cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 326 มหาวายร้ายทั้งห้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 326 มหาวายร้ายทั้งห้า
Prev
Next

บทที่ 326 มหาวายร้ายทั้งห้า

บทที่ 326 มหาวายร้ายทั้งห้า

รถม้าเกล็ดแดงเคลื่อนออกไปก่อนจะลับหายไปตรงสุดปลายถนน ปล่อยเฉินซีไว้ที่จุดนั้นเพียงคนเดียว ชายหนุ่มมองดูสภาพแวดล้อมรอบตัว ทว่ากลับไม่พบอะไรที่จะบ่งบอกว่าเป็นเมืองอีกาคลั่งสักอย่าง

พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยพุ่มไม้เจริญงอกงามเขียวชอุ่มและมีทั้งวัชพืชสีเหลืองและเขียวเอนไหวไปตามแรงลม นับว่าเป็นแดนเถื่อนที่กว้างใหญ่เอาการ เพราะถึงตอนนี้เขายังไม่เห็นเลยว่าตรงไหนที่เรียกว่าเมืองอีกาคลั่งสักแห่ง

เคราะห์ยังดีที่จิตสัมผัสเทพของเขาแข็งแกร่งมากพอ หลังจากพยายามมองหาในบริเวณใกล้เคียงกว่าพันลี้อยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเขาก็พบแผ่นไม้ซึ่งซ่อนอยู่ในพุ่มแห่งหนึ่ง

แผ่นไม้นั้นผุกร่อนหมดแล้วและยังแขวนอยู่บนกิ่งไม้ผุ ๆ และด้วยความที่มันมีสีสันเหมือนกับพวกวัชพืชที่อยู่รอบข้าง หากไม่สังเกตให้ถ้วนถี่ก็พบเห็นได้ยากจริง ๆ

บนแผ่นไม้ผุแผ่นนั้นปรากฏตัวอักษรบิด ๆ เบี้ยว ๆ ว่า ‘เมืองอีกาคลั่ง’

เฉินซีรีบกระโจนเข้าหาแผ่นไม้ทันที เขาพิจารณาดูอยู่พักใหญ่ก่อนจะเงื้อฝ่ามือและฟาดลงไปเบื้องหน้า กระแสลมคมกริบดุจใบมีดพลันพุ่งออกจากฝ่ามือและกวาดออกไปในแนวนอน ส่งผลให้วัชพืชหนาแน่นในบริเวณนั้นถูกสะบั้นและกระจัดกระจายหายไปกว่าครึ่งทันที

ทันใดนั้นเส้นทางเล็กแคบและคดเคี้ยวก็ปรากฏแก่สายตา

‘ต้นไม้เจริญเติบโตและเหี่ยวแห้งไปตามกาลเวลา ถนนที่นำไปสู่เมืองอีกาคลั่งจึงถูกวัชพืชเหล่านี้ปกคลุมไว้จนมิดนั่นเอง อันที่จริงหากมองลงมาจากบนท้องฟ้าก็น่าจะสามารถหาที่ตั้งของเมืองอีกาคลั่งได้เหมือนกัน แต่ด้วยวิธีนั้นจะทิ้งร่องรอยเอาไว้ซึ่งจะไม่คุ้มกัน…’ เฉินซีหยุดอยู่ครู่ จากนั้นจึงตัดสินใจก้าวไปตามเส้นทางข้างหน้าโดยไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย

ดวงอาทิตย์คล้อยเคลื่อนถึงเวลาสายัณห์ สายลมเหน็บหนาวพัดมาปะทะ เฉินซีมุ่งไปข้างหน้าราวเกือบหนึ่งเค่อจึงปรากฏเมืองหนึ่งขึ้นไกล ๆ ณ สุดขอบฟ้า

บริเวณท้องฟ้าเหนือเมืองขนาดเล็กมีหมอกหนาดำทะมึนปกคลุมสร้างความประหลาดใจให้แก่เขาอย่างยิ่ง หมอกหนาทึบประหนึ่งปราณวิญญาณที่เกิดจากเหล่าภูตผีวิญญาณอาฆาตที่ยังคงวนเวียนอยู่ อีกทั้งยังปลดปล่อยกลิ่นอายเหี้ยมเกรียมและน่าสยดสยองออกมาอย่างเต็มที่

ชายหนุ่มสันนิษฐานว่าอาจมีพวกที่ชอบก่อกรรมทำชั่วจำนวนมากใช้เมืองอีกาคลั่งเป็นที่ซ่อนตัว และเข้ามาก่ออาชญากรรมร้ายแรงจนทำให้เกิดความขุ่นแค้นในวงกว้าง ดังนั้นพวกมันจึงถูกไล่ล่าจากผู้บ่มเพาะในแผ่นดินซ่ง ในขณะนั้นปราณวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวได้ม้วนตัวไปรอบ ๆ ไม่กระจัดกระจายออกไป แสดงว่าข่าวลือที่ว่าเป็นความจริง เฉินซีจับตามองอย่างใช้ความคิดพลางกะพริบตาช้า ๆ

วิ้ว~ วิ้ว~ วิ้ว~

ยามค่ำเข้ามาแทนที่พร้อมกับลมหนาวพัดดังหวีดหวิว กระแสลมหนาวเยือกเย็นอย่างน่ากลัวให้ความรู้สึกหดหู่และสะเทือนขวัญอยู่ในที ราวกับพวกภูตผีวิญญาณอาฆาตเหล่านี้กำลังโหยหวนครวญครางอยู่ในบริเวณพื้นดินแถวนั้น ทำให้เมืองอีกาคลั่งที่อยู่ไกลออกไปออกจะคล้ายกับเมืองปีศาจ

ทันใดนั้นเฉินซีก็ชะงักหยุดเมื่อชายหนุ่มมองเห็นว่ามีร่างผอมแห้งร่างหนึ่งออกมาจากเมืองอีกาคลั่งและกำลังตรงมาทางเขานั่นเอง

อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มแต่ร่างกายซูบซีด ผ่ายผอมและขี้โรคจนดูเหมือนถ้าลมกระโชกแรงสักวูบหนึ่ง เห็นทีคงพัดพาร่างเขาลอยไปเลยทีเดียว แต่ผมเผ้ากลับเป็นกระเซิงยุ่งอย่างกับรังนก

“ลูกค้าผู้มาเยือน… ขอต้อนรับสู่เมืองอีกาคลั่ง ข้าเป็นคนดูแลโรงเตี๊ยมอีกาคลั่ง เจ้าจะเรียกข้าว่าเฉียวเซิงก็ได้ และเห็นทีนี่คงจะเป็นครั้งแรกที่เจ้าเข้ามาในเมืองอีกาคลั่งกระมัง ไม่ทราบว่าเจ้าต้องการคนนำทางสักคนหรือไม่” ชายหนุ่มร่างผอมแห้งที่ชื่อเฉียวเซิงยิ้มเผล่เห็นฟันขาวจั๊วะ ด้วยบุคลิกท่าทางทำให้คนอื่นประทับใจในตัวเขาไม่ยาก

“คนนำทาง?” เฉินซีเลิกคิ้วถามด้วยความสนใจ เขามองออกในทันทีว่าเฉียวเซิงผู้นี้มีฐานการบ่มเพาะเพียงขอบเขตเคหาทองคำเท่านั้น จึงไม่อาจตบตาหรือเป็นภัยแก่เขาแน่

เฉียวเซิงตอบยิ้ม ๆ “ถูกแล้ว… คนนำทาง ข้าสามารถช่วยเจ้าให้คุ้นเคยกับสภาพภายในเมืองอีกาคลั่งได้ เพราะข้าแนะนำได้ว่าสิ่งไหนที่เจ้าควรสนใจ สิ่งไหนที่ผ่านเลยได้ กฎการอยู่ในเมืองอีกาคลั่งและอื่น ๆ อีกมากมาย ข้าสามารถบอกได้ทั้งหมด”

คนฟังถามทันควัน “ค่าจ้างเท่าใด?”

อีกฝ่ายชูนิ้วพลางตอบ “สามหมื่นโอสถกลั่นแรกเริ่ม”

เฉินซีพยักหน้าหงึก “ตกลง”

ความน่าประหลาดของเมืองอีกาคลั่งที่เผยให้เห็น ทำให้ชายหนุ่มคิดได้ว่าจำเป็นที่จะต้องหาคนนำทางเพื่อทำความรู้จักกับสภาพแวดล้อมของที่นั่นโดยเร็ว ส่วนที่ว่าราคาค่าจ้างสูงจนน่าตกใจนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจ

“เยี่ยม… ตราบใดที่ไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น คนตรงไปตรงมาเช่นเจ้า ย่อมเข้าไปอยู่ในเมืองอีกาคลั่งได้สบายอยู่แล้ว” เฉียวเซิงยิ้มกว้างอย่างชอบใจ ต่อมาไม่นานเขาก็เริ่มออกนำทางไปทันที

เฉินซีสังเกตสภาพแวดล้อมข้างทางในขณะเดินตามหลังเฉียวเซิงเงียบ ๆ ไม่ช้าไม่นานเขาก็เข้าสู่เมืองอีกาคลั่ง

ถ้าพูดกันตามตรง เมืองอีกาคลั่งเป็นเพียงหมู่บ้านที่มีถนนหนทางเป็นดิน บ้านเรือนเก่าแก่ทรุดโทรม กลิ่นอายความอ้างว้างและยากจนกระจายอยู่ทั่วทุกที

ภายใต้บรรยากาศยามค่ำคืนที่โอบล้อม นาน ๆ เขาจึงจะเห็นแสงสว่างจากโคมไฟที่มีอยู่เพียงไม่กี่ดวงในเมืองอีกาคลั่งเท่านั้น เมื่อกระแสลมพัดทำให้เปลวไฟกะพริบริบหรี่ มองเห็นแต่ไกลจึงดูหรุบหรู่หมองมัวเหมือนดวงไฟปีศาจ

ขณะที่กำลังเดินไปนั้น เฉินซีพลันชะงักฝีเท้ากะทันหันพร้อมกับหันขวับไปมองทางขวามือ

ตรงนั้นมีเสาไม้แท่งกลมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านกว่าสิบต้น แต่ละต้นสูงราวสิบจั้งขึ้นไป ถัดไปจากถนนสายหลักไม่มากนัก แต่ที่ส่วนยอดเสาไม้มีซากศพห้อยต่องแต่ง ร่างไร้วิญญาณของสตรีที่ยังคงสดใหม่และเปลือยเปล่า ที่ลำคอของศพเปลือยเหล่านี้ถูกมัดเชือกไว้อย่างแน่นหนา โดยถูกมัดมือไพล่หลัง ส่วนขาแกว่งไกวอยู่กลางอากาศ ดวงตาเหลือกถลนแทบปะทุออกมานอกเบ้าและปกคลุมด้วยเงาแห่งมัจจุราช

ขณะนั้นมีกระแสลมเย็นเยือกพัดกระโชกไปยังใส่ซากศพ จนมองผิวเผินเหมือนร่างไร้วิญญาณของหุ่นไล่กาจำนวนมาก

ที่เสาไม้กลมแท่งสุดท้ายมีชายวัยกลางคนยืนเด่นเป็นสง่า เขาสวมเครื่องแต่งกายปักลวดลายทับด้วยผ้าคลุมขนพังพอนและที่ศีรษะสวมหมวกทรงกลม สีหน้าดูอบอุ่นบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีอัธยาศัยเหมือนคนใจบุญสุนทานซึ่งมักจะพบเห็นได้บ่อยครั้ง เขากำลังยืนเกาคางของตนเองขณะพิจารณาซากศพที่เพิ่งถูกนำขึ้นไปแขวนมาหมาด ๆ

ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ชายวัยกลางคนท่าทางมีอันจะกินผู้นี้เปล่งกลิ่นอายสังหารอย่างแน่นหนาออกมาทั่วร่าง กระทั่งรอบตัวเขามีหมอกดำทะมึนก่อตัวทับซ้อนกันเป็นชั้นเบาบาง กลิ่นอายเหล่านี้เป็นกลิ่นอายของ ‘บาป’ ที่จะปรากฏขึ้นได้จากการปฏิบัติต่อผู้คนอย่างทารุณจนถึงแก่ความตายมานับไม่ถ้วนเท่านั้น และมือของเขาย่อมปรากฏร่องรอยแปดเปื้อนจากดวงวิญญาณของผู้ที่ตายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมเหล่านั้น

“คนนั้นคือหุ่นไล่กาจาง หนึ่งในห้ามหาวายร้ายแห่งเมืองอีกาคลั่ง” เฉียวเซิงพูดออกมาจากข้างตัวอย่างรวดเร็ว “คนผู้นี้ชื่นชอบการรวบรวมซากศพของสตรีจนถึงขั้นเสพติดและนำพวกมันมาขัดเกลาด้วยทักษะลับให้กลายเป็นหุ่นคน เขาจะรวบรวมซากศพให้ได้ร้อยศพ จากนั้นจะใช้ธาตุอโลหะในร่างจุดคบไฟให้ความสว่างไสวและพุ่งสูงขึ้นไปบนฟ้าที่มองเห็นได้จากระยะไกล …มันเป็นภาพที่งดงามมากทีเดียว”

เฉินซีพึมพำถามเสียงเย็น “หุ่นไล่กาจางอย่างนั้นหรือ?”

อีกฝ่ายพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว ในเมืองอีกาคลั่งมักจะมีสมญานามกันทุกคน น้อยคนเท่านั้นที่จะใช้ชื่อจริงกันน่ะนะ”

จากนั้นเฉินซีก็หุบปากเงียบไม่ถามอะไรอีก สายตาของเขาเหลือบไปหยุดที่ซากศพของหญิงคนหนึ่งที่กำลังแกว่งไกวไปตามกระแสลมหนาวที่โบกสะบัดเพียงครู่หนึ่งก่อนที่จะหันกลับมุ่งหน้าเดินต่อไป

ฟิ้ววว!

ต่อมาไม่นานกระแสลมก็พัดพาเสียงน้ำไหลดังมาให้ได้ยิน ระคนกับกลิ่นคาวโลหิตฉุนกึกตลบอบอวล

เฉินซีเงยหน้าขึ้นมองตรงไปทันที ชายหัวโล้นร่างเปลือยท่อนบนนั่งอยู่ข้างทาง ตรงหน้ามีอ่างไม้ขนาดใหญ่และภายในนั้นเป็นโลหิตเข้มข้นกับกะโหลกศีรษะของคนซึ่งบัดนี้มีสีขาวเหมือนหิมะลอยฟ่อง

“นั่นคือหลีกะโหลกผี คนผู้นี้เป็นหนึ่งในห้ามหาวายร้ายแห่งเมืองอีกาคลั่งเช่นเดียวกับเจ้าหุ่นไล่กาจางนั่น เขามักจะมานั่งขัดเกลาหัวกะโหลกของมนุษย์เป็นประจำเพื่อทำเป็นไข่มุกกระดูกที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือ จากนั้นก็จะนำไปห้อยคอ” เฉียวเซิงชี้ไปที่บริเวณลำคอของเจ้ากะโหลกผีหลี ก่อนจะพูดต่อไปว่า “ดูนั่น สร้อยที่เขาสวมอยู่ที่คอทำจากกระดูกพวกนั้น ซึ่งมีทั้งหมดร้อยแปดชิ้น และทุกชิ้นทำมาจากกะโหลกของคน มันสวยมากไม่ใช่หรือ?”

เฉินซีเขม้นมองด้วยความสนใจ จึงได้ประจักษ์ว่าสายสร้อยที่มีไข่มุกกระดูกร้อยเข้าไว้จำนวนมากนั้นเกิดจากกะโหลกมนุษย์ที่หดตัวลงหลายเท่า ทุกชิ้นมีลูกดวงกลวงโบ๋ ยิงฟันแจ่มแจ๋วจนดูเหมือนว่าพวกมันกำลังยิ้มให้อย่างเหี้ยมเกรียม

ทำนองเดียวกันกับเมื่อครู่ ชั้นหมอกหนาสีดำที่ม้วนเป็นวงล้อมรอบตัวหลีกะโหลกผีนั้นก็เกิดจาก ‘บาป’ เช่นกัน

เฉียวเซิงทักทายหลีกะโหลกผีเล็กน้อย ก่อนจะนำทางเฉินซีไปต่อ

ระหว่างทางเฉินซีอดที่จะถามออกไปไม่ได้ “มีหุ่นไล่กาจางแล้ว มีหลีกะโหลกผีแล้ว มหาวายร้ายอย่างที่เจ้าบอกอีกสามคนคือใคร?”

คนถูกถามเหยียดยิ้มที่มุมปาก “นึกแล้วเชียวว่าเดี๋ยวเจ้าต้องถามแน่ นอกจากพวกเขาแล้วก็มีคนที่ชื่อว่าชื่อหลัวหลานหรือนางกล้วยไม้แดง คนผู้นี้เป็นสตรีที่ชื่นชอบปลูกดอกกล้วยไม้แดงเป็นชีวิตจิตใจ แต่กล้วยไม้แดงที่นางปลูกต้องบำรุงด้วยปุ๋ยมนุษย์ นางจะฝังคนทั้งเป็นลงไปในหลุมโดยเจาะรูเปิดช่องไว้ที่หัวของคนคนนั้น จากนั้นนางก็หยอดพันธุ์กล้วยไม้แดงลงไป”

“นอกจากนางแล้ว ยังมีคนชื่ออู๋ฝูจื่อ ชายชราคนนี้มีความชอบส่วนตัวที่ถือว่าปกติที่สุด เพียงแต่เวลาที่เขาเข้านอนมักชอบให้มีเสียงร่ำไห้โหยหวนมาขับกล่อม เพราะฉะนั้นเขาจึงขุดหลุมขนาดใหญ่ในที่ที่เขาจะนอน และเลี้ยงคนที่มีชีวิตเอาไว้ในนั้น ทุกครั้งที่กำลังเข้านอนเขาจะเทไฟปีศาจนรกลงไปในหลุมนั่น ให้มันเผาไหม้คนในนั้นจนกระทั่งพวกเขาแหกปากร้องโหยหวน ก่อนที่เขาหลับไปอย่างเป็นสุข”

“คนสุดท้ายคือฉีอิ๋น เขาเป็นคนมีอุปนิสัยเย็นชา ไม่ยินดียินร้าย น้อยครั้งที่จะมาปรากฏตัวในเมืองอีกาคลั่ง ส่วนใหญ่แล้วเขาจะอยู่แต่ในป่าทมิฬ เพลิดเพลินกับการต่อสู้และไล่เข่นฆ่าพวกสัตว์อสูรดุร้ายที่นั่น”

เฉินซีพยักหน้าช้า ๆ “หุ่นไล่กาจาง หลีกะโหลกผี กล้วยไม้แดง อู๋ฝูจื่อ และฉีอิ๋น ในบรรดามหาวายร้ายที่เจ้าบอกมาทั้งหมด ข้าว่าฉีอิ๋นเป็นคนเดียวที่ถือว่าเหมือนคนปกติที่สุด”

คนฟังยิ้มและพูดว่า “เอาไว้เจ้าอยู่ไปนาน ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่มีใครเข้ามาดูแลที่นี่อย่างนั้นหรือ?”

เมื่ออีกฝ่ายได้ยินเข้าถึงกับตาเหลือกก่อนจะสั่นศีรษะดิก “ไม่มีทาง ที่นี่ก่ออาชญากรรมทั้งหลายแหล่ ในนี้มีใครบ้างที่มือไม่แปดเปื้อนมลทิน ถ้าไม่จนตรอกจริง ๆ ก็คงไม่มีใครอยากเข้ามาและทรมานทรกรรมอยู่ที่นี่หรอก”

เมื่อพูดถึงตอนนี้ เฉียวเซิงพลันทำท่าราวกับจะเข้าใจอะไรบางอย่างจึงหันมาทำสีหน้าเคร่งขรึมและพูดเตือนอีกฝ่ายว่า “นี่ลูกค้า… ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่า เจ้าอย่าได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นเข้าเทียว แม้ว่าเจ้าหุ่นไล่กาจางและคนอื่นจะฆ่าคนเป็นว่าเล่น จนต้องหลบหนีมาอยู่ในเมืองอีกาคลั่งและพวกเขาสมควรตายก็ตาม ทว่าหากเจ้าแส่ไปยุ่งกับพวกเขา ข้าเกรงว่าเจ้าจะต้องพบจุดจบเหมือนกับคนตายพวกนั้นแน่”

เฉินซีนิ่งไป เขาจำได้ว่าก่อนจะจากมา คนบนรถม้าเกล็ดแดง เรียกเขาว่า ‘ปีศาจ’ ไว้อย่างไร ถ้าเช่นนั้นเหล่าวายร้ายในเมืองอีกาคลั่งพวกนี้ก็ไม่ใช่ปีศาจจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?

สถานที่นี้เป็นที่ลี้ภัยสำหรับพวกเดนมนุษย์ชัด ๆ

จากนั้นตลอดการเดินทาง เฉินซีก็ซักถามเฉียวเซิงต่อไปอีกสองสามเรื่อง จนทำให้พอจะเข้าใจสถานการณ์ในเมืองอีกาคลั่งอยู่บ้าง

เมืองอีกาคลั่งเวลานี้มีคนอาศัยอยู่กว่าพันคน มีทั้งโจรผู้ร้าย ฆาตกร หัวขโมย… พวกเขามีจุดที่ร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งคือหลบหนีการไล่ล่าของราชวงศ์ซ่งทั้งสิ้น และที่เลือกมาที่นี่ก็เพราะทุกคนถูกไล่ล่ากระทั่งจนตรอกแล้ว

ส่วนสาเหตุง่าย ๆ ที่ทำไมทางการแผ่นดินซ่งจึงไม่กำจัดพวกเขาเสีย เป็นเพราะด้านหลังเมืองอีกาคลั่งคือป่าทมิฬซึ่งเป็นป่าที่เหล่าอสูรสัตว์ร่อนเร่อยู่อย่างมีอิสระ ทุกย่างก้าวในป่าจึงเต็มไปด้วยภัยร้ายและแม้ว่าจะเป็นที่อันตราย แต่มันกลับอุดมไปด้วยวัตถุวิญญาณและสายแร่วิญญาณมากมาย หากมหาวายร้ายที่ชุมนุมอยู่ในเมืองอีกาคลั่งต้องการที่จะอยู่รอด พวกเขาต้องยอมจ่ายค่าที่ซ่อนตัวเป็นวัตถุต่าง ๆ ทุกเดือน มิฉะนั้นอาจโดนผู้พิทักษ์วิญญาณแห่งราชวงศ์ซ่งมาล้อมจับได้

อีกนัยหนึ่งก็คือเมืองอีกาคลั่งเปรียบเสมือนคุก และวายร้ายเหล่านี้ก็คือพวกนักโทษนั่นเอง

ส่วนเรื่องที่อยากจะหนีไปจากที่นี่นั้นลืมไปได้เลย แม้ว่าเฉียวเซิงจะไม่ได้พูดเจาะจงถึงรายละเอียด แค่บอกเพียงว่าวายร้ายที่เคยหนีออกจากเมืองอีกาคลั่งจะถูกจับส่งกลับมาภายในไม่เกินสามวัน ซึ่งตอนนั้นพวกมันล้วนเหลือแต่ร่างไร้วิญญาณกลับมาเท่านั้น

แน่ล่ะ เฉินซีได้ถามเฉียวเซิงเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าตัว แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเจ้าสหายหน้าใหม่ผู้นี้จะเป็นคนของผู้พิทักษ์วิญญาณแห่งราชวงศ์ซ่งเช่นกัน

น่าแปลก!

ที่นี่ดูแปลกจริง ๆ

จนถึงตอนนี้เฉินซีก็ยังคิดไม่ตกเกี่ยวกับสภาพการณ์ตรงหน้าอยู่นั่นเอง

แต่เพียงไม่นานเขาพลันสลัดความกังวลทั้งหลายในใจลง เพราะตนไม่ได้คิดจะมาอยู่ที่เมืองอีกาคลั่งอยู่แล้ว เขาเพียงแค่ต้องการใช้มันเป็นทางผ่านไปสู่ป่าทมิฬและมุ่งหน้าต่อไปที่นครอสนีบาต เพื่อไปถึงนครหลวงธารสายไหม

ผ่านไปไม่นานข้างหน้าก็ปรากฏพื้นที่กว้างขวาง กำแพงหลายแห่งพังทลายลง อีกทั้งยังมีซากปรักหักพังอยู่ทุกหนแห่ง มีเพียงโรงเตี๊ยมซอมซ่อที่สร้างขึ้นอย่างหยาบ ๆ ตั้งอยู่หลังเดียว

โรงเตี๊ยมหลังนี้ไม่เพียงซอมซ่อและหยาบเท่านั้น แต่มันเกือบจะพังมิพังแหล่ด้วย กำแพงที่ล้อมรอบเป็นรอยกะดำกะด่าง หลังคามีรอยแตกร้าวเต็มไปหมด สภาพเหมือนจะพังโครมลงมาได้ทุกเมื่อ

ตรงปากทางเข้าโรงเตี๊ยมมีแผ่นไม้เว้าแหว่ง ห้อยกะร่องกะแร่งแขวนอยู่ บนแผ่นป้ายไม้มีรูปอีกาสีมอ ๆ และตัวหนังสือเขียนว่า ‘โรงเตี๊ยมอีกาคลั่ง’

ท้องฟ้ายามค่ำคืนดำมืดเสมือนน้ำหมึกมีเสียงเปล่งหัวเราะดังกึกก้องปานเสียงฟ้าร้องดังออกมาจากข้างในโรงเตี๊ยมเป็นครั้งคราว ทำให้บรรยากาศของเมืองเล็ก ๆ ที่หมองหม่นแห่งนี้คึกคักขึ้นมาทันที

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 326 มหาวายร้ายทั้งห้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved