cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 352 การกลับมาพบกันอันสุขสันต์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 352 การกลับมาพบกันอันสุขสันต์
Prev
Next

บทที่ 352 การกลับมาพบกันอันสุขสันต์

บทที่ 352 การกลับมาพบกันอันสุขสันต์

คนกลุ่มนี้ดูโดดเด่นนักยามยืนอยู่นอกประตูทางทิศใต้ของนครอสนีบาต ยิ่งเมื่อได้เห็นชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมปักลาย ผู้บ่มเพาะที่เดินผ่านไปมาทุกคนก็เผยสายตาเคารพให้ได้เห็น

“พูดเบา ๆ หน่อย เจ้าไม่เห็นนายน้อยแห่งจวนจ้าวอัสนีตรงนั้นหรือ?”

“อ๊ะ! เช่นนั้นเขาก็คือหวังเจิ้นเฟิง นายน้อยหวังผู้มีชื่อไปทั่วนครอสนีบาตสินะ?”

“เขาจะเป็นใครได้อีกเล่า? จุ๊ ๆ อยากรู้จังว่าสาวน้อยชุดขาวผู้นั้นเป็นใคร นางกล้ารบกวนให้นายน้อยคอยอยู่เคียงข้างนางตลอดเวลา ข้าคิดว่านางย่อมไม่ธรรมดาแน่”

“ชู่ว! อย่าพูดถึงเรื่องของนายน้อยเลย ไม่เช่นนั้นหากทำให้นายน้อยโกรธเข้า ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากนครอสนีบาตเลย!”

หวังเจิ้นเฟิงยิ้มบางเมื่อได้ยินเสียงผู้บ่มเพาะที่ผ่านไปมาคุยกัน ดูเหมือนเขาจะข่มใจตนไว้และมั่นใจยิ่ง แต่แล้วเขาก็ต้องถอนหายใจเบา ๆ เมื่อมองไปยังหญิงสาวชุดขาวที่อยู่ข้างกาย

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า “แม่นางย่าชิง เจ้ารออยู่ที่นี่มากว่าหนึ่งเดือนแล้ว กลับเรือนข้าไปพักผ่อนสักหน่อยดีหรือไม่? ปล่อยให้ลูกน้องของเจ้ารออยู่ที่นี่ หากมีข่าวก็คงไม่สายเกินมาแจ้งเจ้า”

น่าตกใจนัก หญิงสาวชุดขาวคือย่าชิงแห่งหอขุมทรัพย์สวรรค์นั่นเอง!

ตอนนี้นางกำลังมองไปยังป่าทึบที่อยู่ไกล ๆ ด้วยสีหน้าว่างเปล่าราวกับตกอยู่ในภวังค์ จึงไม่ได้ยินสิ่งที่หวังเจิ้นเฟิงพูด

ความไม่พอใจแวบผ่านนัยน์ตาของชายหนุ่ม ในใจเกิดความไม่พอใจยิ่ง ‘ในฐานะนายน้อยของจวนจ้าวอัสนี ข้ามีฐานะสูงส่ง มีกำลังไม่ธรรมดา ข้าด้อยกว่าเด็กคนนั้นตรงไหนกัน? แต่ไม่ว่าข้าจะพยายามแค่ไหน ย่าชิงก็ดูเหมือนจะไม่เคยสนใจข้าเลย ถึงขนาดที่นางจะไม่ใส่ใจจะพูดอะไรกับข้าเลยด้วยซ้ำ!’

ความสามารถของคนคนนั้นที่ทำให้ย่าชิงรออยู่ที่นี่อย่างขมขื่นและไร้ความรู้สึกมานานกว่าหนึ่งเดือนได้เช่นนี้คืออะไรกันแน่?

คนผู้นั้นมันน่ารังเกียจโดยแท้!

หวังเจิ้นเฟิงรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง ด้วยไม่อาจปกปิดความรู้สึกนั้นไว้จึงอดพูดออกมาไม่ได้ “แม่นางย่าชิง แม้ว่าตำหนักตะวันดำจะยกเลิกการลอบสังหารเด็กคนนั้นไปแล้ว แต่เจ้าก็ควรจะรู้ว่าระหว่างเมืองอีกาคลั่งกับนครอสนีบาตยังมีสถานที่อันตรายอยู่มากมาย ไม่ต้องกล่าวถึงผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางเลย ขนาดผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติยังไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้ ข้าคิดว่าเขาน่าจะโชคร้ายไปแล้วกระมัง เราจะรออยู่ที่นี่ต่อไปเพื่ออะไรอีกเล่า?”

ย่าชิงพลันหันมา สายตาเย็นชาของนางจ้องหวังเจิ้นเฟิงดั่งสายฟ้าฟาด “เจ้าหมายความว่าอะไร? เจ้าแช่งเขาหรือ?”

การถูกตั้งคำถามด้วยท่าทีกดข่มนี้ทำให้เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นในใจของหวังเจิ้นเฟิงยิ่งสุมแรงขึ้น ทว่าเขาก็คลี่ยิ้มแข็งออกมา “ข้าแค่พูดความจริง ในเมื่อแม่นางย่าชิงไม่เต็มใจจะได้ยิน เช่นนั้นข้าจะไม่พูดถึงมันอีก”

ย่าชิงส่งเสียงหึเย็นชาและก็ไม่ได้ใส่ใจนายน้อยไม่เอาถ่านผู้นี้อีก นางรู้ว่าทำไมหวังเจิ้นเฟิงถึงยึดติดกับนางเช่นนี้ นอกจากโลภในความงามของนางแล้ว เขายังพยายามสานสัมพันธ์ระหว่างจวนจ้าวอัสนีและท่านหญิงสุ่ยฮวาผ่านทางนางอีกด้วย

นางถึงขนาดสงสัยว่าหวังเจิ้นเฟิงเข้าหานางเพราะนายท่านแห่งจ้าวอัสนีแนะนำมา

“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่กองคาราวานพ่อค้าของหอขุมทรัพย์สวรรค์ที่มุ่งหน้าไปปราการเดียวดายเพื่อซื้อวัตถุดิบหรอกหรือ? ในเมื่อกลับมาจากปราการเดียวดาย ก็น่าจะได้ข่าวอะไรมาบ้างกระมัง” หนึ่งในผู้เยี่ยมยุทธ์คนหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงพูดออกมา

ย่าชิงเงยหน้าขึ้นมอง แน่นอนว่านางเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเร่งเดินทางมาจากป่าอาถรรพ์

ในขณะเดียวกันนั้น เหยียนเยียนกับเหยียนเฉิงที่อยู่ด้านหน้าก็สังเกตเห็นย่าชิงและคนอื่น ๆ ที่อยู่ ณ ทางเข้าเมืองเช่นกัน ทั้งคู่ไม่กล้าทำตัวหยาบคาย ทิ้งกลุ่มคนไว้และรุดหน้ามายังประตูทางเข้าก่อน

“ข้าน้อยเหยียนเฉิงทำความเคารพแม่นางย่าชิง” หลังจากมาถึงหน้าทางเข้าเมืองแล้ว เหยียนเฉิงก็หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะโค้งคำนับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขารู้ว่าหญิงสาวผู้งดงามคนนี้กุมอำนาจในหอขุมทรัพย์สวรรค์ไว้มากมายแค่ไหน ถึงจะได้รับการยกย่องเป็นนายหน้ารายใหญ่ แต่เขาก็ไม่กล้าล่วงเกินแม่นางท่านนี้เป็นแน่

“กลับมาก็ดีแล้วผู้จัดการเหยียน” ย่าชิงพยักหน้า

“พี่ใหญ่ย่าชิง ท่านมานครอสนีบาตตั้งแต่เมื่อใดกัน? หากบอกข้าล่วงหน้าว่าจะมาที่นี่ ข้าจะได้ไม่ต้องติดตามท่านพ่อไปที่ปราการเดียวดาย” เหยียนเยียนมาถึงข้างกายย่าชิงก่อนจะจับมืออีกฝ่ายไว้และเอ่ยเสียงอบอุ่น ในขณะนี้ นางไร้ซึ่งความเยือกเย็นและความหยิ่งผยอง และเหมือนกับเด็กสาวตัวน้อยที่ติดพี่สาวคนโตแจอย่างไรอย่างนั้น

ย่าชิงยิ้มพลางลูบผมยาวของเหยียนเยียน แต่ไม่ได้พูดอะไร แล้วหันไปถามเหยียนเฉิงแทน “ระหว่างทางมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?”

เหยียนเฉิงชะงักไป จากนั้นก็เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เป็นเพราะแม่นางย่าชิง เราจึงไม่พบอันตรายใดระหว่างทาง”

เป็นเหยียนเยียนที่พึมพำด้วยเสียงตื่นเต้นขึ้นมา “หากพูดถึงเรื่องน่าสนใจก็มีมากมายทีเดียว เราพบกับชายหนุ่มน่าคมทว่าขี้ขลาดคนหนึ่งระหว่างทาง เขาน่ารังเกียจเป็นยิ่งนัก ทำตัวราวกับนายน้อยคนหนึ่ง เอาแต่ปล่อยให้แม่นางคนหนึ่งรับใช้เขาทุกอย่างตลอดการเดินทาง ทว่าตัวเขากลับขี้ขลาดเหมือนหนูตัวหนึ่ง ทุกครั้งที่เราพบอสูรชั่วร้ายก็กลัวจนไม่กล้าออกมา ได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในรถม้าสมบัติ ถือว่าน่าอัปยศอดสูนัก…”

ระหว่างที่พูด เหยียนเยียนก็ลากสายตาไปมอง แต่กลับเห็นว่าย่าชิงราวกับไม่ได้ฟังคำ ทว่ากลับจ้องไปยังที่ไกลด้วยสีหน้าว่างเปล่า

เหยียนเยียนมองไปรอบ ๆ เห็นเฉินซีเดินลงมาจากรถม้าสมบัติ สีหน้านางพลันกลับสู่ความเยือกเย็นหยิ่งผยองอีกครั้ง พลางพูดอย่างรวดเร็วว่า “พี่ใหญ่ย่าชิง ดูเร็วเข้า เขานี่ล่ะคนขี้ขลาดที่ข้าพูดถึง เอ๋ เขากำลังเดินมาที่นี่เสียด้วย… ”

เหยียนเฉิงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่เล็กน้อย สายตาของแม่นางย่าชิงกำลังมองเฉินซีด้วยความ… ดูเหมือนจะตื่นเต้นอยู่เล็กน้อยหรือ? และถึงขนาดที่เบ้าตานางมีสีแดงเรื่อเสียด้วย!

ในขณะเดียวกันนั้น เฉินซีเดินเข้ามาแล้ว โดยมีอวิ๋นน่าติดตามข้างกาย

เมื่อเหยียนเยียนเห็นเฉินซีกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับอวิ๋นน่าที่มีทีท่าราวกับสาวใช้ที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม นางก็โกรธเกรี้ยวนัก โบกมือกล่าวขึ้นว่า “ไม่จำเป็นต้องบอกลาหรอก เจ้ารีบไปเถอะ เราพาเจ้ามาด้วยเพราะอยู่ระหว่างทางพอดีก็เท่านั้น”

แต่นางก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเฉินซีไม่ปรายตามองนางสักนิด แต่กลับเดินเข้าไปหาย่าชิงและเอ่ยเสียงเบาขึ้น “เจ้ามาถึงนครอสนีบาตนานแล้วสินะ”

นัยน์ตางดงามของเหยียนเยียนเบิกกว้าง คนขี้ขลาดผู้นี้รู้จักพี่ย่าชิงหรือ?

“คนเลว!”

ย่าชิงยกกำปั้นเล็กขึ้นทุบหน้าอกเฉินซีโดยแรง เปิดปากด่าไปก็เคี้ยวฟันไป น้ำตาหลั่งไหลดั่งสร้อยมุกขาด พากันไหลรินลงมาตามใบหน้างาม

ท่าทางนางคงจะดูจริงจังเกินไป ทำเอาทุกคนได้แต่ตะลึงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ มีเพียงย่าชิงเท่านั้นที่รู้ซึ้งถึงความหวาดกลัวและความไม่สบายภายในใจตนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เมื่อพบว่าเฉินซีกำลังจะเผชิญหน้ากับกลุ่มตะวันเร้น

นางไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงเป็นเช่นนี้ได้และไม่รู้ว่าเฉินซีกลายเป็นผู้ที่ใจนางคอยห่วงหาตั้งแต่ตอนไหน ที่รู้คือเมื่อเฉินซีที่นางปรารถนาจะได้เห็นมานานได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างปลอดภัยอยู่ตรงหน้า นางก็อยากร้องไห้ออกมาจริง ๆ แม้ว่าจะเตือนตัวเองให้ยับยั้งชั่งใจและอดทนให้มากกว่าเดิม แต่พอเวลานั้นมาถึงจริง นางจะทนกลั้นน้ำตาไว้ได้อย่างไร?

เมื่อเห็นว่าย่าชิงกลายเป็นสาวงามหลั่งน้ำตา นอกจากอึ้งไปแล้ว เฉินซีก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้ พลันก้าวไปเบื้องหน้าและโอบกอดย่าชิงไว้ในอ้อมแขน

เขาไม่ได้พูดอะไรเพราะรู้ว่าสิ่งที่ย่าชิงต้องการมากที่สุดในขณะนี้อาจเป็นอ้อมกอดไร้ความลังเลจากเขาก็เป็นได้

เหยียนเยียนมองภาพนั้นราวกับถูกฟ้าผ่าจนอื้ออึ้งไปทันใด พี่ใหญ่ย่าชิงที่เฉยชากับบุรุษทั้งหลาย กลับถูกไอ้เจ้าคนหน้าคมขี้ขลาดผู้นี้กอดอย่างนั้นหรือ?

ตอนนี้ไม่ว่านางจะหัวทึบแค่ไหน แต่ก็เข้าใจในทันที ‘…ครั้งนี้ข้าอาจจะประเมินผิดไป’

เหยียนเฉิงแอบเหงื่อตก รู้สึกว่าตนโชคดีนักที่ระหว่างทางไม่ได้พูดว่าร้ายเฉินซีไป เขาไม่เคยคิดเลยว่าสหายที่พามาด้วยจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแม่นางย่าชิงเช่นนี้ หากรู้มาก่อน เขาก็อาจให้ความเคารพนบน้อมต่อเฉินซีราวกับเป็นบรรพบุรุษคนหนึ่งไปแล้ว!

ในขณะเดียวกันนั้น พวกผู้คุ้มกันของกองคาราวานก็มาถึงหน้าประตูเมืองเช่นกัน และคนทั้งหมดล้วนตกตะลึงเมื่อเห็นภาพเช่นนี้ พากันอ้าปากค้างขนาดที่ยัดไข่เป็ดลงไปได้

ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนเลยว่าชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ขี้ขลาด ซึ่งเอาแต่พึ่งพาสตรีที่พวกเขาเยาะเย้ยกันอยู่บ่อยครั้งผู้นี้จะมีความสามารถสูงส่งถึงขนาดที่หาญกล้าโอบกอดแม่นางย่าชิงที่มีฐานะสูงเกินเอื้อมได้เช่นนี้!

ทุกคนเอาแต่ตกใจจนไม่ทันเห็นว่าอวิ๋นน่าค่อย ๆ เดินออกมา ทิ้งระยะห่างระหว่างนางกับเฉินซี เมื่อเห็นเฉินซีกอดกับสตรีที่นางไม่คุ้นตา ความรู้สึกขุ่นเคืองระคนเศร้าสร้อยที่ไม่อาจอธิบายได้ก็หลั่งไหลเข้ามาในใจของนาง

ไม่สิ มีคนหนึ่งที่สังเกตเห็น นั่นก็คือนายน้อยหวังแห่งจวนจ้าวอัสนีนั่นเอง ความริษยาพลุ่งพล่านในใจ ขณะที่เปลวไฟแห่งความอิจฉาลุกโชนยามเขาได้เห็นเฉินซีและย่าชิงโอบกอดกัน เขาไม่คิดอยากทำสิ่งอื่นใด เพียงหวังแค่ว่าจะได้ทุบสารเลวนี่ให้ตายแล้วชิงย่าชิงกลับมาข้างกายตน

เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าย่าชิงกลับยืนเคียงเฉินซีด้วยท่าทางดูหลงใหลเขาเช่นนั้น ในใจก็รู้สึกราวกับกลืนแมลงนับหมื่น และได้แต่คร่ำครวญอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ‘สวรรค์โปรด สาวงามทั้งหลายเป็นอะไรไปกันหมด? พวกนางเป็นอะไรไป!?’

หวังเจิ้นเฟิงไม่อาจทนมองภาพตรงหน้าได้ เขากระแอมเสียงแห้งออกมาทันที “แม่นางย่าชิง ในเมื่อเฉินซีมาถึงอย่างปลอดภัยแล้ว เหตุใดไม่กลับเมืองก่อนค่อยพูดคุยกันเล่า?”

ย่าชิงซบศีรษะลงบนอกกว้างของเฉินซี ในใจนางมีความสุขนัก ไม่ปรารถนาสิ่งอื่นใดนอกจากการได้อยู่เช่นนี้ตลอดไป แต่ตอนนี้กลับถูกลากออกจากฝันหวานด้วยน้ำเสียงของหวังเจิ้นเฟิง ทำให้นางอดด่าเขาในใจไม่ได้ ‘ไอ้บัดซบไม่รู้ความนี่!’ จากนั้นนางก็ผละออกจากอ้อมกอดนั้นอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะจัดเสื้อผ้าเสียใหม่ ดูจะเขินอายอยู่เล็กน้อย

“ไปกันเถอะ เข้าเมืองแล้วเราค่อยคุยกัน” พร้อมกันนั้น เฉินซีเองก็ได้ความสงบกลับคืน เพราะหากอยู่ที่นี่ต่อไป เขาจะยิ่งรู้สึกอายเพราะสังเกตเห็นสายตาแปลก ๆ ที่ทุกคนพากันส่งมาให้

“อืม” ย่าชิงฮัมเพลงเล่น มันฟังดูอ่อนโยนนัก เผยให้เห็นความน่ารักอ่อนโยน

“จะมาด้วยกันหรือไม่?” เฉินซีหันกลับไปมองอวิ๋นน่าเพราะรู้สึกว่าหากทิ้งอวิ๋นน่าและจากไปในตอนนี้ก็คงจะดูโหดร้ายเกินไปสักหน่อย

อวิ๋นน่าตกตะลึง นางไม่เคยคิดเลยว่าเฉินซีจะยังจำนางได้ ทำให้นางมึนงงไปหมด เดิมทีนางอยากปฏิเสธ แต่กลับตอบตกลงไปโดยไม่คาดคิด

ย่าชิงเหลือบมองอวิ๋นน่าทว่าไม่ได้พูดอะไร

อวิ๋นน่าลอบมองไปทางย่าชิงเช่นกัน นางเองก็เม้มปากไม่เอ่ยวาจาเช่นกัน

ทั้งสองคนฉลาดมาก และรู้ว่าหากต้อง ‘แข่ง’ กันในตอนนี้จะทำให้เสียภาพลักษณ์ที่มีต่อเฉินซีได้ ซึ่งไม่คุ้มค่ายิ่ง

เส้นเลือดบนหน้าผากหวังเจิ้นเฟิงเต้นตุบเมื่อเห็นภาพนี้ เขารู้สึกว่าเฉินซีเป็นดั่งนายน้อยผู้เป็นศูนย์กลางความสนใจ ในขณะที่ตัวเขากลับกลายเป็นคนผ่านทางที่ไร้ใครสนใจ…

หวังเจิ้นเฟิงหายใจเข้าลึก ๆ พลางระงับความไม่สบายใจเอาไว้ จากนั้นเขาก็ไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนที่แผนการหนึ่งจะผุดขึ้นมา ทำเอาเขาหัวเราะออกมาทันที “ไปกันเถอะ ข้าได้สั่งให้คนรับใช้จัดเตรียมงานเลี้ยงไว้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นข้าได้เชิญผู้มีความสามารถโดดเด่นในกลุ่มคนรุ่นเยาว์มาต้อนรับพี่เฉินกับเราด้วย!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 352 การกลับมาพบกันอันสุขสันต์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved