cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 348 ออกเดินทางสู่นครอสนีบาต

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 348 ออกเดินทางสู่นครอสนีบาต
Prev
Next

บทที่ 348 ออกเดินทางสู่นครอสนีบาต

บทที่ 348 ออกเดินทางสู่นครอสนีบาต

หญิงสาวที่มีผมยาวเป็นลอนสีแดงคนนี้ก็คืออวิ๋นน่านั่นเอง เมื่อนางได้ยินคำเตือนที่แสดงการคุกคามอย่างมากของเหยียนเยียน แม้ว่าในใจของนางจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่นางก็ยังพยักหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แน่นอน แน่นอน”

ไม่กี่วันก่อน เมื่อเฉินซีตัดสินใจจะออกเดินทางไปยังนครอสนีบาตกับตน นางก็จำมันไว้ในใจ กอปรกับกองคาราวานพ่อค้าของหอขุมทรัพย์สวรรค์ได้เข้ามายังปราการในวันนี้ ดังนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะติดตามกองคาราวานพ่อค้าไปทันที เนื่องจากการเดินทางกับพวกเขาจะปลอดภัยกว่าเล็กน้อย

อย่างไรก็ดี ระยะทางระหว่างปราการเดียวดายกับนครอสนีบาตก็มีระยะทางไกลถึงสองแสนห้าหมื่นลี้ อีกทั้งเส้นทางนี้ยังเต็มไปด้วยอันตรายและสัตว์ร้ายมากมาย ดังนั้นการติดตามกองคาราวานพ่อค้าของหอขุมทรัพย์สวรรค์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อนางเห็นท่าทางเคารพและยอมจำนนของอวิ๋นน่า สีหน้าของเหยียนเยียนก็ผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก และนางก็เชิดคางขึ้นเล็กน้อยขณะที่กล่าวอย่างเฉยเมยว่า “เราจะจากไปในไม่ช้า เจ้าควรรีบตามสหายของเจ้ามาเสียดีกว่า เพราะเราจะไม่รอใครอีกต่อไป”

ทันทีที่นางกล่าวจบ เหยียนเยียนก็ได้ทิ้งภาพลักษณ์ที่หยิ่งยโส สันโดษ และสง่างามของนางไว้ให้กับอวิ๋นน่า

แต่อวิ๋นน่าไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยสักนิด นางเป็นเพียงผู้บ่มเพาะจากตระกูลเล็ก ๆ และนางย่อมไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับสมาชิกของหอขุมทรัพย์สวรรค์ ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงหญิงสาวผู้เย่อหยิ่งและสันโดษที่เป็นลูกสาวของนายหน้ารายใหญ่ ผู้มีสถานะเป็นที่นับถือของผู้คนและห่างไกลจากคนที่นางจะสามารถล่วงเกินได้

“ผ่านไปสิบกว่าวันแล้ว เหตุใดผู้อาวุโสถึงยังไม่ออกมาอีกนะ?” อวิ๋นน่าเงยหน้าขึ้นและมองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิทขณะที่คิ้วขมวดเล็กน้อยด้วยความลังเล เนื่องจากนางสงสัยว่าการเคาะประตูห้องในตอนนี้จะเป็นการรบกวนเฉินซีหรือไม่?

ในขณะเดียวกัน วัตถุดิบได้ถูกซื้อไปเกือบหมดและผู้คุ้มกันของกองคาราวานพ่อค้าแห่งหอขุมทรัพย์สวรรค์ก็กำลังเก็บกวาดและพร้อมจะออกเดินทางเพื่อกลับไปยังนครอสนีบาตในทันที

“ท่านพ่อ ท่านตั้งใจจะพาคนแปลกหน้าสองคนนี้ไปด้วยจริง ๆ หรือ?” เหยียนเยียนที่อยู่ใกล้เคียงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ปราการเดียวดายมีทั้งผู้บ่มเพาะที่มีเจตนาดีและเจตนามุ่งร้าย ดังนั้นมันจะไม่มีทางขาดโจรใจอำมหิตและเหี้ยมโหดแม้แต่คนเดียว แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าพวกเขา…”

“นางก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แล้วจะมีอันตรายอะไร? อีกทั้งมันยังเป็นความคิดที่ไม่เลวที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน” เหยียนเฉิงโบกมือและถอนหายใจ “มันไม่ง่ายเลยสำหรับใครก็ตามที่ต้องจากบ้านมา จงช่วยพวกเขาเถอะถ้าเราทำได้ ตราบใดที่พวกเขาไม่ขัดขวางการเดินทางของเรา มันก็ไม่เป็นไรหรอก”

เหยียนเยียนเม้มริมฝีปากสีแดงสดของนางก่อนจะหันกลับมา และอดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างเย็นชาเมื่อเห็นอวิ๋นน่ายังคงมีสีหน้างุนงง “สหายของเจ้าหยิ่งยโสจริง ๆ เขาต้องรอจนกว่าเราจะจากไป ก่อนที่เขาจะปรากฏตัวหรือ?”

“เอ่อ ข้าจะไปตามเขา” อวิ๋นน่าตกตะลึงและไม่กล้าลังเลอีกต่อไป นางกัดฟันก่อนจะเดินไปที่บันได แต่นางก็รู้สึกกังวลและหวาดกลัวอยู่ในใจ แต่นางก็ทำได้แค่ปลอบใจตัวเอง “ในที่สุดกองคาราวพ่อค้าของหอขุมทรัพย์สวรรค์ก็มาถึง และเราจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปไม่ได้ ในเมื่อเขารู้เหตุผลแล้ว ผู้อาวุโสคงจะไม่โกรธข้า…”

เหยียนเฉิงส่ายศีรษะเมื่อเห็นสิ่งนี้ ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า “เจ้าควรเปลี่ยนนิสัยนี้ของเจ้า มันจะทำให้คนอื่นขุ่นเคืองได้ง่ายเอานะ”

เหยียนเยียนรวบผมสีดำไว้ที่ข้างหลังหูของนางและกล่าวโดยไม่กังวลเลยสักนิดว่า “ข้าไม่มีวันเปลี่ยนมันได้”

เหยียนเฉิงส่ายศีรษะอีกครั้งแต่ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ

…

โอม!

เสียงหอนที่ไพเราะและชัดเจนซึ่งเหมือนกับเสียงของธรรมชาติดังกึกก้องภายในห้องขัดเกลาศัสตรา

ดวงตาของเฉินซีเผยให้เห็นถึงร่องรอยแห่งความสุข ขณะที่ตรวจสอบยันต์ศัสตราในมือของเขา ยันต์ศัสตราที่ได้รับการขัดเกลาอีกครั้งมีความยาวสี่ฉื่อและกว้างสามชุ่น สันกระบี่หนักแน่นเหมือนภูเขา ใบมีดคมกริบและไม่มันวาว มันดูเหมือนว่าจะเรียบง่ายและโบราณมากกว่าเดิม ซึ่งเผยให้เห็นถึงความรู้สึกของการกลับคืนสู่ความเรียบง่ายอย่างชัดเจน

มันดูธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่มีเพียงเฉินซีเท่านั้นที่รู้ว่ายันต์ศัสตรานี้ได้รับการขัดเกลาอย่างมากแล้ว นอกจากนี้มันยังมีความคมกริบอย่างหาที่เปรียบไม่ได้และสามารถเทียบกับสมบัติวิเศษระดับสวรรค์ทั้งหมดได้ ดังนั้นเมื่อเขาเข้าร่วมการชุมนุมดาวรุ่ง มันย่อมทำให้เขาไม่ต้องกังวลว่าคู่ต่อสู้จะกดดันตนด้วยสมบัติวิเศษที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าได้

หลังจากตรวจสอบอย่างระมัดระวังแล้ว เฉินซีก็เก็บยันต์ศัสตราทันที จากนั้นก็ลุกยืนขึ้นและเขาก็ไปอาบน้ำอุ่นให้สบายตัว ความรู้สึกสดชื่นที่ไหลผ่านทั่วร่างกายของชายหนุ่ม ทำให้จิตวิญญาณของเขาเบิกบาน และเขาก็ไม่ได้ชักช้าอีกต่อไป ก่อนที่จะผลักประตูเพื่อออกไป

“อ๊ะ! ผู้อาวุโส ท่านออกมาจากการปิดด่านบ่มเพาะแล้วหรือเจ้าคะ?” อวิ๋นน่าเพิ่งเดินไปที่บันไดและก่อนที่จะขึ้นบันไดนั้น นางก็สังเกตเห็นเฉินซีเดินออกจากห้อง ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะกล่าวด้วยความประหลาดใจ

หลังจากใช้เวลากว่าสิบวัน ในที่สุดเขาสามารถยกระดับคุณภาพของยันต์ศัสตราไปได้อีกขั้นหนึ่ง

ซึ่งทำให้เฉินซีอารมณ์ดีเป็นอย่างมากและพยักหน้าให้นางพร้อมด้วยรอยยิ้ม

อวิ๋นน่าตกตะลึง และตอนนี้เองที่นางเพิ่งจะสังเกตว่าเฉินซีดูเหมือนกลายเป็นคนละคน เพราะก่อนหน้านี้เขาเหมือนกับขอทานสกปรกที่สวมผ้าเสื้อขาดวิ่นและมีแต่คราบเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่ว แต่ในตอนนี้เขาสวมเสื้อผ้าสีฟ้าที่ดูสะอาดสะอ้านและเรียบร้อย เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาที่ลึกล้ำราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนอันลึกลับ และผมที่ยาวถึงเอวก็ถูกมัดรวบไว้อย่างหลวม ๆ ประกอบกับรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขา จึงทำให้เขาดูโดดเด่นและไม่ธรรมดา

“ปรากฏว่าชายคนนี้ไม่เพียงแต่ยังหนุ่มเท่านั้น รูปร่างหน้าตาของเขายังหล่อเหลาอีกด้วย… เดี๋ยวนะ! เขา เขา…ยิ้มให้กับข้าจริง ๆ หรือ?”

“สวรรค์!”

“นักฆ่าเลือดเย็นไร้อารมณ์ที่ฆ่าผู้คนโดยไม่กะพริบตานั่น กลับรู้วิธียิ้มเช่นนี้ด้วยหรือ?”

หัวใจของอวิ๋นน่าเต้นไม่เป็นจังหวะและมีความรู้สึกแปลก ๆ ผุดขึ้นในหัวใจของนาง ซึ่งทำให้ใบหน้าที่งดงามของนางกลายเป็นสีแดงก่ำ นางจึงก้มหัวลงโดยไม่รู้ตัวและไม่กล้าสบตาของเฉินซีที่จ้องมาทางตน

ความเขินอายที่นางแสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจนั้นทำให้ลูกตาของผู้คนที่อยู่ในห้องโถงแทบจะหลุดออกจากเบ้า “หญิงสาวผู้มากด้วยเสน่ห์ที่เย้ายวนคนนี้เขินอายจริงหรือ?”

“มีอะไรผิดปกติหรือ?” เฉินซีเดินลงบันไดและมองไปที่อวิ๋นน่าด้วยท่าทางงุนงง

อวิ๋นน่าตกใจและได้สติในทันที ก่อนที่นางจะกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะว่า “ไม่มีอะไร อ้อ ข้าแค่กำลังมองหาท่านน่ะ” ขณะที่นางกล่าว นางยังคงบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องที่ตั้งใจจะออกไปพร้อมกับกองคาราวานพ่อค้าจากหอขุมทรัพย์สวรรค์

หลังจากที่นางกล่าวจบ อวิ๋นน่าก็ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงความรู้สึกวิตกกังวลและหวาดกลัวได้ ซึ่งนางกังวลว่าเฉินซีจะตำหนิที่นางตัดสินใจโดยพลการในนามของเขา

แต่โดยไม่คาดคิด เฉินซีเพียงพยักหน้าและกล่าวอย่างสบาย ๆ ว่า “เอาล่ะ เราจะไปด้วยกัน”

อวิ๋นน่าถอนหายใจด้วยความโล่งอกในทันที และจากนั้นนางก็กล่าวอย่างเร่งรีบว่า “พวกเขากำลังจัดระเบียบสินค้าใหม่ที่ด้านนอกของปราการเดียวดาย เรารีบไปรวมกับพวกเขากันเถอะ”

เมื่อเฉินซีเพิ่งเดินออกจากปราการเดียวดาย ขณะที่เดินตามหลังอวิ๋นน่าไป เฉินซีก็เห็นหญิงสาวในชุดขาวมองมาที่เขาอย่างเย็นชา และดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความระแวดระวังเล็กน้อย

เขาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ก่อนจะถามอวิ๋นน่าที่อยู่เคียงข้างด้วยความประหลาดใจ “เกิดอันใดขึ้น?”

อวิ๋นน่าลังเลที่จะกล่าวเล็กน้อย ขณะที่นางอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จากนั้นนางก็ส่งเสียงอย่างระมัดระวังและกล่าวว่า “พวกคุณหนูใหญ่เช่นนางล้วนมีอารมณ์เช่นนี้ ท่านไม่ต้องลดตัวให้อยู่ในระดับเดียวกับนางหรอก”

เฉินซียิ้มและไม่กล่าวอะไรอีก

“พวกเจ้ายังยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อสิ่งใดอีก? เราจะไปกันแล้ว!” เหยียนเยียนขมวดคิ้วขณะที่นางจ้องมองที่เฉินซีและอวิ๋นน่า จากนั้นนางก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าขอเตือนเจ้าทั้งคู่อีกครั้ง อย่าคิดเล่นตุกติก มิฉะนั้นเจ้าจะเดือดร้อน”

อวิ๋นน่าพยักหน้า จากนั้นนางก็กล่าวกับเฉินซีด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “ท่านจะไม่โกรธใช่ไหม”

เฉินซีส่ายศีรษะและกล่าวว่า “มันไม่ควรค่า”

อวิ๋นน่าตบหน้าอกของนางและกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใสว่า “ค่อยยังชั่ว ข้ากลัวว่าท่านจะทนไม่ได้จริง ๆ”

เฉินซีหัวเราะเบา ๆ “อารมณ์ของข้าแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?’

อวิ๋นน่าส่ายศีรษะและพึมพำในใจว่า ‘ถ้าอารมณ์ของท่านดีนัก ท่านคงไม่ทำลายล้างกลุ่มโจรแร้งพเนจรและยอดฝีมือขอบเขตจุติคนนั้นคงไม่ถูกท่านตบอย่างรุนแรงถึงสิบครั้งก่อนที่จะถูกโยนลงมาจากชั้นสาม…’

กองคาราวานพ่อค้าของหอขุมทรัพย์สวรรค์จากไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากเหยียนเฉิงและเหยียนเยียนแล้ว กองคาราวานนี้มีผู้คุ้มกันถึงหกสิบคน พวกเขาล้วนมีฐานการบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง ซึ่งมากด้วยไปความสามารถและพลังของพวกเขาก็ค่อนแข็งแกร่ง

แม้ว่าเหยียนเยียนจะไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่นางก็ไม่กล้าขัดความตั้งใจของเหยียนเฉิงผู้เป็นบิดาของนาง นางจึงจัดรถม้าสมบัติให้แก่เฉินซีและอวิ๋นน่า ในขณะนี้ เฉินซีกำลังนั่งอยู่ในรถม้าสมบัติขณะที่เขาสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างรอบคอบ แล้วเขาก็สามารถแยกแยะได้ว่า กองคาราวานพ่อค้ากลุ่มนี้จะต้องเคยเดินทางผ่านเส้นทางนี้มามากกว่าหนึ่งครั้ง ทำให้คนพวกนี้เดินทางได้อย่างสะดวกสบายและไม่ค่อยพบกับอันตรายในระหว่างทางมากนัก

แต่สิ่งที่ทำให้เฉินซีอยากรู้ก็คือ สีหน้าของผู้คุ้มกันเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผ่อนคลายเลย อีกทั้งยังเผยให้เห็นสีหน้าที่หนักอึ้ง ราวกับว่าพวกเขากำลังระแวดระวังอะไรบางอย่าง ทำให้คนกลุ่มนี้ดูผิดปกติเล็กน้อย

“ไม่น่าแปลกใจเลย ดูเหมือนว่ากองคาราวพ่อค้ากลุ่มนี้จะตกเป็นเป้าหมายของบางสิ่ง…” สายตาของเฉินซีเหลือบมองไปยังป่าที่ห่างไกลอย่างไม่ตั้งใจ ขณะที่เขารู้สึกได้ราง ๆ ว่ามีบางอย่างติดตามอยู่ที่เบื้องหลังของกองคาราวานกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง

“ฮ่า ๆ น้องชาย เจ้าดื่มหรือเปล่า” ขณะที่เฉินซีกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะดังออกมา เมื่อเขามองออกไป เฉินซีก็เห็นเหยียนเฉิงผู้เป็นหัวหน้ากองคาราวานพ่อค้านี้ กำลังถือน้ำเต้าสีเขียวพร้อมกับยื่นมาทางเขา

“ขอบคุณ” เฉินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม และวางตัวดั่งคนเคยรู้จักกัน ก่อนจะยื่นมือออกไปหยิบน้ำเต้าสีเขียว จากนั้นยกมันกรอกใส่ปากสองอึกและลิ้มรสของมันอยู่ชั่วครู่ จากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะชมเชย “สุราชั้นเลิศ! มันคงถูกฝังไว้หลายปีแล้วใช่หรือไม่?”

ร่องรอยของความชื่นชมปรากฏขึ้นในดวงตาของเหยียนเฉิง ขณะที่เขาหัวเราะเสียงดัง “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าน้องชายจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับสุราไม่น้อย” เขาหยุดชั่วครู่และถอนหายใจออกมา “อนิจจา หากพวกเราไม่เผชิญกับวิกฤต ข้าคงดื่มกับเจ้าให้สาแก่ใจเป็นแน่ แต่ข้าขอบอกตามตรง กองคาราวานพ่อค้าของเรานั้นได้ก่อปัญหาครั้งใหญ่เอาไว้ ซึ่งบุตรสาวของข้าก็กังวลว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะตกที่นั่งลำบากเพียงเพราะตามเรามา ดังนั้น…”

เฉินซีพยักหน้า “ข้าเข้าใจ”

เหยียนเฉิงยิ้ม “ดีแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อเตือนพวกเจ้าว่าหากพบภัยระหว่างทางให้รีบหลีกหนีหากทำได้และต้องคอยระมัดระวังตัวให้ดี เอาล่ะ อย่าได้ลังเลที่จะบอกข้า ถ้าเจ้าทั้งคู่ต้องการอะไร ตราบใดที่ข้าสามารถทำให้ได้ ข้าจะช่วยเจ้าทั้งสองคนอย่างแน่นอน” เหยียนเฉิงจากไปทันทีที่เขากล่าวจบ

“ผู้นำคนนี้เป็นคนดี” อวิ๋นน่าที่อยู่ใกล้เคียงกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบ่า

“แน่นอน เขาเป็นพ่อค้าและพวกเขาทุกคนล้วนเป็นเลิศในการติดต่อกับผู้คน” เฉินซีกล่าวอย่างครุ่นคิด

“เขาคงไม่อยากขอให้ท่านช่วยจัดการกับปัญหาใช่ไหม?” ดวงตาของอวิ๋นน่าเป็นประกายขณะที่นางถามด้วยความประหลาดใจ

เฉินซีไม่ได้ตอบเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยออกมา เนื่องจากเขาก็ไม่แน่ใจอยู่เช่นกัน แต่ไม่ว่าเหยียนเฉิงจะมีความตั้งใจเช่นนี้หรือไม่ ตราบใดที่ปัญหาที่พวกเขาพบระหว่างทางลุกลามมาถึงเขาละก็ เขาก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือ

ครืนนนน!

หลังจากไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใด จู่ ๆ พื้นก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทำให้รถม้าสมบัติโคลงเคลงเบา ๆ

“บัดซบ! มันคือฝูงหนอนเขาโลหิต!” เสียงร้องตกใจดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน จากนั้นเฉินซีก็ผลักหน้าต่างที่ด้านข้างของรถม้าสมบัติให้เปิดออก ก่อนที่จะมองออกไป

พื้นดินที่อยู่เบื้องหน้าของกองคาราวานพ่อค้านั้นจู่ ๆ ก็ยุบตัวลง จึงเผยให้เห็นสัตว์อสูรมากมายที่เหมือนกับไส้เดือน แต่พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าไส้เดือนและมีจำนวนนับไม่ถ้วนได้เจาะออกมาจากพื้นดิน ลำตัวของพวกมันหนาเหมือนถังน้ำ มีตะขอกลับด้านอยู่ทั่วตัว และพวกมันมีเขาเลือดแหลมที่หนาเหมือนนิ้วหัวแม่มืออยู่ที่ด้านบนของศีรษะ ซึ่งเสียงดังกึกก้องที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจากหนอนหนอนเขาโลหิตที่ทำลายพื้นนั่นเอง!

ความแข็งแกร่งของหนอนเขาโลหิตที่โตเต็มวัยสามารถเทียบได้กับผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำขั้นสมบูรณ์ แต่มันเป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่เป็นฝูงและมีจำนวนนับพัน ดังนั้นเมื่อพวกมันเคลื่อนไหว จึงทำให้แม้แต่ผู้บ่มเพาะระดับขอบเขตแกนทองคำหยินหยางยังต้องเผชิญกับความเป็นความตายหากตกอยู่ในวงล้อมของพวกมัน

และภาพตรงหน้าขณะนี้สามารถบ่งบอกได้อย่างไม่ต้องสงสัย …ว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับฝูงหนอนโลหิตที่ขวางทางพวกเขาอยู่!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 348 ออกเดินทางสู่นครอสนีบาต"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved