cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 271 มุสิก[1]เขมือบขุนเขา

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 271 มุสิก[1]เขมือบขุนเขา
Prev
Next

บทที่ 271 มุสิก*[1]เขมือบขุนเขา

บทที่ 271 มุสิก*[1]เขมือบขุนเขา

เฉินซียืนอยู่บนกำแพงเมืองคนเดียวขณะที่มองขึ้นไปยังเทือกเขาที่ไร้ขอบเขต เมื่อคลื่นอันเย็นยะเยือกพัดผ่านมา ทำให้ผมและเสื้อผ้าของเขาปลิวไสวไปตามสายลม

ทันใดนั้น สภาพอากาศที่แจ่มใสก็ค่อย ๆ มืดหม่นลง ขณะที่มวลเมฆสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกรวมตัวกันบนท้องฟ้าเหนือส่วนลึกของเทือกเขา ปกคลุมท้องฟ้าและบดบังแสงอาทิตย์ขณะที่มันเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปยังเมืองหมอกสน ปราณอสูรอันน่าสะพรึงกลัวได้ถาโถมออกมาจากมวลเมฆอันดำมืด แม้กระทั่งเฉินซีเองก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ในใจ

“พวกท่านจะไม่กลับไปช่วยพวกเขาหรือ?” เฉินซีถอนสายตาออกและมองไปที่ผู้นำของกองกำลังต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ กำแพงเมือง หนิงเต้าฟู่จากสำนักหมอกสน เยี่ยชิวจากสำนักพฤกษ์ชาด… ในขณะนี้ พวกเขาทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในบริเวณโดยรอบของกำแพงเมือง

“ย่อมมีคนดูแลพวกเขาแล้ว นอกจากนี้ ในฐานะผู้นำ เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเราจะต่อสู้กับศัตรูในแนวหน้าอย่างกล้าหาญ เพื่อซื้อเวลาให้แก่พวกเขาในการอพยพ”

“ใช่แล้ว ฝูงสัตว์ร้ายในครั้งนี้แข็งแกร่งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ตามรายงานของหน่วยสอดแนม มีสัตว์อสูรขอบเขตแกนทองคำหยินหยางสองตัวที่ทำหน้าที่ควบคุมฝูงสัตว์อสูรเหล่านี้ หากปล่อยให้พวกมันสามารถบุกเข้ามาในเมืองได้สำเร็จ ผลที่ตามมานั้นก็ยากที่จะจินตนาการถึง”

ทุกคนต่างก็กล่าวออกมาด้วยท่าทางที่แน่วแน่ ซึ่งเผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่พร้อมจะแลกทุกอย่าง เนื่องจากพวกเขาต้องการถ่วงเวลาให้แก่คนของพวกเขาที่กำลังอพยพมายังตระกูลเฉิน ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่ละทิ้งชีวิต และตั้งใจที่จะเสี่ยงชีวิตของพวกเขา

เฉินซีพยักหน้าและรู้สึกชื่นชมต่อความกล้าหาญอันเด็ดเดี่ยวของคนเหล่านี้อยู่ในใจเป็นอย่างมาก

“ดูนั่นสิ! พวกมันมาแล้ว!” มีคนอุทานด้วยความตกใจ

เฉินซีเงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่า บนท้องฟ้าที่ห่างออกไปในส่วนลึกของเทือกเขา ซึ่งถูกปกคลุมด้วยมวลเมฆสีดำสนิทแผ่กระจายออกมาจากปราณอสูรอย่างมืดฟ้ามัวดิน

สัตว์อสูรขั้นต่ำบางตัวเช่น พยัคฆ์เพลิงสีชาด กิ้งก่าเขาม่วง เหยี่ยวสองเศียรเงาโลหิต และเหยี่ยววิญญาณร้าย ต่างก็พุ่งเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงด้วยพลังที่น่าเกรงขามซึ่งปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน และเมื่อมองจากระยะไกล มันก็เหมือนกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้ามา

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

ที่เบื้องหลังของฝูงสัตว์อสูรขั้นต่ำเหล่านั้น มีร่างจำนวนมากที่ปลดปล่อยปราณอสูรไปทั่วท้องฟ้าขณะที่พวกมันบินอยู่กลางอากาศ สัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนแต่ได้รับการบ่มเพาะจนบรรลุขอบเขตตำหนักอินทนิล และได้กลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว นอกจากนี้ ไม่ว่าพวกมันจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง คนแก่หรือเด็ก หรือรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ท่าทางของพวกมันก็เผยให้เห็นถึงกลิ่นอายที่อำมหิตและดุร้าย ซึ่งแตกต่างจากผู้บ่มเพาะที่เป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้น ตรงกลางของร่างเหล่านี้ที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า กลับมีผู้บ่มเพาะอสูรที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอีกนับสิบตน และพวกมันทั้งหมดกำลังล้อมรอบร่างที่สูงโปร่งอยู่สองร่าง จนดูเหมือนกับดวงดาวนับไม่ถ้วนที่ล้อมรอบดวงจันทร์ที่สว่างไสวสองดวง ร่างทั้งสองนี้ถูกห่อหุ้มด้วยปราณอสูรสีดำมืด กลิ่นอายที่พวกมันปล่อยออกมานั้นแผ่กระจายไปโดยรอบและพวยพุ่งขึ้นสู่สวรรค์ทั้งเก้า ทำให้มวลเมฆปั่นป่วนวุ่นวาย และเป็นภาพที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง

ไม่จำเป็นต้องเดา ร่างสูงโปร่งทั้งสองนี้ย่อมเป็นสัตว์อสูรขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง และผู้บ่มเพาะอสูรนับสิบที่อยู่รอบตัวพวกเขานั้น ล้วนอยู่ในขอบเขตเคหาทองคำ

โฮกกกกก! โฮกกกกก! โฮกกกกก!

สัตว์ร้ายคำรามเสียงดังก้องจนสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ทำให้ภูเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ขณะที่ต้นไม้และก้อนหินแตกสลายเป็นผุยผง ราวกับวันโลกาวินาศกำลังจะมาถึง

“กระบี่เจิ้นแห่งสายฟ้า!” เมื่อยันต์ศัสตราปรากฏขึ้นในมือของเขา เฉินซีก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อสกัดกั้นบริเวณที่ฝูงสัตว์อสูรหนาแน่นที่สุด และกระบี่ของเขาก็เปล่งประกายแสงออกมา ก่อนที่จะฟันลงไปอย่างดุเดือด

ปัง!

การโจมตีครั้งนี้เป็นดั่งสายฟ้าฟาดลงมาจากสวรรค์ สายฟ้าที่สว่างไสวและพร่างพรายได้มาบรรจบกัน กลายเป็นปราณกระบี่ที่ยาวเกือบร้อยยี่สิบจั้ง และฟันไปยังฝูงสัตว์อสูรทันที

ภายใต้ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวและดุร้ายเช่นนี้ ไม่ว่าสัตว์อสูรจะวิ่งทะยานอยู่บนพื้นดินหรือโบยบินอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า พวกมันหลายร้อยตัวได้ถูกผ่าร่างออกจากกันและล้มตายในจุดนั้น แม้กระทั่งพื้นดินเองก็ถูกปราณกระบี่ทำลายจนเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้นมา

การโจมตีด้วยปราณกระบี่เพียงครั้งเดียวกลับน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้!

ดวงตาของผู้นำกองกำลังต่าง ๆ บนกำแพงเมืองต่างก็เบิกโพลง แม้ว่าพวกเขาจะเคยเห็นความแข็งแกร่งของเฉินซีมาก่อน แต่เมื่อพวกเขาเห็นเหตุการณ์เช่นนี้อีกครั้ง พวกเขายังต้องตกตะลึงจนจิตใจสั่นไหวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หลังจากนั้น ความรู้สึกตื่นเต้นและความฮึกเหิมก็พลุ่งพล่านอยู่ในใจของพวกเขา “ไม่ว่าฝูงสัตว์อสูรนี้จะน่ากลัวถึงเพียงใด หากเฉินซีอยู่ที่นี่แล้ว ยังจะต้องกลัวสิ่งใดอีก?”

“หึ! เจ้ามนุษย์ เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!” เสียงที่แหลมปรี๊ดและแปลกประหลาดดังก้องไปทั่วท้องฟ้า ในขณะที่ผู้บ่มเพาะอสูรขอบเขตตำหนักอินทนิลได้แปลงร่างเป็นเหยี่ยวโลหิตขนาดมหึมา และพุ่งผ่านฝูงสัตว์อสูร พร้อมกับง้างกรงเล็บสีทองคู่หนึ่งซึ่งมีขนาดเท่าพัด ตะกุยใส่เฉินซีอย่างดุเดือดทันที

“แท้จริงแล้ว มันคือเหยี่ยวโลหิตปีกเหล็ก แม้ว่ามันจะมีการบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตตำหนักอินทนิลเท่านั้น แต่ก็มีเศษเสี้ยวของสายเลือดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณอยู่ภายในร่างกายของมัน เมื่อรวมเข้ากับความเร็วที่ไวปานสายฟ้าและความเชี่ยวชาญในเต๋ารู้แจ้งแห่งสายลม แม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัน” เยี่ยชิวแห่งสำนักพฤกษ์ชาด กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ในตอนนี้ ฐานการบ่มเพาะของเขายังคงอยู่ที่ขอบเขตตำหนักอินทนิลเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่บินได้เช่นนี้

แต่เฉินซีกลับไม่สนใจขยะเช่นนี้เลย เมื่อเทียบกับราชาเหยี่ยวสายฟ้าที่เขาเคยพบในส่วนลึกของเทือกเขา เหยี่ยวโลหิตปีกเหล็กตัวนี้ถือได้ว่าอ่อนแอเกินไป

ฟิ้ว! ฟู่!

กระบี่ของเขากวาดออกไปในแนวราบราวกับลมกระโชก เหยี่ยวโลหิตปีกเหล็กนี้มาอย่างรวดเร็วและตายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในขณะที่มันยังไม่ทันได้เข้าใกล้ กลับถูกฟันด้วยกระบี่ของเฉินซีเสียก่อน ทำให้ขนของมันที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า

เมื่อเยี่ยชิวเห็นฉากนี้ เขาจึงรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างมากอยู่ในใจของเขา เนื่องจากสัตว์อสูรที่บินได้นั้นจัดการได้ยากในสายตาของเขา แต่กลับถูกเฉินซีกำจัดได้อย่างง่ายดาย และมันทำให้เขารู้สึกเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย แต่เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่า เฉินซีสามารถฆ่าเว่ยเยว่จื่อซึ่งอยู่ในขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นสมบูรณ์แบบ และเป็นตัวตนที่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับตัวเขา ความรู้สึกของเขาก็ค่อย ๆ กลับคืนสู่ปกติ

เฉินซีไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งนี้ เนื่องจากจิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับฝูงสัตว์อสูร

“ข้าจะไปฆ่าผู้บ่มเพาะอสูรขอบเขตแกนทองคำหยินหยางทั้งสองตนนั้น ทุกท่านโปรดเฝ้ารักษาที่นี่ด้วย หลังจากที่ข้ากำจัดพวกมันแล้ว การโจมตีของฝูงสัตว์อสูรนี้จะพังทลายลงด้วยตัวมันเอง” ในขณะที่เขากล่าว ร่างของเฉินซีก็สั่นไหว เพียงชั่วพริบตา เขาก็ได้หายไปจากกำแพงเมืองแล้ว

“เขาคิดจะพุ่งเข้าไปเลยหรือ?”

เมื่อพวกเขาเห็นฉากนี้ นอกจากพวกเขาจะรู้สึกตกตะลึงแล้ว ในใจของทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกฮึกเหิม “ใช่แล้ว แทนที่จะรอให้พวกมันโจมตีเข้ามา เหตุใดเราถึงไม่เป็นฝ่ายโจมตีมันเสียก่อน”

“มาป้องกันกำแพงเมืองอย่างสุดความสามารถเถอะ เราต้องไม่ปล่อยให้เฉินซีผิดหวังอย่างแน่นอน!”

“หากเราไม่เข่นฆ่าศัตรูอย่างกล้าหาญในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ แล้วเราจะต้องรอไปถึงเมื่อไรอีก?”

“ฆ่า!”

“ฆ่า!”

เฉินซีไม่รู้เลยสักนิดว่าการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาจะกระตุ้นผู้นำของกองกำลังต่าง ๆ ของเมืองหมอกสน จนจิตวิญญาณต่อสู้ของพวกเขาเดือดพล่านและเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ราวกับพวกเขาปรารถนาที่จะกวาดล้างทุกสรรพสิ่งให้กลับคืนสู่ความสงบ

ในขณะนี้ เฉินซีกำลังพุ่งไปทางด้านหลังของฝูงสัตว์อสูร เหล่าสัตว์อสูรที่ขวางทางเขาอยู่ล้วนตายอย่างน่าอนาถ และร่างของเฉินซีก็เปรียบเหมือนกับดอกสว่านที่ทำให้เลือดเนื้อสาดกระจายไปทั่วและเกิดเสียงร้องโหยหวนไปยังทุกที่ที่เขาผ่านไป

ฉึบ!

สัตว์อสูรขอบเขตเคหาทองคำที่ถือค้อนในมือแต่ละข้าง ได้เคลื่อนตัวไปขวางเส้นทางของเฉินซี แต่คอของมันกลับถูกเจาะด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของชายหนุ่ม ทำให้มันล้มลงและฟุบตัวกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง

โครม!

สัตว์อสูรขอบเขตเคหาทองคำอีกตัวที่กลายร่างเป็นตะขาบเพลิงขนาดมหึมาได้ลอบโจมตีเฉินซีจากเงามืด แต่ดูเหมือนเฉินซีจะสังเกตเห็นมันมาตั้งนานแล้ว ดังนั้นเขาจึงฟาดฝ่ามือสวนออกไป ทำให้ร่างกายที่แข็งแกร่งและยาวกว่ายี่สิบจั้งของมันกลายเป็นผุยผงในทันที

ทุกที่ที่เขาทะยานผ่านไป ไม่มีสัตว์อสูรตนใดที่สามารถต้านทานการลงมือของเขาเลยสักตัว!

“พวกเจ้าจงถอยกลับมาซะ ปล่อยให้ข้าจัดการผู้บ่มเพาะมนุษย์คนนี้เอง!” เสียงที่ทุ้มลึกราวกับเสียงฟ้าร้องดังก้องออกมา และมันได้สั่นสะเทือนแก้วหูจนแม้แต่จิตวิญญาณก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง

ตู้ม!

พร้อมกับเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง ปราณฝ่ามือสีม่วงที่มีขนาดใหญ่กว่าสิบสองจั้งถูกควบแน่นเป็นรูปร่างอยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะกระแทกใส่เฉินซีอย่างดุเดือด

ปราณฝ่ามือสีม่วงนี้ถูกขดด้วยปราณอสูรและดูเหมือนเป็นวัตถุที่จับต้องได้ นอกจากนี้ มันยังปล่อยกลิ่นอายที่ดุร้ายออกมาเป็นระลอกคลื่น แม้มันจะยังไม่ได้เข้าใกล้ร่างของเฉินซี แต่พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็สามารถฉีกความว่างเปล่าออกจากกัน และค่อย ๆ บดขยี้ปราณวิญญาณที่อยู่ในบริเวณโดยรอบไปทีละเล็กทีละน้อย

กลิ่นอายนี้ทำให้สัตว์อสูรบางตัวที่อยู่ใกล้เคียงต้องพบกับความโชคร้าย ทำให้พวกมันล้มลงไปกับพื้นด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสและไม่อาจลุกขึ้นได้อีกต่อไป

“เจ้าอสูรตัวนี้ไม่เลวเลย แท้จริงแล้ว การโจมตีด้วยฝ่ามือของมันแฝงไปด้วยเต๋ารู้แจ้งแห่งขุนเขา หากคนธรรมดาทั่วไปเผชิญหน้ากับมัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกภูเขามหึมากดทับ และต้องพบกับชะตากรรมของการถูกบดขยี้จนตาย ทว่ามันกลับไร้ประโยชน์สำหรับข้า”

เฉินซีส่ายศีรษะเมื่อเผชิญหน้ากับฝ่ามือนี้ และร่างกายของเขาก็หยุดอย่างกะทันหัน ก่อนที่ยันต์ศัสตราจะพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและกระแทกเข้าหามัน การโจมตีครั้งนี้มีกลิ่นอายที่หนักหน่วงและลึกล้ำ ราวกับกลุ่มภูเขาที่รวมตัวกันและเนินเขาจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือท้องฟ้า แต่เนื่องจากพลังของมันหนักหน่วงเกินไป ทำให้อากาศโดยรอบแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ

ปัง!

ปราณฝ่ามือสีม่วงเป็นเหมือนเศษกระดาษเมื่อปราณกระบี่ฟันลงไป จนมันระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและสลายหายไปในอากาศ อย่างไรก็ตาม ปราณกระบี่ของเฉินซีกลับยังไม่ได้สลายไป และมันยังเหมือนกับภูเขาลูกแล้วลูกเล่าที่กวาดผ่านท้องฟ้าขณะที่มันบดขยี้ไปยังร่างที่ห่างออกไป

ร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือสัตว์อสูรขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง ที่ฟาดปราณฝ่ามือสีม่วงออกมา รูปลักษณ์ของมันเหมือนกับสายฟ้าฟาด ใบหน้าของมันขาวราวหิมะ แต่ริมฝีปากเป็นสีแดงทับทิมสด จึงทำให้ผู้อื่นสัมผัสได้ถึงความอำมหิตและชั่วร้าย

“หืม? เจ้าสามารถต้านทานการโจมตีของข้าเว่ยหงโดยที่ไม่ตายหรือ? เจ้าเด็กน้อย เจ้าควรจะภาคภูมิใจ…” น้ำเสียงอำมหิตดังขึ้นจากริมฝีปากสีแดงทับทิมของเขา ในขณะที่สัตว์อสูรขอบเขตแกนทองคำหยินหยางที่เรียกว่าเว่ยหง ได้ยื่นมือออกไปเพื่อฟาดไปยังปราณกระบี่ที่โจมตีเข้ามาที่ใบหน้าของเขา

เฉินซีส่ายศีรษะอีกครั้งเมื่อเห็นฉากนี้ “การโจมตีของข้าครั้งนี้คือ กระบี่คุนแห่งพสุธาที่มีมหาเต๋าแห่งปฐพี และได้รับการส่งเสริมโดยยันต์ศัสตรา ทำให้มันลึกล้ำและหนักหน่วงเหมือนภูเขาขนาดมหึมา ดังนั้นมันจะต้านทานอย่างง่ายดายได้อย่างไร?”

กร๊อบ! กร๊อบ!

“อ๊า! มือของข้า!” ตามที่คาดไว้ เว่ยหงผู้คิดว่าตนเองสูงส่งได้ถูกปราณกระบี่บดขยี้จนกระดูกและเส้นเอ็นในมือขวาแตกหัก หากไม่ใช่เพราะมันตอบสนองได้ทันเวลาละก็ แขนทั้งข้างของมันคงแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจนร้องโหยหวนด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มือขวาของมันถูกทำลายอย่างรุนแรงและกระดูกของมันก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้ไม่สามารถใช้มันได้อีกต่อไป

“ตายซะ!” เฉินซีพุ่งเข้าใส่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทุกช่วงลมหายใจที่เขาล่าช้า จะทำให้ทุกคนบนกำแพงเมืองต้องตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงต้องกำจัดสัตว์อสูรขอบเขตแกนทองคำหยินหยางทั้งสอง ซึ่งเป็นภัยคุกคามมากที่สุดอย่างรวดเร็ว

“กระบี่สวินแห่งวายุ!” เมื่อพวกเขาอยู่ห่างจากกันกว่าสิบสองจั้ง เฉินซีก็ใช้ปีกนภาดารกะอย่างเต็มกำลังในขณะที่แทงออกไปด้วยกระบวนท่ากระบี่สวินแห่งวายุที่มีชื่อเสียงในด้านความเร็วสูงสุด เพียงแค่เสี้ยวพริบตา เขาก็ได้มาถึงที่เบื้องหน้าของเว่ยหงแล้ว และความเร็วของเขาก็รวดเร็วมหาศาล จนแทบไม่ต่างอะไรกับการเคลื่อนย้ายมิติ

ในสายตาของเว่ยหง ความเร็วของเฉินซีเหมือนกับการเคลื่อนย้ายมิติในพริบตา โดยเฉพาะกระบี่ในมือของเฉินซี ที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมาจากอากาศบริเวณที่หน้าลำคอของเขา และความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ทำให้ดวงวิญญาณของมันแทบหลุดออกจากร่าง ในขณะที่ร่างของมันทะยานหลบไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณ

“เลี่ยจวิน เจ้ายังไม่คิดจะช่วยอีกหรือ จะต้องรอสิ่งใดอีก…” เว่ยหงผู้คิดว่าตนเองรอดพ้นจากหายนะแล้ว กรีดร้องออกมาอย่างรุนแรงด้วยความโกรธ แต่ในชั่วพริบตาต่อมา เสียงกรีดร้องของเขาก็หยุดลงทันที กระบี่ที่ติดตามมันเหมือนเงานั้น ได้ทะลวงผ่านลำคอ และมันได้เห็นเลือดสีแดงอันสวยงามพุ่งออกไป ซึ่งมันก็เป็นสีแดงทับทิมเหมือนกับริมฝีปากของมัน…

โครม!

เว่ยหงผู้เป็นสัตว์อสูรขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง ไม่มีโอกาสที่จะคืนสู่รูปลักษณ์เดิมของมัน และไม่มีเวลาที่จะระเบิดแกนทองคำ ก่อนที่มันจะเสียชีวิตไปพร้อมกับความประหลาดใจและล้มลงกับพื้น

“แท้จริงแล้ว มันคือนกกระเรียนมงกุฎแดง น่าเสียดายที่มันบ่มเพาะเป็นระยะเวลาสั้นเกินไป ทำให้มันอยู่ในขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นกลางเท่านั้น และความแข็งแกร่งของมันก็ไม่สามารถเทียบกับสัตว์อสูรบางตัวที่มีสายเลือดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณได้ ดังนั้นมันจะต่อกรกับข้าได้อย่างไร” เฉินซีมองลงไปยังพื้นดินและเห็นศพของเว่ยหงได้เปลี่ยนเป็นนกกระเรียนมงกุฎแดง ทำให้เขาก็เข้าใจถึงตัวตนของเว่ยหงในทันที

“ไปตายซะ!” เสียงตะโกนดังกึกก้องออกมาดั่งระเบิด ทันใดนั้น บนท้องฟ้าเหนือหัวของเฉินซีก็ปรากฏหนูสีฟ้าขนาดมหึมาอย่างฉับพลัน และมันมีขนาดเท่ากับภูเขาลูกเล็ก ๆ แต่เมื่อมันเปิดปากที่เปื้อนไปด้วยเลือด ซึ่งมีฟันแหลมคมราวกับใบมีดที่ดูเหมือนจะสามารถกลืนกินท้องฟ้าและดวงจันทร์ได้ นอกจากนี้มันยังน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะแม้แต่พื้นที่โดยรอบอาจถูกมันกลืนกินเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

“มุสิกเขมือบขุนเขา?” เฉินซีดูเหมือนจะคาดหวังฉากนี้มานานแล้ว แต่เมื่อเขาเห็นการปรากฏตัวของหนูสีฟ้าตัวนี้ เขาก็ยังคงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเขาจำต้นกำเนิดของสัตว์อสูรตัวนี้ได้

ว่ากันว่าเมื่อสัตว์อสูรตัวนี้โตเต็มวัย มันจะแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันสามารถกลืนภูเขาที่สูงตระหง่านถึงเก้าพันกว่าจั้งโดยแค่อ้าปาก และด้วยการดูดแบบสบาย ๆ ของมัน ซึ่งอาจทำให้แม่น้ำที่เชี่ยวกรากทั้งสายแห้งเหือดไป

หนูมหึมาสีฟ้าที่อยู่ตรงเบื้องหน้าเขา เป็นมุสิกเขมือบขุนเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งไปกว่านั้น การบ่มเพาะของมันก็อยู่ในขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นสูง ที่มันไม่ได้ปรากฏตัวมาก่อนหน้านี้ เพราะมันกำลังรอช่วงเวลานี้เพื่อโจมตีและกลืนกินเฉินซีด้วยการเขมือบในครั้งเดียว

“ข้ารอเจ้ามานานแล้ว สหายของเจ้าได้ตายแล้ว ดังนั้นเจ้าควรร่วมทางไปกับมัน!” ในทันทีที่มุสิกเขมือบขุนเขาปรากฏตัวขึ้น ยันต์ศัสตราในมือของเฉินซีได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับมังกรเพลิง และปราณกระบี่ก็ถาโถมออกมาและพุ่งตรงไปยังสวรรค์ทั้งเก้า กระบี่หลีแห่งอัคคีที่มีมหาเต๋าแห่งอัคคีที่รุนแรงและเกรี้ยวกราดระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน ราวกับดวงอาทิตย์ที่พร่างพราวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็วและห่อหุ้มมุสิกเขมือบขุนเขาไว้ภายในปราณกระบี่ที่เป็นดั่งทะเลเพลิงที่ไม่มีที่สิ้นสุดในทันที

ฟ่อ~ ฟ่อ~

มุสิกเขมือบขุนเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า เฉินซีจะตอบสนองอย่างรวดเร็วและโจมตีอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้ ทันใดนั้น ขนสีฟ้าที่ปกคลุมร่างกายของมันก็ถูกเผาไหม้ในทันทีจนผิวหนังและเนื้อของมันปริแตกออก มันก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง

“เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์! หากท่านอาจารย์ของข้าเคลื่อนไหว เจ้าต้องตายแน่!” ท่ามกลางเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ร่างของมุสิกเขมือบขุนเขาก็สั่นสะท้านอย่างกะทันหัน จากนั้นมันก็กลายเป็นลำแสงที่พุ่งทะยานไปทางส่วนลึกของเทือกเขา

“มันสามารถหลบหนีจากกระบี่หลีแห่งอัคคีของข้าได้จริงหรือ?” เฉินซีตกตะลึง แต่เขาก็ไม่ได้ไล่ตามมุสิกเขมือบขุนเขาไป เพราะสิ่งที่ควรกระทำในตอนนี้ คือการทำลายล้างฝูงสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้าเขา

[1] มุสิก มีความหมายว่า หนู

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 271 มุสิก[1]เขมือบขุนเขา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved