cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 521 ประทับโลหิต

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 521 ประทับโลหิต
Prev
Next

บทที่ 521 ประทับโลหิต

บทที่ 521 ประทับโลหิต

ทูตของแดนภวังค์ทมิฬมาถึง และประกาศว่าการทดสอบสุดท้ายของสมรภูมิบรรพกาลจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนนับจากนี้

ข่าวนี้ทำให้ทั่วทั้งเมืองปั่นป่วน บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาทันใด

ศิษย์ของกองกำลังต่าง ๆ ที่เข้ามาในเมืองบรรพกาลเลือกที่จะเข้าสู่การปิดด่านบ่มเพาะ พวกเขาต่างทุ่มเทบ่มเพาะอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบครั้งสุดท้าย

…

ณ ตอนกลางของพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าป่าที่ขึ้นรกและมีเพียงแผ่นศิลาแผ่นเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น แผ่นศิลานี้สูงหกฉื่อ กว้างราวสองฉื่อ พื้นผิวมีรอยด่างและหม่นคล้ำ มันปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำสีน้ำตาลเข้มและตะไคร่น้ำสีเขียว นอกจากนี้ยังแผ่กลิ่นอายโบราณและเก่าแก่ออกมา

“นี่คือศิลาสัตย์สัประยุทธ์ที่ถูกทิ้งมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านศัตรูของพวกเขา เหล่าทวยเทพได้ฝังสมบัติมากมายไว้ในอาณาเขตทั้งแปดของเมืองบรรพกาล และทุก ๆ ชิ้นก็ทรงพลังยิ่งกว่าสมบัติอมตะ”

“เมื่อใดก็ตามที่การทดสอบสุดท้ายของสมรภูมิบรรพกาลมาถึง หนึ่งในสมบัติเหล่านี้จะผุดขึ้นมาจากผืนดินของอาณาเขตทั้งแปดแห่ง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้มีสิทธิ์ได้รับสมบัติจะต้องเป็นเจ้าของอาณาเขตเหล่านี้เท่านั้น”

“และช่องทางที่จะได้รับสมบัติที่ว่าก็คือศิลาสัตย์สัประยุทธ์นี้” อวิ๋นหลานเซิงมีท่าทางที่ไม่ธรรมดา ผมสีขาวปล่อยสยายราวกับหิมะ ในขณะที่เขาชี้ไปยังแผ่นศิลาที่อยู่ตรงหน้า และกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“นี่คือสถานที่ที่เหล่าทวยเทพสาบานว่าจะทำสงครามหรือ?” เฉินซีที่อยู่ใกล้เคียงจ้องมองไปที่แผ่นศิลาและสังเกตเห็นถ้อยคำว่า ‘สัตย์สัประยุทธ์’ อยู่บนพื้นผิวของแผ่นศิลาได้อย่างชัดเจน มันถูกเขียนด้วยลายเส้นที่แข็งแรงและมีรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังแผ่กลิ่นอายกดดันออกมา

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือสีของถ้อยคำ ซึ่งถูกเขียนด้วยเลือดและจารึกลงบนแผ่นศิลา ทำให้กลิ่นอายของการต่อสู้และการเข่นฆ่าอันนองเลือดพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของพวกเขา

ในขณะนี้ เฉินซีรู้สึกราวกับว่าเขาอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ของเหล่าทวยเทพ ที่เบื้องหน้าล้วนเรียงรายไปด้วยโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วน ธารเลือดและภูเขาซากศพ เสียงการต่อสู้นับล้านที่ดังก้องไปทั่วฟ้าดินราวกับเสียงฟ้าร้องที่โหมกระหน่ำลงมาจากสวรรค์ทั้งเก้า ทำให้เจ้าตัวรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกและเปียกโชกไปด้วยเหงื่ออันเย็นเยียบ

“ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!”

ถึงแม้จะผ่านการกัดกร่อนมาอย่างยาวนานจนนับไม่ถ้วน แต่ถ้อยคำบนแผ่นศิลานี้ดูเหมือนจะเพิ่งถูกจารึกไว้ และแฝงไปด้วยกลิ่นอายของการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวจนแทบหยุดหายใจ

“ระวัง เจ้าไม่ควรตรวจสอบศิลาสัตย์สัประยุทธ์ด้วยจิตสัมผัสเทพ มิฉะนั้น เจ้าจะถูกทำลายโดยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเหล่าทวยเทพที่อยู่ภายใน ซึ่งแม้แต่ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนปฐพีก็ไม่อาจรอดชีวิต” อวิ๋นหลานเซิงกล่าวเตือนจากด้านข้างด้วยสีหน้าจริงจัง

ในขณะนี้ ไม่ใช่แค่สีหน้าของเฉินซีที่ซีดเผือด แม้แต่หวงฝู่ฉิงอิงและคนอื่น ๆ ก็หน้าซีดเช่นกัน อีกทั้งยังมีร่องรอยความหวาดกลัวในดวงตาของพวกเขาขณะที่จ้องมองไปยังศิลาสัตย์สัประยุทธ์

“ในเมื่อสมบัติของเหล่าทวยเทพถูกฝังไว้ใต้ศิลาสัตย์สัประยุทธ์ แล้วเหตุใดพวกเขาถึงไม่กลัวว่าคนอื่นจะมาขุดเอาสมบัติไป?” นายน้อยโจวอดไม่ได้ที่จะถาม

“ขุดเอาพวกมันออกไป?” อวิ๋นหลานเซิงหัวเราะเบา ๆ และส่ายศีรษะขณะกล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้ ด้วยการดำรงอยู่ของศิลาสัตย์สัประยุทธ์ แม้แต่เซียนสวรรค์ก็ไม่อาจแย่งชิงสมบัติของเหล่าทวยเทพไปได้”

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ดวงตาของเขาพลันทอประกายด้วยความทรงจำ ก่อนจะถอนหายใจและกล่าวว่า “เพราะท้ายที่สุดแล้ว เหล่าทวยเทพในยุคบรรพกาลล้วนเป็นตัวตนที่มีอำนาจสูงสุดและสามารถสั่นสะเทือนทั้งสามภพได้อย่างง่ายดาย สมบัติที่พวกเขาทิ้งไว้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิบรรพกาลตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว หากไม่เป็นเช่นนั้น สมบัติเหล่านี้คงถูกพรากไป และพวกมันจะสามารถดำรงอยู่มาอย่างยาวนานจวบจนถึงปัจจุบันได้อย่างไร?”

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ “สมบัติที่เหล่าทวยเทพทิ้งไว้ แม้แต่เซียนสวรรค์ก็ไม่อาจพรากมันไปได้ แล้วเหล่าทวยเทพในยุคบรรพกาลจะทรงพลังเพียงใด?”

“ทว่ามันก็มีข้อยกเว้นอยู่ สมรภูมิบรรพกาลแห่งนี้จะเกิดเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวในทุก ๆ หนึ่งร้อยปี เมื่อถึงเวลานั้น สมบัติแห่งทวยเทพหนึ่งชิ้นจะปรากฏขึ้นภายในอาณาเขตทั้งแปดของเมืองบรรพกาล จากนั้นมันจะเลือกเจ้าของอาณาเขตที่ปกป้องเมืองบรรพกาลจากการถูกทำลาย และสำหรับพวกเจ้าทุกคน วันที่เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวได้บังเกิดขึ้นคือวันที่การทดสอบขั้นสุดท้ายจะเริ่มต้นขึ้น”

อวิ๋นหลานเซิงกล่าวช้า ๆ “พวกเราที่เป็นทูตจากแดนภวังค์ทมิฬ มาเพื่อช่วยเหลือพวกเจ้าทุกคนในการได้รับสมบัติแห่งทวยเทพ ผ่านการทดสอบ และเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬ”

“กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เฉพาะผู้ผ่านการทดสอบเท่านั้นที่จะสามารถเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬได้ แล้วคนที่ไม่ผ่านการทดสอบเล่า?” เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถาม

อวิ๋นหลานเซิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะพ่นคำออกมาเบา ๆ “ตาย”

ทุกคนตกใจทันทีทันใด “ตายหรือ? พวกเขาเสียชีวิตจากการแข่งขันกับผู้อื่นหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นอย่างกะทันหัน?”

“แต่การทดสอบครั้งนี้พิเศษกว่าเล็กน้อย ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า จึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอุบัติเหตุใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น…” เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ อวิ๋นหลานเซิงครุ่นคิดสั้น ๆ ก่อนที่เขาจะส่ายศีรษะและกล่าวว่า “ไม่เป็นไร พวกเจ้าทุกคนจะเข้าใจหลังจากการทดสอบเริ่มต้นขึ้น แต่ข้าสามารถบอกได้แค่ว่าจำนวนผู้บ่มเพาะที่สามารถเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬในครั้งนี้จะมากกว่าปีที่ผ่านมา”

“เพราะเหตุใดหรือผู้อาวุโส? ท่านช่วยเปิดเผยข้อมูลให้กับพวกเราอีกสักนิด เพื่อที่พวกเราจะได้เตรียมพร้อมได้หรือไม่?” นายน้อยโจวเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้

อวิ๋นหลานเซิงลังเลเล็กน้อย “เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าควรจะรู้ ถึงแม้มันจะไม่สร้างความแตกต่างเมื่อพวกเจ้าล่วงรู้ แต่มันจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของพวกเจ้าเป็นแน่”

แม้ว่าจะเตรียมใจมาตั้งแต่ต้น แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเมื่อได้ยินคำตอบนี้

“ฮึ่ม! มีอะไรที่กล่าวไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกลียุคของทั้งสามภพอยู่ใกล้แค่เอื้อมและแดนภวังค์ทมิฬยังไม่สงบสุขในตอนนี้? ทุกคนในโลกแห่งการบ่มเพาะจึงรู้สึกไม่ปลอดภัย ดังนั้นพวกเขาจึงผ่อนปรนกฎระเบียบและเริ่มรับศิษย์เป็นจำนวนมาก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกองกำลังของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง” ในขณะนั้น วิปลาสหลิ่วก็ปรากฏตัวขึ้น เขากำลังกัดเนื้อและดื่มสุราในขณะที่พึมพำด้วยเสียงอู้อี้ว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ คนหนุ่มสาวแทบทั้งหมดในเมืองนี้อาจจะถูกกำจัดในการทดสอบที่กำลังจะมาถึงเหมือนในอดีต!”

“กลียุคของทั้งสามภพ เหล่ากองกำลังต่าง ๆ ของแดนภวังค์ทมิฬรู้สึกไม่ปลอดภัย!?”

เฉินซีและคนอื่น ๆ รู้สึกตกตะลึงอยู่ในใจทันที พวกเขาต่างคาดเดากันไปต่าง ๆ นานาก่อนหน้านี้ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าคำตอบจะน่าสะพรึงกลัวและเกี่ยวข้องกับกลียุคของทั้งสามภพจริง ๆ!

ภพทั้งสามหมายถึงภพมนุษย์ ภพเซียน และยมโลก ยิ่งไปกว่านั้น ภพทั้งสามเหล่านี้ยังรวมถึงโลกขนาดใหญ่และโลกรองอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งขอบเขตที่พวกเขาอ้างถึงนั้นกว้างใหญ่จนถึงระดับที่ไม่อาจจินตนาการได้

ตัวอย่างเช่น ภพเซียนมีโลกขนาดใหญ่อยู่สามพันโลก เช่นเดียวกับโลกรองอีกนับล้าน เผ่าพันธุ์และสายพันธุ์ที่เกิดในโลกนับไม่ถ้วนเหล่านี้มีมากกว่าร้อยล้าน!

ไม่ต้องกล่าวถึงภพเซียนและยมโลก พวกมันมีเผ่าพันธุ์กับมิติที่แปลกประหลาดมากมายในทำนองเดียวกัน

ถึงกระนั้น ภัยพิบัติก็เกี่ยวข้องกับภพทั้งสามทั้งหมด แม้ว่าสภาพจิตใจของเฉินซีจะได้รับการบ่มเพาะจนแข็งแกร่งราวกับหินผาแล้วก็ตาม แต่หลังจากได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ชายหนุ่มก็ไม่อาจยับยั้งพายุที่ปั่นป่วนในใจของเขาได้และไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เป็นเวลานาน

เมื่ออวิ๋นหลานเซิงเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของทุกคน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขมขื่น “คงมีเพียงเฒ่าวิปลาสคนนี้เท่านั้นที่กล้ากล่าวเรื่องนี้อย่างเปิดเผย?”

แต่เนื่องจากได้กล่าวไปแล้ว เขาก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้อีกเช่นกัน และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปลอบใจทุกคน “แต่พวกเจ้าอย่าได้กังวล ตามการคำนวณของผู้ทรงอำนาจในแดนภวังค์ทมิฬ ยังมีเวลาอีกพันปีก่อนที่กลียุคของทั้งสามภพจะมาถึงและมันห่างไกลมากสำหรับพวกเจ้าทุกคน ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ฟ้าจะถล่มก็ยังมีคนลุกขึ้น ในตอนนี้ พวกเจ้าทุกคนต้องทำสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือการมุ่งความสนใจไปที่การบ่มเพาะพลังและทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว”

“แน่นอนว่าสำหรับพวกข้า หนึ่งพันปีอาจผ่านไปเพียงชั่วพริบตา แต่การบ่มเพาะของพวกเจ้าก็ยังมีหนทางอีกยาวไกล ดังนั้นพวกเจ้าจึงไม่ต้องตื่นตระหนก” วิปลาสหลิ่วทำตัวตรงกันข้ามกับพฤติกรรมของเขาและมีช่วงเวลาที่เห็นด้วยกับสิ่งที่อวิ๋นหลานเซิงกล่าว

เฉินซีกับคนอื่น ๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอกโดยไม่รู้ตัว

มีเวลาอีกพันปีก่อนกลียุคของทั้งสามภพจะมาถึง และตราบใดที่ทุ่มเทบ่มเพาะและเตรียมการอย่างเพียงพอ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกเกินไป

เพราะสุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ยังเยาว์วัยและการบ่มเพาะของพวกเขาก็ได้บรรลุถึงขอบเขตจุติแล้ว เวลาพันปีก็เพียงพอสำหรับพวกเขาที่บรรลุการบ่มเพาะอย่างก้าวกระโดด

แน่นอนว่า เงื่อนไขเบื้องต้นคือพวกเขาต้องมีชีวิตรอด!

…

ตามที่อวิ๋นหลานเซิงกล่าว ศิลาสัตย์สัประยุทธ์ต้องการคนหยดเลือดลงไปและแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกเรียกว่า ‘ประทับโลหิต’ และมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะถูกยอมรับว่าเป็นเจ้าของอาณาเขตนี้

ยิ่งไปกว่านั้น มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้รับสมบัติแห่งทวยเทพหลังจากการทดสอบครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง

นอกจากนั้น การประทับโลหิตมีเพียงทูตของแดนภวังค์ทมิฬเท่านั้นที่รู้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ถึงแม้ผู้บ่มเพาะทุกคนในเมืองจะรู้ถึงการมีอยู่ของศิลาสัตย์สัประยุทธ์ แต่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจกับมัน

ในฐานะหนึ่งในทูตของแดนภวังค์ทมิฬ อวิ๋นหลานเซิงย่อมรู้วิธีการอยู่แล้ว แต่เฉินซีกับคนอื่น ๆ กลับคิดเห็นแตกต่างกันออกไปว่าใครจะเป็นผู้ประทับโลหิต

เท่าที่หวงฝู่ฉิงอิง ชิงซิ่วอี้ ฟ่านอวิ๋นหลานและคนอื่น ๆ เป็นกังวล ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงหรือการบ่มเพาะ โอกาสนี้ควรเป็นของเฉินซี

บางทีในหัวใจของพวกเขา มีเพียงเฉินซีเท่านั้นที่คู่ควรจะได้รับสมบัติแห่งทวยเทพที่สุด

นี่คือความไว้วางใจประเภทหนึ่งที่เกิดจากการประสบกับเหตุการณ์และเวลามาอย่างยาวนาน และคนอื่น ๆ ก็ไม่อาจบรรลุสิ่งนี้ได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เฉินซีดูจะกลายเป็นผู้นำในบรรดาศิษย์ทั้งหมดของราชวงศ์ซ่งแล้วในตอนนี้ และไม่มีใครสามารถแทนที่เขาได้

แต่… ชายหนุ่มกลับปฏิเสธและเขาก็ตัดสินใจในที่สุด “ให้องค์หญิงน้อยประทับโลหิตมันเถอะ”

ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการสมบัติที่ทวยเทพทิ้งไว้ แต่เขามีสมบัติวิเศษอยู่ในครอบครองมากเกินไปและชายหนุ่มไม่ต้องการมันเพิ่มอีก

นอกจากนี้ เขายังมีการเตรียมการอื่น ๆ หลังจากการทดสอบครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง พวกเขาทั้งหมดจะเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬ และเมื่อถึงเวลานั้น อาจถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องแยกจากกันชั่วคราว

ดังนั้นเขาจึงต้องการเตรียมของขวัญสำหรับสหายเหล่านี้ที่เคยร่วมรบและผ่านศึกหนักมาด้วยกัน

และไม่ว่าอย่างไร พวกเขาล้วนเป็นสหายที่มาจากราชวงศ์ซ่ง แม้ว่าจะเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬ มันก็ยังคงเป็นเช่นนี้ ดังนั้นเมื่อเทียบกับมิตรภาพระหว่างพวกเขา สมบัติบางอย่างก็ไม่มีค่าอะไรเลย

หากยังไม่ตายก็ยังหาสมบัติได้อยู่ แต่ตราบใดที่สูญเสียมิตรภาพ ก็จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

การตัดสินใจของเฉินซี ไม่เพียงทำให้ชิงซิ่วอี้ เจิ้นหลิวชิง ฟ่านอวิ๋นหลาน นายน้อยโจว หลิงอวี๋ และจ้าวชิงเหอรู้สึกประหลาดใจ แม้แต่บุคคลที่เกี่ยวข้องเช่นหวงฝู่ฉิงอิงก็มีสีหน้าประหลาดใจอย่างไม่อาจปกปิดได้

เพราะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ชายหนุ่มจะมอบโอกาสอันดีเช่นนี้ให้แก่นาง และเขาก็ทำมันอย่างง่ายดายนัก

ในทางกลับกัน อวิ๋นหลานเซิงกับวิปลาสหลิ่วกลับรู้สึกตกใจ เพราะพวกเขารู้สึกว่ามันแปลกมาก

เพราะนั่นก็คือสมบัติของทวยเทพ และมันก็ทรงพลังยิ่งกว่าสมบัติอมตะเสียอีก แม้แต่พวกเขาที่เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนปฐพีก็รู้สึกอิจฉาอย่างมากต่อการกระทำเช่นนี้ แต่เฉินซีกลับมอบมันให้อย่างง่ายดายและไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย แล้วจะให้คนทั้งสองไม่รู้สึกแปลกใจได้อย่างไร?

“เฉินซี เจ้า…” หวงฝู่ฉิงอิงมึนงงจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

“เราทุกคนมาจากราชวงศ์ซ่งและได้รับความกรุณาจากจักรพรรดิซ่งมากเกินไป ข้ายังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเลย ดังนั้นช่วยรับโอกาสนี้แทนพระองค์เถอะ” เฉินซีกล่าวหยอกล้อด้วยรอยยิ้ม

คนอื่นตกตะลึงก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะพวกเขาเคารพการตัดสินใจของเฉินซี

หวงฝู่ฉิงอิงรู้สึกประทับใจอย่างมาก ดวงตาของหญิงสาวพลันกลายเป็นสีแดงจาง ๆ ในขณะที่น้ำตาก็เกือบจะไหลลงมาจากดวงตา นางรู้ว่าที่ชายหนุ่มกล่าวเช่นนี้ เพียงเพราะเขาไม่ต้องการให้นางรู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้รับของขวัญชิ้นนี้!!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 521 ประทับโลหิต"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved