cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 363 เฮ่อเหลียนจวิน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 363 เฮ่อเหลียนจวิน
Prev
Next

บทที่ 363 เฮ่อเหลียนจวิน

บทที่ 363 เฮ่อเหลียนจวิน

ภายในโลกแห่งการบ่มเพาะอันกว้างใหญ่ของราชวงศ์ซ่ง นอกเหนือจากชิงซิ่วอี้ จ้าวชิงเหอ หวงฝู่ฉางเทียน เจิ้นหลิวชิง และอัจฉริยะหาตัวจับยากของนิกายใหญ่อื่น ๆ แล้ว ยังมียอดฝีมือรุ่นเยาว์อย่างหลินโม่เซวียน เซียวหลิงเอ๋อร์ ซูเจี้ยนคง อันเชี่ยนอวี้ และหม่านหงที่กำลังมุ่งหน้าไปยังนครหลวงธารสายไหมเช่นกัน

ถึงขนาดที่ว่ามียอดฝีมือรุ่นเยาว์ผู้แข็งแกร่งมากบางคนปรากฏตัวขึ้นจากหุบเขาห่างไกลที่มีเพียงไม่กี่คนที่เท่านั้นที่เคยย่างกรายเข้าไป

พวกเขามีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว นั่นคือเพื่อเข้าร่วมการชุมนุมดาวรุ่ง!

ในช่วงเวลาหนึ่ง นครหลวงธารสายไหมเป็นเหมือนดาวประกายพรึก มีผู้เยี่ยมยุทธ์นับไม่ถ้วนเดินทางมาจากทุกทิศทางด้วยความหวังที่จะเห็นความสง่างามที่ไม่มีใครเทียบได้ของที่แห่งนี้

ท้องฟ้าแจ่มใสปกคลุมไปด้วยเมฆขาวจำนวนมาก

ภายใต้ท้องฟ้าคือที่ราบกว้างใหญ่เขียวขจี บนที่ราบยังมียอดเขาโดดเดี่ยวอยู่สองสามยอดตั้งสูงตระหง่าน

ฟึ่บ!

เงาสีดำที่มีขนาดมหึมาพุ่งผ่านไปด้วยความเร็วมิอาจหาใครเทียบจากบนยอดเขา มันกลั่นการไหลเวียนของอากาศจนเกิดระลอกกระจายตัวออกพร้อมกับเสียงดังปัง แรงระเบิดสั่นสะเทือนภูเขาจนส่งเสียงดังก้องอย่างรุนแรง ดูเหมือนจะไม่อาจทนแรงบีบคั้นได้ มันจึงพังทลายลงด้วยเสียงดังครืน

“ฮ่า ๆ มีเหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์เป็นสัตว์ขี่เช่นนี้ผ่อนคลายนัก ทั่วแผ่นดินซ่งอาจไม่มีอสูรโบราณบินได้ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์เช่นนี้เป็นตัวที่สองอีกแล้ว” คนที่พูดคือชายหนุ่มในชุดสีน้ำตาล คิ้วเขาขมวดแน่น ดวงตาดูดุร้าย กระดูกเขาหนา ใหญ่ ทั้งยังแข็งแกร่งมาก และมีร่างสีดำอยู่ที่เบื้องล่างของเขาคือเหยี่ยวสีดำขนาดใหญ่ที่มีปีกกว้างกว่าสิบจั้ง ขนบนร่างทั้งหมดเป็นสีดำสนิทและมีชั้นเคลือบคล้ายโลหะ มีร่องรอยสายฟ้าสีดำไหลวนแผ่วเบาระหว่างปีกทั้งสองข้าง

แกว้ก!

เสียงร้องของเหยี่ยวที่พุ่งขึ้นสู่สวรรค์ทั้งเก้าดังก้องอยู่บนฟ้า เขย่าชั้นเมฆจนแตกกระจายไปทั่ว

เหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์ตัวนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นอสูรบินได้ดึกดำบรรพ์ มันยังมีทักษะการสู้ที่ดุดันด้วย และที่ล้ำค่าที่สุดคือความเร็วของมัน เพียงอึดใจเดียว มันก็พุ่งเร็วกว่าเสียงได้หลายครั้ง!

ด้วยอสูรบินได้ดังกล่าวเป็นยานพาหนะ ความเร็วของชายหนุ่มคนนี้จึงรวดเร็วไร้ที่ติ แซงหน้าคนอื่นไปทีละคนอย่างรวดเร็ว เมื่อผ่านเรือเหาะสมบัติโบราณที่อยู่ข้างหน้า เขาก็พลันมองไปที่มันราวกับถูกตรึงสายตาไว้

สิ่งที่เขามองเห็นคือบุรุษสองคนและสตรีสามคนที่อยู่บนเรือเหาะสมบัติลำนั้น

ในบรรดาคนเหล่านี้ ชายหนุ่มรูปงามสวมชุดสีฟ้าคือคนเดียวที่คู่ควรให้เขาสนใจ แม้ว่าสายตาของชายหนุ่มจะอบอุ่นและดูไม่ใส่ใจอะไร แต่ภาพที่เขาเห็นนั้นก็ทำให้เขารู้สึกถึงความมุ่งมั่นและดุดันที่ไม่อาจดูถูกได้

หากชายหนุ่มในชุดสีฟ้าทำให้เขารู้สึกกังวลใจ หญิงสาวสามคนที่อยู่ด้านข้างก็ทำเอาเขาลืมหายใจไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือกิริยาท่าทางของพวกนางก็นับว่างามล่มเมืองได้ พวกนางทั้งเย้าและยวนใจ ทั้งงดงามไม่เหมือนใคร หรือจะเย่อหยิ่งเย็นชา และแม้ว่าชายชุดน้ำตาลจะเห็นสาวงามมานักต่อนัก ทว่าใจก็ยังอดเต้นแรงไม่ได้

ฟึ่บ!

เหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์หันกลางอากาศ หยุดลงตรงหน้าเรือเหาะสมบัติ

เมื่อพวกเขาเห็นใครบางคนขวางทางอยู่ เรือเหาะสมบัติก็หยุดลงทันที คนห้าคนบนเรือย่อมเป็นกลุ่มของเฉินซี

“สหายเต๋า ข้ามาจากนิกายอสูรลวงแห่งแดนเถื่อนทางตอนเหนือ มีนามว่าเฮ่อเหลียนจวิน” ชายหนุ่มผู้สวมชุดสีน้ำตาลประสานมือทักทายพลางส่งยิ้มสว่างไสวให้ เผยฟันขาวราวหิมะเรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อย

เฉินซีถาม “สหายเต๋าต้องการอะไรหรือไม่?”

เฮ่อเหลียนจวินหัวเราะเสียงดัง “การพบกันเช่นนี้หมายความว่าเรามีโชคชะตาต้องกัน ข้าเดาว่าทุกคนคงกำลังมุ่งหน้าไปยังนครหลวงธารสายไหมเพื่อเข้าร่วมการชุมนุมดาวรุ่ง บังเอิญว่าข้าก็กำลังจะไปนครหลวงธารสายไหมเช่นกัน เราไม่เดินทางไปด้วยกันเล่า!?”

เฉินซีกล่าวเสียงเฉยเมยว่า “ใต้หล้านี้มีชะตาต้องกันมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร?”

เฮ่อเหลียนจวินหัวเราะเบา ๆ โดยไม่สนใจคำกล่าวนั้น ก่อนจะหันไปมองย่าชิงที่อยู่ข้างเฉินซี จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นว่า “ขอทราบชื่อแม่นางได้หรือไม่?”

ย่าชิงเหลือบมองเขา นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าเจ้าคนนี้มีเจตนาอะไร? นางรู้สึกสนุกอยู่ในใจเล็กน้อย แต่ที่มุมปากกลับเผยแววใจร้อน “ในเมื่อเราชะตาต้องกัน เช่นนั้นก็ให้โชคชะตาตัดสินเถอะ”

เฮ่อเหลียนจวินถูกปิดประตูใส่หน้าหลายคราแต่ก็ยังไม่โกรธเคือง ทั้งยังคงเผยยิ้มบาง “แม่นาง เจ้าไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาก็ไม่เป็นไร เพราะข้าเชื่อว่าเราจะมีโชคชะตาร่วมกันแน่นอน แล้วเจอกันในนครหลวงธารสายไหม”

พูดจบเขาก็กระตุ้นเหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์ที่ขี่อยู่ให้หันหลังกลับและจากไปอย่างไม่ลังเล เขารู้ว่าหากรั้งดึงดันอยู่ตอนนี้คงไม่ดี สุดท้ายแล้ว หากความประทับใจแรกระหว่างบุรุษสตรีออกมาย่ำแย่ อนาคตจะแก้ไขได้ลำบาก

“อ้อใช่ หากพบปัญหาใดระหว่างไปนครหลวงธารสายไหม ก็เอ่ยชื่อข้าไปได้เลย แล้วเจอกัน!” ว่าแล้วเขาก็หายวับไป

“เจ้านั่นคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? หากยังรั้งอยู่อีกอึดใจ ข้าหักขามันทิ้งแน่!” เมื่อหวังเจิ้นเฟิงเห็นเฮ่อเหลียนจวินมีท่าทีหยิ่งยโสยิ่งกว่าเขา ทั้งยังคิดเกี้ยวย่าชิง เขาก็อดขมวดคิ้วและก่นด่าอย่างดุดันไม่ได้

“นิกายอสูรลวงเฮ่อเหลียนจวิน อัจฉริยะในโลกแห่งการบ่มเพาะของดินแดนป่าเถื่อนทางตอนเหนือ หากมาอยู่ในที่ราบตอนกลาง ก็นับว่าเทียบเท่ากับชิงซิ่วอี้และจ้าวชิงเหอได้ ไม่เคยคิดเลยว่าเราจะได้พบเขาที่นี่จริง ๆ” ย่าชิงขมวดคิ้ว

หวังเจิ้นเฟิงตกใจและดูเหมือนจะรู้ว่าเฮ่อเหลียนจวินเป็นใครแล้ว

เฮ่อเหลียนจวิน?

เฉินซีถอนสายตากลับมา เขารู้สึกได้ว่าเฮ่อเหลียนจวินแข็งแกร่งมาก ลมปราณที่แผ่ออกมาทั้งจางและถูกเร้นไว้โดยไม่รั่วไหล ชายคาดเดาได้ว่าความสามารถในการควบคุม รวมถึงพลังปราณของเฮ่อเหลียนจวินบรรลุถึงขั้นสูงแล้ว!

ในสายตาเขา คนผู้นี้เทียบขั้นกับชิงซิ่วอี้ได้ทีเดียว

เฉินซีย่อมรู้เช่นกันว่าชิงซิ่วอี้ในใจเขาคือชิงซิ่วอี้ที่เขาพบในห้วงทะเลทรายมรณะเมื่อสามปีก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่แน่ใจว่าคนผู้นี้จะสามารถต่อกรกับชิงซิ่วอี้ได้จริงหรือไม่

“ไปกันเถอะ” เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ที่เข้าร่วมการชุมนุมดาวรุ่งในนครหลวงธารสายไหมมีมากมายราวกับหมู่เมฆ พวกเขามารวมตัวกันเช่นนั้น เฉินซีจึงเตรียมใจไว้นานแล้ว หากเฮ่อเหลียนจวินเพียงคนเดียวสามารถทำให้เขาตกใจสุด ๆ ได้ เช่นนั้นไปถึงนครหลวงธารสายไหมเขาไม่ตกใจตายไปเลยหรือ?

ทว่ายังไม่ทันได้จากไปไกลก็ได้ยินเสียงเหยี่ยวร้องลั่นฟ้าอยู่ไกล ๆ จากนั้นก็เห็นเฮ่อเหลียนจวินขี่เหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์รุดกลับมา!

“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านี่กัน? หรือเขาไม่ยอมทิ้งเจตนาร้ายและอยากจะฉวยโอกาสกับย่าชิงให้ได้?” หวังเจิ้นเฟิงพึมพำ

“เพ่ย! พูดแบบนั้นได้อย่างไรกัน?” ย่าชิงเหลือบมองอีกฝ่ายที่พูดอะไรพล่อย ๆ ด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

“หืม? เหมือนจะเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นกับอสูรบินของเฮ่อเหลียนจวิน ทุกคนระวังด้วย!” เฉินซีมุ่นคิ้วพลางเอ่ยช้า ๆ

ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง และจึงพบว่าเหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์ดูอารมณ์ไม่ดี มันส่งเสียงร้องไม่หยุด กระพือปีกพั่บ ๆ ราวกับกำลังรีบ กระทั่งเฮ่อเหลียนจวินเองก็ยังควบคุมมันไม่อยู่

“ฮึ่ม! เจ้าเป็นทายาทของอสูรบินได้แห่งบรรพกาล แต่กลับเต็มใจรับใช้อยู่ใต้เท้ามนุษย์! นับว่าทำให้เผ่าเราเสียหน้ากันทั้งหมด รีบมายอมรับความตายเสีย!” ทันใดนั้น สายฟ้าสีแดงเข้มสุดเร่าร้อนก็กรีดผ่านฟ้า ระบายฟ้าให้กลายเป็นสีแดงในพลันราวกับตะวันสีเลือดปรากฏขึ้น

มันคือนกกระจอกสีแดงเพลิงที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับผลึกแก้วที่เปล่งสีแดงจัดและเปลวไฟออกจากร่าง ทันทีที่มันปรากฏกายขึ้น คลื่นความร้อนจากร่างของมันก็กระจายทั่วทิศ ชั้นเมฆรอบข้างพากันละลายหายไป

อสูรบินโบราณ… นกกระจอกเพลิง!

เฉินซีและคนอื่น ๆ หรี่ตาลง เพราะรู้จักเจ้ากระจอกเพลิงนั่นดี มันคือทายาทของอสูรบินโบราณที่มีสายเลือดสูงส่ง ซึ่งสามารถควบคุมมหาเต๋าสูงสุดแห่งไฟและลมได้ มันคือตัวตนที่มีพลังอยู่ในจุดสูงสุดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์บินได้ ด้อยกว่าวิหคเพลิง วิหคเพลิงนภา และปักษาวายุเท่านั้น

แม้ว่านกกระจอกเพลิงตัวนี้จะยังไม่โตเต็มที่ แต่ความแข็งแกร่งของมันก็น่ากลัวนัก ความเร็วของมันเหนือกว่าเหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์สองเท่า ทำให้บินมาขวางหน้าเหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์ได้

“นกกระจอกเพลิงหรือ? เจ้าสัตว์หน้าขนพวกนี้กล้ามาทำสัตว์ขี่ของนายน้อยผู้นี้ตกใจหรือ!” เมื่อเฮ่อเหลียนจวินจ้องให้ดีก็เห็นว่ามันคือนกกระจอกเพลิงที่ทำเอาสัตว์ขี่เขาตกใจ เขาตะโกนลั่นขึ้น ก่อนกระโจนซัดกรงเล็บเข้าใส่มันทันใด

“มนุษย์ เจ้ากล้าดูถูกข้าหรือ? แกตายแน่! ใต้หล้านี้ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้!”

ฟ้าว!

นกกระจอกเพลิงกระพือปีกหลบกรงเล็บ ก่อนจะประชิดถึงตัวเหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์อย่างรวดเร็วราวกับหายตัว จากนั้นจิกจะงอยปากที่เหมือนตะขอเข้าใส่เป้าหมายอย่างรุนแรง

ฉึก!

เหยี่ยวเหล็กอัสนีโลกันตร์นับว่าไร้การป้องกัน บนศีรษะเกิดรูชุ่มเลือดขนาดใหญ่ โลหิตกระจายออกมาพร้อมกับเสียงร้องแหลม ก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะร่วงลงดิน

“ไอ้บัดซบ! เจ้ากล้าสังหารสัตว์ขี่ข้า! ตายเสียเถอะ!” สัตว์ขี่ถูกสังหารในพริบตาเช่นนี้ทำให้นัยน์ตาเฮ่อเหลียนจวินแทบถลน เขาคำรามด้วยเสียงเกรี้ยวโกรธพร้อมกับผมยาวที่ไหวพลิ้วตามแรงลม กลิ่นอายอันน่าสะพรึงพวยพุ่งออกจากร่างพร้อมกับเสียงดัง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่นกกระจอกเพลิงอย่างรวดเร็ว

“คิดว่าข้ากลัวเจ้าหรือ? ข้าออกจากทะเลเพลิงปฐพีเพื่อมาร่วมการชุมนุมดาวรุ่งเพราะอยากประมือกับยอดฝีมือทั่วหล้าอยู่แล้ว เจ้าเหมาะมาเป็นหินลับฝีมือให้ข้าพอดี!” นกกระจอกเพลิงคำรามเสียงเย็นด้วยความดูถูก มันกระพือปีกซ้ำ ๆ ทำให้เปลวไฟกระจายออกและปกคลุมฟ้าดิน รอบกายแต้มสีแดงของเปลวเพลิงจนกลายเป็นเหมือนเตาหลอม

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

เฮ่อเหลียนจวินเป็นยอดฝีมือสุดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในดินแดนป่าเถื่อนทางตอนเหนือ พละกำลังของเขาน่าเกรงขามและดุดันนัก ในขณะที่นกกระจอกเพลิงก็เป็นทายาทอสูรบินโบราณที่ควบคุมมหาเต๋าแห่งลมและไฟ เขาจึงไม่อาจประเมินฝีมือของมันต่ำไปได้

ทันทีที่เข้าห้ำหั่นกัน ฟ้าดินพลันสลัว ภูเขา แนวเขา ธารน้ำ พืชพันธุ์ในระยะร้อยลี้พลันถูกพลังปราณของทั้งสองบดขยี้จนสลายไป ชีวิตชีวาพลันสูญหาย เหลือเพียงซากและความแห้งแล้ง

แสงสีแดงแตะแต้มท้องฟ้า แสงศักดิ์สิทธิ์สองสายเข้าปะทะกัน หากมองจากที่ไกลก็อาจเห็นว่าฟ้าดินโกลาหลไปแล้ว

ทางฝั่งเฉินซีและคนอื่น ๆ ต่างก็สังเกตว่าสถานการณ์ไม่ดีนักและออกห่างไปนานแล้ว

แต่เนื่องจากเร่งรีบและยังต้องพาอวิ๋นน่าและเหยียนเยียนที่มีพละกำลังด้อยกว่าไปด้วย เรือเหาะสมบัติโบราณที่นั่งอยู่จึงมิวายถูกพลังทำลายล้างจากการต่อสู้สลายกลายเป็นผุยผงไป

“ไอ้สองคนนี้มันเลวจริง เพียงประเดี๋ยวเดียวก็กระโจนใส่กัน ไม่คิดถึงเราบ้างเลย!” หวังเจิ้นเฟิงพยายามคงสมดุลร่าง สภาพเขาในตอนนี้จึงดูน่าอับอายเล็กน้อย แล้วเขาก็พึมพำด้วยความไม่พอใจออกมา

“ทะเลเพลิงปฐพีหรือ? นั่นเป็นเขตหวงห้ามของดินแดนป่าเถื่อนทางตอนเหนือนี่ แต่นกกระจอกเพลิงทายาทอสูรบินโบราณนั่นกลับออกมาจากที่นั่นได้ การชุมนุมดาวรุ่งครั้งนี้ต้องน่าตื่นเต้นมากแน่” ย่าชิงอุทานขึ้นหลายครั้งด้วยน้ำเสียงชื่นชม

“นี่ เฉินซีดูทำหน้าแปลก ๆ อยู่นะ” อวิ๋นน่าเก็บสายตาตนกลับมาเงียบ ๆ และหันไปพูดเสียงเบากับคนอื่น ๆ

ทุกคนชะงักไป จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมอง แน่นอนว่าพวกเขาเห็นเฉินซีที่กำลังมองภาพการต่อสู้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่านัยน์ตาใสกระจ่างและอบอุ่นราวกับจะมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่

เหมือนจะกำลังโกรธสุดขีดก็มิปาน!?

เพราะอะไรกัน?

ชิ้ง!

ในตอนที่ทุกคนยังไม่ทันเข้าใจ เสียงกระบี่เย็นยะเยือกก็ดังขึ้นให้ได้ยิน เสียงคำรามยาวที่น่าสะพรึงกลัวราวกับมังกรน้ำแข็งดังก้องบริเวณ พริบตาต่อมา ร่างเฉินซีก็หายไปแล้ว!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 363 เฮ่อเหลียนจวิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved