cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 333 ตามติดเหมือนเงาตามตัว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 333 ตามติดเหมือนเงาตามตัว
Prev
Next

บทที่ 333 ตามติดเหมือนเงาตามตัว

บทที่ 333 ตามติดเหมือนเงาตามตัว

สถานที่แห่งนี้เป็นลานหินซึ่งตั้งอยู่ลึกสุดภายในป่าทมิฬ หินเหล่านี้มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำกว้างขวางมหึมาและรูปร่างแปลกประหลาดกระจายอยู่รอบ ๆ หินบางก้อนสูงถึงหนึ่งพันห้าร้อยจั้ง ทั้งยังมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าหกหมื่นจั้ง และเมื่อมองไกล ๆ จะดูเหมือนทวนพุ่งแทงขึ้นไปบนท้องฟ้า ยืนตัวตรงท้าสายลมและพายุท้าหิมะอย่างภาคภูมิโดยไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด

วิ้ว~ วิ้ว~ วิ้ว~

กระแสลมเย็นเยือกทั้งคมกริบราวใบมีดพัดผ่านลานหิน ยามที่มันพัดผ่านก้อนหินรูปร่างประหลาดขนาดใหญ่โตพวกนั้น เสียงลมจะดังหวีดแหลมบาดแก้วหูเหมือนเสียงร่ำไห้ เคล้าไปกับเสียงโหยหวนของภูตผีพยาบาทและยังเหมือนเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาอย่างรุนแรงของเหล่าปีศาจ

สถานที่อันตรายแห่งนี้อยู่หลังแนวป่าทมิฬ ลานศิลาภูตผี!

ที่นี่แตกต่างกับป่าทมิฬเพราะบริเวณลานศิลาภูตผีจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เนื่องจากปราณวิญญาณในบริเวณนั้นได้แห้งเหือดไปแล้ว อีกทั้งสภาพแวดล้อมยังไม่เอื้ออำนวยอย่างยิ่ง จะมีลมพายุประหลาดพัดผ่านที่นั่นตลอดทั้งปี และเมื่อใดที่เสียงนั้นดังเข้าไปในหูจะทำให้คนผู้นั้นเกิดประสาทหลอนจนหลงคิดไปต่าง ๆ นานา หากพลั้งเผลอไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้คนผู้นั้นต้องสูญเสียดวงวิญญาณกลายเป็นซากศพแห้งตายอยู่ตรงนั้นเอง

นอกจากนั้นยิ่งเดินลึกเข้าไปในลานศิลาภูตผีมากเท่าไร พายุดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และภาพหลอนที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปด้วย หากเทียบกับการต่อสู้กับอสูรร้ายในป่าทมิฬแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่ลานศิลาภูตผีน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามาก

เพราะมันเป็นมหันตภัยทางธรรมชาติซึ่งป้องกันได้ยาก

ในเวลานั้นร่างในชุดดำกลุ่มหนึ่งยืนแอบในมุมที่ลับตาของลานศิลาภูตผีด้วยท่าทางนอบน้อมให้ความเคารพ ทว่าสีหน้าเคร่งเครียดและบิดเบี้ยวเหยเก ที่ผ่านมาพวกเขาปล่อยให้เป้าหมายหลุดรอดไปได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา อีกทั้งสหายของพวกเขาถูกฆ่าตายไปเสียสามคน ผลที่ได้ทำให้เงื้อมเงาแห่งความพยาบาทเข้าเกาะกุมจิตใจอย่างแน่นหนาจนยากที่จะไถ่ถอน

เสื้อผ้าที่สะบัดพลิ้วอยู่บนร่างกายของนางเต็มไปด้วยคราบโลหิต ในขณะเดียวกันเส้นผมดำสนิทก็ไสวไปตามกระแสลม กุหลาบยืนเงียบอยู่บนก้อนหินรูปร่างประหลาด แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึกไม่มีร่องรอยของความไหวหวั่นแม้แต่น้อย

ทุกคนต่างนิ่งเงียบ อากาศรอบข้างมีเพียงเสียงของกระแสลมคมกริบดังหวีดหวิวที่มาพร้อมกับพลังพรากดวงวิญญาณของคนคนหนึ่ง

ครู่หนึ่งกุหลาบเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ทำให้คนสวมชุดดำที่ยืนอยู่รอบข้างไหวตัวขึ้นมาทันใด โดยปราศจากเสียงสั่งการใด ๆ พวกเขาทั้งหมดเตรียมพร้อมเพื่อการต่อสู้ทุกเมื่อ

“กุหลาบ…ข้าเอง!” น้ำเสียงที่อ่อนโยนประดุจสายน้ำไหลรินดังแว่วมาแต่ไกล ทันใดนั้นร่างของชายรูปงามผู้มีรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่ใบหน้าด้านซ้าย ปลายคางแหลมเล็ก ผิวขาวจัด ขณะที่มุมปากยกยิ้มก็มาปรากฏกายต่อหน้าทุกคน

ชายหนุ่มรูปงามอยู่ในเครื่องแต่งกายสีขาวสะอาดดั่งปุยหิมะ รอยหยักที่มุมปากทำให้ใบหน้าเหมือนยิ้มแย้มอยู่เป็นนิจ และท่าทางการแสดงออกก็ดูอ่อนโยนมากเช่นกัน ทันทีที่เขาเข้ามาพลันทำให้อากาศโดยรอบเหมือนจะเย็นลงเล็กน้อย แม้แต่เม็ดทรายบนพื้นดินก็ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีใสอย่างรวดเร็ว

ข้างหลังเขาก็ตามด้วยคนสวมชุดดำอีกห้าสิบคนเช่นกัน

เมื่อกุหลาบหันไปเห็นคนที่เพิ่งมาถึงอย่างเต็มตา จึงพยักหน้าทักทาย “จิ้งจอกโลหิต เจ้ามาแล้ว”

ช่างน่าตกใจยิ่งนักที่เขาเป็นถึงระดับผู้บัญชาการมือสังหารขอบเขตแกนทองคำหยินหยางแห่งตำหนักตะวันดำ และจิ้งจอกโลหิตเป็นคนในลำดับที่ 68 ของการจัดอันดับแกนทองคำหยินหยาง คนถูกถามกลับกวาดสายตามองผ่านกุหลาบไปยังทุกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังสตรี เสียงที่เอ่ยถามดูแปลกใจยิ่ง “ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับพวกเจ้าใช่ไหม”

กุหลาบพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า “เจ้าพูดถูกแล้ว ทั้งปฏิบัติการปลิดชีพที่เมืองอีกาคลั่ง ทั้งแผนการของเจ้าของโรงเตี๊ยมที่ออกอุบายปลอมแผนที่เพื่อล่อหลอกหรือแม้แต่ฉีอิ๋นที่พยายามพามันออกไป ทุกอย่างล้มเหลวไม่เป็นท่า แถมลูกน้องข้ายังต้องตายไปถึงสามคน”

“น่ากลัวอย่างนั้นเชียวหรือ” จิ้งจอกโลหิตถามพลางหรี่ตาลง ด้วยรูปคางเรียวแหลมผิดปกติยิ่งทำให้หน้าตาละม้ายคล้ายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์มากขึ้น

น้ำเสียงอ่อยของกุหลาบที่บอกเล่าให้ฟังอย่างเศร้าสร้อยทว่าเขาก็เข้าใจได้ อีกอย่างเขารู้แก่ใจดีถึงความแกร่งกล้าของกุหลาบ การที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถหนีรอดจากเงื้อมมือของนางไปได้อย่างปลอดภัย ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของมันได้อย่างชัดเจน

“หัวหน้าประเมินพลังของคนผู้นั้นต่ำไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเป็นฝ่ายที่ควบคุมสถานการณ์ซึ่งคนธรรมดาจะตามไม่ทัน ประกอบกับสัญชาตญาณการรับรู้ถึงอันตรายที่จะมาถึงและการออกปะทะอย่างเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ แม้แต่ข้าก็ยังพลิกสถานการณ์ให้กลับคืนมาได้ยาก…” กุหลาบอธิบายด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงคนพูดหนักแน่น ไม่เร็วแต่ก็ไม่ช้าและมีท่าทีสงบมากขึ้นจึงพูดอธิบายลงในรายละเอียดได้อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน สีหน้าของจิ้งจอกโลหิตกลับจริงจังมากขึ้นทุกขณะ ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกายวาวโรจน์หลังจากนั้นเขาจึงตัดสินใจทันที “ครั้งนี้ถือว่าเป็นการปฏิบัติภารกิจ หัวหน้าได้วางแผนไว้นานแล้วฉะนั้นภารกิจนี้ต้องสำเร็จเท่านั้นและล้มเหลวจะไม่ได้เป็นอันขาด”

เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หันไปถามกุหลาบ “เจ้าเก็บรวบรวมกลิ่นอายของมันมาหรือไม่”

ทันใดนั้นกุหลาบเผยฝ่ามือขาวเนียนของนางออกให้เห็นวัตถุที่มีรูปร่างคล้ายหยดน้ำพร้อมกับกล่าวว่า “ปราณแท้ของคนผู้นี้แทบจะไม่ผันผวนเลยด้วยซ้ำตอนที่มันลงมือสังหารคนของข้าทั้งสามคน ข้าสามารถรวบรวมมาได้เพียงเท่านี้”

จิ้งจอกโลหิตมองอย่างพิจารณา “แค่นี้ก็เพียงพอ ข้าจะใช้มันเปิดใช้งานยันต์ติดตามเงา”

กล่าวจบจิ้งจอกโลหิตก็หยิบยันต์ที่ทำจากหยกสีฟ้าออกมา จากนั้นเขาก็หลอมวัตถุที่มีรูปร่างหยดน้ำลงไปในยันต์ ก่อนจะเกิดเป็นแสงสว่างวาบครั้งหนึ่งก่อนที่จะกลับคืนสู่สภาพปกติ

“เอาล่ะ ระบุที่ซ่อนของเป้าหมายมันอย่างคร่าว ๆ แล้ว ข้ารู้สึกว่ามันยังอยู่ที่ป่าทมิฬ…เริ่มภารกิจได้!” จิ้งจอกโลหิตหลับตาลง สีหน้าครุ่นคิดลึกล้ำครู่หนึ่งก่อนที่จะลืมตาขึ้น ขณะสายตามองเลยไปยังที่ที่ไกลแสนไกล

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ภายใต้การนำของผู้บังคับบัญชากุหลาบและจิ้งจอกโลหิต ทุกคนจึงหายตัวไปจากลานศิลาภูตผีอย่างรวดเร็ว

…

ที่ข้างต้นไม้ขนาดใหญ่กลางป่าทมิฬ

เฉินซีนั่งขัดสมาธิอยู่ที่โคนต้นไม้ เขาเพิ่งต่อสู้อย่างดุเดือดและจบลงด้วยการสังหารจระเข้ที่มีดวงตาแดงก่ำและสันจมูกสีครามตัวหนึ่งไปหยก ๆ ขณะเดียวกันชายหนุ่มเองก็สะบักสะบอมไม่น้อย

แต่ด้วยความขลังของวิชาแปรสภาพร่างกาย ทำให้อาการบาดเจ็บที่ได้รับกลับฟื้นคืนสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว รวมทั้งตอนนี้พลังของเขาก็ฟื้นตัวด้วย ไม่นานสภาพร่างกายของเขาจะกลับมาอยู่ในภาวะที่สมบูรณ์อีกครั้ง

เบื้องหน้าของเขามีธนูยาวคันหนึ่ง

ช่วงสองสามวันนี้ เขาตั้งใจที่จะขัดเกลาทักษะการแปรสภาพร่างกายให้แข็งแกร่งโดยพักการฝึกแปรสภาพปราณไว้ก่อนชั่วคราวและใช้พลังจ้าววิญญาณในการปะทะอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่ต้องการฝึกทักษะอวตารเทพและพลังอิทธิฤทธิ์ร่างแปลงสวรรค์เท่านั้น และเขาก็ได้พยายามฝึกและเรียนรู้วิธีการยิงธนูด้วย ซึ่งน่าจะให้ประโยชน์แก่เขาไม่น้อยทีเดียว

ด้วยพลังบ่มเพาะของเขา ภายหลังจากกระตุ้นการใช้งานวิชาร่างแปลงสวรรค์แล้วทำให้สามารถยืดความสูงขึ้นถึงสิบสี่จั้ง และพลังความแข็งแกร่งระเบิดขึ้นจากเดิมสามในสิบส่วน ยิ่งถ้ามีทักษะอวตารเทพมาร่วมด้วย ต่อให้พลังความแข็งแกร่งของเจ้าตัวจะไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กำลังการต่อสู้จะเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกมาก

ถ้ามองในแง่การฝึกทักษะแปรสภาพร่างกายเพียงอย่างเดียว ภายหลังจากที่เขาได้รับพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งสองชนิดมา กำลังการต่อสู้ของเขาที่มีอยู่สูงกว่าปราณที่ได้รับการแปรสภาพเล็กน้อย!

อีกอย่างเมื่อได้ทักษะร่างแปลงสวรรค์และอวตารเทพมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทักษะปีกนภาดารกะหรือฝ่ามือมหาดารา ทักษะทั้งสองก็เพิ่มมากขึ้นเกือบสามจากสิบส่วนเลยทีเดียว

แม้จะฟังดูเหมือนว่าเพิ่มขึ้นเพียงสามในสิบส่วนเท่านั้น แต่มันก็ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อความสามารถการต่อสู้อย่างมหาศาล หากจะให้ยกตัวอย่างที่เข้าใจได้ง่ายก็เช่น ตอนที่เขาได้ฆ่าอสูรสัตว์น่าสะพรึงกลัวตัวหนึ่งที่มีนามว่าอสูรสมิงหนามเมื่อไม่กี่วันก่อน หากเป็นการต่อสู้กันตามปกติ เขาคงไม่มีทางสู้มันได้เลย แต่เมื่อเขาใช้ทักษะร่างแปลงสวรรค์และอวตารเทพ ทำให้เขาสามารถบดขยี้เจ้าสมิงหนามจนตายคาที่ภายในสามกระบวนท่าได้

สำหรับการฝึกใช้ธนูของเขาก็สัมฤทธิ์ผลเช่นเดียวกัน

การวาดและยิงธนูมุ่งเน้นไปที่ความเฉียบคมของสายตา มือที่แคล่วคล่องและการเคลื่อนไหวร่างกายเมื่อความมุ่งมั่นพุ่งทะยาน ทุกสิ่งไม่เพียงต้องการพลังที่แข็งแกร่งมากพอ ที่สำคัญต้องมีความเร็วและแม่นยำอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความแม่นยำซึ่งถือเป็นข้อกำหนดพื้นฐานในบททดสอบของมือธนู

การยิงถูกใบไม้ที่ห่างหนึ่งร้อยก้าวหมายถึงปลิดชีพศัตรูที่อยู่ไกลหนึ่งร้อยก้าวได้เช่นกัน คนธรรมดาต่างปรารถนาทั้งสองสิ่งนี้ สำหรับผู้บ่มเพาะกายา หากพวกเขาต้องการสำแดงพลังของการยิงธนูให้เป็นที่ยำเกรง พวกเขาต้องมุ่งไปที่ความแข็งแกร่ง รวดเร็วและแม่นยำอย่างที่สุด

เนื่องจากยามที่ผู้บ่มเพาะต้องต่อสู้จะมีทักษะในการเหาะเหินและหลบหลีกบนพื้นดิน ทักษะการเคลื่อนไหวปราดเปรียวปานสายฟ้า รวดเร็วกว่านกที่รวดเร็วที่สุด โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเหยี่ยวที่บินอย่างช่ำชอง หากใครที่มีความแม่นยำต้องการจู่โจมพวกมัน ต้องบอกเลยว่ายากอย่างมหันต์

แต่ตอนนี้เฉินซีขาดทั้งพลังและไร้ซึ่งความเร็ว สิ่งที่เขาต้องพยายามฝึกคือค้นหาเป้าหมายให้พบและจบด้วยการโจมตีสังหาร

การฝึกธนูนั้นแตกต่างจากการฝึกทักษะอื่นอย่างสิ้นเชิง ข้อกำหนดเกี่ยวกับจิตสัมผัสเทพของผู้บ่มเพาะสูงกว่าพลังที่แข็งแกร่งเสียอีก

จิตสัมผัสเทพที่น่ายำเกรงเท่านั้นจึงจะสามารถค้นหาศัตรูและไขว่คว้าโอกาสที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเพื่อทำลายศัตรูในระยะเวลาเพียงแค่เสี้ยวพริบตา จากนั้นก็คว้าโอกาสนั้นไว้อย่างแน่นหนาก่อนที่จะลงมือจู่โจมอย่างรุนแรง หากพลาดพลั้งไปเพียงนิดเดียวไม่ว่าในด้านก็ตาม อาจส่งผลให้จู่โจมพลาดได้

โดยรวมก็คือการฝึกขั้นพื้นฐานของการยิงธนู ทันทีที่สายตาจับเป้าหมายได้ มือต้องพร้อมเล็งไปที่เป้าหมายทันที จากนั้นกายและจิตรวมเป็นหนึ่ง ผู้บ่มเพาะตัดสินใจยิงทันที ดึงคันธนู พาดร่องลูกศร เล็งเป้าหมายและยิงเบ็ดเสร็จทั้งหมดพร้อมกัน อย่างนี้จึงจะสามารถใช้พลังการยิงธนูได้อย่างแท้จริง

แน่ล่ะ นี่เป็นเพียงขั้นพื้นฐาน

เชื่อกันว่าผู้บ่มเพาะยิ่งใหญ่ในยุคโบราณมีความชำนาญในการใช้ธนู ถึงขนาดที่สามารถทะลุทะลวงสู่อวกาศ บดขยี้ดวงดาราและทำลายภูเขานับร้อยด้วยลูกธนูเพียงดอกเดียว และเพียงแค่ความคิดผุดขึ้นมาแวบเดียว เขาก็จะสามารถสังหารศัตรูที่อยู่ไกลกว่าหนึ่งหมื่นลี้ได้ทันที

เวลานี้เฉินซีทำได้แค่เพียงต้องชำนาญในการใช้ธนูเท่านั้น และมีความรู้เรื่องการใช้ธนูเพียงผิวเผิน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบใจฉีอิ๋นที่ในคลังสมบัติมิติที่เขาทิ้งไว้ มีแผ่นหยกซึ่งบันทึกพลังอิทธิฤทธิ์ของการใช้ธนูที่มีชื่อว่าธนูทลายดาราเอาไว้ด้วย

พลังอิทธิฤทธิ์นี้ได้บันทึกวิชาความรู้เกี่ยวกับการยิงธนูไว้โดยละเอียด อย่างวิธีที่จะทำให้พลังในการยิงแข็งแกร่งเมื่อง้างสายธนู วิธีพาดร่องลูกศรเพื่อให้ได้ความเร็วที่เร็วที่สุดและอื่น ๆ

แน่นอนว่าพลังอิทธิฤทธิ์ของการยิงธนูนี้จะใช้ได้ต้องมีคันธนูและลูกศรซึ่งเป็นสมบัติจ้าววิญญาณอันล้ำค่า ตอนนี้เฉินซีมีเพียงคันธนูทลายดาราเท่านั้น แต่ยังขาดลูกศร และเขาทำได้แค่ใช้ปราณจ้าววิญญาณยิงธนูไร้รูปร่างออกไปเท่านั้น ต่อให้แข็งแกร่งปานใดแต่เทียบไม่ได้กับการใช้ลูกศรจริง

มีบางอย่างที่สมควรแก่การกล่าวถึงก็คือลูกศรที่จะใช้ต้องเป็นสมบัติจ้าววิญญาณเหมือนกัน เนื่องจากลูกศรธรรมดาจะไม่ทานทนต่อพลังภายในคันธนูได้เมื่อเวลาที่ยิงลูกศรออกไป จึงมีเพียงลูกศรอันเป็นสมบัติจ้าววิญญาณเท่านั้นที่สามารถออกพลังในการยิงได้ทั้งหมด

แต่ถึงกระนั้น แค่ความแข็งแกร่งในการใช้ธนูของเฉินซีตอนนี้ ก็สามารถทำลายผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางทั่วไปที่อยู่ห่างในระยะหนึ่งร้อยลี้ ส่วนถ้าฝ่ายตรงข้ามมีพลังน่าเกรงขามกว่าไม่มากนัก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

เฉินซีลืมตาตื่นขึ้นจากการทำสมาธิ บัดนี้พลังงานและความมีชีวิตชีวาเต็มจนล้นปรี่ ในขณะที่ร่างกายได้ฟื้นคืนสู่สภาพที่เหมาะสมแล้ว จากนั้นชายหนุ่มก็ฉวยคันธนูทลายดาราขึ้นมาและทำท่าจะเดินออกไป

พลังแปรปรวนของอะไรบางอย่างพลันพัดวูบผ่านมาทางเขาอย่างรวดเร็ว เหมือนมีระลอกคลื่นกระเพื่อมออกมาเบาบาง ทว่ารวดเร็วก่อนที่จะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ยันต์ติดตามเงา

ในฐานะที่เขาก็เป็นปรมาจารย์ค่ายกลยันต์อักขระที่สามารถวาดยันต์เลิศล้ำขั้นสูงคนหนึ่ง เฉินซีจึงประจักษ์ได้เกือบจะทันทีว่าสิ่งที่ปลดปล่อยพลังซึ่งมีร่องรอยแปรปรวนนี้ออกมาคืออะไร

ชื่อของมันก็บอกแล้วว่าคือยันต์ติดตามเงา ยันต์ชนิดนี้เป็นยันต์เลิศล้ำขั้นสูง มักใช้สำหรับสะกดรอย เพียงแค่กลิ่นอายของศัตรูมันก็สามารถระบุตำแหน่งของอีกฝ่ายได้ จากนั้นยันต์จะติดตามศัตรูเหมือนเงาตามตัวทีเดียว

หากใครคิดจะหลบเลี่ยงไม่ให้ยันต์แผ่นนี้ตรวจพบ คนเหล่านั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อความแข็งแกร่งของคนคนนั้นบรรลุขอบเขตสถิตกายา มิฉะนั้นแม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติก็ไม่อาจหลบพ้น

‘ในที่สุดพวกมันก็มาสินะ’ เมื่อชายหนุ่มสังเกตเห็นร่องรอยความแปรปรวนนั้น ไม่เพียงแต่เฉินซีจะไม่รู้สึกกังวลราวกับว่ากำลังรออยู่นานแล้ว จากนั้นชายหนุ่มก็ยกคันธนูทลายดาราขึ้นสะพายหลัง เวลานี้เขาไม่ได้เดินไปข้างหน้า แต่กลับหมุนตัวกลับก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าทมิฬ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 333 ตามติดเหมือนเงาตามตัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved