cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 216 เขตแดนเต๋าหมอกฝน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 216 เขตแดนเต๋าหมอกฝน
Prev
Next

บทที่ 216 เขตแดนเต๋าหมอกฝน

บทที่ 216 เขตแดนเต๋าหมอกฝน

หลังจากเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและเยือกเย็น ชิงซิ่วอี้ก็ปรากฏตัวขึ้นบนกิ่งของต้นไม้ใหญ่ด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แขนเสื้อของนางพลิ้วไหวไปกับสายลม ราวกับนางอัปสรที่ลอยล่องลงมาด้วยรัศมีอันงามสง่า

หัวใจของเฉินซีเกร็งกระตุก เมื่อเขาเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ยังไล่ตามเขามาตลอดทาง จนเขาได้คร่ำครวญออกมาอยู่ภายในใจ บ้าเอ๊ย! ยามนี้ร่างกายของข้าบาดเจ็บหนักจนไม่มีแรงแม้แต่จะยกนิ้ว หากต้องเผชิญหน้ากับสตรีที่เป็นเซียนสวรรค์อวตารนางนี้อีก ข้าคงไม่มีช่องให้ต่อต้านละทำได้เพียงรอให้ความตายมาถึงแล้ว

ฟุ่บ!

เพียงชิงซิ่วอี้พลิกข้อมือขาวละออของนาง ผืนป่าโดยรอบก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย จากนั้นกลุ่มหมอกก็ค่อย ๆ ม้วนขดตัวจากพื้นดินราวกับควันขึ้นปกคลุมอยู่ในอากาศ บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื้นเมื่อดอกไม้สดจำนวนมากมายเบ่งบานออกมาอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับลำธารที่เริ่มไหลเชี่ยวกรากหลายสาย แสงแดดที่ส่องลงมาถูกหักเหเป็นหมอกมัว ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นสีรุ้งราวกับอยู่ในฝันไปทั่วพื้นที่

หลังจากที่นางลงมือเสร็จ ชิงซิ่วอี้ก็กล่าวขึ้นอย่างเรียบเฉย “นี่คือเขตแดนเต๋าหมอกฝนของข้า ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเจ้า มันไม่มีโอกาสแม้แต่น้อยที่เจ้าจะสามารถหลบหนีออกไปได้”

เฉินซีเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ในขณะที่เขาจ้องมองเต๋ารู้แจ้งของเต๋าเมฆาพยับที่ดูเหมือนจริงแต่เป็นเพียงภาพลวงตา และเกือบจะเหมือนโลกใบเล็ก ๆ นี้ไป หัวใจของเขาดิ่งวูบในทันที เพราะคำพูดของชิงซิ่วอี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงไปเลยแม้แต่น้อย

เขตแดนเต๋าหมอกฝนที่อยู่ตรงหน้าเขานี้มันสมบูรณ์ยิ่งกว่าเขตแดนเต๋าแห่งการสังหารของหานกู่เยว่ และเขตแดนเต๋าแห่งแม่น้ำโลหิตของเถิงหัวซวี่เสียอีก เต๋ารู้แจ้งมากมายมีอยู่เต็มภายในพื้นที่เขตแดนเต๋านี้ ทั้งดอกไม้สดเหล่านั้น สายน้ำไหล สายฝนที่โปรยปราย… พวกมันทั้งหมดล้วนมีกลิ่นอายของมหาเต๋าที่เป็นธรรมชาติและไม่มีร่องรอยของการประดิษฐ์อยู่เลยแม้แต่น้อย นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเข้าใจในเขตแดนเต๋าของชิงซิ่วอี้ได้บรรลุถึงระดับที่สูงมากเกินธรรมดาไปแล้ว

“เจ้าคิดอย่างไรกับเขตแดนเต๋าหมอกฝนของข้า? แม้ว่ามันจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับเขตแดนเต๋าแห่งปารามิตา, เขตแดนเต๋าแห่งการลืมเลือน และเขตแดนเต๋าแห่งจุดจบได้ แต่มันก็มากเกินพอที่จะดักจับเจ้า” ชิงซิ่วอี้หยุดยืนอยู่ที่ข้างลำธาร รูปลักษณ์ของนางช่างงดงามดุจดอกบัวในน้ำใส ทั่วทั้งร่างของนางก็ดูราวกับมีหมอกปกคลุม เพิ่มความลึกลับยิ่งขึ้น

เมื่อได้มองดูสตรีนางนี้ จะรับรู้ไปว่านางไม่เหมือนผู้บ่มเพาะคนใดในโลกมนุษย์เอาเสียเลย ร่างกายที่ดูบริสุทธิ์และไร้ที่ติ จากการเกิดใหม่ทำให้นางไร้มลทินในโลกมนุษย์ ทำให้คนอื่นรู้สึกราวกับว่านางเป็นเซียนอมตะไม่ใช่มนุษย์เดินดิน

จุดเหล่านี้คือข้อบ่งชี้ของเซียนสวรรค์อวตาร ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเซียนสวรรค์อวตารจะครองสติปัญญาและความรู้มากมายออกมาด้วย และเพราะพวกเขามีเศษเสี้ยวประสบการณ์ในความเข้าใจเต๋าจากชีวิตก่อนหน้านี้ ทำให้พวกถือความได้เปรียบในการบ่มเพาะที่คนทั่วไปในโลกไม่สามารถเปรียบเทียบได้เอาไว้

“เขตแดนเต๋าของเจ้าไม่เลวเลยจริง ๆ ทว่าข้าไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ครั้งนี้เจ้าไล่ตามข้ามาเพราะต้องการจะฉกชิงของที่ข้าครอบครองงั้นหรือ? เจ้าควรรู้ว่าต่อให้พวกเจ้ามีกันมากกว่า 10 คนไม่สามารถฆ่าข้าได้อยู่ดี” เฉินซีเอนตัวลงไปกับพื้น แม้ว่าอาการของเขาจะแย่มาก แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงเรียบนิ่งและสงบ

“ข้ารู้ แต่เหตุผลที่เราไม่สามารถหยุดเจ้าได้ นั้นเพราะพวกเราถูกหยุดโดยเจตจำนงของตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในตัวของเจ้า ข้าพอจะเข้าใจตัวตนนี้อยู่ไม่มากก็น้อย และยามนี้เขาคงไม่อาจช่วยเจ้าได้แล้ว เพราะเขาได้ถูกผู้เยี่ยมยุทธ์จากโลกภายนอกร่วมมือกันบดขยี้ไปเมื่อราวสองสามหมื่นปีที่แล้ว บางทีร่างกายและวิญญาณของเขาอาจยังไม่ถูกทำลาย ทว่าอย่างน้อยที่สุด เขาก็ไม่มีพลังมากพอที่จะไปต่อกรกับเทพเจ้าต่าง ๆ ในมิติที่สามได้ ฉะนั้นตอนนี้เจ้าก็เหลือเพียงตัวคนเดียวและไม่อาจทำอะไรได้ ดังนั้นเจ้าไม่ต้องพยายามหลอกลวงข้า” เสียงของชิงซิ่วอี้ทั้งเย็นชาและเลือนราง ใบหน้าที่สวยงามของนางยังคงเรียบสงบ แต่ก็ไม่ได้เยือกเย็น เป็นเพียงใบหน้าที่ไร้ซึ่งกังวล เงียบและสงบ แต่ก็ไม่อาจรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าในใจนางกำลังคิดสิ่งใดอยู่

เมื่อไม่กี่หมื่นปีที่แล้ว?

ถูกผู้เยี่ยมยุทธ์จากโลกภายนอกร่วมกันบดขยี้?

ความประหลาดใจพรั่งพรูออกมาจากภายในใจของเฉินซี ในตอนนี้เขาเข้าใจได้เพียงผิวเผินเท่านั้น ว่าสวรรค์ที่ท้าทายการดำรงอยู่ของเจ้าของเสียงที่เยือกเย็นและเศร้าสร้อยนั้นเป็นอย่างไร

ทว่าเขาก็ยังคงกล่าวต่อไปอย่างใจเย็น “หากข้าคาดเดาไม่ผิด เจ้าคงจะเกรงกลัวตัวตนที่ยิ่งใหญ่เบื้องหลังข้ามากน่าดูชม ไม่อย่างนั้นเจ้าคงจะไม่พูดเรื่องไร้สาระให้มากความ และคงจะไม่รอจนถึงตอนนี้แต่กลับยังไม่ลงมือกับข้า”

“เป็นเช่นนั้น เมื่อหลายปีก่อนตัวตนที่ยิ่งใหญ่นั้นได้ทำให้โลกต่าง ๆ หวาดกลัวเขาอย่างมาก พลังความสามารถของเขาถือว่ามากจนน่าตกใจ ถึงขั้นที่สามารถสั่งการโลกทั้งใบได้ แม้ว่าข้าจะฝึกฝนจนกลับไปสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์อีกครั้ง ข้าก็ยังต้องระมัดระวังต่อแผนการที่เขาวางเอาไว้ก่อนที่จะร่วงหล่นไปอยู่ดี เจ้าควรเข้าใจดีว่ามนุษย์มักตายด้วยการแสวงหาความมั่งคั่ง เช่นเดียวกับนกที่ตายเพราะการแสวงหาอาหาร ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลประโยชน์บ้างอย่าง ข้ายอมที่จะเพิกเฉยต่อทุกสิ่งเพื่อให้ได้สิ่งนั้น” ชิงซิ่วอี้พยักหน้าและตอบไปตามความเป็นจริง

เป็นเพราะนางไม่บ่ายเบี่ยงแม้แต่น้อยที่จะยอมรับข้อเท็จจริงนี้ ทำให้เฉินซีมีความรู้สึกมั่นใจมากว่าสตรีนางนี้ไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ และทำให้เขาไม่สามารถกระตุ้นความคิดที่จะเกลียดนางได้เลย เพราะเมื่อเทียบกับการกระทำที่เสแสร้งและเจ้าเล่ห์ของคนอื่น ๆ แล้ว หญิงสาวผู้นี้กลับสามารถพูดเกี่ยวกับสิ่งที่นางกำลังคิดได้โดยไม่ต้องหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย นี่แสดงให้เห็นว่านางมีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างมาก และสถานการณ์ทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุมของนางมาโดยตลอด!

“เจ้าวางแผนจะทำอะไร?” เฉินซีตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะหยุดเล่นเกมจิตวิทยากับผู้หญิงคนนี้ และเลือกถามนางอย่างตรงไปตรงมา

ชิงซิ่วอี้ตอบกลับ “ข้าวางแผนที่จะทำการแลกเปลี่ยนกับเจ้า ส่งมอบสมบัติอมตะที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าให้ข้า แล้วข้าจะมอบสมบัติ, วารีวิญญาณ, เคล็ดวิชาการบ่มเพาะ, โอสถ… เจ้าสามารถเลือกอะไรก็ได้ที่เจ้าต้องการ”

“แลกเปลี่ยน?” เฉินซีดูราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ “ถือเป็นวิธีที่ดีในการแก้ปัญหา การฉกชิงกลายเป็นการแลกเปลี่ยน และเจ้ายังจะตอบแทนข้าด้วยของที่มีค่าเท่าเทียม ตราบใดที่ข้าตกลงไม่ว่าจะเป็นใคร พวกเขาก็คงหาข้ออ้างมาวุ่นวายกับเจ้าไม่ได้อีกต่อไป แผนการที่ดี เป็นแผนการที่ดีอย่างแท้จริง”

ชิงซิ่วอี้รับรู้ถึงการเยาะเย้ยในคำพูดของเฉินซี แต่นางก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยและยังคงกล่าวอย่างเฉยเมยต่อไป “เจ้าคิดอย่างไรกับการแลกเปลี่ยนนี้?”

“ข้ามีทางเลือกหรือไม่?” เฉินซีเลือกตอบอย่างมีวาทศิลป์

ชิงซิ่วอี้กล่าวต่อ “นี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าคงราบดีถึงช่องว่างระหว่างเราสองคน การต่อต้านจนถึงที่สุดมีแต่จะทำให้เจ้าต้องสละชีวิต และนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนฉลาดทำ”

“เจ้าจะมากเกินไปแล้ว! เฉินซี เจ้าต้องไม่เห็นด้วยกับนางอย่างเด็ดขาด!” หลิงไป๋กระโจนออกไปลอยขวางหน้าเฉินซี เขามองไปที่ชิงซิ่วอี้ด้วยสายตาที่เย็นชายิ่ง ในขณะร่างกายของเขาปลดปล่อยรัศมีออกมา ทำให้เขาดูเหมือนดาบคมไร้ปลอกที่ตั้งใจจะดื่มเลือดของศัตรู

“แม้ว่าข้าจะแยกไม่ออกว่าเจ้าเป็นสิ่งใด แต่ข้าสามารถระบุได้คร่าว ๆ ว่าเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอย่างแน่นอน มันจะเป็นการดีกว่าหากเจ้าหยุดดิ้นรนอย่างไร้จุดหมายเสีย” ชิงซิ่วอี้ส่ายหัวของนาง มันไม่ใช่การประชดประชันหรือการเยาะเย้ย แต่นางก็เป็นเพียงแค่พูดความจริง

“หลิงไป๋ อย่าผลีผลาม!” เฉินซีตะโกนออกมาด้วยเสียงกดต่ำ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังที่ไม่อาจโต้แย้งได้

การแสดงออกของหลิงไป๋เปลี่ยนกลับไปกลับมา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยกลับมาด้วยความโกรธในที่สุด

เฉินซีถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเช่นนั้น จากนั้นเขาก็จ้องไปที่ ชิงซิ่วอี้อย่างเย็นชาและถามขึ้น “เจ้าต้องการอะไรจากข้า?”

“เจดีย์บำเพ็ญทุกข์ ระเบียนแดนมรณะ และเขา” ชิงซิ่วอี้ยกมือขึ้นชี้ไปที่หลิงไป๋

เมื่อเขาได้ยินว่าชิงซิ่วอี้เรียกร้องตัวเขาจริง ๆ หลิงไป๋ก็โกรธจนหน้าอกของเขากระเพื่อม ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งที่เฉินซีกล่าวขึ้นก่อนหน้านี้ เขาคงเมินเฉยต่อทุกสิ่งและตรงเข้าไปสู้กับนางไปนานแล้ว

ในใจเฉินซีเองก็รู้สึกโกรธมากเช่นกัน แม้ว่าเจดีย์บำเพ็ญทุกข์จะเสียหายไปนานแล้ว แต่มันก็ยังคงถือเป็นสมบัติอมตะ ส่วนระเบียนแดนมรณะนับเป็นสมบัติล้ำค่าที่ลึกลับอย่างยิ่ง มูลค่าของมันมากเกินกว่าเจดีย์บำเพ็ญทุกข์เสียด้วยซ้ำ ในขณะที่หลิงไป๋… ในใจของเขาหลิงไป๋ไม่ใช่ ‘สิ่งของ’ ที่จะใช้ในแลกเปลี่ยนกับใคร กลับกันเฉินซีถือว่าเขาเป็นเหมือนพี่น้องคนสนิทของเขา พวกเขาเชื่อใจซึ่งกันและกัน ฝ่าฟันผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน มิตรภาพของพวกเขาพัฒนาจนมันเหนียวแน่นมานานแล้ว แล้วเขาจะส่งมอบหลิงไป๋ให้นางได้อย่างไร?

“ข้าให้หลิงไป๋แก่เจ้าไม่ได้ แต่อีกสองไม่ใช่ปัญหา” เฉินซีพูดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ถ้าเจ้าไม่ยอมรับ ข้าก็จะขอสู้ให้ถึงที่สุด!”

“เฉินซี…” คลื่นความอบอุ่นพรั่งพรูออกมาจากหัวใจของหลิงไป๋อย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเขาเห็นว่าในเวลาเช่นนี้เฉินซีก็ยังคงเลือกที่จะปกป้องเขา จากนั้นความเฉียบขาดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็ก ๆ ของเขา ขณะที่เขาพูดออกมาคำต่อคำ “ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้ วันนี้ข้าจะไม่ยอมให้นางสัมผัสแม้แต่เส้นผมของเจ้า แม้ว่าข้าจะต้องตายก็ตาม!”

“การปล่อยให้อารมณ์ควบคุมนับเป็นการกระทำของคนโง่เขลา” ชิงซิ่วอี้ส่ายหัวและพูดในขณะที่มองไปทางเฉินซี “หลังจากที่ข้าฆ่าเจ้าแล้ว ข้าก็ยังคงได้ทุกอย่างมาอยู่ดี ดังนั้นเจ้าจึงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะพูดคุยเรื่องเงื่อนไขกับข้า คำตอบของเจ้ามีให้เลือกเพียงว่าตกลงหรือไม่เท่านั้น”

เฉินซีถอนหายใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น วันนี้เราอาจจะต้องตายเสียแล้ว ก่อนหน้านี้ขณะที่เขากำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการกู้คืนปราณแท้ของตน ตราบใดที่เขาสามารถดึงมันกลับมาได้แม้เพียงเสี้ยวเดียว เขาก็จะสามารถเปิดใช้งานจี้หยกบนฝ่ามือของเขาและเข้าไปในเคหาได้ทันที อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บที่รุนแรงเกินไป ไม่ต้องพูดถึงการฟื้นตัวของปราณแท้ ลำพังแค่แรงที่จะใช้ขยับร่างกายในยามนี้เขาไม่มีมันเลยแม้แต่น้อย

“เฉินซีเจ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป การมีชีวิตรอดเท่านั้นที่คุณจะมีโอกาสแก้แค้นและกำจัดศัตรูทั้งหมดที่เคยรังแกเรา ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างแน่นอน” เสียงของหลิงไป๋เผยให้ถึงร่องรอยของความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันฟังดูราวกับว่าเป็นคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจากลากันไป ทำให้ในใจของเฉินซีเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

โอม!

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เฉินซีจะทันได้พูดอะไรเพื่อหยุดเขา หลิงไป๋ก็เปลี่ยนร่างเป็นแสงสีทองที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที ปราณกระบี่ที่แหลมคมกวาดกินพื้นที่โดยรอบเป็นบริเวณกว้าง ทุก ๆ ตารางนิ้วของปราณกระบี่นี้ล้วนบรรจุอัดแน่นไปด้วยสำนึกกระบี่นิพพาน ทำให้ปราณกระบี่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจนถึงจุดที่เขตแดนเต๋าหมอกฝนฉีกขาดและเผยถึงร่องรอยของการแตกเป็นเสี่ยง ๆ ขึ้นภายใน

ภายในปราณกระบี่อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ แสงสีทองที่พร่างพรายพริ้วไหวอยู่บนร่างของหลิงไป๋ราวกับว่ามันกำลังลุกโชน ใช่ เขาเป็นเหมือนดั่งสาวกผู้เคร่งศาสนาที่เสียสละชีวิตของตนเอง เพื่อแลกกับความแข็งแกร่งที่น่าหวาดกลัว!

“หยุดนะไอ้เจ้าบ้า! หยุด!” ความตื่นตระหนก ความโกรธเกรี้ยว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายได้พรั่งพรูออกมาจากภายในใจของเฉินซี ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลน เขากู่คำรามออกมาพร้อมกับสายเลือดที่ไหลออกมาจากดวงตา

เฉินซีจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าหลิงไป๋ต้องการใช้ชีวิตของตนเพื่อปกป้องเขา?

อย่างไรก็ตาม ก็เพราะเขาเข้าใจดี เขาจึงไม่สามารถยอมรับฉากนี้ที่กำลังปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตาเขาได้ เขาไม่อาจเฝ้าทนดูอย่างเฉยเมย เมื่อเพื่อนที่เขาไว้ใจและพึ่งพาอย่างหลิงไป๋กำลังค่อย ๆ ตายจากไปต่อหน้าเขา

ทำไม

ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?

เฉินซีร่ำตะโกนอยู่ในใจ แต่เขาไม่สามารถใช้พละกำลังที่มีอยู่เพื่อเข้าไปหยุดหลิงไป๋ได้ ความรู้สึกไร้พลังที่ไม่อาจควบคุมหรือหยุดยั้งอีกฝ่ายได้ทำให้เขาตกอยู่ในความเจ็บปวดอย่างไร้ขอบเขต

ใบหน้าของชิงซิ่วอี้ที่ยืนอยู่ห่างไกลเผยให้เห็นความหวาดกลัวที่หายาก ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเลยหลิงไป๋จะสละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเฉินซี การกระทำที่ยอมตายเพื่อมิตรภาพของเขาทำให้อารมณ์ที่เยือกเย็นของนางสั่นไหวอย่างอดไม่ได้

แต่ด้วยความที่นางเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่นและแน่วแน่ ทำให้นางตั้งสติกลับมาได้ในทันที ชิงซิ่วอี้โบกมือขาวเนียนของนาง ทำให้เกิดหมอกเจ็ดสีรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาบนฝ่ามือ

“น่าเสียดายที่แม้ว่าเจ้าจะเสี่ยงชีวิตไป มันก็ไม่ได้ช่วยสร้างความแตกต่างอะไรขึ้นมา” ชิงซิ่วอี้ถอนหายใจเบา ๆ และกำลังลงมือจะโจมตี ทันใดนั้นสังเกตเห็นบางสิ่งอย่างเสียก่อน ทำให้ดวงตาที่กระจ่างใสของนางสลับไปจ้องมองทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว

ฟุ่บ!

ในทันทีทันใด เขตแดนเต๋าหมอกฝนอันสมบูรณ์แบบที่แยกทุกสิ่งภายในออกจากโลกภายนอก ก็ปรากฏรอยแตกขึ้น เจตจำนงเต๋าต่าง ๆ พังทลายลงและแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ขณะที่ร่างที่สวมชุดดำที่มีผ้าปิดคลุมหน้าก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ละย่างก้าวนั้นราวกับว่าร่างนั้นกำลังเดินอยู่บนพื้นราบก็ไม่ปาน

คนผู้นี้ทำราวกับว่าเขตแดนเต๋าหมอกฝนนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 216 เขตแดนเต๋าหมอกฝน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved