cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 250 อานุภาพของค่ายกลกระบี่ทะลวงสู่ท้องฟ้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 250 อานุภาพของค่ายกลกระบี่ทะลวงสู่ท้องฟ้า
Prev
Next

บทที่ 250 อานุภาพของค่ายกลกระบี่ทะลวงสู่ท้องฟ้า

บทที่ 250 อานุภาพของค่ายกลกระบี่ทะลวงสู่ท้องฟ้า

กระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเกิดเสียงดังกึกก้องราวกับกระแสน้ำถาโถม!

ทันทีที่ค่ายกลกระบี่มหาปราณถูกสร้างขึ้นสำเร็จ ก็เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาไปทั่วท้องฟ้า เสมือนกับจอมกระบี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เพียงแค่กลิ่นอายอันแหลมคมที่แผ่ออกมาจากค่ายกลกระบี่ก็ทำให้รู้สึกถึงความหนาวเย็นไปถึงกระดูกสันหลัง ราวกับว่าได้ตกลงไปในบ่อน้ำแข็งอันเยือกเย็น

เมื่อมองจากระยะไกล ท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลเฉินถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายกระบี่และปราณกระบี่ที่พาดผ่านท้องฟ้า และพวกมันดูเหมือนมังกรหิมะสีขาวจำนวนมากที่ควบแน่นจากปราณกระบี่ที่แหวกว่ายไปบนท้องฟ้าพร้อมกับส่งเสียงร้องคำรามดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน

ครืน!

บรรยากาศทั่วท้องฟ้าและผืนดินถูกเปลี่ยนไปทันทีเมื่อมวลเมฆดำทะมึนปกคลุมท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้าที่สดใสแต่เดิมจมดิ่งสู่ความมืดมิด ยิ่งไปกว่านั้น พระจันทร์เต็มดวงที่สว่างพร่างพรายได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลเฉิน และแสงจันทร์สีเงินที่ส่องแสงเจิดจ้าก็สาดลงมาปกคลุมจวนตระกูลเฉินทั้งหมดด้วย

ค่ายกลกระบี่มหาปราณได้ชักนำพลังของดวงจันทร์เพื่อสร้างปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ไปทั่วทั้งสวรรค์และโลก!

ครืน!

ผู้คนในเมืองหมอกสนที่เห็นปรากฏการณ์นี้ต่างก็อ้าปากค้าง ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกว่าหนังศีรษะชาหนึบ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างจากค่ายกลนี้กว่าสองร้อยห้าสิบลี้ แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกเหมือนมีคมมีดจ่ออยู่ที่แผ่นหลัง และปราณกระบี่ก็พร่างพราวเสียจนพวกเขาแทบลืมตาไม่ขึ้น

“บัดซบ! นี่มันค่ายกลกระบี่อะไรกัน? เหตุใดมันถึงน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้! ข้าเกรงว่าแม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาก็ไม่อาจต้านทานได้!” หวงฝู่ฉงหมิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรายอย่างยิ่งจากก้นบึ้งหัวใจ และเขาไม่ลังเลที่จะปล่อยหลิงไป๋ที่อยู่ในมือ ก่อนจะล่าถอยห่างออกไปอย่างต่อเนื่อง

“กระบี่ระดับปฐพีขั้นสูงนับหมื่นเล่มและกระบี่ระดับปฐพีขั้นสุดยอดเก้าเล่มภายในค่ายกลเดียว และมันยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ไปทั่วทั้งสวรรค์และโลก! นี่… นี่… แม้แต่ค่ายกลหมื่นฉลามทะเลหยกที่คอยปกป้องเกาะฉลามมังกรแห่งทะเลตะวันออกของข้าก็ดูเหมือนจะด้อยกว่าค่ายกลนี้!”

“รีบถอยไปเร็วเข้า! พลังระดับนี้สามารถทำลายล้างผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาได้ เราไม่อาจติดอยู่ภายในนั้น มิฉะนั้น ชีวิตของพวกเราจะหาไม่!”

หลิวเฟิ่งฉือ หม่านหง หลินโม่เซวียน เซียวหลิงเอ๋อร์ และคนอื่น ๆ ล้วนมีสีหน้าตึงเครียดขณะที่ความหวาดกลัวอันไร้ขอบเขตได้ผุดขึ้นในใจ ดังนั้นพวกเขาจึงรีบล่าถอยอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าหวงฝู่ฉงหมิงเสียอีก

เพียงชั่วพริบตา ทุกคนต่างถอยหนีอย่างไร้จุดหมาย ราวกับกำลังหลบหนีสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัว

เฉินซีฉวยโอกาสนี้คว้าทั้งร่างของหลิงไป๋กับเฉินฮ่าวมาไว้ข้างกาย จากนั้นเขาจึงจ้องมองไปยังศัตรูเหล่านั้นที่ล่าถอยออกไปอย่างเย็นชา ก่อนจะหันหลังกลับและหายไปในค่ายกลกระบี่

ในขณะนี้ หากใครมองไปยังบริเวณโดยรอบของจวนตระกูลเฉิน จะเห็นเพียงปราณกระบี่ที่ไร้เทียมทานจำนวนนับไม่ถ้วนที่เคลื่อนไปมา และพวกมันก็ก่อตัวเป็นม่านกำแพงกระบี่ที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและพลังทำลายล้าง ซึ่งเปรียบเสมือนกับชามข้าวที่ครอบลงมารอบจวนอย่างแน่นหนา นอกจากนี้ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาที่ม่านกำแพงกระบี่ก็ดูเหมือนกับภาพวาดของแดนสวรรค์ที่เต็มไปด้วยหมู่เซียนเริงระบำ

เมื่อเฉินซีเหินลงมาที่พื้น เขาก็ไม่ลังเลที่จะหยิบโอสถเหลวหยกนภานับหมื่นเม็ดใส่ลงไปในกระเป๋าสมบัติมิติก่อนจะมอบให้เฉินฮ่าว “ค่ายกลกระบี่มหาปราณนี้สามารถกำจัดยอดฝีมือขอบเขตสถิตกายาได้ อีกทั้งการโจมตีของยอดฝีมือขอบเขตเซียนปฐพีก็ไม่อาจเจาะทะลุค่ายกลนี้แม้แต่น้อย ด้วยการปกป้องที่ทรงพลังเช่นนี้ ตระกูลเฉินของเราจะอยู่รอดปลอดภัย แต่ค่ายกลกระบี่นี้ต้องใช้ปราณวิญญาณในการคงสภาพมหาศาล ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องใช้โอสถระดับปฐพีขั้นสุดยอดนับหมื่นเม็ดคอยเติมปราณวิญญาณให้แก่ค่ายกล หลายวันนับจากนี้เจ้าจงรั้งอยู่ในค่ายกลไปก่อนและคอยเติมพลังให้ค่ายกลนี้อย่าได้ขาด”

ครืนนน!

เสียงของเฉินซียังไม่ทันหายไปจากอากาศ เขากลับไม่สามารถพยุงตัวเองได้อีกต่อไป ก่อนจะหมดสติล้มลงไปกองกับพื้น

สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันมานี้ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน เขาวิ่งทะยานโดยไม่หยุดหย่อนเป็นเวลาถึงสามวันสามคืน เพื่อหลบหนีจากห้วงทะเลทรายมรณะมายังเมืองหมอกสน ร่างกายของเขายังได้ผลกระทบอย่างรุนแรงจากการกินโอสถเหลวหยกนภาเข้าไป และการฝืนรีดเค้นปราณแท้ของเขาอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับแก่นโลหิตนับไม่ถ้วนที่ถูกใช้ไปเพื่อสร้างค่ายกลกระบี่ เขาได้ใช้พลังชีวิตมากเกินไป ทำให้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัสทั้งภายในและภายนอก หากไม่ใช่เพราะเจตจำนงอันแรงกล้าที่คอยสนับสนุนเขาอยู่ เขาคงไม่สามารถยืนหยัดได้จนถึงตอนนี้

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหมดสติในทันทีที่จิตใจผ่อนคลาย และไม่อาจรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกภายนอกได้อีกต่อไป

หลิงไป๋เองก็หมดสติไปเช่นเดียวกัน เนื่องจากเขาได้ต้านทานการโจมตีของหวงฝู่ฉงหมิงและคนอื่น ๆ โดยไม่เสียดายอายุขัยของตัวเองเลย ดังนั้นอาการบาดเจ็บของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเฉินซีเลยสักนิดเดียว

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาทั้งคู่จึงหมดสติอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดู แต่กลับไม่มีใครหัวเราะเยาะพวกเขาสักคน

ยิ่งไปกว่านั้น ความเคารพอย่างลึกซึ้งก็ผุดขึ้นในใจของข้ารับใช้ตระกูลเฉิน และแม้ว่าพวกเขาจะยังคงนิ่งเงียบ แต่ความเคารพนี้ก็เอ่อล้นอยู่ในใจของพวกเขาทุกคนอย่างต่อเนื่อง

เป็นเพราะคนทั้งสองได้พยายามพลิกสถานการณ์และช่วยตระกูลเฉินในช่วงเวลาที่คอขาดบาดตายอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งสองคนนี้ พวกเขาก็คงถูกทำลายไปพร้อมกับการล่มสลายของตระกูลเฉิน อีกทั้งยังต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกเข่นฆ่า

ในขณะนี้ ทุกคนในตระกูลเฉินต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจที่มีผู้พิทักษ์ตระกูลเช่นนี้ ‘หากมีคนเช่นเขาอยู่ เหตุใดจึงต้องกังวลว่าตระกูลเฉินจะไม่พบกับความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง?’

“เหลิ่งชุ่ย เจ้าจงพาพี่ชายของข้ากับหลิงไป๋ไปพักผ่อน และใช้โอสถทิพย์ชั้นเลิศเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเขา ปล่อยหน้าที่ดูแลค่ายกลกระบี่นี้ให้แก่ข้า ส่วนคนอื่นจงทำในสิ่งที่ควรทำ และห้ามออกจากค่ายกลโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด!” เฉินฮ่าวกล่าวด้วยเสียงทุ้มหนัก ซึ่งทำลายบรรยากาศอันเงียบงัน ไม่มีใครได้สังเกตเห็น เมื่อเขาละสายตาจากร่างของเฉินซี น้ำตาสองสายก็ไหลลงมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเขา แต่มันก็ระเหยหายไปในอากาศทันที

จิตใจของเขามั่นคงยิ่งขึ้นและปราศจากความกลัวใด ๆ สีหน้าของเขาก็แน่วแน่ยิ่งขึ้น ทำให้เขาดูเหมือนกับเป็นภูเขาที่สูงตระหง่านและสง่างามยิ่งขึ้นหลังจากประสบกับการโหมกระหน่ำของพายุและสายฝน

“รับทราบ!” ทุกคนขานรับอย่างแข็งขัน จากนั้นพวกเขาก็ล่าถอยไปอย่างเป็นระเบียบ

“เจ้าก็ระวังตัวด้วย” เฟยเหลิ่งชุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จากนั้นนางก็ประคองเฉินซีไว้บนแผ่นหลังของนางและอุ้มหลิงไป๋ขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะจากไปอย่างระมัดระวัง

เมื่อทุกคนออกไปแล้ว เฉินฮ่าวจึงนั่งขัดสมาธิที่ศูนย์กลางของค่ายกลกระบี่ ในขณะที่สายตาซึ่งเป็นดั่งคบเพลิงของเขากวาดไปรอบ ๆ อย่างเฉยเมย เปลวเพลิงที่ร้อนแรงได้ลุกโชนขึ้นในใจของเขา และเขาก็ไม่กล้าที่จะผ่อนคลาย เนื่องจากพี่ชายของเขาได้ช่วยเหลือเขามามากเกินไปแล้ว มันทำให้เขารู้สึกผิด ไม่สบายใจ และไร้ความสามารถ…

ในขณะนี้ เขาจะไม่ยอมให้ความสงบสุขที่แลกด้วยชีวิตของผู้คน จะต้องถูกศัตรูของพวกเขาทำลายอย่างแน่นอน!

…

ห่างจากค่ายกลกระบี่มหาปราณประมาณสามลี้

หวงฝู่ฉงหมิงและคนอื่น ๆ จ้องมองไปยังจวนตระกูลเฉินซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยแสงจันทร์สีเงินและปราณกระบี่อันหนาแน่นอย่างแน่วแน่ด้วยสีหน้าที่มืดหม่น ดวงตาของพวกเขาแสดงออกถึงความไม่เต็มใจ ความสับสน ความประหลาดใจ และความโกรธเกรี้ยว

ครั้งนี้ เฉินซีได้รอดพ้นจากหายนะอีกครั้ง!

พวกเขาแทบจำไม่ได้ว่าเฉินซีรอดพ้นจากหายนะมากี่ครั้งแล้ว เจ้าเด็กคนนี้เป็นเหมือนฝันร้ายในชีวิตของพวกเขา เพราะมันมักปรากฏตัวตรงหน้าอยู่เสมอ แต่อนิจจา พวกเขากลับไม่สามารถฆ่าได้สำเร็จเลยสักครั้ง

“องค์ชายหวงฝู่ พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดีพ่ะย่ะค่ะ?” หลิวเฟิ่งฉือถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ซึ่งแฝงด้วยความเกลียดชังที่ลึกล้ำและไม่เต็มใจ พวกเขาอยู่ห่างจากการทำลายล้างเฉินซีและยึดสมบัติทั้งหมดที่อยู่ในความครอบครองของอีกฝ่ายเพียงก้าวเดียว ทว่าความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนี้กลับทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ดังนั้นเขาจะยอมจำนนต่อชะตากรรมเช่นนี้ได้อย่างไร?

“พวกเราจะทำสิ่งใดได้อีก? พวกเจ้าทุกคนสามารถฝ่าค่ายกลกระบี่ที่น่ารังเกียจเช่นนี้ได้หรือ? ฮึ่ม!” หวงฝู่ฉงหมิงไม่อาจอดกลั้นโทสะในใจของเขาได้อีกต่อไป ทำให้เขาสูญเสียการควบคุมและคำรามออกมาอย่างดุเดือด

ทุกคนต่างก็เงียบลง ความคับข้องและความโกรธเกรี้ยวในใจของพวกเขาเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหวงฝู่ฉงหมิง แต่พวกเขาจะทำสิ่งใดได้อีก แม้ว่าพวกเขาจะไม่เต็มใจเลยก็ตาม? เนื่องจากพลังของค่ายกลกระบี่นั้นเพียงพอที่จะสังหารผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น จะไปนับประสาอะไรกับพวกเขาที่เป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นสมบูรณ์

“บัดซบ! ไม่เพียงแต่พวกเราจะไม่ได้สิ่งใดเลย กระบี่เต๋าสวรรค์ปฐพีของข้าก็ติดอยู่ในค่ายกลของมันเช่นกัน เจ้าคนผู้นี้ช่างสมควรตายอย่างแท้จริง!” หลินโม่เซวียนขมวดคิ้วขณะที่เขาตะคอกออกมาด้วยความโกรธ

“ฮึ่ม! พูดราวกับว่ากระบี่เพลิงวิญญาณของข้าไม่ได้ถูกมันพรากไป!” เซียวหลิงเอ๋อร์คำรามอย่างเย็นชา

“หยุดโต้เถียงกันได้แล้ว! ศัสตราวิเศษของพวกเราทุกคนล้วนถูกเจ้าเด็กบัดซบแย่งชิงไป พวกเจ้าจะมาทะเลาะกันเองเช่นนี้มันจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา!” หลิวเฟิ่งฉือขมวดคิ้วพร้อมกับตวาดเพื่อหยุดพวกเขา

เมื่อครั้งที่พวกเขาอยู่ในห้วงทะเลทรายมรณะ คนเหล่านี้ได้ร่วมมือกันโจมตีเฉินซีเพื่อหวังยึดสมบัติอมตะทั้งสามชิ้นที่อยู่ในความครอบครองของอีกฝ่าย

เดิมทีชัยชนะได้อยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว แต่เฉินซีกลับอาศัยเจตจำนงจากผู้ยิ่งใหญ่ในการสำแดงพลังของเขตแดนเต๋าแห่งปารมิตา เขตแดนเต๋าแห่งการลืมเลือน และเขตแดนเต๋าแห่งจุดจบ เพื่อสลายการโจมตีทั้งหมดของพวกเขาและแม้กระทั่งสมบัติที่พวกเขาใช้ในการโจมตีก็ถูกยึดไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทุกคนโกรธแค้นและไม่พอใจจนถึงขั้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับเฉินซีได้อีก

อย่างไรก็ตาม ศัสตราวิเศษเหล่านั้นล้วนอยู่ในระดับปฐพีขั้นสุดยอด และเป็นสมบัติวิเศษล้ำค่าที่นิกายของพวกเขามอบให้ แต่ในขณะนี้ พวกเขากลับสูญเสียสมบัติวิเศษเหล่านี้ไป ทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับนิกายอย่างไรดี

“แล้วเจ้าคิดว่าเราควรทำอย่างไรดี? อย่าได้บอกข้าว่าเจ้ามีดีแค่ฝีปาก!” หลินโม่เซวียนกล่าวด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร

เดิมทีกลุ่มของพวกเขาเกิดจากการร่วมมือกันชั่วคราว และพวกเขาล้วนเป็นผู้โดดเด่นจากสถานที่ที่พวกเขาจากมา จึงทำให้พวกเขาหยิ่งผยองและไม่ไว้หน้าผู้ใด ดังนั้นจึงไม่มีใครหวาดเกรงต่อความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย เมื่อหลินโม่เซวียนกล่าวออกมาในเชิงสบประมาท มันก็อาจเป็นชนวนสร้างความไม่พอใจที่อัดแน่นอยู่ในอกของทุกคนให้ปะทุขึ้นมาได้

แต่โดยไม่คาดคิด หลิวเฟิ่งฉือกลับไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองใด ๆ แต่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ข้าย่อมมีวิธีแน่นอน และเมื่อเทียบกับความสูญเสียของเราแล้ว นี่เป็นวิธีเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้”

“จงว่ามา!” ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกตะลึง

“รายงานเรื่องนี้ไปยังนิกายของเรา!” หลิวเฟิ่งฉือไม่ได้คิดอ้อมค้อมและค่อย ๆ กล่าวคำสองสามคำออกมาช้า ๆ

“ฮะ ให้รายงานไปยังนิกายของเราหรือ?”

“ถูกต้อง ตอนนี้เราไม่สามารถยึดสมบัติที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าเด็กบัดซบคนนั้นได้ ดังนั้นเหตุใดเราถึงไม่รายงานเรื่องนี้ไปยังนิกาย และปล่อยให้กลุ่มผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายจัดการกับเรื่องนี้แทน ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเรื่องสำคัญ หลังจากที่เรารายงานเรื่องนี้ไปแล้ว เราก็จะได้รับรางวัลมากมายจากนิกายของเราโดยปริยาย ดังนั้นเหตุใดถึงไม่ทำแบบนั้นเสียล่ะ?”

“ใช่แล้ว แผนนี้แยบยลมาก เพื่อสมบัติต่าง ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าเด็กคนนี้ กลุ่มผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายเราจะต้องเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่เราจะสามารถฆ่าเจ้าเด็กคนนี้ทางอ้อมและระบายความเกลียดชังของเราได้เท่านั้น แต่เรายังสามารถเอาสมบัติที่ถูกยึดไปกลับคืนมาพร้อมกับรับรางวัลมากมายจากนิกายของเรา ดังนั้นวิธีนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว”

ไม่มีใครเป็นคนโง่ในกลุ่มพวกเขา ตรงกันข้าม พวกเขาทั้งหมดมีความเฉลียวฉลาดและเฉียบแหลม ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะแน่นอน ในขณะนี้ เมื่อพวกเขาได้ยินคำกล่าวของหลิวเฟิ่งฉือพวกเขาก็เข้าใจความมหัศจรรย์ของแผนการนี้ทันที

“หากพวกเราทำถึงขั้นนั้น มันจะไม่เป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนหรอกหรือ?” หวงฝู่ฉงหมิงขมวดคิ้ว อันที่จริง เขาก็เห็นด้วยกับวิธีการของหลิวเฟิ่งฉืออย่างมาก แต่เมื่อคิดถึงการที่นิกายที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมากมายจะต้องส่งผู้อาวุโสมาจัดการกับเด็กน้อยที่มีฐานการบ่มเพาะเพียงขอบเขตเคหาทองคำ มันอาจจะทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นที่หัวเราะเยาะของผู้คน

“ไม่ต้องกล่าวถึงสมบัติที่เจ้าเด็กคนนี้ได้รับจากขุมสมบัติเฉียนหยวน เพียงสมบัติอมตะสามชิ้นที่มันครอบครองอยู่ก็สามารถทำให้เหล่าตัวประหลาดเฒ่าต้องคลุ้มคลั่งได้แล้ว ดังนั้นการทำเช่นนี้ก็ไม่ผิดและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับคำติเตียน ข้ามั่นใจได้เลยว่าหากข่าวนี้รั่วไหลออกไป จะมีผู้คนมากมายที่ไม่สนใจสถานะของพวกเขาเดินทางมาที่นี่เพื่อฆ่าไอ้เจ้าเด็กคนนี้อย่างแน่นอน” หลิวเฟิ่งฉือกล่าวด้วยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยมั่นใจ

“ตกลง เราจะดำเนินการตามแผนนี้!” หวงฝู่ฉงหมิงตัดสินใจทันที จากนั้นสายตาของเขากวาดผ่านทุกคน ก่อนที่จะกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “แต่ข้าขอเตือนพวกเจ้าทุกคนว่า เรื่องนี้จะต้องรายงานไปยังกลุ่มผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายพวกเจ้าเท่านั้นอย่าได้แพร่งพรายไปถึงผู้อื่น ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงไม่อยากให้ข้อมูลที่สำคัญเช่นนี้หลุดลอดไปสู่บุคคลภายนอกใช่หรือไม่?”

“แน่นอน” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยเพราะพวกเขาจะไม่ให้ข้อมูลเรื่องนี้รั่วไหลไปสู่คนอื่นโดยเด็ดขาด และพวกเขาก็ไม่ได้รั้งอยู่ที่เมืองหมอกสนอีกต่อไปและเหินทะยานกลับไปยังนิกายของตน

ในขณะนี้ แผนการร้ายอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งมุ่งเป้าไปที่เฉินซีได้เปิดม่านขึ้นแล้ว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 250 อานุภาพของค่ายกลกระบี่ทะลวงสู่ท้องฟ้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved