cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 464 ยื่นมือช่วยเหลือ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 464 ยื่นมือช่วยเหลือ
Prev
Next

บทที่ 464 ยื่นมือช่วยเหลือ

บทที่ 464 ยื่นมือช่วยเหลือ

สุ้มเสียงของหวงฝู่ฉิงอิงยังคงล่องลอยอยู่ในบริเวณโดยรอบ แต่บรรยากาศดูจะหยุดนิ่งกลายเป็นน้ำแข็งแทน

หลังจากนั้นไม่นาน สีหน้าของเผยอวี่ก็เย็นชาขึ้น และมองไปที่หวงฝู่ฉิงอิงพร้อมกับกล่าวว่า “การสร้างความร้าวฉานให้กับหมู่คน ไม่นับว่าเป็นวิธีที่ชั่วร้ายไปหน่อยหรือ?”

“ทั้งที่องค์รัชทายาททรงดูแลพวกเจ้าเป็นอย่างดี พวกเจ้ากลับไม่สำนึกบุญคุณและไม่คิดหาทางตอบแทน อีกทั้งยังมีเจตนาร้ายและพยายามสร้างความร้าวฉาน การกระทำเช่นนี้สมควรตายอย่างแท้จริง หากล่วงรู้เร็วกว่านี้ละก็ พวกข้าจะฆ่าพวกเจ้าทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับปัญหามากมายเช่นนี้อีก”

ชุยซิวหงหัวเราะอย่างชั่วร้าย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า ตัวคนก้าวออกมาและตะคอกเสียงดังว่า “ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จงมอบผนึกยันต์ออกมาโดยเร็ว มิฉะนั้น ข้าจะฆ่าพวกเจ้าอย่างแน่นอน!”

“มอบผนึกยันต์ออกมาซะ ส่วนพวกข้าจะแบ่งมันอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่พวกเจ้าจะต้องกังวล” ฉินเซียวที่อยู่ใกล้เคียงพูดออกมาด้วยเสียงทุ้มลึกเช่นกัน

“ถูกต้อง ข้าก็ไม่อยากจะทำร้ายพวกเจ้าเช่นกัน เว้นแต่ว่าข้าไม่มีทางเลือกอื่น มอบผนึกยันต์ออกมาซะ แล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป เช่นนี้ก็ถือว่าข้าเมตตาพอแล้ว” ปี้หลิงอวิ้นกล่าวอย่างเฉยเมย

ในฐานะที่เป็นผู้สืบเชื้อสายของกระเรียนโลกันตร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ นางจึงมีสายเลือดอันสูงส่งและความแข็งแกร่งที่ทรงพลัง ดังนั้นการปล่อยให้หวงฝู่ฉิงอิงและนายน้อยโจวมีชีวิตอยู่ จึงถือเป็นความเห็นอกเห็นใจของนางอย่างแท้จริง และหากเป็นเวลาอื่น นางจะไม่เสียเวลากล่าววาจาแม้แต่คำเดียวและจะสังหารทันที

หวงฝู่ฉิงอิงกับนายน้อยโจวมองหน้ากัน แม้จะรู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น จึงทำได้เพียงสะบัดมือออกไปด้วยความไม่เต็มใจ ทำให้ยันต์ที่เปล่งแสงเรืองรองบินออกไปทันที

ในขณะที่มองดูฉากนี้ นอกจากจะยินดีกับความโชคร้ายของหวงฝู่ฉิงอิงและนายน้อยโจวแล้ว ผู้คนรอบข้างก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เพราะหากเผชิญกับการคุกคามจากแรงกดดันที่ไร้รูปร่างของทั้งสามกลุ่ม จะมีใครในตอนนี้สามารถต้านทานได้กัน?

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ในขณะที่มองดูผนึกยันต์ทั้งสองชิ้นบินออกมา ผู้เยี่ยมยุทธ์ของทั้งสามกลุ่มก็เผยความโลภออกมา แต่พวกเขาทั้งหมดก็ไม่ได้เคลื่อนไหวในทันที

เพราะพวกเขาตระหนักได้เป็นอย่างดีว่า การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในขณะนี้ อาจทำให้อีกสองกลุ่มร่วมมือต่อต้านพวกตน ซึ่งการต่อสู้กับสองกลุ่มพร้อมกันนี้ เป็นการกระทำที่ไม่ต่างอะไรจากรนหาที่ตาย เพราะอย่างไรเสีย ความแข็งแกร่งของทั้งสามกลุ่มก็ไล่เลี่ยกัน

สถานการณ์โดยรอบแปลกประหลาดมาก แม้ผนึกยันต์จะบินออกมาแล้ว กลับไม่มีใครสักคนที่ชิงเคลื่อนไหวก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อสายตาของพวกเขาสอดประสานกันและดูจะบรรลุข้อตกลงบางอย่าง พวกเขากำลังจะเคลื่อนไหวและยึดผนึกยันต์ด้วยกัน ทันใดนั้น จู่ ๆ พายุรุนแรงก็โหมกระหน่ำลงมาจากกลางเวหาตรงหน้าพวกเขาและระเบิดใส่ผนึกยันต์ทั้งสองชิ้นโดยตรง

ตู้ม!

เสียงโครมครามดังก้องออกมา จากนั้นผนึกยันต์ทั้งสองชิ้นก็พุ่งออกไปอีกครั้ง และปรากฏอยู่ตรงหน้าหวงฝู่ฉิงอิงและนายน้อยโจวภายใต้การจ้องมองที่ตกตะลึงของพวกเขา

เหตุการณ์กะทันหันนี้ทำให้ทุกคนตกใจทันที

“ผู้ใดกัน!?”

“ไอ้สารเลวคนใดกล้าทำเช่นนี้ ไสหัวออกมาซะ!”

“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้ออกมาก่อกวนในตอนนี้ พวกเจ้าทุกคนสมควรตาย!”

ผนึกยันต์ที่ใกล้จะอยู่ในกำมือกลับหลุดลอยออกไปอีกครั้ง ทำให้สีหน้าของผู้บ่มเพาะทั้งสามกลุ่มพลันกลายมืดหม่นทันที พวกเขาตะโกนก่นด่าสาปแช่งอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยน้ำเสียงที่แฝงเจตนาฆ่า จนดังก้องไปทั่วบริเวณโดยรอบ

“แม้ราชวงศ์ซ่งของข้าจะเป็นเพียงราชวงศ์ระดับกลาง แต่ไม่คิดหรือว่าพวกเจ้าก็ประเมินตัวเองสูงส่งเกินไป ถึงได้กล้าแย่งสิ่งของจากพวกข้าตามใจชอบน่ะหืม?” เสียงที่ไม่แยแสดังขึ้นจากท้องฟ้า

ฟุ่บ!

สายตานับไม่ถ้วนมองไปพร้อมกันและพุ่งไปยังร่างกำยำที่โผล่มาอย่างกะทันหันทันที

“เฉินซี?!” ในขณะที่ผู้คนมองไปที่ร่างสูง หวงฝู่ฉิงอิงและนายน้อยโจวก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ …ทั้งความสุขและความตื่นเต้นต่างฉายวาบขึ้นในดวงตาของคนทั้งสอง

แต่หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ฟื้นคืนสติกลับมา ทำให้ความตื่นเต้นและสีหน้าดีใจของพวกเขาสลายไปและถูกแทนที่ด้วยความกระวนกระวาย เนื่องจากการที่เฉินซีมาช่วยได้ทันเวลา ทำให้ทั้งคู่รู้สึกประทับใจมาก แต่สถานการณ์ตรงหน้าขณะนี้ช่างมืดมนยิ่งนัก ด้วยความแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ไม่เพียงเขาอาจจะไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้ แต่ชีวิตของชายหนุ่มก็อาจตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน

“เฉินซี!” ในขณะที่ใบหน้าของหวงฝู่ฉิงอิงกับนายน้อยโจวเปลี่ยนไปมา ผู้เยี่ยมยุทธ์ของทั้งสามกลุ่มก็จดจำเฉินซีได้ และหลังจากตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ สีหน้าของพวกเขาพลันเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “หรือว่าชายคนนี้คิดว่าจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้?”

ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงต่างส่ายศีรษะไปมา พวกเขาส่วนใหญ่เคยเห็นความแข็งแกร่งของเฉินซีที่นอกประตูขุนเขาของซากปรักหักพังมาแล้ว และมันก็ทรงพลังอย่างไร้เหตุผล แต่สุดท้ายเขาก็มีเพียงคนเดียว จึงเป็นเรื่องยากสำหรับสองหมัดที่จะต้านทานสี่มือ ดังนั้นการสอดมือเข้ามาในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเสี่ยงตาย!

ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสามกลุ่มล้วนเต็มไปด้วยอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์และมีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็เป็นสามกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้เยี่ยมยุทธ์รุ่นเยาว์ทั้งหมดที่ได้เข้าสู่เกาะสมบัติที่ร่วงหล่น ดังนั้นการต้องต่อสู้กับพวกเขาเพียงลำพังจึงเป็นหนทางที่ไม่มีทางหวนกลับ นับประสาอะไรกับการเปลี่ยนสถานการณ์ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย

เฉินซีย่อมสังเกตเห็นความดูถูกเหยียดหยามจากผู้คนที่อยู่รอบข้าง แต่สีหน้าของเขายังคงไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ จากนั้นจึงลอยไปอยู่ทางข้างกายของหวงฝู่ฉิงอิงกับนายน้อยโจว ก่อนจะกล่าวอะไรบางอย่างผ่านกระแสปราณอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ทุกคนเห็นเพียงหวงฝู่ฉิงอิงและนายน้อยโจวแสดงสีหน้าตกตะลึง ก่อนที่พวกเขาจะส่ายศีรษะอย่างรุนแรงราวกับไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของเฉินซีอย่างมาก แต่ภายใต้การยืนกรานของชายหนุ่ม ทัศนคติของพวกเขาก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป จากนั้นจึงพยักหน้าและตกลงตามนั้น

“ฮึ่ม! หยุดทำลับ ๆ ล่อ ๆ ได้แล้ว หรือเจ้าคิดว่าตัวเองจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้กัน?” ชุยซิวหงตะคอกออกมาดังลั่น

ชุยซิวหงนั้นเกลียดเฉินซีเข้ากระดูกดำ ซึ่งเดิมทีเขาคิดว่าชายหนุ่มจะรับรู้ถึงความอันตรายของสถานการณ์และต้องแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา จากนั้นตนเองก็จะได้เยาะเย้ยเหยียดหยามอีกฝ่ายได้ตามใจต้องการ

แต่ชุยซิวหงไม่เคยนึกเลยว่าหลังจากที่ชายคนนี้มาถึง อีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจใครเลย และเริ่มสนทนากับหวงฝู่ฉิงอิงและนายน้อยโจวผ่านกระแสปราณ นับตั้งแต่ต้นจนจบ เฉินซีไม่ได้เหลือบมองเขาเลยสักนิด สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวขึ้นมาในทันที และเปลวไฟแห่งความเกลียดชังในใจก็ทวีความความรุนแรงยิ่งขึ้น

ในขณะนี้ เฉินซีได้หารือกับหวงฝู่ฉิงอิงและนายน้อยโจวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเขาก็รู้สึกผ่อนคลายทันทีเมื่อทั้งคู่เห็นด้วยกับแผนการของตน จากนั้นชายหนุ่มจึงจ้องมองไปที่ชุยซิวหงและกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามว่า “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? คิดว่าข้าไม่สามารถฆ่าเจ้าเพียงเพราะเจ้ามีจำนวนมากกว่าหรือ?

“เจ้า…” ชุยซิวหงระเบิดอารมณ์ด้วยโทสะ และดูเขาจะรำลึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงข่มขู่ว่า “ฮึ่ม! ข้าไม่อยากถือสากับคนที่ใกล้จะตายเช่นเจ้า แต่เคยได้ยินมาว่า เจ้าได้ฆ่าผู้เยี่ยมยุทธ์อัจฉริยะของราชวงศ์ต่าง ๆ ไปมากมายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์เสวี่ยหง ราชวงศ์เทียนหลาง ราชวงศ์ตงเซี่ย หรือแม้แต่ราชวงศ์ระดับสูงอย่างราชวงศ์ต้าเฉียน และราชวงศ์ต้าเสวียน!”

“เจ้าได้ล่วงเกินผู้คนทั้งหลายมาตั้งนานแล้ว และได้กลายเป็นเป้าหมายแก้แค้นของทุกคน แล้วตอนนี้เจ้ากลับเสนอตัวให้แก่พวกเรา? ข้ารู้สึกชื่นชมและสงสัยอย่างแท้จริงว่าเจ้าไปเอาความกล้าหาญเช่นนี้มาจากไหน”

เมื่อชุยซิวหงกล่าวถึงจุดนี้ เขาก็กวาดสายตาไปโดยรอบ และตะคอกเสียงดังด้วยน้ำเสียงที่ชั่วร้ายว่า “เฉินซี เจ้าแหกตามองดูซะ ดูเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์จากหลากหลายราชวงศ์ที่ปรารถนาจะบดขยี้เจ้าให้เป็นจุณ แล้วเจ้ายังคิดเพ้อฝันว่าจะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้อีกหรือ!?”

ชุยซิวหงรู้สึกเพลิดเพลินอย่างมากในใจขณะที่กล่าวสิ่งเหล่านี้ออกไป ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านสีหน้าอันชั่วร้ายที่แสดงออกมา ราวกับว่าเขาจะได้เห็นการตายอย่างน่าสังเวชของเฉินซีในอีกสักครู่

“ไม่ว่าจะมีศัตรูสักกี่คน หากต้องเอาชีวิตเข้าแลก อย่างน้อยข้าก็รับประกันได้ว่าเจ้าจะต้องตายต่อหน้าข้าอย่างแน่นอน” เฉินซีมองไปยังชุยซิวหงด้วยสายตาที่ไม่ได้ปิดบังความดูถูกเหยียดหยามและการเยาะเย้ยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่า เฉินซีเองก็รู้ดีว่าสิ่งที่ชุยซิวหงกล่าวออกมานั้นถูกต้อง แต่เนื่องจากเขากล้าปรากฏตัวท่ามกลางเหล่าศัตรู เขาย่อมพิจารณาสถานการณ์นี้มาก่อนแล้ว ดังนั้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของชายหนุ่มจะได้รับผลกระทบจากคำพูดไม่กี่คำของชุยซิวหงได้อย่างไร

“ฮึ่ม! เจ้ากำลังจะตายแต่ยังกล้าโอ้อวดหน้าด้าน ๆ อยู่อย่างนั้น? แสดงให้ข้าดูหน่อยสิว่าเป็นเจ้าหรือข้าที่ตายก่อน!” เมื่อเห็นว่าเฉินซียังคงไม่แยแส สีหน้าของชุยซิวหงก็อดไม่ได้ที่จะแข็งค้าง เพราะเขารู้สึกว่ากำลังเทศน์ให้คนหูหนวกฟัง ซึ่งเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นจึงทิ้งคำพูดที่ไร้ความปรานีไว้ ก่อนจะปิดปากสนิท

เพราะการปะทะฝีปากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตลอดไป!

ยิ่งเมื่อมีความแตกต่างทางความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่มีความได้เปรียบย่อมรังเกียจที่จะโต้เถียงเรื่องนี้อยู่เสมอ เนื่องจากพวกเขาชอบใช้กำลังบีบบังคับและคุกคาม

เพราะถึงแม้วิธีนี้จะหยาบคาย ไร้เหตุผล และเอาแต่ใจ แต่ก็เป็นวิธีที่ง่าย ตรงไปตรงมา และมีประสิทธิภาพที่สุดเช่นกัน

ในช่วงเวลาต่อมา เผยอวี่ ฉินเซียว และปี้หลิงอวิ้นก็ประกาศคำเตือนครั้งสุดท้ายของพวกเขา “หากพวกเจ้าต้องการมีชีวิตอยู่ ก็จงมอบผนึกยันต์มาซะ แต่ถ้าเบื่อจะมีชีวิตอยู่ ก็จงตายไปซะ เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป!”

ทันใดนั้น บรรยากาศโดยรอบก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของการฆ่าฟัน

“มาเถอะ หากไม่เป็นพวกเจ้าก็เป็นพวกข้าที่ตายในวันนี้ แสดงให้ข้าดูหน่อยสิว่า ใครจะต้องจ่ายราคาที่มากกว่ากัน!” เฉินซีกวาดสายตามองคนรอบข้างขณะกล่าวอย่างเย็นชา จากนั้นแสงเพลิงก็สว่างวาบขึ้นเมื่อสมบัติกึ่งอมตะพัดนกยูงเพลิงอยู่ในกำมือของเขา

ตู้ม!

ทันทีที่พัดนกยูงเพลิงปรากฏขึ้น มันก็ปล่อยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ทุกคนรู้สึกหายใจไม่ออก รู้สึกราวกับว่าเปลวไฟลุกโชนรอบตัวพวกเขา อีกทั้งยังรู้สึกว่าเหมือนกับอยู่ในเตากลั่นของฟ้าดิน

“นี่คือ…”

“สมบัติกึ่งอมตะ!”

“โอ้สวรรค์! พัดนกยูงเพลิงนี้เป็นสมบัติของซวีเหลิ่งเยี่ยแห่งแคว้นเยว่หลุนไม่ใช่หรือ? เหตุใดเฉินซีถึงครอบครองมันได้? หรือว่าเขาฆ่าซวีเหลิ่งเยี่ยไปแล้ว!?”

“สมบัติกึ่งอมตะ? ไม่แปลกใจเลยที่เขามั่นใจมาก นั่นเพราะเขามีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้อยู่นี่เอง”

“แต่น่าเสียดาย แม้ว่าสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้จะทรงพลัง แต่องค์รัชทายาทเผยอวี่แห่งราชวงศ์ต้าจิ้น องค์รัชทายาทฉินเซียวแห่งราชวงศ์ต้าฉิน และปี้หลิงอวิ้นย่อมครอบครองสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่าเฉินซีมีความคิดที่จะพึ่งพาพลังของพัดนกยูงเพลิงเพื่อพลิกสถานการณ์”

การปรากฏตัวของพัดนกยูงเพลิงทำให้ดวงตาของทุกคนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบพลันหรี่ลงและตกอยู่ในความโกลาหลทันที แม้แต่ท่าทางของเผยอวี่ ฉินเซียว ปี้หลิงอวิ้น และคนอื่น ๆ ก็บ่งบอกถึงการระมัดระวัง

เช่นเดียวกับที่ทุกคนคาดเดา พวกเขาล้วนมีไพ่ตายที่ไม่ด้อยกว่าพัดนกยูงเพลิง แต่ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงตระหนักถึงพลังของสมบัติกึ่งอมตะได้อย่างชัดเจน และกังวลว่าหากเฉินซีตั้งใจที่จะแลกชีวิต ปัญหาก็จะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น

เปลวเพลิงลุกโชนปกคลุมไปรอบ ๆ จากนั้นจึงปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่รวมสายตาของทุกคนเข้าด้วยกัน และดูเหมือนว่าไม่มีใครสังเกตเห็นว่า หวงฝู่ฉิงอิงกับนายน้อยโจวที่อยู่เคียงข้างเฉินซีได้ฉวยโอกาสนี้พุ่งเข้าหาห้องโถงโบราณที่ทรุดโทรมซึ่งอยู่ด้านข้าง

นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเฉินซี หากพวกเขาต้องการหลบหนีจากถูกศัตรูจำนวนมากปิดล้อม พวกเขาก็ทำได้เพียงพึ่งพาผนึกยันต์เพื่อเข้าสู่ดินแดนเร้นลับ เพื่อหลบหนีจากอันตรายเท่านั้น

แต่น่าเสียดายที่ผนึกยันต์มีเพียงแค่สองชิ้น แม้แต่เฉินซีเองก็รู้ดีว่าถึงผนึกยันต์จะมีสามชิ้น มันก็ไม่มีประโยชน์อันใด เพราะต้องมีคนหนึ่งรั้งอยู่เพื่อดึงความสนใจของศัตรู เพื่อให้อีกสองคนได้เข้าสู่ดินแดนเร้นลับอย่างปลอดภัย

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจรั้งอยู่และอาจถือว่าเป็นการตอบแทนในฐานะสหาย

เพราะในโลกนี้มีหลายสิ่งที่ค้ำอยู่มากมาย เช่น มิตรภาพ ความรัก และครอบครัว บางทีคนส่วนใหญ่อาจจะคำนวณว่าต้องได้สิ่งตอบแทนเท่าไร จึงจะคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป บางคนถึงกับมองว่ามิตรภาพเป็นอุปสรรคต่อการก้าวเดินบนเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ ทำให้พวกเขาเพิกเฉย ละทิ้งอย่างจงใจ และเหยียบย่ำมันอย่างไร้เหตุผล

แต่สำหรับเฉินซีที่ต้องทนทุกข์กับความยากลำบากตั้งแต่ยังเด็ก ความรู้สึกทั้งสามประเภทนี้มีค่าและสำคัญมากสำหรับเขา และเป็นสิ่งคู่ควรแก่การที่เขาจะใช้ชีวิตเพื่อปกป้อง

ดังนั้นชายหนุ่มจึงรั้งอยู่เพื่อเผชิญหน้ากับคนทั้งหลายเพียงลำพังด้วยความรู้สึกที่แน่วแน่และไม่เสียใจ!!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 464 ยื่นมือช่วยเหลือ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved