cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 340 ภูตผีแห่งพงไพร

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 340 ภูตผีแห่งพงไพร
Prev
Next

บทที่ 340 ภูตผีแห่งพงไพร

บทที่ 340 ภูตผีแห่งพงไพร

เปลวไฟพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือป่าทมิฬ ขณะที่พลังน่าสะพรึงไหลเวียนอย่างโกลาหล มันคำรามเสียง และพุ่งออกไป ทำเอาบรรยากาศโดยรอบแตกเป็นเสี่ยง ๆ เกิดความวุ่นวาย พละกำลังน่ากลัวนัก

ยันต์เลิศล้ำขั้นสูงเพียงชิ้นเดียวเทียบได้กับการโจมตีเต็มกำลังของผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นสูงได้เลยทีเดียว

แต่มันไม่ใช่ยันต์เลิศล้ำขั้นสูงเพียงชิ้นเดียว แต่เป็นเจ็ดชิ้นต่างหาก! ยันต์เลิศล้ำขั้นสูงทั้งเจ็ดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเฉินซี มันคือยันต์ทะเลบุปผาเพลิง ยันต์วิมานวารีจันทร์ ยันต์พลังชีวิตพฤกษาคราม ยันต์ทหารสวรรค์เกราะทอง ยันต์นภาปฐพีสะเทือนสวรรค์ ยันต์อัสนีเงิน และยันต์เจ็ดดาราแห่งดาวไถตามลำดับ

ยันต์เลิศล้ำขั้นสูงห้าแผ่นแรกมีมหาเต๋าแห่งไฟ น้ำ ไม้ โลหะ และดินอยู่ตามลำดับ ทุกแผ่นล้วนเป็นยันต์เลิศล้ำเพื่อใช้โจมตีและฆ่าสังหาร

แต่ยันต์อัสนีเงินเป็นยันต์เลิศล้ำที่เสริมพลังการโจมตี เมื่อรวมกับยันต์เลิศล้ำทั้งห้าธาตุแล้ว ก็จะสามารถปล่อยการโจมตีสายฟ้าห้าธาตุที่มีพลังอันน่าผวาออกมาได้

ส่วนชิ้นสุดท้ายก็คือยันต์เลิศล้ำเจ็ดดาราแห่งดาวไถ มันสามารถปลดปล่อยค่ายกลกับดัก ซึ่งจะสร้างกรงขึ้นมาโดยมีเจ็ดดาราปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้ เพื่อไม่ให้ศัตรูหลบหนีไปได้

เมื่อใช้ยันต์เจ็ดประเภทนี้พร้อมกัน พวกมันก็ทำได้ทั้งโจมตีและกักขังศัตรูไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวที่มันสร้างจึงเหนือกว่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นสูงเจ็ดคนเสียอีก และยังเปรียบได้กับพลังทำลายล้างของผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติทีเดียว

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นนานกว่าเกือบหนึ่งเค่อก่อนจะเงียบไป

ต้นไม้โบราณที่เขียวขจีและอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ภายในพื้นที่สิบลี้พลันกลายเป็นเถ้าถ่านลอยขึ้นฟ้า พื้นดินเกิดหลุมจำนวนมากที่ยังคงปล่อยควันออกมา สภาพน่าอนาถนัก

“พวกเจ้าไปไหนกัน? หายไปไหนกันหมดวะเนี่ย?” พรางเวหากวาดสายตาไปรอบ ๆ เมื่อไม่เห็นเงาลูกน้องแม้แต่คนเดียว จึงอดรู้สึกตื่นตระหนกในใจไม่ได้ ก่อนจะร้องคำรามออกมา

เสียงตะโกนแหบแห้งของเขาดังก้องฟ้าดิน ทว่ากลับไร้เสียงใดตอบกลับทำเอาพรางเวหาใจหล่นวูบ

‘ลูกน้องทั้งหมดของข้าทั้งหมดห้าสิบคน… ตายกันหมดแล้วจริงหรือ!?’

เขาไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นความจริง!

เหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่ไม่คาดคิดนี้ทำเอาเขาแทบคลั่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้ปฏิบัติภารกิจมานับไม่ถ้วน ทว่านี่เป็นครั้งเดียวที่ทำให้รู้สึกหดหู่เช่นตอนนี้ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นภารกิจเดียวที่ทำให้ตนต้องเสียผู้ใต้บังคับบัญชามากความสามารถไปมากที่สุดถึงห้าสิบคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน

สิ่งที่ทำให้เขาเศร้าโศกและขุ่นเคืองใจมากที่สุดคือจนถึงตอนนี้ …เขายังไม่เห็นแม้แต่เงาของศัตรูเลย!

ร้ายกาจจริง!

ไม่สิ!

เจ้านี่ร้ายกาจและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าปีศาจนับร้อยเท่า!

พรางเวหาโกรธจนกัดฟันแทบป่น เขาอยากจะสู้กับเฉินซีให้สาแก่ใจไปเสียเลย ถึงจะต้องตาย แต่ก็ไม่เต็มใจที่จะต้องถูกกักขังไว้ในกับดักที่ถูกวางไว้อย่างชั่วร้ายมานานแล้วพวกนั้นหรอก

ตอนนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจความรู้สึกก่อนตายของจิ้งจอกแดงและกุหลาบแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีความชำนาญในศาสตร์การวางแผนและกับดักเช่นนี้ ไม่ว่าจะมีกองกำลังกี่คนหรือมีพละกำลังน่าเกรงขามแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ เพราะตั้งแต่ต้นจนจบ ศัตรูของก็ไม่คิดจะต่อสู้กับพวกเขาอยู่แล้ว!

พรางเวหาไม่ได้สังเกตเลยว่าดวงตาคู่หนึ่งใต้ร่มภูเขาที่อยู่ใกล้เคียงกำลังจ้องมองเขาเขม็ง

คนผู้นั้นย่อมเป็นเฉินซี ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่เห็นว่าพรางเวหารอดชีวิตมาได้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่ออีก เขาทำตามแผนมาจนถึงจุดนี้ได้นับว่ากำชัยไว้โดยสมบูรณ์แล้ว แม้ว่าพรางเวหาจะยังมีชีวิตอยู่แต่ก็อยู่ห่างจากความตายไม่มากแล้ว

ทว่าเมื่อเตรียมจะใช้ท่าสังหารพรางเวหา บนฟ้าไกลกลับเกิดพลังงานปั่นป่วนขึ้น ราวกับบางอย่างกำลังทะลวงผ่านเข้ามา

‘ไร้ร่องรอยนับหมื่นลี้? ไม่ นี่ต้องเป็นยันต์เคลื่อนเอกภพที่น่าเกรงขามกว่าเก่าแน่… ดูเหมือนว่าตำหนักตะวันดำจะเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงส่งกำลังเสริมมาเพิ่ม’ เมื่อความคิดนี้แวบเข้ามาในใจ เฉินซีจึงหายตัวไปในพลัน

หลังจากเฉินซีเพิ่งจากไปไม่นาน แสงไฟก็ส่องสว่างจ้าไปทั่วท้องฟ้า ก่อนที่คนกว่ายี่สิบคนจะเดินออกมาจากแสงจ้านั้น

ทุกคนล้วนมีกลิ่นอายน่าเกรงขาม สายตาน่าหวาดกลัว การบ่มเพาะก็สูงล้ำจนแข็งแกร่งกว่าพรางเวหาเสียอีก!

ผู้นำกลุ่มคนคือเจียงซวินที่มีรูปลักษณ์สามัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเดาก็รู้ว่าคนทั้งยี่สิบสองคนเบื้องหลังนั่นล้วนเป็นมือสังหารระดับผู้บัญชาการที่รั้งอยู่ห้าสิบอันดับแรกในการจัดอันดับแกนทองคำแห่งตะวันดำ

“ข้าน้อยพรางเวหา แสดงความเคารพผู้บัญชาการเจียงซวิน!” พรางเวหาหลุดจากภวังค์ทันใดเมื่อเห็นภาพนี้ จากนั้นจึงรีบโค้งตัวคำนับอีกฝ่าย

เจียงซวินมองสภาพพื้นที่โดยรอบที่ถูกทำลายล้าง ก่อนจะมองพรางเวหาที่อยู่ในสภาพดูไม่ได้ พลันเข้าใจเรื่องราวทันที เขาโบกมือและพูดตรง ๆ ว่า “บอกรายละเอียดของเป้าหมายทุกอย่างให้เราฟังเถอะ ครั้งนี้ข้าได้นำมือสังหารระดับผู้บัญชาการขอบเขตแกนทองคำหยินหยางทั้งแผ่นดินซ่งมาแล้ว หากเราไม่อาจฆ่าเป้าหมายได้ ภารกิจครั้งนี้ก็คงนับว่าล้มเหลว ในฐานะนักฆ่าของตำหนักตะวันดำ ข้าว่าเจ้าคงรู้ดีว่าเราจะต้องพบสิ่งใดหากภารกิจล้มเหลวกระมัง?”

หัวใจของพรางเวหาสั่นไหว แล้วจึงรีบเล่าทุกสิ่งที่ได้พบออกมาทันใด

กลุ่มมือสังหารระดับผู้บัญชาการที่อยู่เบื้องหลังเจียงซวินอดหัวเราะเยาะเย้ยออกมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าพรางเวหาดูน่าสมเพชถึงเพียงนี้

แต่เมื่อได้ยินคำอธิบาย สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นหนักหน่วงจริงจังขึ้นมา

เป้าหมายผู้นี้น่าปวดหัวนัก!

เมื่อพรางเวหาพูดจบ ทุกการดูหมิ่นและเหยียดหยามในใจทุกคนก็หายไป จากนั้นพวกเขาก็เริ่มตรวจสอบเป้าหมายอย่างระมัดระวัง

“กลยุทธ์ไม่ธรรมดา มีทักษะในการวางกับดัก… ในป่าทมิฬที่สามารถซ่อนตัวได้ทุกที่ การจัดการกับเป้าหมายแบบนี้มันน่าปวดหัวจริง ๆ” เจียงซวินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งด้วยคิ้วขมวด จากนั้นเขาก็โบกมือและพูดว่า “ไม่เป็นไร เราทำได้แค่ทำตามสถานการณ์เท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องจัดการเป้าหมายก่อนที่เขาจะเข้าสู่นครหลวงธารสายไหม!”

“ขอรับ!” ทุกคนรับคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ดี การมาถึงของเจียงซวินและคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้เกิดผลใด กลับกันแล้ว เมื่อพวกเขาเริ่มไล่ตามเฉินซี ทุกคนล้วนเข้าใจอย่างดีว่าคู่ต่อสู้ในครั้งนี้น่ากลัวเพียงใด

สิบวันต่อมา

กลุ่มของเจียงซวินเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบภายในป่าเขียวชอุ่ม บรรยากาศภายในกลุ่มดูกดดัน ใบหน้าของนักฆ่าทั้งหลายล้วนหนักหน่วงและคอยระแวดระวังอยู่เล็กน้อย พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าฝีเท้าจะหนักไปจนศัตรูรู้ตัว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บัญชาการที่รับหน้าที่สอดแนมยังทำท่าราวกับกำลังรับมือกับศัตรูที่น่าเกรงขามมากเสียอีก

“เป้าหมายอยู่ไม่ไกล!” ผู้บัญชาการร่างผอมเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว สัมผัสการดมกลิ่นของเขาเฉียบคมมาก ทั้งยังเข้าใจเต๋ารู้แจ้งแห่งพฤกษามาเป็นเวลานานแล้ว ทำให้เขาสามารถแยกแยะลมปราณเพียงน้อยนิดของศัตรูจากพืชและต้นไม้ออก และในกลุ่มยังมีผู้บัญชาการอีกสองสามคนที่เชี่ยวชาญการติดตามเช่นเดียวกัน

ทว่าศัตรูเองก็มีไหวพริบมาก บางครั้งก็จงใจปล่อยร่องรอยลมปราณไว้ ทำให้จริงเท็จปะปน ส่งผลให้การติดตามกลายเป็นเรื่องยากได้เช่นกัน

ฟึ่บ!

เสียงเล็ก ๆ ที่ฟังดูเหมือนเสียงใบกระบี่คมกริบที่กรีดผ่านฟ้าดังมาจากด้านหลัง

สีหน้าทุกคนพลันขรึมลงทันใด!

ตู้ม!

สมบัติวิเศษป้องกันและศีรษะของผู้บัญชาการคนหนึ่งพลันระเบิดออก ทั้งเลือดและเศษสมบัติวิเศษกระจายขึ้นฟ้าไปพร้อมกัน คนรอบกายไม่อาจคุมสติไว้ได้ จึงเปล่งเสียงร้องแหลม ก่อนจะกระโดดหลบไปด้านข้างอย่างไม่ทันรู้ตัว

เจียงซวินพลันหน้าเขียวหน้าดำ เปลวไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวลุกโชนขึ้นภายในดวงตา ทว่าก็มีร่องรอยความหวาดกลัวอยู่จาง ๆ เช่นกัน

“ผู้บัญชาการเจียงซวิน นี่ก็คนที่สิบเอ็ดแล้ว หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราจะตายกันหมดนะขอรับ” พรางเวหาที่อยู่ด้านข้างร้องเสียงหลงออกมา ใบหน้าบิดเบี้ยว สายตาส่องแววสิ้นหวัง สิบวันที่ผ่านมา การปรากฏตัวของพวกเจียงซวินทำให้เขาที่เจ็บปวดทรมานมามากเริ่มเห็นแสงแห่งความหวัง ทว่ารอยหวังที่ว่าก็ดับลงแล้วเมื่อศัตรูมีวิธีสังหารที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันราวกับภูตผี จากความหวังแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังและหวาดกลัว

เจียงซวินหน้าคว่ำ พลันคว้าคอพรางเวหาไว้และเอ่ยเสียงเย็นขึ้นว่า “พอหรือ?! เจ้าคิดว่าเรามีทางออกหรือไร!? ถึงเราจะไปเสียเดี๋ยวนี้ แล้วเขาจะปล่อยเราไว้หรือ?”

ความกลัวทั้งหลายในแววตาพวกเขาพลันเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังโดยสมบูรณ์ ใช่แล้ว หากกลับไปตอนนี้ บทลงโทษที่ต้องได้รับก็คงน่ากลัวกว่าความตายเป็นแน่…

พรางเวหาพลันแขนขาอ่อนยวบ ล้มลงบนพื้น ในใจกลัวเป็นล้นพ้น ขณะเอ่ยด้วยสีหน้าตกตะลึงว่า “ผู้บัญชาการเจียงซวิน หรือเราจะทำได้เพียงแต่รอความตายมาหาอย่างไร้ทางสู้ไปเช่นนี้ขอรับ?”

ทุกคนมองไปที่เจียงซวินราวกับเป็นคนเดียวที่พวกเขาฝากหวังไว้ได้

เจียงซวินมองใบหน้าพวกเขาแล้วเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ ว่า “มีทางเดียวเท่านั้น หากเจ้าไม่อยากตายก็จงหนีไปเสีย!”

“หนีหรือ?” พรางเวหาส่ายหัวไม่หยุด “นักฆ่าที่ทรยศตำหนักตะวันดำอย่างไรก็ต้องตายแน่ การทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างกับรนหาที่ตาย”

“หากเจ้าไม่หนี แล้วเจ้าสังหารเป้าหมายได้ไหมเล่า?” มุมปากเจียงซวินพลันปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย ขณะเอ่ยเสียงเย็นยะเยือกขึ้นมา “ไม่ว่าตำหนักตะวันดำจะมีกองกำลังใหญ่โตเพียงไหน แต่ก็ยังมีบางที่ที่ไม่อาจแทรกซึมเข้าไปได้ เช่นวังหลวงของราชวงศ์ซ่ง การที่เราจะปลอดภัยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีทักษะและมีข้อมูลมากน้อยแค่ไหน”

พรางเวหาตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นสีหน้าของเขาก็ดูคลุมเครือ รวมถึงคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ในใจพลันเกิดการต่อสู้อันดุเดือดขึ้นมา

เจียงซวินไม่ได้ใจร้อนและรอการตัดสินใจของพวกเขาเงียบ ๆ

จริง ๆ แล้วหากไม่ใช่เพราะเป้าหมายในครั้งนี้น่ากลัวเกินไป เขาย่อมไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่

ในช่วงสิบวันที่ผ่านมาอาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มืดมนนัก ศัตรูคนนั้นเหมือนกับวิญญาณหลอกหลอน ไปมาราวกับเงา ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียง ‘ฟึ่บ’ ก็จะมีคนหนึ่งตาย

เจียงซวินถึงกับเข้าใจผิดว่าศัตรูสมกับเป็นมือสังหารมากกว่าตัวเขาเองเสียอีก เงาร่างนั้นมาอย่างเงียบเชียบ รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ วิธีสังหารก็จบในกระบวนท่าเดียว ส่งผลให้ทุกคนต่างสะท้านถึงทรวง

ไม่ว่ามีสมบัติวิเศษป้องกันใดก็ไม่อาจช่วยให้รู้สึกปลอดภัยได้ เพราะภายในป่าอันมืดมิดแห่งนี้ พวกเขาก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าคู่ต่อสู้จะปรากฏกายขึ้นตอนไหน หรือใครจะเป็นรายต่อไปที่ถูกโจมตี

จะให้บินหรือ?

ยิ่งทำให้ตายเร็วขึ้นน่ะสิ!

หากอยู่กลางอากาศก็สามารถถูกติดตามได้ ไม่เหลือที่ไว้ให้หลบภัย ยิ่งไปกว่านั้น ศัตรูยังอยู่ในเงามืด หากทำเช่นนั้นจะทำให้ตกเป็นเป้าถูกสังหารเอาได้

ไม่นาน ทุกคนก็ล้วนเห็นด้วยกับแผนของเจียงซวิน …นั่นคือหนีไปเสีย!

หลังจากตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว ทุกคนก็อดถอนหายใจไม่ได้ รู้สึกราวกับยกศิลาหนักออกจากอก ทั่วร่างพลันรู้สึกสบายขึ้น หากเป็นไปได้ ตลอดชีวิตนี้พวกเขาก็ไม่อยากเข้ามาในป่าทมิฬนี่อีก!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 340 ภูตผีแห่งพงไพร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved