cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 5 จี้หยก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 5 จี้หยก
Prev
Next

บทที่ 5 จี้หยก
บทที่ 5 จี้หยก

ผู้ใดคือนายน้อยที่เสียงนั่นกล่าวถึง?

แท้จริงแล้วสาเหตุการสังหารหมู่ตระกูลของข้าเป็นเพียงแค่เพราะเรื่องงานสมรส?

ใครคือคนผู้นั้นในเมืองทะเลสาบมังกร?

เฉินซีครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง ข้อมูลภายในยันต์เสียงสงัดนั้นเล็กน้อยจนเกินไปทว่ามันยังคงมีคำใบ้เล็ก ๆ แฝงอยู่ สิ่งที่เขาต้องทำหลังจากนี้คือการหาเบาะแสต่อ และจากนั้นเขาก็แน่ใจว่าจะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างได้พอดี!

ใครสักคนในเมืองทะเลสาบมังกรที่เกี่ยวข้องกับข้านั้นก็มีแค่เพียง…

ตระกูลซู!

ใช่แล้ว มันต้องเป็นตระกูลซูในเมืองทะเลสาบมังกรอย่างแน่นอน!

ภาพความทรงจำในอดีตปรากฏขึ้นในหัวของเฉินซีอย่างแจ่มชัดซึ่งคาดว่าความคิดนี้มีความเป็นไปได้สูง

เขาเคยได้ยินปู่ของเขาพูดเกี่ยวกับตระกูลซูมาก่อน เมื่อตอนที่เขาลืมตาดูโลก แม่ของเขาจั่วชิวเสวี่ยได้ตกลงที่จะแต่งงานกับผู้นำตระกูลซูแห่งเมืองทะเลสาบมังกร ข้อตกลงกล่าวไว้ว่าเมื่อเขาอายุสิบแปดขวบปีเฉินซีจะต้องแต่งงานกับบุตรสาวของผู้นำตระกูลซู ซูเจียว แต่แล้วหลังจากตระกูลเฉินของเขาถูกสังหารหมู่และแม่ของเขาหายตัวไป เมื่อเขาอายุได้สี่ขวบปี ตระกูลซูแห่งเมืองทะเลสาบมังกรได้นำผู้อาวุโสขอบเขตเคหาทองคำมากกว่าสิบคนมาฉีกสัญญาการหมั้นต่อหน้าชาวเมืองหมอกสน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตระกูลซูแห่งเมืองทะเลสาบมังกรมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะส่งผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลมาสังหารท่านปู่และน้องชายของเขาแน่นอน!

ใช่แล้ว แน่นอนว่ามันต้องเป็นเช่นนั้น!

ยิ่งเขาคิดเกี่ยวกับมันมากเท่าไร ความคิดของเฉินซีก็เริ่มกระจ่างชัดยิ่งขึ้นและเขาคิดว่าสิ่งที่เขาสรุปได้นั้นมิได้ไกลจากความจริงมากนัก

ส่วนเรื่องตัวตนของ ‘นายน้อย’ มันควรจะตามหาได้ไม่ยาก การกระทำอุกอาจที่ใหญ่โตขนาดนี้ในเมืองหมอกสนไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีทางปิดได้มิด และมีแต่คนที่มีอิทธิพลใหญ่โตที่สุดของเมืองหมอกสนเท่านั้นที่สามารถทุ่มทุนวางกำลังเอาไว้รอบเมืองหมอกสนเพื่อยับยั้งไม่ให้น้องชายและปู่ของเขาจากไปได้

ส่วนจุดประสงค์ที่ลงมือทำเช่นนี้ย่อมเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของ การแต่งงานของ ‘นายน้อย’ ผู้นั้นหรือก็เพื่อการได้สิทธิ์แต่งงานกับตระกูลซูแห่งเมืองทะเลสาบมังกร ซึ่งทั้งสองฝ่ายอาจทำข้อตกลงกันว่า ‘นายน้อย’ จะต้องทรมานตระกูลเฉินให้ตายให้หมด!

เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ร่างกายของเฉินซีก็รู้สึกเย็นยะเยือกราวกับตกลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง การฉีกสัญญาหมั้นต่อหน้าผู้คนทั้งเมืองนั้นจัดได้ว่าโหดเหี้ยมแล้ว แต่คนเหล่านั้นกลับยังไม่พอใจและต้องการฆ่าล้างโคตรตระกูลของเขาให้หมดสิ้น อะไรมันจะชั่วช้าได้เช่นนี้! หัวใจของพวกมันทำด้วยสิ่งใดกัน!

เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึกขณะที่พยายามทำจิตใจตนเองให้สงบลงและเริ่มครุ่นคิดดูอย่างถี่ถ้วนว่า ‘นายน้อย’ นั่นควรเป็นคนจากขุมกำลังใดในเมืองหมอกสน

ดินแดนทางตอนใต้เป็นอาณาเขตของราชวงศ์ซ่งซึ่งครอบคลุมพื้นที่นับล้านลี้ และประกอบไปด้วยหัวเมืองมากมาย เมืองหมอกสนเป็นแค่เมืองที่ไม่ได้สำคัญอันใดในดินแดนทางตอนใต้ ทั้งยังมีพื้นที่อยู่เพียงหมื่นลี้เท่านั้น

เมืองหมอกสนอยู่ติดกับภูเขาทางตอนใต้ที่มีสัตว์อสูรอยู่มากมาย และเนื่องจากภูมิประเทศโดยรอบมีปราณวิญญาณสถิตอยู่ไม่มากนักอีกทั้งยังไม่มีแหล่งสินแร่มากเท่าไร การที่เมืองหมอกสนตั้งอยู่บนพื้นที่ที่แห้งแล้งเช่นนี้จึงมีขุมกำลังใหญ่อยู่ในเมืองน้อยมาก

ตามความรู้ของเฉินซี เมืองหมอกสนถูกครอบครองโดยสามขุมกำลังใหญ่ ได้แก่ หนึ่งคือจวนแม่ทัพ สองคือตระกูลหลี่ และสุดท้ายก็คือสำนักหมอกสน

จวนแม่ทัพเป็นสถานที่ที่มีกฎระเบียบเคร่งครัด พวกเขาถูกส่งมาประจำการโดยราชวงศ์ซ่งเพื่อรักษาดูแลความสงบเมืองหมอกสน และด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงแทบไม่ยุ่งเกี่ยวกับขุมกำลังอื่น ๆ ในเมืองเลย

ส่วนสำนักหมอกสนนั้น มุ่งเน้นแต่การรับเหล่าคนรุ่นเยาว์ที่มีแววมาฝึกปรือให้กลายเป็นผู้บ่มเพาะ แม้พวกเขาจะมีผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลอยู่ภายในสำนักเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการแก่งแย่งความเป็นใหญ่กับขุมกำลังใด ๆ ทั้งยังดำรงอยู่อย่างสงบมาโดยตลอด

ในทางกลับกัน ตระกูลหลี่คือฝ่ายที่มักมีความเคลื่อนไหวเสมอในเรื่องการชิงความเป็นใหญ่ในเมืองหมอกสน พวกเขามีผู้บ่มเพาะในขอบเขตตำหนักอินทนิลมากกว่าสิบคน และหลังจากการล่มสลายของตระกูลเฉินไม่นานนักตระกูลหลี่ก็ได้กลายมาเป็นตระกูลอันดับหนึ่งภายในเมืองหมอกสน

เฉินซีสงสัยว่าเป็นตระกูลหลี่

ในบรรดาขุมกำลังทั้งสามนี้ ถ้าจะกล่าวถึงฝ่ายที่เกลียดชังตระกูลเฉินมากที่สุดก็คงไม่พ้นตระกูลหลี่อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุที่ว่าก่อนที่ตระกูลเฉินจะล่มสลาย ทั้งสองตระกูลต่างก็เป็นศัตรูกันมาอย่างยาวนาน

อันที่จริงปู่ของเขาสงสัยว่าตระกูลหลี่เป็นผู้ต้องสงสัยหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการฆ่าล้างตระกูลเฉินเช่นกัน

“มีทรัพยากรมากพอที่จะจัดวางกำลังคนอยู่รอบนอกของเมืองและเป็นปรปักษ์กับตระกูลเฉินมาโดยตลอด ‘นายน้อย’ นั่นต้องเป็นคนในตระกูลหลี่อย่างแน่นอน!”

ณ จุดนี้เบาะแสทั้งหมดได้ค่อย ๆ กระจ่างขึ้นซึ่งทำให้เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว ขณะที่เขาลอบกล่าวกับตัวเองในใจ ‘ท่านปู่ ท่านเสียใจมาโดยตลอดเกี่ยวกับการที่ท่านไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดทำลายล้างตระกูลเฉินของเราใช่หรือไม่? ไม่ต้องกังวลแล้วนะท่านปู่ ตอนนี้หลานของท่านสรุปได้แล้วว่าผู้ใดที่ทำลายล้างเรา ข้าขอสาบานเมื่อใดที่หลานของท่านผู้นี้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งข้าจะล้างแค้นให้ท่าน! ข้าจะล้างแค้นให้กับคนตระกูลเฉินของพวกเราทั้งหนึ่งพันคน!’

“ท่านพี่ท่านรู้แล้วหรือว่าผู้ใดเป็นศัตรูของเรา?” ดวงตาเล็ก ๆ ของเฉินฮ่าวมองที่เฉินซี ภายในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังเคียดแค้น

เฉินซีส่ายศีรษะ ก่อนที่เขาจะแข็งแกร่งพอทำลายตระกูลหลี่ได้ด้วยตัวเอง การบอกความลับนี้แก่น้องชายของเขาก็จะรังแต่สร้างผลเสียและไม่เกิดประโยชน์อันใด

“เสี่ยวฮ่าว ในเมื่อเจ้าตัดสินใจที่จะฝึกกระบี่ด้วยมือซ้ายเช่นนี้ เจ้าก็จงพยายามให้หนัก! เมื่อวันหนึ่งเจ้าได้กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเพียงพอท่านพี่ของเจ้าจะพาเจ้าไปสังหารเหล่าศัตรูของเราทั้งหมด!” เฉินซีตบบ่าของน้องชาย สีหน้าแสดงถึงความแน่วแน่ “ส่วนท่านพี่ของเจ้าเองก็จะพยายามให้หนักที่สุดเช่นกันเพื่อที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง และสามารถปกป้องเจ้าไม่ให้พบเจอกับความอยุติธรรมใด ๆ อีกในอนาคต!”

เฉินฮ่าวพยักหน้าอย่างจริงจัง “ท่านพี่ เพื่อท่านปู่และเพื่อตระกูลเฉินของเรา พวกเรามาพยายามด้วยกันเถอะ!”

“ตกลง!” สองพี่น้องมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่แน่นแฟ้นดูราวกับว่าจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ในวันถัดมา นอกจากเขียนยันต์เพื่อขายแลกศิลาวิญญาณ เฉินซีก็ทุ่มเทเวลาให้กับการบ่มเพาะ แม้ว่าระดับการบ่มเพาะของเขาจะหยุดนิ่งอยู่ที่ขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสามเป็นเวลายาวนานถึงห้าปีแล้วก็ตาม ทว่าเขาก็ไม่ท้อใจแม้แต่น้อยและพยายามบ่มเพาะอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ ชายหนุ่มบ่มเพาะถึงจุดที่เขาไม่ได้กินข้าวและนอนเพราะว่าเขาจะไม่ยอมเสียเวลาไปเลยแม้แต่เพียงน้อยนิด

หยดน้ำยังสามารถกร่อนหินได้ ดังนั้นแล้วหากเขาพยายามอย่างไม่หยุดยั้ง เขามั่นใจว่าตัวเองก็ยังคงมีความหวัง!

เฉินฮ่าวก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เพราะว่าเสียแขนขวาไปการฝึกกระบี่ที่เขาเคยทำมาจึงมิอาจจะทำได้เช่นเมื่อก่อน ดังนั้นการฝึกกระบี่ด้วยแขนซ้ายจึงแทบไม่ต่างกับการเริ่มต้นใหม่

เขาค่อย ๆ ปรับตัวฝึกกระบี่ให้เข้ากับแขนซ้ายด้วยความพยายามอย่างหนัก จังหวะการเคลื่อนไหวออกกระบี่ด้วยแขนซ้ายของเขามั่นคงมากขึ้นทีละน้อย

ภายใต้ดวงตะวันที่ขึ้นและตกลงในทุกวัน ร่างกายที่ผอมแห้งเต็มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกกระบี่ด้วยความเพียรพยายามอย่างหนัก

พรสวรรค์แต่กำเนิดของเฉินฮ่าวนั้นดีตั้งแต่ต้นแล้วและพื้นฐานของเขาก็ได้รับการชี้แนะจากท่านปู่ ดังนั้นเวลาไม่ถึงสิบวันผ่านไปเด็กหนุ่มก็ได้ทำให้แขนซ้ายของเขาคุ้นเคยกับกระบี่ และยิ่งไปกว่านั้นด้วยจิตที่มุ่งเน้นไปเพียงแค่การฝึกฝนแขนข้างเดียว เขาจึงประสบความสำเร็จอย่างสูงบนหนทางแห่งผู้ใช้กระบี่

ทว่าสิ่งที่ควรจะกล่าวถึงมากที่สุดคือช่วงเวลาแปดวันที่ผ่านมา เฉินฮ่าวได้ทะลวงคอขวดจากขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงสุดและก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อกำเนิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

ด้วยความเร็วในการก้าวหน้าของเขา เด็กหนุ่มคงใช้เวลาไม่นานที่จะก้าวผ่านพี่ชายของตนเองได้

แม้แต่เฉินซีก็รู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้และในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก แล้วเขาล่ะ? เมื่อใดเขาจะสามารถก้าวผ่านขอบเขตก่อกำเนิดขั้นที่สามได้?

แม้ว่าระหว่างนี้ระดับการบ่มเพาะของเขาจะยังคงไม่ก้าวหน้า แต่เฉินซีก็สามารถแก้ไขปัญหาหนึ่งได้สำเร็จ เมื่อสองวันที่แล้วเขาได้ใช้หนี้ลุงจางเป็นศิลาวิญญาณจำนวนหนึ่งร้อยก้อนแล้ว และเขาก็ยังคงเหลือศิลาวิญญาณอีกเล็กน้อยซึ่งมันทำให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นมาก

ชายหนุ่มคำนวณหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในแต่ละวันแล้ว เขาจะยังเหลือศิลาวิญญาณสี่ก้อนจากการเขียนยันต์ของเขา เดิมทีเขาวางแผนที่จะรวบรวมศิลาวิญญาณไปซื้อตำราผู้เขียนยันต์ระดับสอง แต่เพื่อการบ่มเพาะที่เร็วยิ่งขึ้นเขาจึงตัดสินใจที่ใช้ศิลาวิญญาณมาใช้ในการบ่มเพาะ

ก่อนหน้านี้เฉินซีมีความคิดที่ว่าเขาไม่สามารถนำศิลาวิญญาณมาบ่มเพาะตัวเองเพราะมันฟุ่มเฟือยเกินไป และเขาก็ต้องประหยัดที่สุดเพื่อจุนเจือครอบครัวเพราะกังวลว่าจะไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ เขากังวลถึงขนาดอยากจะตัดแบ่งครึ่งศิลาวิญญาณเป็นสองส่วนก่อนนำมาใช้ด้วยซ้ำหากเป็นไปได้

แต่ตอนนี้เพื่อพัฒนาระดับการบ่มเพาะให้ได้เร็วที่สุด เขาจึงไม่สามารถประหยัดเช่นนั้นได้อีก

ปราณแท้ภายในร่างกายของเฉินซีสามารถเขียนยันต์ได้เพียงสามสิบแผ่นต่อวันเท่านั้น ซึ่งมันสร้างเงินให้เขาได้ศิลาวิญญาณสูงสุดสิบก้อนต่อวัน ทว่าเมื่อวันใดที่ระดับการบ่มเพาะของเขาสูงขึ้น ปราณแท้ในร่างของเขาก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นและจะทำให้เขาสามารถเขียนยันต์ได้เยอะกว่าเดิม ทั้งยังทำให้เขาได้รับศิลาวิญญาณจำนวนมากขึ้นเป็นเท่าทวี

ดังนั้นตอนนี้ความก้าวหน้าในการบ่มเพาะของเขาจึงสำคัญที่สุด!

ความหนาแน่นของปราณวิญญาณในเมืองหมอกสนนั้นเบาบางเกินไป มีเพียงแค่การใช้ศิลาวิญญาณในการบ่มเพาะเท่านั้นจึงจะสามารถทำให้ตัวเขาและน้องชายกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งได้!

ด้วยแผนการดังกล่าว เฉินซีจึงแบ่งครึ่งศิลาวิญญาณสี่ก้อนที่เขาได้รับมาในแต่ละวันกับน้องชายของเขาเพื่อแบ่งกันนำพวกมันไปบ่มเพาะ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเฉินซีนั้นแทบจะพูดไม่ออกเพราะในช่วงเวลาสิบวันที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะใช้ศิลาวิญญาณในการบ่มเพาะ แต่ระดับการบ่มเพาะหรือปราณแท้ภายในร่างกายของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย

เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้าจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดชั่วชีวิตของข้า?

คืนนี้เฉินซียังคงนั่งทำสมาธิบ่มเพาะบนเตียงของเขาอย่างเงียบ ๆ เหมือนทุกวัน แม้ว่าเขาจะมีความพยายามที่แน่วแน่ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่

เฉินซีมักจะทำสมาธิและบ่มเพาะเมื่อตอนที่หัวใจของเขาพบเจอกับความลำบาก และมีเพียงการบ่มเพาะเท่านั้นที่จะทำให้เขาลืมทุกอย่าง

แคร็ก!

หลังจากเวลาผ่านไปพักใหญ่ เมื่อถึงตอนที่ร่างกายของเฉินซีเต็มไปด้วยปราณแท้ เฉินซีจึงหยุดบ่มเพาะและกำลังจะเข้านอน ทว่าเขากลับได้ยินเสียงของการแตกหักที่แจ่มชัดใกล้ ๆ หู แม้ว่าเสียงจะเบาแต่ในค่ำคืนที่เงียบสงัดมันกลับแจ่มชัดมาก ๆ

เฉินซีมองหาที่มาของเสียงก่อนจะก้มมองจี้แม่กุญแจอายุยืนที่ห้อยคล้องอยู่ที่คอของเขา มันเป็นสิ่งที่แม่ของเขาได้คล้องคอของเขาไว้เมื่อตอนที่เขาเกิดมา มันหมายถึงการที่เขาจะได้เติบโตอย่างสงบสุขโดยไร้ซึ่งความทุกข์ทรมานและความลำบากใด ๆ

จี้แม่กุญแจอายุยืนนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เฉินซีได้มาจากแม่ของเขา ดังนั้นเขาจึงทะนุถนอมมันเป็นอย่างดี ทว่าในตอนนี้มันกลับมีรอยแตกร้าวมากมายคล้ายกับใยแมงมุมบนจี้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกตกตะลึงและเสียใจจนพูดไม่ออก

เกิดบ้าอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้มีรอยร้าวปรากฏขึ้นโดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้?

เฉินซียกมือขึ้นแตะไปที่จี้แม่กุญแจอายุยืน แต่เหตุการณ์ถัดมามันทำให้เขาตกตะลึงจนแทบลุกขึ้นยืนเพราะเพียงปลายนิ้วของเขาสัมผัสมันเท่านั้น รอยร้าวมากมายพลันปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวทั้งหมดของจี้แม่กุญแจอายุยืน ก่อนที่อึดใจถัดมาพื้นผิวของมันจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษกระจายตกอยู่รอบตัวของเขาและเผยให้เห็นจี้หยกสีดำที่หลงเหลืออยู่!

มันมีจี้หยกอยู่ภายในจี้แม่กุญแจอายุยืนด้วยอย่างนั้นหรือ?

เฉินซีรู้สึกราวกับจิตใจของเขาถูกคลื่นซัดใส่ ในหัวของเขามึนงงกับจี้หยกสีดำนี้

จี้หยกสีดำนี้มีขนาดเท่ากับหนึ่งในสี่ของผลลำไย รูปลักษณ์ของมันเป็นทรงกลมเกลี้ยงเงาวาวดุจผลึกแก้ว ดูเหมือนไข่มุกสีดำคุณภาพไร้ที่ติ

นี่เป็นของขวัญที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้าหรือไม่? แต่ถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เหตุใดนางต้องนำมันมาซ่อนเอาไว้ในจี้แม่กุญแจอายุยืนเช่นนี้ด้วย?

ฮึ่ม!

ในขณะที่เฉินซีกำลังสับสน เสียงกังวานเก่าแก่แต่ฟังดูไพเราะได้ดังขึ้นราวกับน้ำพุที่พุ่งออกมาจากลำธารเล็กที่แทบจะเหือดแห้ง มันฟังดูเสนาะหู หลังจากเสียงกังวานดังขึ้น ทันใดนั้นจี้หยกก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนกลางอากาศพร้อมกับมีแสงสีขาวพวยพุ่งออกจากพื้นผิวของจี้หยก!

ประกายแสงสีขาวเจิดจ้าพุ่งออกมาจากจี้หยกและส่องสว่างไปทั่วห้อง แสงสีขาวกระจ่างไปทั่วราวกับหมอกซึ่งทำให้การมองเห็นพร่ามัว ภาพที่เกิดขึ้นนั้นคล้ายกับในความฝัน

เฉินซีรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในฝัน ขณะที่เขากำลังงุนงงไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดีจู่ ๆ แสงสีขาวเบื้องหน้าเขาก็เกิดความเปลี่ยนแปลงและควบแน่นกลายเป็นภาพของสตรีชุดขาวปรากฏตัวขึ้นบนอากาศต่อหน้าเขา!

สตรีในชุดขาวนั้นมีรูปลักษณ์งดงามราวกับภาพวาดของจิตกรเอก ทว่าความรู้สึกอ่อนโยนที่แผ่ออกจากนางทำให้เฉินซีรู้สึกคุ้นเคยกับนางทันที มันเป็นความรู้สึกคุ้นเคยที่หายไปยาวนานแล้ว

“ลูกรักของแม่ ในที่สุดพวกเราก็พบกันอีกครั้ง!” สตรีในชุดขาวอยู่ในท่วงท่ามือไพล่หลัง ดวงตาของนางกะพริบให้กับเฉินซีและกล่าวด้วยรอยยิ้ม เสียงที่ใสและไพเราะของนางฟังดูสบายใจราวกับเป็นเสียงการไหลรินของน้ำในสายธาร ซึ่งให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและผ่อนคลายจิตใจ

ดวงตาของเฉินซีเบิกกว้างหลังจากได้ยินคำพูดของนาง เขามองสตรีชุดขาวตรงหน้าด้วยความตกตะลึงสุดขีด

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ สีหน้าที่มักจะเย็นชาแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

นาง… นางคือแม่ของข้าจริง ๆ หรือ? จั่วชิวเสวี่ย?

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 5 จี้หยก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved