cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 488 เมืองบรรพกาล

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 488 เมืองบรรพกาล
Prev
Next

บทที่ 488 เมืองบรรพกาล

บทที่ 488 เมืองบรรพกาล

แผ่นหยกที่หลิงเจ๋อมอบให้บันทึกไว้เพียงหนึ่งเรื่องเท่านั้น

ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใด ชิงซิ่วอี้กับเจิ้นหลิวชิงจึงกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองบรรพกาลพร้อมกับศิษย์จากตระกูลอันทรงเกียรติแห่งอาณาจักรโบราณ

เท่าที่เขารู้ นอกจากราชวงศ์ระดับล่างกับราชวงศ์ระดับกลางแล้ว ยังมีเจ็ดราชวงศ์ระดับสูง สามราชวงศ์ระดับสูงสุด และศิษย์จากตระกูลอันทรงเกียรติแห่งอาณาจักรโบราณที่เข้าสมรภูมิบรรพกาลมาในครั้งนี้

พวกที่สามารถเรียกว่าอาณาจักรโบราณได้คือ พวกที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อนานมาแล้ว หากย้อนประวัติศาสตร์กลับไป ก็อาจย้อนไปถึงต้นกำเนิดโลกเมื่อครั้งสร้างสามภพขึ้นมาก็เป็นได้ ดังนั้นมันจึงมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานจนน่าตกใจ

ทว่าระหว่างยุคบรรพกาลเมื่อหลายล้านปีก่อน อาณาจักรโบราณจำนวนมากที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดกลับย่อยยับไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน ราชวงศ์ที่ก่อตั้งขึ้นมาหลังยุคบรรพกาลไม่สามารถเรียกว่าอาณาจักรโบราณได้อีกต่อไป

ดังนั้นชื่ออาณาจักรโบราณจึงเหมาะจะใช้ในช่วงก่อนยุคบรรพกาลเท่านั้น

แม้จะมีอาณาจักรโบราณจำนวนมากที่ถูกทำลายล้างและสูญสิ้นไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีตระกูลอันทรงเกียรติในอาณาจักรเหล่านั้นที่ยังไม่ได้หายไปอยู่ กลับยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทั้งยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีทรัพยากรซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จนถึงขั้นที่ราชวงศ์ในปัจจุบันยังไม่อาจเทียบได้

ศิษย์ที่มาจากตระกูลอันทรงเกียรติเหล่านี้เรียกว่า ศิษย์ตระกูลอันทรงเกียรติแห่งอาณาจักรโบราณ ซึ่งให้ความรู้สึกนับถืออยู่จาง ๆ และเพื่อให้แตกต่างจากราชวงศ์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในตอนนี้

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าชิงซิ่วอี้และเจิ้นหลิวชิงร่วมมือกันกับศิษย์ตระกูลอันทรงเกียรติจากอาณาจักรโบราณชื่อตระกูลซางแคว้นลั่วเหอ

ศิษย์ผู้นั้นมีชื่อว่าซางคุน ตามข้อมูลที่ได้มาจากหลิงเจ๋อ จะเห็นได้ว่าคนผู้นี้คือยอดอัจฉริยะที่ตระกูลซางฟูมฟักเลี้ยงดูมา สามารถเอาชนะทัณฑ์สวรรค์และบรรลุสู่ขอบเขตจุติได้อย่างง่ายดายเมื่อเข้าสู่สมรภูมิบรรพกาล อีกทั้งยังทะลวงสู่ระดับที่ห้าของขอบเขตจุติได้แล้ว! มีความสามารถน่าสะพรึงและน่าตกตะลึงเป็นยิ่งนัก

เป็นที่รู้กันว่าในขอบเขตจุติจะมีอยู่เจ็ดระดับ ทุกระดับเป็นเหมือนวัฏจักรชีวิต ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนไปข้างหน้าทำให้ความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นมีคุณภาพเปลี่ยนแปลงไป

เจ็ดระดับเหล่านี้แบ่งเป็นเจ็ดอารมณ์ของมนุษย์ สุข โกรธ กังวล โหยหา หวาดกลัว โศกเศร้า ตกตะลึง

เจ็ดอารมณ์ของมนุษย์เหล่านี้เกี่ยวเนื่องกับอวัยวะภายในและจิตวิญญาณ สุขเชื่อมใจนับเป็นไฟ โกรธเชื่อมตับนับเป็นไม้ กังวลเชื่อมปอดนับเป็นโลหะ โหยหาเชื่อมม้ามนับเป็นดิน หวาดกลัวเชื่อมไตนับเป็นน้ำ นี่คือกลไกของอวัยวะภายใน เมื่อบ่มเพาะพลังมาถึงจุดนี้ อวัยวะภายในทั้งหลายก็เหมือนกับกงล้อศักดิ์สิทธิ์ที่กลั่นขึ้นมาจากห้าธาตุ หมุนวนไปพร้อมกับความลึกล้ำ นี่คือระดับที่ห้าของขอบเขตจุติ

โศกเศร้าทำให้ใจอ่อนแอนับเป็นหยิน

ตกตะลึงสะเทือนถึงจิตวิญญาณนับเป็นหยาง

ในสองระดับนี้คือจิตวิญญาณที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอยู่ในระดับที่หกและเจ็ดของขอบเขตจุติ เมื่อถึงจุดนี้ก็จะกลั่นเบญจธาตุ หยินหยางควบรวม เกิดเป็นกงล้อสังสารวัฏที่สมบูรณ์พร้อม

จริง ๆ แล้วหลักการของมันเรียบง่ายมาก ผู้บ่มเพาะทำการบ่มเพาะเจ็ดอารมณ์นี้เมื่อบ่มเพาะทั้งเจ็ดระดับของการจุติไปพร้อมกัน ทุกระดับคือวัฏจักรชีวิต เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แก่นพลังชีวิตมีความก้าวหน้า

ตัวอย่างเช่น มนุษย์ติดอยู่ในวังวนเจ็ดอารมณ์ ทำให้เกิดโรคภัยบาดเจ็บ เมื่อแพทย์ตรวจคนไข้และกล่าวถึงอวัยวะภายในที่ได้รับบาดเจ็บจากเจ็ดอารมณ์ ก็คือการพูดถึงเรื่องนี้

พลังบ่มเพาะของเฉินซีหลังจากบรรลุสู่ขอบเขตจุตินั้นอยู่ในระดับที่หนึ่ง กงล้อสังสารวัฏที่กลั่นอยู่ภายในท้องทะเลแห่งลมปราณเปล่งประกายสีแดงจ้าเหมือนดวงตะวัน มันเชื่อมกับหัวใจและนับเป็นไฟ สีของไฟก็คือสีแดง

ดังนั้นจึงแยกง่ายมากว่าผู้เยี่ยมยุทธ์อยู่ขอบเขตจุติระดับใดกันแล้ว โดยดูแค่สีจากแสงที่เรืองออกมาจากกงล้อสังสารวัฏเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น ซางคุนแห่งตระกูลซางมีพลังบ่มเพาะถึงระดับที่ห้าของขอบเขตจุติแล้ว ดังนั้นกงล้อสังสารวัฏจึงมีสีน้ำเงินและมีขนาดใหญ่ราวกับมหาสมุทร

อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าพลังบ่มเพาะของซางคุนถึงขั้นที่สามารถกลั่นและโคจรธาตุทั้งห้าได้แล้ว ทำให้เขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่เฉินซีได้เห็นมานับตั้งแต่เข้าสมรภูมิบรรพกาล

‘เหตุใดพวกเขาถึงมารวมกับศิษย์ตระกูลอันทรงเกียรติจากอาณาจักรโบราณกัน? เมืองบรรพกาลเป็นสถานที่แบบใด?’ ชายหนุ่มดูสับสนหลังจากได้อ่านแผ่นหยกแล้ว

เท่าที่รู้ เพราะความสัมพันธ์ของนางกับเขา เจิ้นหลิวชิงย่อมไม่มีทางเป็นสหายกับชิงซิ่วอี้ได้ แต่ตอนนี้ทั้งคู่กลับอยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมาก

เฉินซีรู้สึกได้ราง ๆ ว่าเหตุผลที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเกี่ยวเนื่องกับซางคุน

“เมืองบรรพกาลตั้งอยู่ที่ใจกลางสมรภูมิบรรพกาล มีแต่ผู้อยู่ขอบเขตจุติเท่านั้นที่จะสามารถไปถึงที่นั่นได้ อีกทั้งการทดสอบสุดท้ายในสมรภูมิบรรพกาลก็จะเริ่มต้นที่นั่นด้วย” หลิงเจ๋อที่อยู่ไม่ไกลเห็นสีหน้าสงสัยของเฉินซีแล้ว จึงอธิบายพร้อมกับรอยยิ้ม

“อ้อ?” ชายหนุ่มชะงักไป ‘เช่นนั้นก็หมายความว่าชิงซิ่วอี้และเจิ้นหลิวชิงบรรลุสู่ขอบเขตจุติแล้วหรือ? ดูท่าจะไม่ใช่ข้าเพียงคนเดียวที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว คนอื่น ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานเช่นกัน’

“พี่เฉิน ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหรือไม่?”

เฉินซีพยักหน้า “เป็นประโยชน์มาก ขอบคุณพี่หลิงด้วย”

หลิงเจ๋อยิ้มบาง จากนั้นเหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงดูลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “เท่าที่ข้ารู้มา ศิษย์ทุกคนจากตระกูลซางเป็นผู้เลิศล้ำ หากได้พบกับสหายของเจ้าแล้ว แนะนำอย่าให้พวกเขาไปรวมกลุ่มกับซางคุนจะดีกว่า”

“หมายความว่าอย่างไรกัน?” เฉินซีขมวดคิ้วถาม

หลิงเจ๋อยักไหล่แล้วยิ้มอย่างขมขื่น “อย่าคิดมากเลย เพราะข้าก็ได้ยินจากคนอื่น ๆ เหมือนกันว่า มรดกของตระกูลซางมาจากนิกายอสูร อีกทั้งยังมาจากนิกายอสูรสาวที่ชั่วร้ายที่สุด วิชาที่พวกเขาเชี่ยวชาญคือการใช้สตรีเป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่ง ยิ่งนางมีความสามารถมากแค่ไหน ก็จะยิ่งให้ผลดีต่อการบ่มเพาะมากเท่านั้น แน่นอนว่าข้าก็แค่ได้ยินมาเท่านั้น ไม่กล้ายืนยันว่าจริงหรือเท็จ”

แม้จะพูดแบบนั้น แต่ก็ทำให้เฉินซีรู้สึกหนักหน่วงขึ้นมาทันที เขามีลางสังหรณ์ว่าคำพูดของหลิงเจ๋อคงเป็นเรื่องจริงแน่

เพราะชิงซิ่วอี้กับเจิ้นหลิวชิงก็มาจากราชวงศ์ซ่งเหมือนกับเขา จึงไร้ความสัมพันธ์ใดกับตระกูลอันทรงเกียรติแห่งอาณาจักรโบราณ มีหรือที่จะเต็มใจเข้าร่วมกลุ่มเดียวกับซางคุน?

อีกทั้งเท่าที่เขารู้ เป็นไปไม่ได้ที่ทั้งคู่จะเป็นพวกมีนิสัยช่างประจบผู้มีอำนาจ ยิ่งการลดตัวไปติดตามศิษย์ตระกูลอันทรงเกียรติจากอาณาจักรโบราณยิ่งยาก

ดังนั้นมันต้องมีเหตุผลแน่ หรือว่าพวกนางจะถูกลักพาตัวไป? เป็นคำขู่หรือ? หรือเขาจะสงสัยมากเกินไป?

ตอนนี้เฉินซีหวังให้ตัวเองไปถึงเมืองบรรพกาลเสียตอนนี้ จะได้รู้สถานการณ์ว่าเป็นอย่างไรกันแน่

เพราะไม่ว่าเขาจะยอมรับหรือไม่ ชิงซิ่วอี้ก็เป็นมารดาของลูกชายเขา ในขณะที่เจิ้นหลิวชิงก็เป็นสหายสนิท มีความสัมพันธ์พัวพันกัน แต่ความสัมพันธ์นั้นกลับไม่กระจ่าง ทว่าเฉินซีก็ไม่สามารถละทิ้งนางไปได้เช่นกัน

“พี่เฉิน ลองดูสิว่าแผ่นหยกที่บันทึกวิธีการปรับแต่งพัดเทพอัคคีเป็นของปลอมหรือไม่” หลิงเจ๋อพูดขึ้นอีกครั้ง

เฉินซีพลันได้สติกลับคืนมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อยับยั้งความโกรธในใจก่อนจะส่ายหน้าพลางกล่าวขึ้นว่า “ไม่จำเป็นหรอกพี่หลิง ท่านนำตัวนางไปด้วยก็ได้”

‘นาง’ ที่ว่าย่อมหมายถึงปี้หลิงอวิ้น

“ขอบคุณมาก ในเมื่อครั้งนี้เจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะนับว่าติดหนี้ชีวิตเจ้าก็แล้วกัน ในอนาคตข้าจะชดใช้ให้” ปี้หลิงอวิ้นถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ขณะหรี่ตามองเฉินซี

เฉินซีโบกมือและกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “ไม่เป็นไร ต่อไปท่านไม่หาเรื่องข้าอีกก็เป็นพอ”

คิ้วงามของหญิงสาวขมวดมุ่น เมื่อสัมผัสได้ถึงความใจร้อนของชายหนุ่ม พลันอดรู้สึกขัดเคืองใจและอับอายไม่ได้ ข้าถ่อมตนขนาดนี้แล้ว กระทั่งส่งวิธีสร้างพัดเทพอัคคีให้ นี่ข้ายังจริงใจไม่พออีกหรือ?

“พี่เฉิน เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ไว้ถึงเมืองบรรพกาลค่อยพบกันใหม่ ถึงตอนนั้นข้าจะเลี้ยงสุราเจ้าสักหน่อย ลาก่อน” หลิงเจ๋อรีบดึงปี้หลิงอวิ้นไป และบอกลาเฉินซีเมื่อได้ยินคำอีกฝ่าย

“ลาก่อน” เฉินซีป้องหมัด ใช้สายตาส่งแขก ทว่าอารมณ์กลับยังไม่ดีขึ้น และไม่มีอารมณ์จะไล่ล่าศัตรูอีกต่อไป เขาได้แต่คิดว่าจะไปถึงเมืองบรรพกาลอย่างไรให้เร็วที่สุด

ผู้ชมที่อยู่ห่างไกล ซึ่งเดิมทีหมายจะชมการต่อสู้ ก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้เมื่อเห็นว่าเรื่องจบลงเช่นนี้ หลายคนจึงเดินจากไป

พวกเขาไม่ได้ยินการสนทนาระหว่างเฉินซีกับหลิงเจ๋อ ย่อมไม่รู้ว่าปี้หลิงอวิ้นยอมมอบวิชาของนิกายในการสร้างสมบัติกึ่งอมตะเพื่อแลกชีวิตไปแล้ว ไม่เช่นนั้นคงได้อิจฉาตาร้อนเป็นแน่

ทว่าทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ทำให้พวกเขาตกตะลึงมากพอแล้ว เฉินซีกวาดล้างผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลาย ฆ่าสังหารจนศัตรูกลัวฉี่ราดกางเกงและหนีกระเจิดกระเจิง ก่อนหน้านี้ยังสังหารองค์รัชทายาทจากสองราชวงศ์ระดับสูงไป หากพวกเขาไม่ได้เห็นด้วยสองตานี้ ตีให้ตายก็คงไม่เชื่อว่าเฉินซีประสบความสำเร็จในศึกต่อสู้อย่างดุดันเช่นนั้น

“เฉินซี เหตุใดถึงปล่อยนางไปเล่า? ฆ่าไม่ลงเพราะนางสวยอย่างนั้นหรือ?” ในขณะเดียวกันนั้น นายน้อยโจวก็เดินเข้ามาและเอ่ยถามด้วยสีหน้าหยอกล้อ

“อย่าพูดไร้สาระเลย ไม่เห็นหรือว่าเฉินซีดูอารมณ์ไม่ค่อยดี!?” นัยน์ตาคู่งามของหวงฝู่ฉิงอิงจ้องนายน้อยโจวเขม็ง จากนั้นก็หันไปถามเฉินซีว่า “หรือเป็นเพราะว่าคนผู้นั้นข่มขู่เจ้าเอาไว้?”

เฉินซีส่ายหน้า “คนผู้นั้นคือพี่ชายของหลิงอวี๋ มีนามว่าหลิงเจ๋อ เป็นคนจากราชวงศ์ต้าถัง นิสัยค่อนข้างดีทีเดียว”

“ราชวงศ์ต้าถัง? เป็นหนึ่งในสามราชวงศ์ระดับสูงสุดที่เทียบเท่ากับราชวงศ์ต้าฮั่นและราชวงศ์ต้าโจวเลยนี่ เจ้าอ้วนหลิงอวี๋มีพี่ชายเช่นนี้ได้ ช่างน่าตกตะลึงจริง ๆ” นายน้อยโจวเอ่ยเสียงประหลาดใจ

“เป็นเช่นนี้เอง ไม่แปลกที่เจ้าจะทำเช่นนั้น สมมติว่าสามราชวงศ์ระดับสูงสุดเหล่านี้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับกองกำลังใหญ่ในแดนภวังค์ทมิฬ เป็นมิตรกับพวกคนจากราชวงศ์ระดับสูงก็เป็นตัวเลือกที่ดี” หวงฝู่ฉิงอิงคิดว่าตนเองเข้าใจความคิดเฉินซี จึงเอ่ยออกมา

นางไม่รู้เลยว่าเหตุผลที่เฉินซีปล่อยปี้หลิงอวิ้นไม่ใช่เพราะหลิงเจ๋อ แต่เพราะข้อมูลที่หลิงเจ๋อมอบให้นั้นเกี่ยวกับชิงซิ่วอี้และเจิ้นหลิวชิงต่างหาก

ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าหลิงเจ๋อจะยิ่งใหญ่มาจากไหน หรือพัดเทพอัคคีจะล้ำค่าเพียงใด เฉินซีก็ไม่คิดปล่อยปี้หลิงอวิ้นไปอย่างง่ายดายแน่ เพราะอย่างไรสตรีผู้นี้ก็เคยไล่ล่าและหมายสังหารเขามาก่อน นับว่าเหี้ยมโหดเกินไปจริง ๆ

เมื่อลองชั่งน้ำหนักในใจดูแล้ว เฉินซีจึงไม่คิดจะอธิบาย แต่เอ่ยออกไปว่า “ไปเถอะ รีบออกจากเกาะสมบัติที่ร่วงหล่นและมุ่งหน้าไปยังเมืองบรรพกาลกัน”

“เมืองบรรพกาล?” หวงฝู่ฉิงอิงกับนายน้อยโจวชะงักไป เห็นได้ชัดว่าคนทั้งคู่คงเคยได้ยินว่าเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางสมรภูมิบรรพกาล

“ใช่แล้ว เมืองบรรพกาล บททดสอบสุดท้ายในสมรภูมิบรรพกาลจะเริ่มต้นขึ้นที่นั่นในอีกไม่กี่เดือน เราต้องรีบไปให้ถึงก่อนเวลา” เมื่อพูดถึงจุดนี้ เฉินซีก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ “ยิ่งไม่ต้องกล่าวว่า ข้าเพิ่งจะรู้ว่าสถานการณ์ของชิงซิ่วอี้และเจิ้นหลิวชิงดูไม่สู้ดีเท่าไร เกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับพวกเขา เรารีบรุดหน้าไปที่นั่นโดยเร็วจะดีกว่า”

เมื่อหวงฝู่ฉิงอิงกับนายน้อยโจวได้ยินแล้วจึงเข้าใจว่ามันเป็นปัญหาสำคัญเพียงใด ดังนั้นจึงพยักหน้าตอบรับทันที

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 488 เมืองบรรพกาล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved