cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 2 เดินทาง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 2 เดินทาง
Prev
Next

บทที่ 2 เดินทาง
บทที่ 2 เดินทาง

เฉินฮ่าวมองไปที่พี่ชายของตนด้วยความกังวลและกลั้นลมหายใจของเขาด้วยความกลัว

พี่ชายของเขาดูแลเรื่องการกินอยู่และส่งเขาไปฝึกฝนในสำนักฝึกยุทธ์ที่ดีที่สุดในเมืองหมอกสน แม้แต่ศิลาวิญญาณที่เฉินซีหามาด้วยความยากลำบากส่วนใหญ่ก็ถูกใช้ไปกับเขา

เฉินฮ่าวรู้ว่าพี่ชายของเขาอาจจะดูเหมือนเย็นชา แต่จริง ๆ แล้วพี่ชายของเขานั้นมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่มาก ทั้งยังพยายามดูแลตัวเขาและปู่เป็นอย่างดีที่สุดโดยไม่สนใจความเหน็ดเหนื่อยใด ๆ แต่เหตุใดผู้อื่นถึงต้องทำเหมือนพี่ชายของเขาเป็นตัวตลกด้วย?

เฉินหน้าตาย… ตัวซวยผู้นำพาความโชคร้าย…

เมื่อใดก็ตามที่เฉินฮ่าวนึกถึงฉายาสุดแสนน่ารังเกียจพวกนี้ หัวใจของเขาก็พลันเต็มไปด้วยความโกรธ เขาต้องการที่จะสั่งสอนคนเหล่านั้นที่ทำเหมือนพี่ชายของเขาเป็นตัวตลก

‘ฮึ่ม! ข้าจะสู้กับทุกคนที่ดูถูกพี่ชายของข้าต่อให้ข้าต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกข้าก็ไม่ยี่หระ!’ เฉินฮ่าวกำหมัดแน่นขณะที่ตัดสินใจเช่นนี้อย่างลับ ๆ ในใจ

“ไปเถอะ พวกเราเข้าบ้านไปกินอาหารเย็นกัน” เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบอารมณ์ก่อนจะตบไปที่ไหล่ของเฉินฮ่าว จากนั้นเขาก็ผลักประตูเก่า ๆ ที่ดูทรุดโทรมและเดินเข้าไปด้านใน

“ท่านพี่ไม่ตำหนิอะไรข้าสักหน่อยหรือ?” เฉินฮ่าวรู้สึกประหลาดใจและเอ่ยถาม แต่เมื่อเห็นว่าเฉินซีไม่พูดอะไรต่อเด็กน้อยจึงยิ้มร่า ก่อนจะวิ่งตามไป “ไปกันเร็วท่านพี่ ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว!”

…

ดวงไฟจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหววูบวาบส่องสว่างในบ้านไม้ที่คับแคบและทรุดโทรมหลังหนึ่ง

ชายชราผู้หนึ่งที่ผมเผ้ารุงรังนั่งอยู่เงียบ ๆ ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แขนขาผอมแแห้งดูคล้ายกับเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกบอบบางเหมือนกิ่งไม้ ดวงตาคู่นั้นมืดหม่นประหนึ่งจวนเจียนจะมอดดับ

ชายชราผู้นี้ถูกเรียกว่าเฉินเทียนลี่ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่คับเมืองหมอกสน แต่ทว่าหลังจากการล่มสลายของตระกูลเฉิน ความเจ็บป่วยเดิมของเขาก็กำเริบขึ้นมา จึงทำให้การบ่มเพาะสูญสลายไป และกลายเป็นคนพิการไปโดยสิ้นเชิง ขณะนี้เขาเป็นเพียงชายชราธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

“ท่านปู่…” เฉินซีนั่งลงที่โต๊ะอย่างเงียบ ๆ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อเขาเห็นชามสี่ใบที่วางอยู่บนโต๊ะ ชามเล็ก ๆ ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือซึ่งตั้งตรงกลางโต๊ะนั้นมีผัดกะหล่ำปลีไร้ซึ่งเนื้อสัตว์อยู่ข้างใน ส่วนอีกสามชามที่วางอยู่ล้อมรอบชามผัดกะล่ำปลีนั้นมีข้าวอยู่ประมาณสามในสี่ส่วนของชาม

ข้ามันไร้ความสามารถนัก ถ้าข้าสามารถหาศิลาวิญญาณได้มากกว่านี้ ท่านปู่และน้องชายของข้าคงไม่ต้องอยู่ในสภาพที่ลำบากยากแค้น…

“กินเถอะ” เสียงของเฉินเทียนลี่นั้นทั้งทุ้มและแหบแห้ง “เฉินซี ปู่มีบางอย่างจะคุยกับเจ้าหลังอาหารเย็น”

เฉินซีรู้สึกงงงวยก่อนที่จะพยักหน้า “รับทราบขอรับ ท่านปู่”

แม้การกินข้าวร่วมกันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ความอัตคัดก็ทำให้เฉินซีและปู่ของเขากินเพียงข้าวเท่านั้น พวกเขาสองคนดันชามเล็ก ๆ ที่มีผัดกะหล่ำปลีอยู่ไปทางเฉินฮ่าว ตัวเด็กหนุ่มเองก็รู้ดีว่าถึงจะปฏิเสธไปก็ไร้ผล เพราะเขาเคยทำมาก่อนหน้านี้นับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นเขาจึงกินอาหารไปพลางสาบานในหัวใจไปพลาง

‘ท่านปู่ ท่านพี่ ข้าขอสาบานด้วยชีวิต เมื่อใดที่ข้าแข็งแกร่ง ข้าจะให้พวกท่านทั้งสองได้กินอาหารที่ดีที่สุด! และจะไม่มีทางให้พวกท่านกินแต่ข้าวเปล่าแบบนี้อีก!’

หลังจากทานอาหารเสร็จ เฉินฮ่าวจึงทำความสะอาดชาม จากนั้นเขาก็ไปหยิบกระบี่ไม้และเดินออกไปนอกบ้าน เด็กหนุ่มต้องการจะใช้เวลาทุกนาทีที่เขามีให้คุ้มค่า เพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น!

“เจ้าได้ฝึกวิชานภาม่วงไปถึงขั้นใดแล้ว?” ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของเฉินเทียนลี่เต็มไปด้วยความพึงพอใจหลังจากได้ยินเสียงการฝึกกระบี่จากนอกหน้าต่าง ขณะที่เขาเอ่ยถามเฉินซีที่ยังนั่งอยู่ตรงข้าม

วิชานภาม่วงเป็นวิชาที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษของตระกูลเฉิน ซึ่งมีทั้งหมดสิบแปดระดับขั้น โดยสามารถใช้ฝึกฝนได้ตั้งแต่ขอบเขตสร้างรากฐานทั้งเก้าระดับไปจนถึงขอบเขตก่อกำเนิดอีกเก้าระดับ

“ท่านปู่ ข้ายังคงอยู่ที่ระดับสิบสามขอรับ” แม้ในยามที่คุยกับปู่ของตนเอง ใบหน้าของเฉินซีก็ยังคงเย็นชาตลอดเวลา ความเยือกเย็นและสงบนิ่งที่เขามีนั้นดูราวกับว่าไม่มีวันแปรเปลี่ยน

“อืม…” เฉินเทียนลี่ผงกศีรษะทว่าไม่แสดงความเห็นใด ๆ แต่ภายในหัวใจของเขาได้บังเกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้น

ในใจของเขานั้นทั้งรักทั้งเกลียดหลานชายคนนี้ของเขาด้วยเหตุผลที่ว่าตั้งแต่เฉินซีลืมตาดูโลก ตระกูลเฉินก็ได้เผชิญกับหายนะมากมายไม่หยุดหย่อน อีกทั้งแม่ของเฉินซียังทิ้งครอบครัวของนางไป และพ่อของเฉินซีก็จากไปพร้อมกับใจที่แหลกสลาย…

และสิ่งที่น่าชังที่สุดก็คือตระกูลซูแห่งเมืองทะเลสาบมังกรได้ฉีกสัญญาการหมั้นต่อหน้าชาวเมืองหมอกสน จนทำให้เฉินเทียนลี่เสียหน้าไม่น้อย และหากไม่ใช่เพราะกังวลว่าในอนาคตจะไม่มีผู้ใดดูแลทายาททั้งสองที่เหลืออยู่ของตระกูลเฉิน เขาก็คงจบชีวิตของตนเองไปนานแล้ว!

บางคราเขาอยากจะถามหลานชายคนโตถึงข่าวลือที่ว่าอีกฝ่ายกลายเป็นเจ้าตัวซวยผู้นำพาความโชคร้ายไปได้อย่างไร? ทว่าทุกครั้งเขาก็ขจัดความคิดเหล่านี้ออกไปอย่างรวดเร็ว

แม้ตั้งแต่เฉินซีลืมตาดูโลก ตระกูลเฉินจะตกต่ำลงอย่างมากจนต้องกลายเป็นตระกูลยากจนแร้นแค้น ทว่าภายใต้ความพยายามอย่างยากลำบากของเฉินซี หลานชายคนเล็กของเขาอย่างเฉินฮ่าวจึงสามารถเข้าไปร่ำเรียนในสำนักดารานภา ซึ่งเป็นสำนักที่โด่งดังที่สุดในเมืองหมอกสน

ความอบอุ่นปรากฏขึ้นภายในหัวใจของเฉินเทียนลี่อย่างรวดเร็วเมื่อเขาคิดมาถึงจุดนี้ ไม่ว่าเฉินซีจะเป็นตัวซวยที่นำพาความโชคร้ายมาเช่นไร ชายหนุ่มผู้นี้ก็ยังคงเป็นหลานชายของเขาและเป็นสายเลือดแท้ ๆ ของตระกูลเฉิน

“ข้าทำให้เจ้าเผชิญกับความลำบากมาหลายปี…” เฉินเทียนลี่ถอนหายใจ “ข้าให้เฉินฮ่าวกินอาหารและใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุดที่เรามี และยังส่งเสริมให้เขาเข้าไปร่ำเรียนในสำนักที่ดีที่สุดในเมือง โดยที่ให้เจ้าต้องแบกรับภาระทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงพวกเราทั้งหมด ขณะที่เจ้าแทบจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ ปู่ของเจ้า…ไม่ยุติธรรมกับเจ้าเลย!”

ร่างกายของเฉินซีแข็งค้าง สิ่งที่ปู่ของเขากล่าวมานั้นคือความคิดที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกในหัวใจของเขา และมันรบกวนจิตใจของเขามานานหลายปี… ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างรวดเร็วเพื่อเก็บซ่อนอารมณ์อันปั่นป่วน ก่อนจะส่ายศีรษะและกล่าว “ท่านปู่มีอายุมากแล้วและสุขภาพก็ไม่ได้ดีนัก ในขณะที่เฉินฮ่าวยังคงเป็นเด็กไม่รู้ความ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่ข้าจำเป็นต้องแบกรับไว้”

เฉินเทียนลี่หัวเราะอย่างขมขื่นพลางโบกมือและกล่าวขึ้น “ช่างเถิด ๆ หยุดกล่าวถึงเรื่องนี้กันเสียดีกว่า”

เฉินซีพยักหน้าและตกอยู่ในความเงียบ

อารมณ์ของเขากลับมาสงบนิ่งเช่นเดิม การที่เขาถูกเยาะเย้ยเหยียดหยามตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้เขามีอารมณ์ที่มั่นคงเหนือกว่าผู้คนทั่วไป และเขาก็ไม่เคยเอ่ยสิ่งใดหากไม่จำเป็น

หลังจากขบคิดชั่วครู่ เฉินเทียนลี่ก็โพล่งกล่าวขึ้นมา “สำนักพันกระบี่แห่งเมืองทะเลสาบมังกรจะเปิดประตูเพื่อรับศิษย์ในอีกครึ่งเดือน ข้าจะลองให้เฉินฮ่าวไปทดสอบดู”

เฉินซีสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าว “เช่นนั้นก็ดีแล้ว การออกจากเมืองหมอกสนจะทำให้เสี่ยวฮ่าวเติบโตมากขึ้น”

เฉินเทียนลี่ช่วยไม่ได้ที่จะถามออกไป “เจ้าไม่ได้เกลียดสิ่งที่ปู่ทำใช่หรือไม่?”

เฉินซีส่ายศีรษะ “การตัดสินใจของท่านปู่คือทุกสิ่ง”

เฉินเทียนลี่มองไปที่ใบหน้าของหลานชายของเขาอย่างเพ่งพินิจ ราวกับว่าต้องการมองทะลุให้เห็นถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน ทว่าท้ายที่สุดเขากลับต้องผิดหวังเพราะตั้งแต่เริ่มจนถึงบัดนี้ เฉินซีหาได้มีอาการผิดแปลกไปใด ๆ ไม่ ประหนึ่งว่าหลานของเขาไม่ต่างจากท่อนไม้

เงียบขรึมท่ามกลางผู้คนและเมื่อใดที่ผู้อื่นพูดเฉินซีจะเงียบรับฟัง ข้าไม่แน่ใจว่าเช่นนี้มันดีแล้วหรือที่เขามีความมุ่งมั่นกับการกตัญญูเช่นนี้

เฮ้อ… เฉินเทียนลี่ลอบถอนหายใจ จากนั้นจึงลุกขึ้นและเดินจาก

…

เช้าตรู่วันถัดมา เฉินซีตื่นขึ้นพร้อมกับแสงอรุณรุ่งที่มาเยือน เขาใช้น้ำเย็นเพื่อล้างใบหน้าและเดินออกจากห้องของตนเอง แล้วจึงได้เห็นว่าขณะนี้เฉินฮ่าวกำลังฝึกปรือกระบี่อย่างมุ่งมั่น

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เสียงของกระบี่ไม้ที่แหวกอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังขึ้นไม่ขาดสาย เฉินฮ่าวถือกระบี่ไม้ด้วยมือขวา ร่างกายผอมแห้งของเด็กน้อยไหลลื่นไปตามท่าทางการออกกระบี่อย่างเข้มแข็ง

ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยเหงื่อแต่ที่หว่างคิ้วนั้นฉายแววมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ กระบี่ไม้ในมือยังคงฟาดฟันด้วยพละกำลังสม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวมั่งคงและดูเชี่ยวชาญยิ่ง

เฉินซีมองดูน้องชายของเขาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่รบกวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าครัวไปเตรียมอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว ทว่าหลังจากนั้นแทนที่จะสร้างยันต์เช่นทุกวัน เขากลับรีบวิ่งไปที่ร้านค้าสกุลจางแทน

“อ่า…เฉินหน้าตายมาที่นี่อีกแล้ว!”

“บัดซบ ข้าอุตส่าห์หลงคิดว่าจะไม่ต้องเข้าร้านพร้อมกับตัวซวยผู้นี้หากข้ามาเร็วเสียหน่อยแต่ท้ายที่สุดข้ากลับพบกับเขาก่อนซะได้! ช่างโชคร้ายโดยแท้จริง!”

ที่หน้าประตูร้านค้าสกุลจาง เหล่านักสร้างยันต์อักขระฝึกหัดค่อย ๆ ขยับหลบทางให้เมื่อพวกเขาเห็นเฉินซีเดินเข้ามา สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อความโชคร้ายของเฉินซีกลับบ้าน

“ลุงจางจะเป็นอันใดหรือไม่หากข้าจะขอยืมศิลาวิญญาณสักหนึ่งร้อยก้อนจากท่าน?” เฉินซีหาได้แยแสคนเหล่านี้ไม่ เขาเดินเข้าไปในร้านและหยุดยืนที่หน้าโต๊ะของจางต้าหยง

จางต้าหยงแสดงสีหน้างุนงงเมื่อได้ยินประโยคนี้ก่อนจะถามกลับ “เฉินซีเกิดสิ่งใดขึ้นหรือ? จงบอกข้า เผื่อข้าจะสามารถช่วยเจ้าได้ดียิ่งกว่าแค่เพียงให้หยิบยืมศิลาวิญญาณ”

เฉินซีช่วยสร้างอักขระยันต์ให้กับร้านของเขามานานมากกว่าห้าปีแล้ว และชายหนุ่มก็ไม่เคยขอยืมเงินจากตัวเขาเลย ทว่าวันนี้เฉินซีกลับต้องการยืมศิลาวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนจากเขา… เขาจึงรู้สึกสงสัยและคิดว่าหากมันเป็นสิ่งที่เขาสามารถช่วยได้ เขาจะช่วยเด็กคนนี้ให้ดียิ่งขึ้น

เฉินซีรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงของจางต้าหยง ความอบอุ่นปรากฏขึ้นในหัวใจของเขา ก่อนที่เขาจะส่ายหน้า “ข้าไม่มีปัญหาใด ๆ หรอกท่านลุงจาง ข้าเพียงต้องการจะซื้อของบางอย่างเท่านั้น”

จางต้าหยงพยักหน้าในทันที จากนั้นเขาก็หยิบแผ่นหยกวิญญาณออกมาและกล่าว “แค่นี้เพียงพอหรือไม่? ถ้ามันยังไม่พอข้าสามารถให้เจ้าหยิบยืมได้เพิ่มอีกเล็กน้อย”

“เท่านี้ก็เพียงพอแล้วท่านลุงจาง ข้าขอขอบคุณท่านอย่างมาก แล้วข้าจะชดใช้คืนให้โดยเร็วที่สุดนะขอรับ” แผ่นหยกวิญญาณนี้มีมูลค่าเทียบได้กับหนึ่งร้อยศิลาวิญญาณ ซึ่งอัตตราการแลกเปลี่ยนนั้นไม่มีทางต่ำกว่ามูลค่านี้ หลังจากเฉินซีได้รับแผ่นหยกวิญญาณ เขาก็หันหลังกลับไปและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“แปลกนัก… เจ้าเด็กคนนี้มักจะประหยัดเพื่อดูแลครอบครัวของเขาเป็นหลัก ดังนั้นเขาจึงไม่เคยใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยและไม่รอบคอบ… ทว่าวันนี้เกิดสิ่งใดขึ้นกัน?” จางต้าหยงมองไปยังเฉินซีที่ออกจากร้านไปอย่างแปลกใจ

…

หอร้อยประดิษฐ์ตั้งอยู่ในย่านวุ่นวาย ณ ใจกลางเมืองหมอกสน มันคือสถานที่ค้าขายอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับเหล่าผู้บ่มเพาะที่โด่งดังที่สุดในเมืองหมอกสน

เฉินซีใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อในการใช้จ่ายหนึ่งร้อยศิลาวิญญาณ ทว่าเขากลับไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่นิด ทั้งยังพึงพอใจแทนเสียด้วยซ้ำ

เมื่อเขากลับมาถึงบ้านมันก็ใกล้ครึ่งวันแล้วเฉินเทียนลี่กำลังจัดเตรียมสัมภาระใส่กระเป๋า ส่วนเฉินฮ่าวที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตูก็กำลังใช้มือเท้าคางราวกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่งอยู่

“ท่านพี่ท่านกลับมาแล้ว!” เฉินฮ่าวลุกขึ้นและใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาเต็มไปด้วยดีใจ

เฉินซีลูบหัวของเฉินฮ่าวพร้อมกับถามขึ้น “จะออกเดินทางเร็ว ๆ นี้แล้วสินะ?”

เฉินฮ่าวผงกศีรษะทว่าสีหน้าของเขากลับหมองลง เด็กหนุ่มรู้สึกไม่เต็มใจที่จะจากพี่ชายไป เมื่อคิดว่าเขาจะไม่สามารถกลับมาพบกับพี่ชายของเขาได้บ่อย ๆ หลังจากที่เขาไปอยู่ที่เมืองทะเลสาบมังกร นั่นทำให้เฉินฮ่าวรู้สึกเสียใจอย่างไม่อาจอธิบาย

เฉินซียื่นกล่องหยกทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากให้แก่เฉินฮ่าวพร้อมกับกล่าว “ข้าซื้อสิ่งนี้มาให้เจ้า หลังจากนี้จงตั้งใจร่ำเรียนให้ดี”

“สำหรับข้า?” เฉินฮ่าวรู้สึกงงงวย เขามองไปที่ความงดงามของกล่องหยกตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง

เมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เขาเห็นเด็กในครอบครัวอื่นมักจะโอ้อวดของขวัญต่าง ๆ มากมาย ในตอนนั้นเขารู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะคาดหวังว่าจะได้รับของขวัญล้ำค่าในแบบเดียวกันเพราะเด็กหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่า ท่านพี่ของเขาทำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงทั้งเขาและปู่ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาจะกล้าหวังของฟุ่มเฟือยทั้งหลายได้อย่างไร

ทว่าในตอนนี้ก่อนที่เขากำลังจะออกเดินทางท่านพี่ของเขาไม่ได้กล่าวสิ่งใด แต่กลับซื้อของขวัญมาให้เขาแทน แลเห็นเช่นนี้มันจะไม่ทำให้เขารู้สึกสะเทือนอารมณ์ได้อย่างไร?

“ท่านพี่…” น้ำเสียงของเฉินฮ่าวสะอื้นไห้ขณะที่เขาก้มศีรษะลง เด็กหนุ่มใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อที่จะหยุดร้องไห้ ทว่าดวงตาของเขาแดงก่ำเสียแล้ว

เฉินซีเอื้อมมือไปตบบ่าของน้องชาย ก่อนจะกล่าวว่า “พี่ฝากเจ้าดูแลท่านปู่ด้วย ส่วนตัวเจ้าเองก็จงดูแลตัวเองให้ดีเช่นกัน”

“ขอรับ!” เฉินฮ่าวพยักหน้าในทันที

“ข้าจะเข้าไปคุยกับท่านปู่เสียหน่อย หลังจากนั้นข้าจะออกไปส่งท่านปู่และเจ้า” ใบหน้าของเฉินซีเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มอันเกิดขึ้นได้ยากขณะที่เขาหันหลังกลับไปและเดินเข้าไปในบ้าน

เฉินฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเปิดกล่องหยกออกอย่างช้า ๆ ภายในกล่องมีกระบี่ยาวที่เปล่งประกายเย็นยะเยือก…

วิ้งงง!

หลังจากถือกระบี่ยาวและถ่ายเทปราณแท้ของเขาเข้าไปภายในกระบี่ กระบี่ยาวในมือของเฉินฮ่าวก็ส่งเสียงอันไพเราะและแจ่มชัดออกมาอย่างฉับพลัน อำนาจแหลมคมแผ่ออกอย่างน่าเกรงขาม

“ท่านพี่ไม่ต้องกังวลนะ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!” เฉินฮ่าวจ้องไปที่กระบี่ยาวในมือของเขาด้วยสายตาที่แน่วแน่ ราวกับว่าเขาได้เติบโตขึ้นในชั่วข้ามคืนและไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ความเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป

….

ด้านนอกของประตูเมือง

ในช่วงเที่ยงวันขณะที่ดวงตะวันแขวนสูงอยู่บนท้องฟ้า คู่ปู่หลานนั่งอยู่บนรถม้า ขณะที่มันกำลังเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ

เฉินซียืนมองอยู่บนเชิงกำแพงเมือง สายตาของเขาเหม่อมองไปไกล หัวใจของเขาเต้นขึ้นลงราวกับคลื่นสมุทร

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 2 เดินทาง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved