cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 506 เข่นฆ่าอย่างไร้ควบคุม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 506 เข่นฆ่าอย่างไร้ควบคุม
Prev
Next

บทที่ 506 เข่นฆ่าอย่างไร้ควบคุม

บทที่ 506 เข่นฆ่าอย่างไร้ควบคุม

ประโยคเดียวของเฉินซีทำเอาทุกคนในที่แห่งนี้อึ้งไป จิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรง

ทว่าคำพูดนั้นสำหรับลวี่เทียนเจ๋อและคนอื่น ๆ แล้วถือเป็นการตัดสินอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาตกใจและมีโทสะในเวลาเดียวกัน

“เฉินซี เจ้ากล้าพูดเช่นนี้เลยหรือ?!” ผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติจากราชวงศ์ต้าจิ้นรวบรวมความกล้าตะโกนออกมา

“ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า อีกอย่างข้าก็ไม่ได้คิดจะพิสูจน์อะไรอยู่แล้ว อย่างไรพวกเจ้าเป็นคนใกล้ตาย เสียเวลาพูดกับคนตายไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา” เฉินซีเอ่ยเสียงเรียบ

บางคนมีสีหน้าเคร่งขรึม แต่ส่วนมากจะเป็นสีหน้าหวาดกลัว ดูประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง

พวกเขารู้ดีว่าคำพูดของชายหนุ่มนับว่าตัดสินโทษตายไปแล้ว ฉะนั้นยังต้องกลัวอะไรอีก? เมื่อต้องเผชิญกับความตายเช่นนี้ กระทั่งตัวตนสูงส่งที่มีฝีมือยอดเยี่ยมก็ยังรู้สึกเกรงกลัวได้

“เจ้า… เจ้าไม่กลัวหรือว่าจะทำให้คนหมู่มากขุ่นเคือง จนส่งผลให้ราชวงศ์ซ่งของเจ้าต้องเกิดหายนะชั่วนิรันดร์อย่างนั้นหรือ!?” ชายหนุ่มผู้หนึ่งตะโกนขึ้น แม้ภายนอกจะดูใจกล้า ทว่าแท้จริงแล้วเขากลับหวาดกลัวยิ่งนัก เกรงว่าจะถูกปลิดชีพทันที

“ทำให้คนหมู่มากขุ่นเคือง? น่าขันสิ้นดี!” เฉินซีพลันหันกลับไป ระเบิดกลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมาพร้อมกับเสียงตะโกนว่า “ข้ารู้แต่ว่าทรมานพวกเจ้าต่อไปก็มีแต่จะทำให้พวกเจ้ายิ่งล้ำเส้น มีแต่การสังหารเพื่อสร้างความกลัวในใจเท่านั้น จึงจะสามารถทำให้พวกเจ้ารู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้ารั้งอยู่เหมือนพวกภูตผีน่ารังเกียจที่ไล่ไปไหนก็ไม่ยอมไป!”

คำพูดเหล่านี้ดั่งเสียงฟ้าลั่นสะเทือนใจของลวี่เทียนเจ๋อและคนอื่น ๆ ซ้ำไปซ้ำมา สองหูรู้สึกปวดหนึบ ในหัวอื้ออึงไปหมด หวาดกลัวจนถึงขีดสุด

“เกินไปแล้ว! คิดว่าตัวคนเดียวจะแผลงฤทธิ์ได้หรือ!?” อีกคนตะโกนขึ้นมา

“หนวกหู!” ชายหนุ่มเอ่ยเพียงแค่นั้น กระบี่โศกนภาก็ซัดออกไปราวกับอีกาทองคำทะยานขึ้นฟ้า แล้วพุ่งลงมพร้อมกับเสียงครืน! ฉีกร่างคนผู้นั้นเป็นสองส่วน ก่อนร่างจะสลายกลายเป็นจุณ

ง่ายดายถึงเพียงนั้น…

คนขอบเขตจุติกลับถูกซัดจนร่างสลายมอดม้วยไปเช่นนั้น…

เพื่อขัดขวางคนรอบกาย และเพื่อให้พวกที่อยู่ไกลได้เห็น ท่ากระบี่ครั้งนี้ของเฉินซีจึงดูราวกับง่ายดาย แต่แท้จริงแล้วเขาใช้พละกำลังทั้งหมด ทั้งยังผสานรวมกับกระบี่โศกนภาด้วย ทำให้สามารถสร้างผลลัพธ์น่ากลัวเช่นนั้นออกมาได้

ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันทำงานได้ดีมาก พวกที่เฝ้าดูอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับหรี่ตาลง แสดงสีหน้าตกใจ พร้อมเผยความหวาดผวาออกมาในแววตาอย่างเห็นได้ชัด

ลวี่เทียนเจ๋อและคนอื่น ๆ เองก็หวาดกลัวกับท่ากระบี่นี้เช่นกัน คนที่ตายยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่มองอีกฝ่ายตายไปเช่นนั้น ภาพที่สะเทือนไปถึงจิตใจเช่นนี้ส่งผลให้ขนทั่วร่างลุกชันขึ้นมา

ในฐานะผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติจากราชวงศ์ระดับสูง แม้จะด้อยกว่าราชวงศ์ระดับสูงสุดและตระกูลอันทรงเกียรติ แต่ก็นับว่ายังมีความแข็งแกร่งระดับสูง และเป็นตัวตนสูงสุดที่มีแต่คนแซ่ซ้องสรรเสริญ แม้แต่พวกราชวงศ์ระดับกลางยังคอยไล่ตามไม่ว่าไปที่ใด แต่ตอนนี้พวกเขากลับเหมือนนักโทษรอประหาร ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ย่ำแย่นัก

“เฉินซี พวกเราเป็นศิษย์จากราชวงศ์ระดับสูง เจ้าจะปฏิบัติเช่นนี้กับพวกเราไม่ได้ หรืออยากจะนำภัยมาสู่ราชวงศ์ซ่งกันเล่า?” ลวี่เทียนเจ๋อและคนอื่น ๆ ล้วนพากันหวาดกลัว มีคนหนึ่งรีบหาคำพูดแล้วคำรามขึ้นมา

“ราชวงศ์ระดับสูง? หึ ยังคิดจะใช้เรื่องไร้สาระเช่นนั้นมาขู่กันอีกหรือ? น่าหัวเราะจริง!” เฉินซีตวัดกระบี่อีกครั้ง ส่งปราณกระบี่กรีดเมฆ ก่อนจะซัดลงมาราวกับเสายักษ์ร่วงลงจากฟ้า สะบั้นร่างคนผู้นั้นจนขาดเป็นชิ้น ๆ

ผู้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไกล ๆ ต่างตื่นตะลึง เฉินซีใช้การกระทำนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์มาจากราชวงศ์ใด หากกล้าล่วงเกินราชวงศ์ซ่ง เขาก็จะสังหารทิ้งอย่างไร้ความปรานี!

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

ทันใดนั้น เงาร่างสามร่างก็พุ่งออกมาจากข้างกายลวี่เทียนเจ๋อ โดยแยกออกเป็นสามทิศทาง ซ้าย ขวา และหลัง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้มีการสื่อสารกันผ่านกระแสปราณ หมายจะใช้วิธีนี้ทำให้เฉินซีไม่ทันตั้งตัวและหาโอกาสหลบหนีไป!

ทว่าพวกเขากลับไม่ได้คาดคิดว่า… ดูท่าทางอีกฝ่ายจะคาดเดาไว้ได้นานแล้ว เขาเพียงสะบัดมือคราวเดียว ก็เกิดผนึกที่มีขนาดใหญ่ดั่งขุนเขาขึ้น พัดขนนกที่มีเปลวเพลิงลุกโชน และปราณกระบี่เป็นดั่งธารดาราที่โคจรอย่างพร้อมเพรียง ขณะสังหารคนทั้งสามที่หนีไปแต่ละทิศได้ทันที

“อ๊าก!!!” เสียงร้องโหยหวนชวนน่าสังเวชยิ่งสามเสียงดังก้อง

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น คนหนึ่งถูกทุบเป็นกองเนื้อ อีกคนถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน และคนสุดท้ายถูกฟันจนแหลกเป็นผุยผง สภาพการตายล้วนน่าสยดสยองเป็นที่สุด

การโจมตีครั้งนี้ทำให้ลวี่เทียนเจ๋อและคนอื่น ๆ ตกใจ ทำให้ความคิดที่หมายจะลอบหนีเมื่อมีจังหวะถูกพับเก็บไปทันที พวกเขาทั้งหวาดกลัวและตื่นตะลึง มีสีหน้าไม่น่ามองเป็นอย่างยิ่ง

“พัดนกยูงเพลิง กระบี่โศกนภา ผนึกก่อขุนเขา! คนผู้มีครอบครองสมบัติกึ่งอมตะถึงสามชิ้นเลยรึ!”

“เป็นอย่างที่คิด ซวีเหลิ่งเยี่ย เผยอวี่ และฉินเซียวถูกเฉินซีสังหารจริงด้วย ไม่เช่นนั้นไพ่ตายของพวกนั้นจะมาตกอยู่ในมือเขาหรือ?”

“แค่พละกำลังของเขา คนธรรมดาก็เทียบไม่ได้อยู่แล้ว แล้วยังจะมีอาวุธแกร่งกล้าเช่นนี้อีก จะมีใครในเมืองบรรพกาลสยบเขาได้บ้าง?”

“ต้านไม่ไหว เช่นนี้สู้ไม่ไหวแล้ว!”

เหล่าคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่รอบข้างต่างรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเมื่อได้เห็นสมบัติวิเศษทั้งสาม เผยอำนาจอันน่าเกรงขามออกมา พวกเขายิ่งกลัวเฉินซีเข้าไปใหญ่

“เฉินซี รู้หรือไม่ว่าทำตัวเช่นนี้จะนำภัยอะไรมาสู่ตัวเจ้า สหายของเจ้า และราชวงศ์ซ่งที่อยู่เบื้องหลังเจ้าบ้าง?” เป็นตอนนั้นเองที่ลวี่เทียนเจ๋อสงบสติอารมณ์ได้ เขาจ้องเฉินซีพลางเอ่ยเสียงสงบ

ตู้ม!

คำตอบคือกระบี่ที่ซัดเข้ามาหมายจะสังหารสหายด้านหลังลวี่เทียนเจ๋อ เฉินซีออกกระบวนท่าอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด

กระทั่งผู้ชมที่อยู่ไกล ๆ ได้เห็นยังหวาดกลัวจนอกสั่น ไม่ว่าจะใช้อะไรก็ไร้ผลเมื่อใช้กับเฉินซี ยังมีอะไรในใต้หล้านี้ที่ทำให้เขากลัวได้บ้าง?

“เจ้า…” ลวี่เทียนเจ๋อเบิกตากว้างขณะตะโกนเสียงลั่น “คิดว่าสังหารพวกข้าแล้วจะไร้ห่วงไร้กังวลใดหรือ? จะบอกอะไรให้นะ! ตอนนี้ตระกูลซางจับตัวหญิงสาวสองคนจากราชวงศ์ซ่งของเจ้าไว้ และซางคุนก็คิดจะใช้พวกนางบ่มเพาะวิชามารเสียด้วย ในขณะที่เจ้าเองก็เป็นอุปสรรคหนึ่งเดียวที่ทำให้เขาฝึกวิชามารนี้ไม่ได้ เพราะจะฝึกได้ก็ต้องสังหารเจ้าก่อนเท่านั้น เจ้าคิดว่าจะได้อยู่สำแดงกำลังไปอีกนานแค่ไหนกัน?”

เมื่อเฉินซีได้ยินแล้วจึงเงียบไป ผมยาวปรกหน้าจนเห็นเป็นเงาดำ ไม่อาจเห็นสีหน้าของเขาได้

บ่มเพาะวิชามารหรือ!?

หัวใจของผู้ที่ชมอยู่ไกล ๆ พลันเย็นเฉียบ พวกเขาเคยได้ยินมาก่อนว่าตระกูลซางสืบทอดมาจากนิกายธิดาอสูร แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง

แต่ที่พวกเขาสงสัย… คือเหตุใดเฉินซีจึงกลายเป็นอุปสรรคหนึ่งเดียวที่ทำให้ซางคุนไม่สามารถฝึกวิชามารจนสำเร็จได้? การใช้หญิงสาวทั้งสองคนเป็นภาชนะเพื่อบ่มเพาะพลัง ทั้งยังต้องสังหารชายหนุ่มด้วย ไม่ใช่ว่าวิชานี้จะชั่วร้ายเกินไปหน่อยหรือ…?

ที่อีกด้านหนึ่ง ฟ่านอวิ๋นหลานก็มีสีหน้าขรึมลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางเองก็มาจากนิกายอสูร ย่อมรู้ซึ้งถึงวิชาของนิกายดี

จากที่ลวี่เทียนเจ๋อว่ามา ซางคุนต้องกำลังฝึกเคล็ดวิชาเทพธิดาประทานพรเป็นแน่!

มีแต่วิชานั้นที่จะต้องใช้พลังชีวิตของหญิงสาวมาเป็นภาชนะและช่วงชิงพลังชีวิตมาจากพวกนาง เมื่อสำเร็จวิชาแล้วก็จะสามารถบ่มเพาะร่างมารวิบัติ และกุมพลังอำนาจสูงส่งไว้ได้

ในตอนนี้ฟ่านอวิ๋นหลานเชื่อว่าสิ่งที่ลวี่เทียนเจ๋อกล่าวมาเป็นเรื่องจริง เพราะการฝึกเคล็ดวิชาเทพธิดาประทานพรเป็นสิ่งที่มีแต่ศิษย์นิกายอสูรเท่านั้นจึงจะรู้ได้

ลวี่เทียนเจ๋อไม่สนใจสายตาแปลก ๆ รอบกาย อดรู้สึกถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้เมื่อเห็นว่าเฉินซีมีทีท่าว่าจะหยุดมือ ว่ากันตามตรง แรงกดดันที่อีกฝ่ายปล่อยออกมามันรุนแรงเกินไปจนเขาเกือบเข่าทรุด ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่เอ่ยความลับต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้

เพราะถึงอย่างไร ตระกูลซางก็เป็นตระกูลอันทรงเกียรติจากอาณาจักรโบราณ มีกองกำลังอันน่าเกรงขาม ไม่ใช่สิ่งที่ราชวงศ์ต้าเสวียนจะเทียบเคียงได้ หากไม่ใช่เพราะต้องการบีบเฉินซีด้วยเรื่องนี้ เขาก็คงไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราวไม่ว่าจะกล้าหาญสักเพียงใด

“หากวันนี้เจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะช่วยขอร้องนายน้อยซางคุนให้ปล่อยสหายของเจ้าได้ คิดว่าอย่างไร?” เมื่อเห็นว่าเฉินซีเงียบไปนาน ลวี่เทียนเจ๋อก็ยิ่งรู้สึกวางใจ และเริ่มเป็นฝ่ายพูดก่อน

จังหวะนั้นเองที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งอารมณ์ มันเรียบเฉย เย็นยะเยือก อีกทั้งนัยน์ตาลึกล้ำยังดูราวกับจะกลืนวิญญาณคนได้

เมื่อเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของเฉินซีแล้ว ลวี่เทียนเจ๋อก็สัมผัสได้ถึงลางไม่ดี

“หากพวกนางตาย ข้าจะฝังตระกูลซางไปพร้อมกับพวกนางด้วย” แค่ประโยคธรรมดาเรียบ ๆ ประโยคเดียวที่ออกจากปากของเฉินซี กลับเป็นเหมือนห้วงอากาศเย็นอันเฉียบคมที่ทำเอาทุกคนร่างชา เย็นยะเยือกราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง

แม้จะเป็นเพียงคำธรรมดา ๆ ทว่าจิตสังหารแฝงกลับสะท้านเข้าไปในจิตใจทุกคน

“เจ้า… เสียสติไปแล้วหรือไร!? นั่นมันตระกูลซางนะ ตระกูลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังยิ่งใหญ่แห่งแดนภวังค์ทมิฬ ทั้งยังไม่ขาดมิตรสหายที่เป็นทูตของแดนภวังค์ทมิฬที่อีกสามเดือนก็จะเดินทางมาถึงเมืองบรรพกาลแล้ว เจ้าไม่กลัวว่าจะถูกสังหารทิ้ง ไม่สามารถเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬได้ชั่วชีวิตอย่างนั้นหรือ?” ลวี่เทียนเจ๋อตกตะลึงกับคำพูดของอีกฝ่ายถึงขนาดหนังศีรษะชาวาบ ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาเสียงดัง

ผู้คนทั้งหมดใจสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเช่นกัน นับตั้งแต่สมรภูมิบรรพกาลเปิดออกเมื่อหลายปีก่อน ทว่ายังไม่เคยมีใครจากราชวงศ์ระดับกลางที่กล้าพูดคำพูดดุดันและเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ต่อตระกูลอันทรงเกียรติแห่งอาณาจักรโบราณมาก่อน นี่มันบ้าไปแล้ว!

กระทั่งหวงฝู่ฉางเทียนกับอวี๋เซวียนเฉินยังตกตะลึงจนสั่นไปทั่วทั้งร่าง ล้วนคิดไว้แล้วว่าความมุ่งมั่นอยากช่วยพวกนางของเฉินซีคงจะสูงมาก แต่ไม่คิดว่าจะมากเช่นนี้!

“หากเราไม่ทรยศเขา เฉินซีก็จะช่วยพวกเรายามตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้หรือไม่?” ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยสลดใจ ในใจผสมไปด้วยความเศร้าและความเกลียดชัง

แต่หากให้เทียบกันแล้ว หวงฝู่ฉางเทียนยังอยู่ในสภาพดีกว่าเล็กน้อย เฉินซีสังหารหวงฝู่ฉงหมิงผู้เป็นน้องชายของเขาไปแล้ว ทำให้มีความแค้นต่อกัน เขาจึงไม่หวังให้อีกฝ่ายมาช่วยอะไรอยู่แล้ว

กลับกันแล้ว ฟ่านอวิ๋นหลานที่อยู่ใกล้ ๆ มั่นใจนักว่าเฉินซีจะรักษาคำพูด เพราะตัวเขาเป็นคนเช่นนั้น และก็เพราะนิสัยที่คนอื่นมองว่าโง่เง่าเสียยิ่งกว่าอะไรนี่เองที่ทำให้เขามีสหายยื่นมือเข้าช่วยมากมาย

ตู้ม!

เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงร้องของลวี่เทียนเจ๋อและสายตาหลากหลายจากผู้คนรอบข้าง เฉินซีกลับเป็นฝ่ายไม่ใส่ใจอะไร สีหน้าไร้ความเปลี่ยนแปลง ชั่วพริบตาต่อมา เขาก็หายตัวไปปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าลวี่เทียนเจ๋อ จากนั้นก็ซัดกระบี่ลงจากฟ้า!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 506 เข่นฆ่าอย่างไร้ควบคุม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved