหรื่อ

บทที่ 549 เต็มไปด้วยแขกเหรื่อ

ตายหรือ?

ราชันผู้ปรีชาราวกับถูกฟ้าผ่า เกิดเสียงหึ่งภายในหัว ขณะพึมพำเสียงสั่นออกมาว่า “ตายแล้ว ฉางเทียนเองก็ตายเช่นกัน มันเป็นไปได้อย่างไรกัน…?”

ผู้อยู่ขอบเขตเซียนปฐพีทั้งหลายในห้องโถงพากันเงียบและถอนหายใจ ศิษย์คนอื่นเข้าแดนภวังค์ทมิฬได้สำเร็จทั้งหมด แต่บุตรชายของราชันผู้ปรีชากลับเอาชีวิตไปทิ้งในสมรภูมิบรรพกาล เรื่องเช่นนี้เกินจะรับไหว!!!

“เป็นไปไม่ได้! บุตรชายข้ามีความสามารถสูง พละกำลังเหนือใคร ในเมื่อเฉินซีและคนอื่น ๆ สามารถเข้าแดนภวังค์ทมิฬได้ เหตุใดเขาจึงไม่ได้? เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้แน่!” การสูญเสียบุตรชายอันเป็นที่รักทำให้จิตใจของหวงฝู่จิ่งเทียนไม่อาจคิดอะไรได้ตามปกติ เขาคำรามเสียงลั่นออกมา

“พอแล้ว!” จักรพรรดิซ่งคำรามเสียงต่ำ “สาเหตุที่เขาตายล้วนมาจากตัวเขา ทั้งสมคบคิดกับคนนอก ทำร้ายพวกตนเอง คนอกตัญญูเช่นนั้นสมควรตายแล้ว!”

น้ำเสียงเขาดังดั่งฟ้าลั่น ทำเอาทุกคนตื่นกลัว ไม่คิดเลยว่าบุตรชายของราชันผู้ปรีชาจะกระทำความผิดร้ายแรงเช่นนั้นได้

หวงฝู่จิ่งเทียนตกตะลึงด้วยความไม่อยากเชื่อ

จักรพรรดิซ่งเอ่ยเสียงเรียบ “นับจากนี้ไป เจ้าก็อยู่เฝ้าเรือน ปิดประตูบ่มเพาะพลังไปเสียเถอะ! หากกล้าก้าวเท้าออกจากนครหลวงธารสายไหม อย่าโทษหากข้าหักขาเจ้าจนพิการก็แล้วกัน!”

พูดจบ จักรพรรดิซ่งก็สั่งแม่ทัพใหญ่ให้พาราชันผู้ปรีชาซึ่งสิ้นสติออกจากห้องโถงไป

“ยังมีอีกเรื่องที่ข้าต้องย้ำเตือนทุกคนในวันนี้” จักรพรรดิซ่งลุกขึ้นจากบัลลังก์ช้า ๆ ในขณะที่กวาดสายตามองทุกคนในห้องโถง น้ำเสียงทุ้มเจือแววไร้สงสัย “นับจากนี้ไป ใครที่กล้าล่วงเกินตระกูลเฉินในอาณาเขตราชวงศ์ซ่ง มันผู้นั้นจะถูกสังหารโดยไม่ถามไถ่!”

พูดจบ จิตสังหารหนาแน่นก็กวาดไปทั่วทั้งห้องโถงราวกับลมพายุ ทำเอาทุกคนตกใจจนใบหน้าซีดขาว หายใจไม่ทั่วท้องไปตาม ๆ กัน

ทันใดนั้น ห้องโถงก็ราวตกอยู่ในฤดูหนาวอันเย็นยะเยือก มันเงียบสนิทและเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่เสียดแทงกระดูก

ในจังหวะที่มองเงาร่างอันสูงส่งของจักรพรรดิซ่งที่ยืนเอามือไพล่หลัง สีหน้าเผยแววสังหารออกมา กระทั่งนักพรตเต๋าหลงเหอ จ้าวจื๋อเหม่ย โม่หลานไห่ และคนอื่น ๆ ที่เกลียดชังเฉินซีเป็นทุนเดิมล้วนหุบปากสนิท และสลัดความแค้นในใจทิ้งไป

พวกเขารู้ดีว่านับแต่วันนี้ไป ตระกูลเฉินจะกลายเป็นตัวตนที่ไม่อาจล่วงเกินได้ในเขตดินแดนทางใต้ กระทั่งทั่วทั้งราชวงศ์ซ่งก็ตาม!

เพราะ…ตระกูลเฉินแห่งดินแดนทางใต้มีเฉินซีอยู่!

ในวันนี้ จักรพรรดิซ่งได้ประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่า ทั้งราชวงศ์จะจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองยาวนานถึงร้อยวัน

พร้อมกันนั้น ข่าวเรื่องสมรภูมิบรรพกาลก็แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินซ่งภายในระยะเวลาสั้น ๆ ราวกับลมพายุ ทำให้ทั่วทุกพื้นที่ในราชวงศ์ต่างพากันตกใจยิ่ง

ผู้บ่มเพาะทั้งหลายที่พอจะรู้เรื่องการทดสอบในสมรภูมิบรรพกาล เมื่อได้ยินข่าวก็ตื่นตะลึง ตื่นเต้น และโห่ร้องยินดีออกมา

เพราะรู้ดีว่าสิ่งนี้เป็นเกียรติยศของทั้งเฉินซีและคนอื่น ๆ เป็นเกียรติยศแห่งราชวงศ์ซ่ง และเป็นเกียรติแด่ผู้บ่มเพาะทุกคนในราชวงศ์ซ่ง!

พวกเขาถึงขนาดจินตนาการได้ว่า เมื่อใดที่ศิษย์ราชวงศ์ซ่งยืนหยัดอย่างมั่นคงในแดนภวังค์ทมิฬได้ ก็จะสามารถนำผลประโยชน์มากมายกลับมาสู่โลกแห่งการบ่มเพาะของราชวงศ์ซ่งได้อย่างแน่นอน

พวกเขารู้สึกทั้งเคารพและชื่นชมสุดหัวใจ แต่ไม่ได้รู้สึกอิจฉาริษยาเลยสักนิดเดียว

เพราะระดับที่เฉินซีกับคนอื่น ๆ ไปถึงนั้นไกลเกินเอื้อมสำหรับพวกเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจอิจฉาได้

ยังมีคำกล่าวที่ว่า หากมีคนหนึ่งแกร่งกว่าผู้อื่นอยู่สักเล็กน้อย ก็จะถูกคนอื่นริษยาได้ แต่หากแกร่งกว่ามากจนไม่ติดฝุ่น ก็จะได้รับความชื่นชมจากผู้อื่นเสียอย่างนั้น

…

เมืองหมอกสน ดินแดนทางใต้

เมืองหมอกสนในตอนนี้ได้กลายเป็นสถานที่ที่ครึกครื้นที่สุดในดินแดนทางใต้ หรืออาจจะทั่วทั้งราชวงศ์ซ่งก็เป็นได้ ชื่อเสียงของตระกูลเฉินพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด และตอนนี้กำลังเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งใหญ่ทีเดียว

หลายวันที่ผ่านมานี้ ประตูทางเข้าจวนตระกูลเฉินเต็มไปด้วยแขกมากมาย แม้แต่น้ำหยดหนึ่งยังแทรกเข้าไปไม่ได้ ผู้บ่มเพาะจากทั่วทุกสารทิศใช้ทุกสารพัดวิธีเพื่อเข้ามาแสดงความยินดีกับตระกูลเฉิน ภาพตรงหน้าทางเข้าราวกับว่าคนทั้งเมืองมารวมกันอยู่ที่นี่

ตอนนี้จวนตระกูลเฉินมีอาณาเขตกว้างขวางมาก อีกทั้งยังมีกองกำลังพลแปดพันคนกระจายอยู่ทั่วดินแดนทางใต้ และด้วยแรงสนับสนุนจากนิกายกระบี่เมฆาพเนจร จึงเป็นกองทัพที่มีขนาดใหญ่มาก ราวกับได้กลายเป็นกองกำลังใหญ่ในดินแดนทางใต้ไปแล้ว

แต่เมื่อมีผู้บ่มเพาะและกองกำลังที่รายล้อมเข้ามาแสดงความยินดีจากทุกทิศเช่นนี้ ก็มีข้ารับใช้รองรับไม่พอ ซึ่งก็ช่วยไม่ได้เพราะมีคนมากันเยอะมากเกินไปจริง ๆ กระทั่งโรงเตี๊ยมและที่พักในเมืองหมอกสนก็ยังเต็มไปตั้งนานแล้ว

ภายในศาลาบรรพบุรุษที่อยู่ด้านหลังจวนตระกูลเฉิน แสงเทียนส่องกะพริบ ป้ายบรรพบุรุษของตระกูลเฉินถูกตั้งอยู่ที่นี่

เฉินฮ่าวคุกเข่าลงบนเสื่อนั่งสมาธิ ใบหน้าของเขาในตอนนี้เริ่มมีความภูมิฐานและมั่นคงขึ้นเมื่อกาลเวลาผ่านไป เผยร่องรอยความตื่นเต้นระคนความเศร้าโศกที่หาได้ยาก ขณะพึมพำเสียงค่อยออกมา

เขากำลังเล่าเรื่องของเฉินซีให้ท่านปู่ฟัง

เขารู้ดีว่าท่านปู่ย่อมได้ยิน ดังนั้นจึงเล่ารายละเอียดยืดยาว ให้แผ่นป้ายนั้นฟัง หากคนนอกเข้ามาเห็นภาพนี้เข้าคงได้อ้าปากค้างเป็นแน่

เพราะเฉินฮ่าวในปัจจุบันดูสง่าผ่าเผยและน่าประทับใจนัก เขาเป็นผู้ดูแลรักษาชีวิตของคนนับหมื่น ออกคำสั่งเดียวก็สามารถทำให้ดินแดนทางใต้ตกอยู่ในความโกลาหลได้ นับเป็นผู้มีชื่อคนหนึ่งในดินแดนทางใต้ทีเดียว

“เจ้าอยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว จะไม่ไปทักทายแขกของเราหน่อยหรือ?” เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง เฟยเหลิ่งชุ่ยผู้มีสีหน้าปวดใจกำลังเดินเข้ามา แล้วเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน

“ไม่จำเป็นหรอก” เฉินฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วยืนขึ้น กลับคืนสู่ความสง่างามดังเดิม

เขามีหน้าผากกว้าง หน้าตาดูหล่อเหลา จากที่ท่านปู่ของเขาเฉินเทียนลี่ได้กล่าวไว้ รูปร่างหน้าตาของเฉินฮ่าวเหมือนกับบิดาเขาอยู่เล็กน้อย ในขณะที่เฉินซีเหมือนท่านแม่มากกว่า

“อวี่เอ๋อร์กับอันเอ๋อร์เล่า?” เฉินฮ่าวจับมือเฟยเหลิ่งชุ่ยไว้แล้วพาเดินออกจากโถงไว้ทุกข์

“อยู่ที่เกาะกลางทะเลสาบ” เฟยเหลิ่งชุ่ยว่าพลางยิ้มบาง

“อ้อ ไปฝึกบ่มเพาะพลังอีกแล้วหรือ? หลังจากสหายน้อยทั้งสองรู้ว่าท่านพี่เข้าแดนภวังค์ทมิฬไปแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ไม่ยอมกลับบ้านเลยนะ” เฉินฮ่าวหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ นัยน์ตาเจือแววเอ็นดู

“การฝึกบ่มเพาะอย่างอุตสาหะนี่แหละดี ตอนนี้ตระกูลเฉินของเรากำลังเจริญรุ่งเรือง ข้ากลัวว่าอวี่เอ๋อร์กับอันเอ๋อร์จะทะนงตนเย่อหยิ่ง ให้รู้จักอดทนบ่มเพาะไปนั่นแหละดีแล้ว แบบนี้ท่านพี่กลับมาเห็นอันเอ๋อร์แล้วจะได้ไม่ผิดหวัง” ผู้เป็นภรรยาเอ่ยทั้งรอยยิ้ม

“อืม หากไม่ใช่เพราะเขาสู้อุตสาหะบ่มเพาะพลังแล้ว มีหรือพี่ใหญ่จะสามารถเก่งกาจ ประสบความสำเร็จได้ถึงขั้นนี้?” เฉินฮ่าวถอนหายใจ สีหน้าดูเหม่อลอยไปสักพักเมื่อนึกย้อนถึงอดีต

“พี่ใหญ่คงลำบากมากเมื่อครั้งอยู่ในสมรภูมิบรรพกาล ที่ตระกูลเฉินของเราประสบความสำเร็จได้ในตอนนี้ก็เป็นเพราะเขา ฉะนั้นพี่ฮ่าว ท่านจะต้องปกป้องตระกูลของเราอย่างขันแข็งเพื่อพี่ใหญ่นะ” เฟยเหลิ่งชุ่ยจ้องผู้เป็นสามีแล้วเอ่ยเสียงเบา

“ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว!” เฉินฮ่าวจับมือเฟยเหลิ่งชุ่ยไว้แน่น ขณะทอดสายตามองไปยังขอบฟ้าไกล พลางพึมพำเสียงเบาออกมา “พี่ใหญ่ โปรดวางใจและทำหน้าที่ของท่านไปเถอะ มีข้าอยู่ที่นี่ไม่มีใครสามารถทำอะไรตระกูลเฉินได้แน่!”

…

ณ เกาะใจกลางทะเลสาบ

ริมทะเลสาบสีเขียวเข้มยังมีเด็กน้อยสองคนต่อสู้กันอยู่ ท่วงท่าว่องไว ดุดัน และน่ากลัวยิ่งนัก ทุกย่างก้าวสั่นสะเทือนถึงพื้นดินจนเกิดรอยแยก เกล็ดทรายปลิวว่อนไปทั่ว

พวกเขาคือเฉินอวี่กับเฉินอันนั่นเอง

สหายน้อยทั้งสองสูงขึ้นอีกนิด และแม้ว่าใบหน้าจะยังคงความเป็นเด็ก แต่ก็เห็นความกล้าหาญปรากฏขึ้นมาบ้างแล้ว อีกทั้งท่วงท่ายังดูสง่างามยิ่ง

ลูกวัวเพิ่งเกิดสองตัวนี้กลับมีอำนาจที่จะกลืนพยัคฆ์ทั้งตัวได้แล้ว!

จี้อวี๋เอนหลังอยู่บนเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้าน นัยน์ตามากประสบการณ์จ้องมองไปที่เด็กน้อยทั้งสอง มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม

เด็กทั้งสองมีความเฉลียวฉลาดนักและมีพรสวรรค์สูงส่งเช่นกัน ที่หายากคือคนทั้งสองมีความอดทนบ่มเพาะวิชาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความสามารถเช่นนี้สำคัญยิ่งกว่าพรสวรรค์เสียอีก

เรื่องนี้ทำให้จี้อวี๋นึกถึงเฉินซี เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มคนนั้นก็สู้ฝึกฝนไม่ยอมกินไม่ยอมนอน ใช้เวลาทุกจังหวะเพื่อทำให้ตนแข็งแกร่งขึ้น ที่แตกต่างคงเป็นสภาพแวดล้อมเท่านั้นกระมัง

เมื่อหลายปีก่อน เฉินซีมีศัตรูมากมาย แต่มีทรัพยากรน้อยนิด หมัดถล่มทลายที่เขาบ่มเพาะเป็นวิชาธรรมดาที่หาซื้อจากร้านค้าเพียงเท่านั้น ไม่เหมือนกับสหายน้อยสองคนนี้ที่ฝึกกระบวนยุทธ์ระดับเต๋าชั้นยอด ไม่ต้องห่วงเรื่องเอาชีวิตรอดอะไร ทำใจให้สงบและบ่มเพาะพลังไป ไม่นานก็ขึ้นเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ได้แล้ว

“สหายน้อยผู้นั้นเข้าแดนภวังค์ทมิฬไปแล้วกระมัง? กลียุคแห่งสามภพกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ไม่แน่ว่าการถูกดึงเข้าสู่เรื่องวุ่นวายอาจทำให้เขาแข็งแกร่งเร็วขึ้นก็เป็นได้…” จี้อวี๋พึมพำพลางทอดสายตามองไปยังฟ้าไกล ราวกับว่าสามารถมองผ่านโลกทั้งหลายจนเห็นทั้งสามภพได้

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 549 เต็มไปด้วยแขกเหรื่อ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved