cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 429 ก่ออัสนีผสานดารา

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 429 ก่ออัสนีผสานดารา
Prev
Next

บทที่ 429 ก่ออัสนีผสานดารา

บทที่ 429 ก่ออัสนีผสานดารา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมกับพลังบ่มเพาะที่เพิ่มสูงขึ้นและจิตใจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด มีสิ่งที่ทำให้เฉินซีตกตะลึงและรู้สึกเหมือนรับมือไม่ได้อยู่เพียงไม่กี่อย่าง

แต่ในขณะนี้ ศิษย์พี่สามกับจี้อวี๋ทำให้เขารู้สึกเช่นนั้นอีกครั้ง ชายหนุ่มรู้ว่าบางทีอาจเป็นเพราะความรู้ตนยังน้อยอยู่ และพลังบ่มเพาะก็ต้อยต่ำเกินไป

จริง ๆ แล้ว แม้ว่าเฉินซีจะสามารถเมินคนรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ ได้ แต่เมื่อเทียบกับรุ่นใหญ่อย่างศิษย์พี่สามและจี้อวี๋ พลังของเขาก็นับว่าไม่เพียงพอ

ไม่ต้องกล่าวว่า เขาพเนจรอยู่ในแผ่นดินซ่งมาตั้งแต่เกิด สายตามองเห็นแต่เพียงในแผ่นดินแห่งนี้ ดังนั้นจึงไม่อาจเข้าใจเรื่องสมรภูมิบรรพกาล แดนภวังค์ทมิฬ หรือกระทั่งมิติเซียนได้

‘บางทีข้าอาจต้องเข้าสู่แดนภวังค์ทมิฬก่อน จึงจะสามารถเข้าใจใต้หล้าได้อย่างสมบูรณ์หรือ?’ ตอนนี้เฉินซีพลันอยากเดินทางไปยังแดนภวังค์ทมิฬโดยเร็วเพื่อไปเห็นดินแดนที่ใกล้เคียงกับมิติเซียนมากที่สุด

“ท่านอาจารย์ลุง!” เมื่อเห็นจี้อวี๋ปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของศิษย์พี่สามก็เผยความตื่นเต้น เขาโค้งคำนับและพูดขึ้นว่า “อาจารย์ลงเขาเทพพยากรณ์ไปกี่ปีแล้ว? ในที่สุดก็ได้พบท่านอีกครั้ง”

ดวงตาของจี้อวี๋เจือแววเศร้าแวบหนึ่ง ก่อนจะส่ายศีรษะและพูดว่า “เจ้าลงจากเขาเทพพยากรณ์มายังโลกรอง เช่นนั้นก็คงมีเวลาจำกัดกระมัง?”

ศิษย์พี่สามพยักหน้าและพูดว่า “ศิษย์พี่สูงสุดเปิดทางเดินโดยใช้วิชาเคลื่อนโคจร อยู่ได้ราวหนึ่งก้านธูป เมื่อหมดเวลาก็จะไม่อาจเลี่ยงกฎแห่งเต๋าสวรรค์ได้”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็รีบจัดการเรื่องนี้เถอะ เรารีบจากไปจะดีที่สุด” ว่าแล้ว จี้อวี๋ก็พลันเผยอารมณ์อ่อนไหวบนใบหน้า “เจ้ากลับไปเมื่อไร ส่งความคิดถึงข้าไปให้ศิษย์พี่สูงสุดและขอบคุณต่อความหวังดีของเขาให้ข้าด้วย”

ศิษย์พี่สามตกใจนัก “อะไรนะ? ท่านอาจารย์ลุง ท่านไม่ได้จะตามข้ากลับเขาเทพพยากรณ์หรอกหรือ? หากท่านกับศิษย์น้องเล็กเข้าสู่สมรภูมิบรรพกาลไปด้วยกัน ย่อมต้องถูกกฎแห่งเต๋าสวรรค์เห็นอย่างแน่นอน…”

“ข้าไม่ได้จะเข้าไปในสมรภูมิบรรพกาลหรอก” จี้อวี๋ส่ายศีรษะและเอ่ยขัดขึ้น “ยามอาจารย์ทิ้งข้าไว้ในเคหาเมื่อหลายปีก่อน ประการแรกก็เพื่อให้ข้าหาที่หลบภัย ประการที่สองคือเพื่อเลือกศิษย์สืบทอดวิชา ตอนนี้เฉินซีดูแลตัวเองได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้ข้าอยู่ข้างกายอีก”

พูดแล้วจี้อวี๋ก็ยิ้มบางให้เฉินซี “ไม่ต้องห่วง ข้าจะอยู่ที่นี่ ช่วยเจ้าปกป้องตระกูลเฉินดีหรือไม่? แม้ว่ากฎแห่งเต๋าสวรรค์ในโลกรองจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ยังมีที่ให้หลบซ่อน ไม่ต้องกลัวจะถูกศัตรูพบ”

“ท่านอาจารย์ลุง…”

“ผู้อาวุโสจี้อวี๋…”

ศิษย์พี่สามกับเฉินซีพูดขึ้นพร้อมกัน ดูอยากจะพูดอะไรอีก แต่ก็ถูกจี้อวี๋ขัดจังหวะอีกครั้งว่า “ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเจ้าไม่ต้องเกลี้ยกล่อมข้า ข้ากลับเขาเทพพยากรณ์ตอนที่อาจารย์ตามตัวก็ยังไม่สาย”

เฉินซีอ้าปาก แต่ต่อมาก็ปิดปากเงียบ เขาเข้าใจนิสัยจี้อวี๋ดี เมื่อตัดสินใจแล้ว อีกฝ่ายจะไม่กลับคำอีก ดังนั้นให้เขาเกลี้ยกล่อมไปก็ไร้ประโยชน์

ที่สำคัญที่สุดคือเขาไม่อาจหาเหตุผลใดมาจูงใจจี้อวี๋ได้จริง ๆ หรือจะบังคับให้จี้อวี๋ติดตามเขาเข้าสู่สมรภูมิบรรพกาลและถูกศัตรูพบตัวเข้า?

“แต่ท่านอาจารย์ลุง ตั้งแต่อาจารย์ลงจากเขาไปก็ไม่ทราบที่อยู่อีก แทนที่จะรออยู่ที่นี่ ไม่กลับเขาเทพพยากรณ์จะดีกว่าหรือ? มีพี่น้องเราอยู่ด้วย ใครในสามโลกจะกล้าเข้ามาหาเรื่องเล่า?” ศิษย์พี่สามยังไม่ยอมแพ้และเกลี้ยกล่อมต่อ

จี้อวี๋พลันจ้องมองศิษย์พี่สามด้วยสายตาเย็นชา

ศิษย์พี่สามจึงยอมแพ้ทันที แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความเศร้าว่า “ช่างเถอะ ข้าจะกลับเขาเทพพยากรณ์ไปดูว่าศิษย์พี่สูงสุดจะตัดสินใจอย่างไร” ว่าแล้วเขาก็หันหลังหมายจะเดินจากไป

“ประเดี๋ยวก่อน” จี้อวี๋จ้องศิษย์พี่สามและเอ่ยเสียงโกรธขึ้น “คิดจะใช้เวลาก่อนครบหนึ่งก้านธูปนำตัวผู้ช่วยอีกสองมาลากตัวข้าไปหรือ?”

ศิษย์พี่สามพลันชะงักไป สีหน้าดูอับอายอย่างยิ่ง เขาคิดแบบนี้จริง ๆ แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายจับได้

“เอาล่ะ เจ้ามาด้วยความยากลำบาก ส่งต่อพลังอิทธิฤทธิ์ให้ศิษย์น้องเล็กก่อนจากก็ยังไม่สายเกินไปหรอก” จี้อวี๋หันไปยิ้มให้เฉินซีที่อยู่ใกล้ ๆ พลางพูด “ศิษย์พี่สามของเจ้ามีทักษะในการสลักกระดูก มีอัฐิล้ำค่าจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณอยู่มากมาย และพวกมันก็มีพลังอิทธิฤทธิ์แฝงอยู่ ดังนั้นเจ้าอยากเรียนอะไรก็ถามได้เลย”

เมื่อจี้อวี๋พูดเช่นนี้ ศิษย์พี่สามที่อยากจากไปก็ไม่อาจทำได้แล้ว เพราะตอนนี้มีเฉินซีเข้ามาเกี่ยว และในฐานะศิษย์พี่ พบกันครั้งแรก แต่จะจากกันทั้งที่ยังไม่มอบของขวัญก็คงไม่ได้กระมัง?

“ศิษย์น้องเล็กอยากเรียนพลังอิทธิฤทธิ์อะไรล่ะ? ข้าจะเลือกให้เจ้าเอง” ศิษย์พี่สามยิ้ม แต่กลับถอนใจอยู่ภายใน เพราะรู้ว่าไม่อาจพาท่านอาจารย์ลุงจี้อวี๋กลับเขาเทพพยากรณ์ได้

เฉินซีลังเลเล็กน้อย

“เด็กโง่ เขาเป็นศิษย์พี่ของเจ้า พลังบ่มเพาะของเขาสูงกว่าเจ้าไม่รู้เท่าไร จะขอพลังอิทธิฤทธิ์จากเขามันใช่เรื่องน่าอายที่ไหนกัน?” จี้อวี๋ส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ

“ช่างเถอะท่านอาจารย์ลุง อย่าทำให้ศิษย์น้องเล็กลำบากใจเลย ข้าเห็นว่าทักษะการแปรสภาพร่างของศิษย์น้องเล็กใกล้จะบรรลุขอบเขตจุติและหลอมร่างเซียนจุติแล้ว ข้ามีพลังอิทธิฤทธิ์ที่เหมาะกับเขายิ่ง” ว่าแล้ว ศิษย์พี่สามก็นำกระดูกอสูรที่ขาวราวหิมะ ใสดั่งแก้ว ทั้งยังส่องแสงและมีวารีเวียนวนโดยรอบออกมาชิ้นหนึ่ง มันเต็มไปด้วยรอยสลักอันลึกล้ำซับซ้อน ขณะปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง

ครืน!

ทันทีที่กระดูกชิ้นนี้ปรากฏขึ้น อากาศโดยรอบก็ทรุดตัวลงทันที ก่อนจะก่อตัวเป็นกระแสพลังวนแห่งความว่างเปล่าที่ทำเอาใจคนเต้นตุบ

ปราณวิญญาณ น้ำ ไอน้ำ กระทั่งลำแสงโดยรอบล้วนถูกบ่อพลังวนดูดเข้าไป เกิดเป็นเขตสุญญากาศขึ้นมา

มันเกิดจากกลิ่นอายที่ปล่อยออกมาจากกระดูกชิ้นหนึ่งเท่านั้น ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นอสูรร้ายใดที่มีกระดูกน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

“นี่คืออัฐิล้ำค่าชิ้นหนึ่งของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ยุคโบราณ คุนเผิง*[1] ภายในมีเต๋ารู้แจ้งสามอย่างคือ สายฟ้า ดารา และการกลืนกิน ศิษย์น้องเล็ก เจ้าได้มหาเต๋าแห่งดาราและสายฟ้ามาแล้ว เมื่อทำความเข้าใจได้แล้ว ก็จะสามารถบ่มเพาะพลังอิทธิฤทธิ์ก่ออัสนีผสานดารานี้ได้อย่างสมบูรณ์!” ศิษย์พี่สามพูดขณะที่ส่งกระดูกชิ้นนั้นให้แก่เฉินซี

ก่ออัสนีผสานดารา?

เขารับมันมาแล้ว เพิ่งจะลากสายตามอง ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่มันเผยออกมา ราวกับว่าเขาได้เห็นปลาตัวยาวกว่าสองหมื่นลี้กระโจนขึ้นมาจากผิวสมุทร ก่อนจะกลายร่างเป็นปักษายักษ์ที่บินสู่ฟ้า ท่องไปตามเหล่าดาราและจักรวาล

คุนเผิงเป็นปลาในมหาสมุทร และเป็นนกเมื่อมันออกจากมหาสมุทรมา ปีกของมันใหญ่ปิดฟ้า เพราะมันมีขนาดใหญ่หลายหมื่นจั้ง เป็นหนึ่งในสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขามที่สุดในยุคโบราณ!

ก่ออัสนีผสานดาราแท้จริงแล้วมาจากอัฐิล้ำค่าของคุนเผิง มีแก่นมหาเต๋าสามประเภทอยู่ คือดารา สายฟ้า และการกลืนกิน ความน่าเกรงขามของพลังอิทธิฤทธิ์นี้ก็เห็นได้ชัดจากสิ่งนี้

“ก่ออัสนีผสานดารา? ไม่เลวเลยจริง ๆ เป็นพลังอิทธิฤทธิ์สูงสุดโดยแท้ ดูท่าศิษย์พี่สามจะเสียหนักเลยนะคราวนี้” จี้อวี๋ยิ้ม

ศิษย์พี่สามหัวเราะ จากนั้นก็มองไปยังกระดูกนั่นด้วยความไม่เต็มใจพลางสั่งว่า “ศิษย์น้องเล็ก ทำความเข้าใจมันแล้วก็อย่าโยนทิ้งเล่า”

เฉินซีตอบเสียงจริงจัง “ไม่ต้องห่วงศิษย์พี่ เมื่อข้าทำความเข้าใจก่ออัสนีผสานดาราแล้ว ข้าย่อมคืนมันให้ท่านในสภาพเดิมแน่นอนขอรับ”

“ดียิ่ง ดียิ่ง ศิษย์พี่สามของเจ้าอยู่มาทั้งชีวิตแล้ว ชอบร่ำเรียนการสลักกระดูกจนแตกฉาน แต่กลับมีสมบัติอย่างอัฐิล้ำค่าของคุนเผิงอยู่ไม่กี่ชิ้น พูดกันตามจริง หากเป็นคนอื่น ให้มองข้ายังไม่ยอมเลย!” หลังจากได้เฉินซียืนยันแล้ว ศิษย์พี่สามก็ถอนหายใจโล่งอก และหัวเราะอย่างมีความสุข

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซีก็อดรู้สึกชื่นชอบศิษย์พี่สามที่เพิ่งพบหน้าอยู่เล็กน้อยไม่ได้ จากนั้นก็นึกบางอย่างขึ้นได้และกล่าวว่า “ศิษย์พี่สาม ข้าเองก็มีกระดูกสัตว์ร้ายเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไรได้บ้าง ท่านอยากดูหรือไม่?”

“อ้อ ไหนขอข้าดูสักหน่อย” ศิษย์พี่สามชะงักไป จากนั้นก็เอ่ยเสียงสบาย ๆ ออกมา เขาย่อมพูดสบาย ๆ เพราะเท่าที่เขารู้ ตอนนี้พลังบ่มเพาะของศิษย์น้องเล็กยังต่ำเกินไป โลกที่อีกฝ่ายอาศัยอยู่ก็เป็นโลกรอง แล้วเขาจะไปหาสมบัติดี ๆ อะไรได้ล่ะ? ทั้งยังไม่ใช่ว่ากระดูกทุกชิ้นจะเป็นอัฐิล้ำค่าได้ด้วย!

แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมายจะดูถูกเฉินซี แต่มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ทันสังเกตก็เท่านั้น

เฉินซียิ้มและหยิบกระดูกชิ้นแบนออกมาทันที กระดูกนี้เป็นเหมือนหยกชั้นดี มีสีขาวบริสุทธิ์และโปร่งแสง ลูบเบา ๆ แล้วลื่นมือยิ่ง เมื่อถือก็ยังให้ความรู้สึกเย็นสบายมากด้วย

ที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็นรอยสลักกระดูกที่หนาแน่นและมีนับไม่ถ้วนบนผิวของมัน ซึ่งเรียงรายดั่งดาราบนฟากฟ้า ราวกับอักขระยันต์ที่ปรมาจารย์ค่ายกลสลักเองกับมือ เมื่อมันกระพริบไปมา ก็ราวกับจะปล่อยเสียงโบราณที่ฮัมอยู่เป็นเสียงสะท้านถึงวิญญาณ

“เอ๊ะ! นี่มัน…” ตอนที่เขามองมันครั้งแรก สีหน้าผ่อนคลายของศิษย์พี่สามก็พลันหายไป ราวกับมีสายฟ้าฟาดอยู่ในแววตา ปลดปล่อยลำแสงเย็นยะเยือกออกมา!

[1] คุนเผิง สัตว์ในตำนานของจีน สามารแปลงเป็นนกที่มีนามว่า ‘เผิง’ และเปลี่ยนเป็นปลานามว่า ‘คุน’

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 429 ก่ออัสนีผสานดารา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved