cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 451 มาถึงเกาะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 451 มาถึงเกาะ
Prev
Next

บทที่ 451 มาถึงเกาะ

บทที่ 451 มาถึงเกาะ

ตู้ม!

ท่ามกลางฝูงวิหคมรณาอันหนาทึบ หลีจวิ้นตวัดหอกของเขา ส่งมวลแสงที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกระเบิดออกไปราวกับดอกไม้ไฟและแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้วิหคมรณาที่อยู่ใกล้เคียงทั้งหมดถูกกำจัดลงทันที ในขณะเดียวกัน เขาก็สังเกตเห็นเรือมังกรพันขนนกเช่นกัน ดวงตาของเขาจึงส่องประกายขึ้นฉับพลัน จากนั้นเจ้าตัวก็กล่าวด้วยเสียงอันสยดสยองว่า “นั่นมันเรือมังกรพันขนนกของราชวงศ์ซ่ง หวงฝู่ฉิงอิงจะต้องอยู่บนนั้นอย่างแน่นอน!”

“ราชวงศ์ซ่ง!” ดวงตาของเยี่ยนอวี๋เอ๋อร์และอีกสามคนทอประกายเยียบเย็น เผยให้เห็นความเกลียดชังที่หนาแน่น เนื่องจากพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะเผชิญกับศัตรูคู่อาฆาตของราชวงศ์เทียนหลางที่นี่

“ตามพวกมันให้ทัน เราจะให้พวกมันพาเราไปด้วย จากนั้นเราจะคว้าโอกาสนี้เพื่อยึดเรือมังกรพันขนนกมาซะ!” หลีจวิ้นตัดสินใจอย่างรวดเร็ว พวกเขาติดอยู่ที่นี่มากว่าครึ่งวันแล้ว และถ้าไม่ได้พกโอสถมาเพียงพอ พวกเขาคงจะติดอยู่ในวงล้อมจนตายไปนานแล้ว นอกจากนี้ หากพวกเขาสามารถแย่งชิงเรือมังกรพันขนนกมาได้ โอกาสที่จะฝ่าจากวงล้อมอันแน่นหนา ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากอย่างไม่ต้องสงสัย!

“ตกลง เราจะยึดเรือมังกรพันขนนกของพวกมัน” เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์และคนอื่น ๆ ก็เข้าใจเช่นกันว่า หากยังคงดิ้นรนต่อสู้อยู่เช่นนี้ โอกาสที่จะตายก็สูงขึ้นมาก ดังนั้นพวกเขาจึงยิ่งร้อนใจมากขึ้น

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

กลุ่มของหลีจวิ้นรวมตัวกันทันที จากนั้นพวกเขาก็ระดมปราณแท้เพื่อไล่ตามเรือมังกรพันขนนกอย่างสุดกำลัง แน่นอนว่า พวกเขาได้เข่นฆ่าวิหคมรณาอย่างโหดเหี้ยมจนเกิดเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยเลือด!

“พวกมันกำลังมา!” นายน้อยโจวขมวดคิ้วและกล่าวเตือน

“สหายเต๋า การพบกันคือโชคชะตา พวกเจ้าพาพวกข้าไปด้วยได้หรือไม่ ด้วยการมีเข้าร่วมของพวกข้า ก็จะสามารถฝ่าออกไปได้ง่ายขึ้น” ในขณะเดียวกัน เสียงของหลีจวิ้นก็ลอยมาเข้าหูพวกเขา

หวงฝู่ฉิงอิงกล่าวอย่างเย็นชาและเย้ยหยันว่า “หึ พวกเจ้าจากราชวงศ์เทียนหลาง คิดว่าเราจะยื่นมือช่วยศัตรูของตนเองหรือ? พวกเจ้าช่างไม่รู้กาลเทศะจริง ๆ อีกทั้งยังคิดเพ้อฝัน!”

ด้วยประโยคเดียว นางได้ชี้ให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นศัตรูกัน การไม่ซ้ำเติมพวกเขาตอนที่ล้มลงก็ถือว่าเมตตาแล้ว แต่คนเหล่านี้ไม่เพียงไม่สำนึก กลับร้องขออย่างไร้ยางอายเช่นนี้ จึงมากเกินไปแล้ว!

“มันคือความเกลียดชังระหว่างสองราชวงศ์ แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกข้าด้วย? พวกข้าเป็นศิษย์รุ่นเยาว์ เมื่อเราเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬแล้ว เราจะกลายเป็นสหายที่ลงเรือลำเดียวกัน การถือสาเรื่องเล็กน้อยในเวลานี้ ไม่ถือว่าพวกเจ้าใจแคบไปหน่อยหรือ?” เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์กล่าวด้วยความไม่พอใจจากทางด้านข้าง

“พวกเจ้าลองไตร่ตรองดูอีกสักครั้งหนึ่งเถิด มันจะไม่เป็นประโยชน์กับใครเลยถ้าเราต่อสู้กันในตอนนี้” น้ำเสียงของหลีจวิ้นนั้นดูไม่เป็นมิตรและเต็มไปด้วยเจตนาคุกคาม

“เลิกเพ้อฝันได้แล้ว ต่อให้ต้องลงนรก ก็จะไม่มีวัน!” นายน้อยโจวปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา

“ฮึ่ม! ถ้าพวกข้าต้องทุกข์ทรมาน ก็อย่าได้ฝันเฟื่องว่าพวกเจ้าจะมีช่วงเวลาที่สุขสบาย ฆ่าพวกมันแล้วยึดเรือเหาะสมบัติมาซะ!” หลีจวิ้นรู้ว่าเวลานั้นสำคัญ และทั้งสองฝ่ายไม่สามารถประนีประนอมกันได้เลย ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้เปิดการโจมตีเป็นคนแรก

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

แม้ว่ากลุ่มของหลีจวิ้นจะติดอยู่ในฝูงวิหคมรณา แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกเขาได้สักระยะหนึ่ง ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงฉวยโอกาสที่ว่าเพื่อโจมตีอย่างโจ่งแจ้ง เคล็ดวิชาต่อสู้และสมบัติวิเศษต่าง ๆ ถูกซัดไปยังเรือมังกรพันขนนกอย่างสุดกำลัง เรือมังกรพันขนนกสั่นโคลงเคลงอย่างต่อเนื่อง

“ไอ้สารเลว!” นายน้อยโจวโกรธจนก่นด่าสาปแช่งออกมา จากนั้นเขาก็ซัดดัชนีสูญวิญญาณฟ้าออกไปกว่าสิบครั้งติดต่อกันและโต้กลับศัตรูอย่างรุนแรง ทำให้เรือมังกรพันขนนกโคลงเคลงจนเปลี่ยนทิศทาง แล้วพวกเขาก็จมหายไปในฝูงวิหคมรณาเช่นกัน และเป็นการยากสำหรับพวกเขาที่จะฝ่าวงล้อมออกไป

“เฉินซี ข้าจะพยายามควบคุมเรือเหาะสมบัติอย่างเต็มที่ และจะปล่อยทุกสิ่งที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของเจ้าทั้งสองคน” หวงฝู่ฉิงอิงรู้สึกหงุดหงิดมากเช่นกัน แต่นางในขณะนี้ทำได้เพียงใช้กำลังทั้งหมดเพื่อควบคุมทิศทางของเรือมังกรพันขนนกและทำให้มั่นใจว่าเรือจะไม่เบนออกจากเส้นทางของมัน ดังนั้นนางจึงไม่สามารถยื่นมือจัดการกับศัตรูได้อย่างเต็มที่

“อย่าได้กังวลไป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกข้าเอง” เฉินซีพยักหน้าขณะที่พายุสายฟ้าปกคลุมไปทั่วร่างของเขา สายฟ้าหลั่งไหลออกมา จากนั้นกระแสวังวนก็แปรเปลี่ยนเป็นพายุที่โหมกระหน่ำและถาโถมใส่ศัตรูของเขา

ทันทีที่ลงมือ เขาก็สกัดกั้นการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของกลุ่มหลีจวิ้นทันที แต่ชายหนุ่มทำได้เพียงแต่ป้องกันการโจมตีของคนพวกนั้น และไม่สามารถสังหารคนทั้งห้าได้อย่างสิ้นเชิง!

นั่นเพราะมีวิหคมรณาจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ระหว่างทั้งสองกลุ่ม และความแข็งแกร่งของวิหคมรณาเหล่านี้ก็เทียบได้กับผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง ดังนั้นเมื่อพวกมันอยู่ท่ามกลางระหว่างทั้งสองกลุ่ม จึงกลายเป็นเหยื่อซึ่งลดทอนพลังโจมตีของเฉินซีไปมากกว่าครึ่ง ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถทำร้ายหลีจวิ้นและคนอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่

ด้วยเหตุนี้ ข้างหน้าพวกเขาคือฝูงวิหคมรณาที่หนาแน่น และข้างหลังพวกเขาคือผู้เยี่ยมยุทธ์ของราชวงศ์เทียนหลางห้าคนที่ไล่ล่าเข้ามาอย่างดุเดือด ซึ่งทั้งสองด้านกำลังเผชิญกับทางตัน ทำให้สถานการณ์ของพวกเขาเลวร้ายเป็นอย่างมาก

ทั้งสองฝ่ายต่างรู้อย่างชัดเจนว่า ตราบใดที่พวกเขาผ่อนคลายเพียงเล็กน้อย มันจะทำให้เกิดผลที่คาดไม่ถึง และผลลัพธ์เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการเห็น แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สถานการณ์ของกลุ่มของเฉินซีดูเหมือนจะดีกว่าเล็กน้อย เนื่องจากพวกเขาเพิ่งเข้าสู่ฝูงวิหคมรณา สภาพร่างกายจึงยังอยู่ในจุดสูงสุด และพวกเขากำลังโดยสารเรือมังกรพันขนนกอยู่ ดังนั้นตราบเท่าที่พวกเขายังคงยืนหยัดต่อไป ก็จะสามารถฝ่าออกจากฝูงวิหคมรณาได้อย่างง่ายดายและสลัดศัตรูที่อยู่ข้างหลังออกไปได้

ในทางกลับกัน แม้ว่ากลุ่มของหลีจวิ้นจะได้เปรียบเชิงจำนวน แต่พวกเขาติดอยู่ที่นี่มากว่าครึ่งวัน ทำให้ร่างกายและจิตใจอ่อนล้าไปนานแล้ว หากยังไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้ พวกเขาก็อาจติดอยู่ในฝูงวิหคมรณาและล้มตายด้วยความเกลียดชังในที่สุด

“ข้าเคยกล่าวไปแล้วว่า พวกเจ้าทุกคนจะต้องเสียใจ!” เมื่อหลีจวิ้นเห็นว่าพวกเขาโจมตีมาตั้งนานแล้ว แต่กลับไม่สำเร็จ และยังไม่สามารถทำอะไรกับเรือมังกรพันขนนกได้ สีหน้าที่น่ากลัวและแน่วแน่ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

“เปลวเพลิงที่แผดเผาจนกว้างไกล หอกทลายปฐพี!” ด้วยเสียงตะโกนที่ดังก้อง หอกสีเงินในมือของเขาก็แทงออกไปพร้อมกับเปลวเพลิงมากมายที่เหมือนกับมังกรไฟนับหมื่นที่ร่ายรำไปรอบ ๆ และกวาดออกไปทุกทิศทุกทาง

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

อานุภาพของหอกนี้รุนแรง รวดเร็ว และเหนือกว่าอย่างไม่มีใครเทียบได้ ทุกที่ที่มันผ่านไป ฝูงวิหคมรณาที่อยู่ข้างหน้าก็จะถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน และไม่นานหลังจากนั้น มันก็พุ่งเข้าใส่เรือมังกรพันขนนกอย่างรุนแรง

หลังจากการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้น แม้ว่าเรือมังกรพันขนนกจะไม่ถูกทำลาย แต่ก็ถูกโจมตีจนเปลี่ยนทิศไป

“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!” ดวงตาของเฉินซีทอประกายเย็นชาในขณะที่เจตนาฆ่าได้พวยพุ่งออกมา จากนั้นแขนของเขาก็กวาดไปบนท้องฟ้าและควบแน่นเป็นพายุสายฟ้าที่มีขนาดมหึมาเหมือนหินโม่ มันได้กลืนกินเปลวเพลิงทั้งหมดที่ปกคลุมท้องฟ้าทันที

“ไป!” เฉินซียื่นมือออกไปคว้าพายุสายฟ้า จากนั้นเขาก็ซัดมันออกไปอย่างดุเดือด

ตู้ม!

หลังจากพายุสายฟ้าได้กลืนกินเปลวเพลิงที่พลุ่งพล่าน ขนาดของมันขยายมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า และมันก็เหมือนกับพายุสายฟ้าที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ทุกที่ที่มันผ่านไป เหมือนกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่ทุกสิ่ง ซึ่งเคลื่อนตัวจากเฉินซีไปยังกลุ่มของหลีจวิ้นอย่างง่ายดาย และชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ หลีจวิ้นก็ไม่อาจหลบเหลี่ยงได้ทันท่วงที ทำให้เขาถูกพายุสายฟ้ากลืนกินและถูกบดขยี้เป็นก้อนเนื้อ ก่อนที่จะระเหยไปในพริบตา

หลีจวิ้นเองก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน เนื่องจากพายุสายฟ้าลูกนี้น่าสะพรึงกลัวเกินไป อีกทั้งยังแฝงไปด้วยมหาเต๋าแห่งสายฟ้าและการกลืนกิน มันพัดโหมกระหน่ำและกลืนกินพลังงานไปตลอดทาง ทำให้ขยายตัวได้หลายเท่า และถ้าไม่ใช่เพราะเขาหลบเลี่ยงได้ทันท่วงที ตัวเขาคงถูกดูดเข้าไปในพายุสายฟ้าฝนฟ้าและทุกข์ทรมานจนมีจุดจบเช่นเดียวกับชายหนุ่มคนนั้น!

“ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ปรากฏตัวในราชวงศ์ซ่งตั้งแต่เมื่อใดกัน!” เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์รู้สึกตกตะลึงอยู่ในใจ และเมื่อเห็นหลีจวิ้นถูกสยบ นางก็รีบยื่นมือช่วยเหลือ ดาบโค้งสีเขียวหยกในมือของนางร่ายรำขณะที่มันแผ่เปลวอัคคีหยกอำพันที่เย็นเยียบจำนวนมากและระเบิดออกมาราวกับพายุ

“หึ ก็แค่ไข่มุกเม็ดเล็ก ๆ กลับหาญสู้แสงตะวันหรือ!” ใบหน้าของเฉินซียังคงไม่เปลี่ยนแปลงในขณะที่ควบแน่นพายุสายฟ้าอีกครั้ง และมันก็เหมือนกับคุนเผิงที่กลืนกินน้ำในขณะที่กลืนกินเปลวอัคคีหยกอำพันทั้งหมดไปด้วย ก่อนสิ่งที่ถูกกลืนกินจะถูกซัดออกไปอีกครั้งและฟาดลงไปที่กลุ่มของหลีจวิ้น

ภายใต้การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวของเฉินซี ชายหนุ่มอีกคนในกลุ่มของหลีจวิ้นก็ไม่สามารถหลบทัน และถูกพายุสายฟ้ากลืนกินเข้าไป เลือดเนื้อสาดกระจายไปทั่วและถูกบดขยี้จนกลายเป็นความว่างเปล่าทันที!

ภาพที่ปรากฏขึ้นนี้น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะมองได้!!!

ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ก็มีคนล้มตายในการต่อสู้ไปถึงสองคน และมีเพียงหลีจวิ้น เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์ และชายหนุ่มอีกคนเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่

พวกเขาทั้งสามคนในขณะนี้ตกตะลึงและโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทิ้งระยะห่างกับเรือมังกรพันขนนกและเลิกไล่ตาม

“ข้าหลีจวิ้น จะจำความแค้นครั้งนี้ไว้!” เสียงของหลีจวิ้นที่เย็นชาสุดขั้วหัวใจดังมาจากระยะไกล

“แล้วพวกข้าจำเป็นต้องเกรงกลัวเจ้าด้วยหรือ?” นายน้อยโจวกล่าวอย่างเหยียดหยาม เมื่อปราศจากการคุกคามจากกลุ่มของหลีจวิ้น แรงกดดันที่มีต่อพวกเขาก็ลดลงอย่างฉับพลัน และพวกเขาก็แค่ฆ่าวิหคมรณาที่ขวางทางอยู่เท่านั้น

ความหนาแน่นของวิหคมรณาค่อย ๆ ลดลงไป พวกเขาจึงสามารถมองเห็นร่องรอยของแสงสว่างที่อยู่ในระยะไกล

ฟุ่บ!

ในช่วงเวลาต่อมา เมื่อเรือมังกรพันขนนกพุ่งออกมาจากฝูงวิหคมรณาที่หนาแน่น แรงกดดันที่มีต่อพวกเขาก็เบาบางลงและได้เห็นแสงสว่างของวันอีกครั้ง

“นับว่าโชคดีที่เรามีเรือมังกรพันขนนก หากปราศจากมันแล้วละก็ คงเป็นการยากสำหรับเราที่ต้องเข่นฆ่าสัตว์อสูรตัวน้อยที่ไม่รู้จักหมดสิ้นเหล่านี้” นายน้อยโจวถอนหายใจด้วยความโล่งอกในขณะที่แย้มยิ้ม

“ดูนั่นสิ นั่นมันเผยอวี่กับคนอื่น ๆ ไม่ใช่หรือ?” เฉินซีมองไปยังระยะไกล จากนั้นก็เห็นเผยอวี่กับคนอื่น ๆ ยืนอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าที่ห่างไกลออกไปมาก และพวกเขาก็มองมาที่กลุ่มของเฉินซีเช่นกัน

“ฮึ่ม! เจ้าพวกนี้ช่างรวดเร็วยิ่งนัก แต่พวกมันกำลังรออยู่ที่นั่นในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกมันอยากจะเห็นพวกเราล้มตาย แต่น่าเสียดายที่ต้องทำให้พวกมันผิดหวัง” นายน้อยโจวคำรามอย่างเย็นชา

“รีบไปกันเถอะ เราได้ฝ่าออกมาจากฝูงวิหคมรณาแล้ว และก็น่าจะอยู่ไม่ไกลจากเกาะสมบัติที่ร่วงหล่น เมื่อไปถึงเกาะสมบัติที่ร่วงหล่น เราจะแยกทางกับเผยอวี่และคนอื่น ๆ เพื่อไม่ต้องทนทุกข์เพราะต้องเห็นหน้าพวกมัน!” หวงฝู่ฉิงอิงยิ้มและกล่าวอย่างตื่นเต้น

เฉินซีพยักหน้า จากนั้นเขาก็คิดในใจว่า ‘ข้าเกรงว่า หลังจากที่มาถึงเกาะสมบัติที่ร่วงหล่น เผยอวี่จะไม่ปล่อยให้พวกเราจากไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน…’

กลุ่มของพวกเขารวมตัวกับเผยอวี่และคนอื่น ๆ ก่อนที่จะเดินทางต่อไป

…

ไม่นานหลังจากที่พวกเขาจากไป ร่างทั้งสามที่อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ ก็ฝ่าออกมาจากฝูงวิหคมรณาที่หนาแน่น ซึ่งพวกเขาก็คือหลีจวิ้น เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์ และชายหนุ่มอีกคน

“บัดซบ! ข้าหลีจวิ้นไม่เคยสูญเสียเช่นนี้มาก่อน!” หลีจวิ้นกัดฟันขณะที่สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง ในฐานะผู้นำของผู้เยี่ยมยุทธ์รุ่นเยาว์ของราชวงศ์เทียนหลาง การถูกเฉินซีบดขยี้ในครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกเดือดดาลเป็นอย่างมาก

“ชายหนุ่มที่อยู่เคียงข้างหวงฝู่ฉิงอิงคนนั้นน่าจะเป็นเฉินซี ซึ่งเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์รุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของราชวงศ์ซ่ง ตามข้อมูลที่ได้รับมา ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้เหนือกว่าชิงซิ่วอี้เล็กน้อย” เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์ขมวดคิ้วขณะกล่าวขึ้น

“ฮึ่ม! ราชวงศ์ซ่งก็แค่ราชวงศ์ระดับกลาง จะไปเทียบกับราชวงศ์ระดับสูงได้อย่างไร” หลีจวิ้นหรี่ตาลงและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกมันน่าจะมุ่งหน้าไปยังเกาะสมบัติที่ร่วงหล่นเพื่อสำรวจ ในขณะที่เรากำลังไปที่นั่นเช่นกัน หลังจากที่เราได้เข้าร่วมกับผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งราชวงศ์ต้าฉิน เมื่อถึงเวลานั้นเราต้องหาโอกาสแก้แค้นให้จงได้!”

“ราชวงศ์ต้าฉิน? นั่นมิใช่ราชวงศ์ที่ทรงพลังซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดของราชวงศ์ระดับสูงหรอกหรือ?” ดวงตาของเยี่ยนอวี๋เอ๋อร์เป็นประกายและเอ่ยถามขึ้นว่า “ศิษย์พี่ใหญ่หลีจวิ้น ท่านติดต่อกับพวกเขาตั้งเมื่อใดกัน?”

ดวงตาของหลีจวิ้นเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ จากนั้นจึงกล่าวอย่างใจเย็นว่า “องค์ชายเจ็ดแห่งราชวงศ์ต้าฉิน คือศิษย์พี่ใหญ่ฉินเซียว ซึ่งเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กับศิษย์พี่ใหญ่ของข้าจากนิกายเดียวกัน ดังนั้นเราทั้งคู่จึงถือว่าเป็นศิษย์ร่วมนิกายเดียวกัน และด้วยความช่วยเหลือของเขา ข้าไม่เชื่อว่าเราจะไม่สามารถจัดการเฉินซีได้!”

เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ ดวงตาของหลีจวิ้นก็กวาดสายตาไปที่เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์และชายหนุ่มอีกคน จากนั้นจึงกล่าวว่า “เราไม่อาจชักช้าได้อีก และควรออกเดินทางทันที วิหคมรณาขึ้นชื่อว่าเป็นนกประจำถิ่นของที่นี่ และสถานที่ที่พวกมันปรากฏตัวจะอยู่ไม่ไกลจากเกาะสมบัติที่ร่วงหล่นอย่างแน่นอน”

“ตกลง!” เยี่ยนอวี๋เอ๋อร์และชายหนุ่มอีกคนพยักหน้า ก่อนที่จะติดตามหลีจวิ้นอยู่ทางด้านหลัง และทะยานไกลออกไปทันที

เดิมทีที่เข้าสู่สมรภูมิบรรพกาล พวกเขานั้นมีอยู่ห้าคน แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงสามคนเท่านั้น ทำให้พวกเขาอยู่ในสภาพน่าสมเพชเล็กน้อย

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 451 มาถึงเกาะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved