cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 360 นำหายนะมาสู่ตระกูลอวิ๋น

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 360 นำหายนะมาสู่ตระกูลอวิ๋น
Prev
Next

บทที่ 360 นำหายนะมาสู่ตระกูลอวิ๋น

บทที่ 360 นำหายนะมาสู่ตระกูลอวิ๋น

มารดาของอวิ๋นน่าเป็นเพียงสาวใช้ ดังนั้นหลังจากการตายของนาง ป้ายหลุมศพของนางจึงไม่ได้ถูกวางไว้ที่โถงไว้ทุกข์ของตระกูลอวิ๋น เถ้ากระดูกของนางถูกเก็บไว้ในโถ ก่อนที่จะถูกฝังอยู่ใต้วัชพืชหลังลานเล็ก ๆ ที่ถูกทิ้งร้าง

หลังจากที่กลุ่มของเฉินซีเข้าสู่ตระกูลอวิ๋น พวกเขาก็มุ่งตรงไปยังลานเล็ก ๆ ที่ถูกทิ้งร้างภายใต้การนำของอวิ๋นน่า

“บัดซบ! พวกเจ้าเป็นใคร!”

“ผู้ที่บุกรุกเข้ามาในตระกูลอวิ๋นของข้าจงตายซะ!”

“ช่างกล้าอะไรเช่นนี้! เจ้ากล้าบุกรุกเข้ามาในตระกูลอวิ๋นของข้าและสร้างปัญหาจริงหรือ!?”

ตระกูลอวิ๋นเป็นตระกูลเล็ก ๆ ดังนั้นจึงมีผู้คุ้มกันค่อนข้างน้อย และเนื่องจากกลุ่มของเฉินซีไม่ได้คิดจะปกปิดตัวเอง พวกเขาจึงถูกผู้คุ้มกันที่ได้ยินเสียงตะโกนของคนรับใช้ก่อนหน้านี้เข้าขัดขวางอย่างรวดเร็ว

หัวหน้าผู้คุ้มกันมีนามว่าเฉียนจง เขาเป็นยอดฝีมือของตระกูลอวิ๋น ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับอวิ๋นน่าอยู่แล้ว ทำให้เขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวทันที “เป็นเจ้าเอง นังแพศยา! เจ้ากล้าพาคนอื่นมาบุกรุกจวนจริง ๆ นี่เจ้ายังเกรงกลัวกฎระเบียบเหลืออยู่หรือไม่!”

รอยยิ้มอันเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอวิ๋นน่า และความเกลียดชังในแววตาของนางก็ไม่อาจปกปิดได้ จากนั้นนางก็กล่าวพลางกัดฟันว่า “เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ข้าถูกคนอื่นรังแกหลายต่อหลายครั้ง เหตุใดข้าถึงไม่เห็นเจ้ากล่าวถึงเรื่องกฎระเบียบเลยเล่า? ไม่ต้องกล่าวถึงว่าข้าเป็นสมาชิกของตระกูลอวิ๋น แต่คนที่ไม่มีนามสกุลอวิ๋นอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาถามข้า”

เฉียนจงโกรธจนใบหน้าของเขาเขียวคล้ำ ผมเผ้าและหนวดเคราปลิวไสวขณะที่เขาตะโกนออกมาว่า “จับนาง!”

ผู้คุ้มกันกว่าสิบคนรับคำสั่งด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำก่อนจะพุ่งเข้าหาอวิ๋นน่าพร้อมกับอาวุธหลากหลายชนิดที่อยู่ในมือ

ความสามารถของพวกเขาไม่เลว และบางคนก็อยู่ในขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง เมื่อพวกเขาเคลื่อนตัวออกไปเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งในขณะนี้ การเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นเด็ดขาด เจตนาฆ่าพุ่งออกมาจากพวกเขา และกลิ่นอายของพวกเขาก็ค่อนข้างแข็งแกร่ง

อวิ๋นน่าเป็นเพียงลูกนอกสมรสที่เกิดจากสาวใช้กับผู้นำตระกูลที่เมาไม่ได้สติ เมื่อไม่มีใครในตระกูลอวิ๋นใส่ใจนาง ดังนั้นพวกเขาจึงเคลื่อนไหวโดยไม่ลังเล อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ได้ถือว่านางเป็นคนของตระกูลอวิ๋นมาตั้งแต่ต้น แต่กลับมองว่านางเป็นอาชญากรที่สามารถจัดการได้ตามที่ต้องการ

เมื่อหวังเจิ้นเฟิงเห็นว่าคนเหล่านี้มองข้ามเขา อีกทั้งยังกล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ เขาจึงรู้สึกโกรธขึ้นมาทันทีและกำลังจะจัดการกับไอ้สารเลวกลุ่มนี้อย่างดุเดือด แต่ว่าเขากลับถูกเฉินซีหยุดเอาไว้

“ปล่อยให้นางจัดการเอง” ท่าทางในขณะนี้ของเฉินซีนั้นนิ่งสงบและไม่แยแส แต่ก็เผยให้เห็นความรู้สึกที่แน่วแน่

ทันทีที่เขากล่าวจบ จิตสังหารที่แผ่ออกเป็นบริเวณกว้างและหนาแน่นถึงขีดสุดก็พรั่งพรูออกมา ราวกับมหาสมุทรที่เชี่ยวกรากเข้าปกคลุมฟ้าดิน ทันใดนั้น มันก็ถาโถมเข้าสู่ทุกพื้นที่และเขย่าอากาศจนถึงจุดที่มันแตกกระจายไปทีละนิด

ผู้คุ้มกันกว่าสิบคนที่บุกเข้ามารู้สึกหายใจไม่ออกในขณะที่ร่างกายของพวกเขาแข็งทื่อ และพวกเขาก็หยุดโดยสัญชาตญาณ เช่นเดียวกับดวงตาที่เผยให้เห็นท่าทีที่ไม่อยากเชื่อของพวกเขา

ช่างเป็นจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวเสียนี่กระไร!

ในสายตาของพวกเขา ทิวทัศน์รอบข้างได้เปลี่ยนไป มันกลายเป็นทะเลเลือดและภูเขาซากศพ ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นอายแห่งความตายที่ไร้ขอบเขตก็จู่โจมใส่ใบหน้าของพวกเขา

ในขณะนี้พวกเขาไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอย่างผลีผลาม!

แม้แต่ใบหน้าของเฉียนจงกับคนอื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไปก็กลายเป็นซีดเซียวขณะที่ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้าน และความหวาดกลัวที่ไม่สามารถยับยั้งได้ก็พลันปรากฏขึ้นในหัวใจของพวกเขา

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

ย่าชิง เหยียนเยียน และหวังเจิ้นเฟิงก็ตกใจเช่นกัน พวกเขาจึงถอยกลับไปสองสามก้าวก่อนที่จะรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย

‘คนผู้นี้คงออมพลังไว้ไม่น้อยในงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ เพราะเพียงแค่จิตสังหารก็สามารถทำให้ผู้คนขวัญกระเจิงแล้ว!’ หวังเจิ้นเฟิงรู้สึกตกตะลึงและรู้สึกยินดีมากขึ้นที่ยอมฟังคำพูดของบิดา จนรีบไปขออภัยเฉินซีโดยเร็วที่สุดในวันนี้ มิฉะนั้นเมื่อล่วงเกินศัตรูที่น่าเกรงขามเช่นนี้ เขาคงไม่อาจกินหรือนอนหลับได้อย่างสงบสุขไปตลอดชีวิต

“ขอบคุณ!” มีเพียงอวิ๋นน่าเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบหลังจากสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่านี้ นางรู้ว่าเป็นเฉินซีที่คอยปกป้องนางอยู่ และไม่ว่าอันตรายจะมากน้อยถึงเพียงใด เฉินซีก็จะคอยปกป้องนางอยู่เสมอ

“ลงมือเถอะ ทำลายความข้องใจเหล่านี้ด้วยสองมือของเจ้าเอง แล้วบางทีอารมณ์ของเจ้าอาจจะดีขึ้น” เฉินซีตบไหล่ของอวิ๋นน่า

“ฤดูหนาวเมื่อห้าปีที่แล้ว เจ้า เจ้า และเจ้าตั้งใจที่จะข่มขืนข้า หากข้าไม่ต่อต้านด้วยชีวิต ข้าคงสิ้นลมหายใจด้วยน้ำมือพวกเจ้าทุกคนไปนานแล้ว พวกเจ้าทุกคน… สมควรตาย!” ท่ามกลางเสียงเย็นชาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อวิ๋นน่าถือดาบอันเย็นยะเยือกอยู่ในมือของนาง ในขณะที่นางตวัดมันผ่านคอของผู้คุ้มกันทั้งสามคนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทำให้ศีรษะทั้งสามหัวตกไปที่พื้นพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกมา

“ในคืนนั้นเมื่อเจ็ดปีก่อน พวกเจ้าทั้งสี่คนได้ขโมยสมุนไพรวิญญาณจากคลังสมบัติแต่กลับใส่ร้ายข้า ทำให้ข้าได้รับความอัปยศอดสูไม่รู้จบสิ้น ข้าสาบานในวันนั้นว่าข้าจะชำระชื่อของข้าด้วยเลือดของพวกเจ้าอย่างแน่นอน!” ศีรษะที่เปื้อนเลือดอีกสี่หัวตกลงไปที่พื้นทันที

ความเดือดดาล ความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง และความไม่พอใจที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงอันเย็นชาและเยือกเย็นที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังมีอยู่มากน้อยเพียงใดกันหนอ?

ศีรษะทั้งเจ็ดร่วงลงสู่พื้นในทันที โลหิตแดงก่ำอันร้อนระอุสาดกระจายไปทั่วราวกับน้ำตกที่ไหลรินลงมาจากท้องฟ้า ฉากนองเลือดและโหดเหี้ยมเช่นนี้จะสามารถระบายความแค้นในใจของหญิงสาวได้หรือไม่?

ย่าชิงและเหยียนเยียนต่างก็นิ่งเงียบ

หวังเจิ้นเฟิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก

ทว่าการแสดงออกของเฉินซีกลับไม่ได้แยแสหรือผันผวนแม้แต่น้อย

“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย! เราต้องเอาชีวิตเข้าแลก!” ขณะที่เขามองไปที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนที่ดูเหมือนลูกแกะที่กำลังรอการถูกฆ่าด้วยความเมตตาของผู้อื่น ดวงตาของเฉียนจงเกือบจะถลนออกมาจากเบ้า เขาตะโกนออกมาจึงทำให้ทุกคนที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวได้สติขึ้นมา หลังจากนั้นเขาก็กำกระบี่ในมือแน่น ก่อนจะฟันไปทางอวิ๋นน่า

เจตนาฆ่าของเฉินซีน่ากลัวเกินไป มันทำให้จิตใจของผู้คนสับสนวุ่นวายจนไม่กล้าสู้กับชายหนุ่ม ดังนั้นเขาจึงต้องการจัดการกับอวิ๋นน่าก่อน แล้วเขาจึงจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมาได้

ฟึ่บ!

กระบี่ได้ฉีกผ่านท้องฟ้าอย่างดุดันราวกับน้ำตก เมื่อประกายแสงกระบี่ไหลลงมา มันก็ดูเหมือนกับรุ้งที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า และเผยให้เห็นถึงความสำเร็จอันลึกล้ำในเคล็ดวิชากระบี่ของเฉียนจง

“ไสหัวไปซะ!” ทว่าในพริบตาต่อมา กระบี่ของเฉียนจงก็ถูกฟาดด้วยการฟันด้วยกระบี่เพียงครั้งเดียว และมันก็ร่วงลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงดังเคร้งคร้าง ในขณะที่ตัวคนถูกซัดด้วยการสะบัดแขนเสื้อของเฉินซีจนกระแทกเข้ากับภูเขาจำลอง ก่อนจะกระอักเลือดและเป็นลมหมดสติไป

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา และก่อนที่คนอื่นจะทันได้ตอบสนอง เฉียนจงซึ่งเป็นหัวหน้าผู้คุ้มกันของตระกูลอวิ๋นก็ได้พ่ายแพ้และหมดสติไปแล้ว

“รุมมันเลย!”

“เร็วเข้า! ลงมือพร้อมกัน ตราบใดที่เราชะลอพวกมันได้สักครู่ ผู้นำตระกูลและคนอื่น ๆ จะมาสนับสนุนเราอย่างแน่นอน!”

“ฆ่า!”

ผู้คุ้มกันที่เหลือได้เห็นการเสียชีวิตอย่างน่าอนาถของสหายของพวกเขาและเฉียนจงก็เป็นลมหมดสติอยู่บนพื้น ทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนถึงจุดที่จิตวิญญาณของพวกเขาแทบจะหลุดออกจากร่าง ก่อนที่ความกลัวจะกลายเป็นความบ้าคลั่งและความหวัง …พวกเขาหวังว่าหากปิดล้อมเฉินซีและคนอื่น ๆ ด้วยจำนวนแทน พวกเขาจะรอดชีวิตกลับไปได้!

“ไอ้พวกโง่เขลา!” ทันทีที่เขากล่าวจบ ร่างของเฉินซีก็ได้หายไปแล้ว

เฉินซีเดินเข้าไปในฝูงชนและทุกครั้งที่ยกมือขึ้นตบ คนคนหนึ่งก็จะปลิวกระเด็นออกไป การเคลื่อนไหวของเขาผ่อนคลายและสบาย ๆ ราวกับว่ากำลังเดินเอ้อระเหยอยู่ในลานบ้าน และทุกอย่างก็ดูง่ายดายสำหรับชายหนุ่ม

ในชั่วพริบตา ผู้คุ้มกันทั้งหมดที่เหลืออยู่ก็ร้องคร่ำครวญอยู่บนพื้น

“ถ้าคนเหล่านี้มีคนใดที่ทำให้เจ้าไม่มีความสุขเมื่อหลายปีก่อน ก็จงฆ่าพวกเขาซะ” เฉินซีกลับไปอยู่ที่ข้างกายของอวิ๋นน่าและกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบา

อวิ๋นน่าพยักหน้า จากนั้นนางก็ยกดาบโค้งของนางขึ้นทันทีและเดินไปหาผู้คุ้มกันที่สูญเสียความสามารถในการต่อสู้

ความอัปยศอดสูและความเจ็บปวดที่นางได้รับในตระกูลอวิ๋นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้อย่างเต็มที่ แม้กระทั่งตอนนี้ นางยังคงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยฝันร้ายนับครั้งไม่ถ้วน เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้กลายเป็นฝันร้าย อีกทั้งยังเป็นปีศาจร้ายที่ทรมานจิตใจและร่างกายของนางอยู่ตลอดเวลา แม้ว่านางจะได้รับการปลดปล่อยเล็กน้อยในขณะนี้ แต่มันยังก็ห่างไกลจากความเพียงพอ!

ฟึ่บ!

ดาบโค้งพุ่งผ่านท้องฟ้าราวกับหงส์ที่หวาดกลัวจนบินออกไป ทำให้ผู้คุ้มกันที่อยู่บนพื้นต่างก็หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง

“นังแพศยา! เจ้ากล้าทรมานและฆ่าคนในตระกูลของเจ้าเองจริง ๆ!” ทว่าตอนที่ดาบของอวิ๋นน่ากำลังจะฟันลงไป เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองก็ดังก้องขึ้นมาทันที ร่างกายของอวิ๋นน่าสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ ทำให้นางไม่สามารถโจมตีและฆ่าได้อีกต่อไป

ชายวัยกลางคนผิวขาวที่ดูองอาจและสง่างามค่อย ๆ เดินมาจากระยะไกล ดวงตาที่เป็นประกายของเขาปรากฏความขุ่นเคืองและโกรธแค้นอย่างยิ่ง

มีกลุ่มคนรวมตัวอยู่ทางด้านหลังของชายวัยกลางคนคนนั้น พวกเขาประกอบด้วยชายหนุ่มและหญิงสาวหลายสิบคนและยอดฝีมืออีกหลายสิบคนของตระกูลที่มีท่าทางดุร้าย และพวกเขาก็เข้ามาที่นี่อย่างเป็นระเบียบ

“อวิ๋นชูเฟิง!” ดวงตาของอวิ๋นน่าแสดงถึงความเกลียดชังที่หยั่งรากลึกเมื่อนางเห็นคนคนนั้น และมีร่องรอยความเจ็บปวดจาง ๆ ในดวงตาของนาง ชายคนนี้คือบิดาของนาง แต่เป็นเพราะชายคนนี้เองที่นางต้องทนทุกข์กับความอัปยศอดสูและความยากลำบากตั้งแต่ยังเด็ก

“บัดซบ! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเรียกผู้นำตระกูลด้วยชื่อของเขาโดยตรง? นังแพศยา! หรือว่าเจ้าต้องการที่จะก่อกบฏจริง ๆ?” ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลาโผล่ออกมาจากกลุ่มคน รูปร่างหน้าตาของเขาคล้ายกับอวิ๋นชูเฟิงถึงเจ็ดส่วน และเขายังคล้ายกับอวิ๋นน่าอยู่เล็กน้อย

อวิ๋นน่าจำชายหนุ่มคนนี้ได้ เขาคืออวิ๋นจง บุตรชายคนโตของอวิ๋นชูเฟิงและเป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของตระกูลอวิ๋น หากไตร่ตรองให้ดีแล้ว อวิ๋นจงเป็นพี่ชายร่วมบิดาเดียวกัน แต่ต่างมารดากัน

แต่มีเพียงอวิ๋นน่าเท่านั้นที่รู้ว่า ‘พี่ชาย’ ของนางคนนี้โหดเหี้ยมเพียงใด เขาทั้งเย้ยหยันและทุบตีนางอย่างโหดร้ายเมื่อนางยังเล็ก

“ข้ากลับมาครั้งนี้เพื่อเอาเถ้ากระดูกของมารดาข้ากลับคืนมาเท่านั้น และข้าก็จะฆ่าใครก็ตามที่เสนอหน้ามาหยุดข้า!” อวิ๋นน่าหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่นางกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ข้างหน้าด้วยสายตาเย็นชา นางมองไปที่บิดาและพี่น้องของนาง เปลวไฟแห่งความเกลียดชังในใจของนางยังคงลุกโชนยิ่งกว่าเดิม

“ช่างเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูสูงส่งเสียนี่กระไร ดูเหมือนว่าเจ้าจะฟั่นเฟือนไปแล้วจริง ๆ นังแพศยา!”

“เจ้าฆ่าคนไปมากมาย แต่ก็ยังไม่สำนึกผิดอีก ถ้าเรารู้ว่าวันนี้จะมาถึง เราควรจะกำจัดเจ้าให้เร็วที่สุด!”

“ท่านพ่อ ฆ่านังนี่ซะ ท่านคอยเลี้ยงดูนางมาหลายปี แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเลี้ยงคนเนรคุณบัดซบ นางไม่เพียงไม่รู้วิธีตอบแทนบุญคุณของท่านเท่านั้น แต่นางยังนำหายนะมาสู่ตระกูลอวิ๋นอีกด้วย นางมีความผิดเกินกว่าจะให้อภัยได้!”

ชายหนุ่มและหญิงสาวของตระกูลอวิ๋นกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่องและตั้งใจจะฆ่าอวิ๋นน่าให้จงได้

“พวกเจ้าคิดว่าข้ายังเป็นอวิ๋นน่าเฉกเช่นเมื่อก่อนอยู่อีกหรือ?” อวิ๋นน่ากลับหัวเราะแทน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ นางนั้นดูอ่อนแอและบอบบางในสายตาของคนเหล่านี้ ทำให้นางได้รับความเมตตาจากพวกเขาเหมือนเศษขยะที่ไร้ค่า ดังนั้นการกระทำของพวกเขาในตอนนี้จึงไม่แปลก เพราะพวกเขาปฏิบัติกับนางเช่นนี้มาโดยตลอด!

อวิ๋นน่าเริ่มหัวเราะ หัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ และนางก็หัวเราะอย่างไม่มีเหตุผล แต่เสียงหัวเราะของนางไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย จึงทำให้คนอื่นรู้สึกเย็นยะเยือกและน่าหวาดกลัว

“พูดจาไร้สาระ ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก!” เสียงหัวเราะนี้ทำให้ร่างกายของอวิ๋นชูเฟิงรู้สึกอึดอัด และเขารู้สึกราวกับว่าเสียงหัวเราะนั้นเป็นดั่งการส่งผ่านคำพูดประชดประชันใส่เขาอย่างไร้เสียง ทำให้ใบหน้าของเขามึนตึงขณะที่ตะโกนออกไปทันทีว่า “เนื่องจากเจ้ายังเด็กและโง่เขลา ข้าจะไม่ถือสาเกี่ยวกับเรื่องวันนี้ของเจ้า แต่ข้าจำต้องลงโทษเจ้า ตอนนี้ข้าขอประกาศว่าอวิ๋นน่าไม่เคารพผู้อาวุโสของนางและนำหายนะมาสู่ตระกูล จับตัวนางและทำลายการบ่มเพาะของนางเสีย จากนั้นให้ขับไล่นางออกจากตระกูลอวิ๋น จากนี้นางจะไม่ใช่คนตระกูลอวิ๋นของข้าอีกต่อไป!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…” อวิ๋นน่าหัวเราะจนน้ำตาไหลออกมาเพราะนางรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นน่าหัวเราะเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางก็กลั้นหัวเราะและดวงตาของนางก็กลายเป็นสีแดงก่ำขณะที่กล่าวว่า “ทำลายการบ่มเพาะของข้า? ไล่ข้าออกจากตระกูล? อวิ๋นชูเฟิง เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาทำเช่นนี้?”

“พวกเจ้ามัวยืนอยู่ที่นั่นเพื่ออะไรอีก? จับนางเดี๋ยวนี้!” อวิ๋นชูเฟิงหัวเราะอย่างเย็นชาขณะที่เขาสั่งผู้คนที่อยู่เคียงข้าง และตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็ไม่ใส่ใจคำถามของอวิ๋นน่าเลยสักนิด!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 360 นำหายนะมาสู่ตระกูลอวิ๋น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved