cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 189 ตัดไฟแต่ต้นลม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 189 ตัดไฟแต่ต้นลม
Prev
Next

บทที่ 189 ตัดไฟแต่ต้นลม

ชู่ว!

ในขณะที่เซี่ยวจวินใช้วิชาม่านหมอกโลหิตออกไป หลิงไป๋ก็แปลงร่างเป็นดวงแสงสีทองพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว และความเร็วของเขาก็รวดเร็วยิ่งยวดจนทำให้เฉินซีต้องอุทานด้วยความชื่นชม ความเร็วของหลิงไป๋ที่เผยในขณะนี้ รวดเร็วยิ่งกว่ากว่าเคล็ดวาตะเหินทะยานที่หลอมรวมเข้ากับเต๋ารู้แจ้งแห่งสายลมของเขาเสียอีก

“ช่างเป็นสตรีเจ้าปัญหาเสียจริง ๆ… เจ้าคิดว่าจะหนีไปได้หรือ? จงตายซะ!” สุ้มเสียงของหลิงไป๋ยังไม่ทันจะหายไป ดวงแสงสีทองดวงน้อย ๆ ได้ฟาดลงไปยังท้องฟ้าที่ห่างออกไปไม่กี่สิบลี้อย่างดุเดือด จนทำให้เกิดฝนโลหิตโปรยปรายลงมาที่พื้นในทันที

เฉินซีอ้าปากค้างเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าไป๋น้อยผู้นี้… ช่างโหดเหี้ยมและนองเลือดเกินไป!

“หึ ๆ นับว่าข้าโชคดีพอที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ” เพียงชั่วพริบตา หลิงไป๋ก็กลับมาแล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ ที่หล่อเหลาและเย็นชาของเขาเต็มไปด้วยความชิงชัง “ตายได้ก็ดี! อันที่จริงข้าเกลียดสตรีมากที่สุดโดยเฉพาะสตรีที่ฉลาดเจ้าเล่ห์ การฆ่านางทำให้มือของข้าต้องแปดเปื้อนจริง ๆ”

เฉินซีอ้าปากค้างแต่ไม่รู้จะกล่าวอะไรออกไป จึงได้แต่พึมพำอยู่ในใจ ‘หรือว่าหลิงไป๋เคยถูกสตรีบางคนในอดีตทำร้าย ด้วยเหตุนี้เขาจึงกลายเป็นคนวิปริตและจิตใจคับแคบ?’

อันที่จริง แม้ว่าการกระทำของหลิงไป๋จะไร้ความปรานีและโหดเหี้ยม แต่มันก็ได้ตัดไฟแต่ต้นลมโดยสิ้นเชิง ด้วยวิธีนี้ หลังจากที่เขาเข้าสู่เมืองห้วงทะเลทรายมรณะ เขาเพียงต้องปกปิดตัวตนของตัวเองและไม่ต้องคอยกังวลว่าศิษย์ของนิกายอสูรจันทร์เสี้ยวโลหิตจะจดจำเขาได้

แต่สิ่งเดียวที่เฉินซีกังวลก็คือ หลังจากที่เขาเข้าไปในเมืองห้วงทะเลทรายมรณะ เขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับหัวหน้าหมู่ตึกฟ่านที่เซี่ยวจวินได้กล่าวถึง เพราะเฉินซีมั่นใจอยู่แล้วว่า เมื่อตอนที่เขาพิชิตเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ภายในเมืองทะเลสาบมังกร คนผู้นี้ได้ซ่อนตัวอยู่ด้านข้างและคอยเฝ้าดูเขาอย่างแน่นอน หากพวกเขาบังเอิญพบกันที่เมืองห้วงทะเลทรายมรณะ มันคงเป็นเรื่องที่อันตรายยิ่งนัก

“เฮ้ ไปดูกันว่าเคียวสมบัติวิเศษยังอยู่หรือเปล่าดีกว่า” หลิงไป๋ไม่รู้ว่าเฉินซีกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ และความสนใจของสหายตัวน้อยที่มีต่อสมบัติวิเศษนั้นมากกว่าความสนใจในตัวอิสตรีอย่างเห็นได้ชัด

ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองคนได้มาถึงจุดที่หานกู่เยว่ล้มตายทันที พวกเขากวาดสายมองดูสภาพแวดล้อม ก่อนจะสังเกตเห็นเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

นี่เป็นหลุมขนาดใหญ่ที่มีความลึกราวร้อยยี่สิบจั้ง ซึ่งมันเกิดจากการระเบิดของแกนทองคำก่อนหน้านี้ และที่ด้านล่าง มีเคียวสีดำสนิทยาวสิบสองฉื่อถูกวางอยู่เงียบ ๆ เมื่อมองจากระยะไกล มันเหมือนกับเคียวที่ชาวนาในโลกมนุษย์ใช้เก็บเกี่ยวข้าวเปลือก และรูปลักษณ์ของมันก็ธรรมดามากจนเหมือนกับเศษเหล็ก

แต่มีเพียงเฉินซีและหลิงไป๋เท่านั้นที่รู้ว่าสมบัติชิ้นนี้น่ากลัวเพียงใด

“สมบัติเช่นนี้มันคือสิ่งใดกัน! จิตสังหารภายในนั้นไร้ขอบเขต บริสุทธิ์ และรุนแรง ราวกับมันกำเนิดจากจิตสังหารของสวรรค์และโลก นอกจากนี้ยังปราศจากปราณชั่วร้าย นี่คืออาวุธสังหารที่ชอบธรรมอย่างแท้จริง อาวุธสังหารที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้! ไม่น่าแปลกใจเลย ที่เจ้าสุนัขแก่หานจะสามารถเข้าใจความลึกล้ำของเต๋ารู้แจ้งแห่งการสังหารได้!” หลิงไป๋กระโจนลงไปในหลุมและหยิบเคียวสีดำสนิทขึ้นมา เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความชื่นชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่การระเบิดครั้งนี้สามารถเขย่าสวรรค์และสะเทือนไปทั้งโลก แต่สิ่งนี้กลับไม่เป็นอันตรายใด ๆ และไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย!

“หืม ขอข้าดูหน่อย” เฉินซีไม่อาจทนต่อความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้เช่นกัน จึงยื่นมือออกไปรับมันมาดูใกล้ ๆ เขารู้สึกว่าเคียวนี้เบาเหมือนขนห่าน และดูเหมือนว่าจะไม่มีน้ำหนักเลยแม้แต่น้อย แต่มันทำให้มือของเขาชาดิกและเย็นเป็นน้ำแข็ง ยิ่งไปกว่านั้น มันดูเหมือนเหล็กแต่ก็ไม่ใช่เหล็ก ดูเหมือนไม้แต่ก็ไม่ใช่ไม้ และวัสดุที่ใช้ในการสร้างขึ้นมานั้นก็ไม่สามารถระบุได้

“สิ่งนี้คือสมบัติวิเศษอะไร? หลิงไป๋ เจ้าพอจะรู้ไหมว่าเคียวนี้อยู่ที่ขั้นอะไร” เฉินซีถามด้วยความประหลาดใจ

“ถือได้ว่าเป็นสมบัติที่หายากเท่านั้น ถ้าข้าจำไม่ผิด เคียวนี้ถูกสร้างขึ้นโดยปราณสังหารของสวรรค์และโลกที่ถูกควบแน่นเป็นเวลาเนิ่นนานจนไม่อาจระบุได้ นอกจากนี้มันยังไม่ใช่สมบัติวิเศษ แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าสมบัติวิเศษ ปราณสังหารภายในเคียวนั้นมีเต๋ารู้แจ้งแห่งการสังหารจากสวรรค์และโลก และเต๋ารู้แจ้งประเภทนี้จะมีอยู่ในสมบัติอมตะเท่านั้น” แววตาของหลิงไป๋ลุกโชนดั่งเปลวไฟขณะที่เขากล่าวช้า ๆ ว่า “สมบัติอมตะล้วนมีโลกเป็นของมันเองอยู่ภายในตัว และโลกนี้ก่อตัวขึ้นจากเต๋ารู้แจ้ง ยิ่งมีเต๋ารู้แจ้งอยู่ภายในมากเท่าไร สมบัติอมตะก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เมื่อเซียนสวรรค์บางคนขัดเกลาสมบัติอมตะของพวกเขา นอกเหนือจากการรวบรวมวัตถุที่หายากและมีค่าแล้ว ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็คือการสกัดความเข้าใจของพวกเขาที่มีต่อเต๋าแห่งสวรรค์และถ่ายทอดเข้าไปในสมบัติอมตะ ทำให้มันพัฒนาและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น!”

“เจ้าหมายความว่า… ถ้าข้าสามารถขัดเกลาเคียวที่มีเต๋ารู้แจ้งแห่งการสังหารนี้ได้อย่างถูกต้อง มันจะสามารถกลายเป็นสมบัติอมตะได้ด้วยหรือ?” เฉินซีประหลาดใจ

หลิงไป๋พยักหน้า “แต่เดิมมันเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมในการหลอมสร้างสมบัติอมตะ เจ้าคิดว่ามันจะกลายเป็นสมบัติวิเศษระดับอื่นได้อย่างไร?”

“ขนาดยังไม่ได้ถูกขัดเกลาให้ดี แต่เมื่ออยู่ในมือของหานกู่เยว่กลับสามารถแสดงพลังอันน่าสะพรึงกลัวได้ หากมันถูกขัดเกลาจนกลายเป็นสมบัติอมตะ ข้าเกรงว่ามันจะเป็นอาวุธสังหารอันดับหนึ่งในบรรดาสมบัติอมตะอย่างแน่นอน!” เฉินซีอุทานด้วยความชื่นชม จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว “ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้าควรจะไม่ใช้สิ่งนี้ในอนาคตเสียดีกว่า หากผู้บ่มเพาะที่มีฝีมือสูงล้ำสัมผัสได้ถึงมัน มันก็จะก่อปัญหาไม่รู้จบอย่างแน่นอน”

“เจ้าอย่าได้กล่าวเช่นนั้น! เป็นเพราะเจ้าสุนัขแก่หานใช้เคียวเช่นนี้ จึงทำให้มีมันชีวิตรอดและสามารถกล่าวพล่ามมาได้ตลอดทั้งวัน แต่ถ้าเขายังรอดจากการถูกพวกเราเข่นฆ่าก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง!” หลิงไป๋ยิ้มกว้างและกล่าวว่า “แต่เจ้าสามารถใช้สมบัตินี้เพื่อทำความเข้าใจเต๋าแห่งการสังหาร และเมื่อเจ้าพบกับอันตรายที่คุกคามถึงชีวิต เจ้าก็สามารถใช้มันเป็นไพ่ตายได้”

เฉินซีพยักหน้ารับแต่รู้สึกไม่ยินยอม เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำได้ ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน การครอบครองสมบัติแห่งการสังหารเช่นนี้คงไม่ต่างอะไรกับการที่ความมั่งคั่งสร้างปัญหาให้กับผู้บริสุทธิ์ และเป็นการดีกว่าที่จะทำตัวไม่ดึงดูดความสนใจของผู้คน

ท้ายที่สุด การครอบครองเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ที่เสียหาย ได้กระตุ้นความโลภของกองกำลังต่าง ๆ ในเมืองทะเลสาบมังกรทั้งหมด และหากไม่ใช่เพราะมีเป่ยเหิงเป็นที่พึ่ง เขาคงถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยศัตรูมากมายเมื่อนานมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขายังได้เคียวแห่งการสังหารมาเพิ่มอีก ทำให้สิ่งล่อใจเช่นนี้ เป็นสิ่งที่แม้แต่พวกเฒ่าประหลาดก็ยังต้องหวั่นไหวและไม่อาจต้านทานได้

เมื่อเขาคิดถึงจุดนี้ เฉินซีก็นึกขึ้นได้ทันทีว่า ถันไถจื่อเซวียนและผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำอีกสี่คนยังคงซ่อนตัวอยู่ในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ของเขา ทันใดนั้นหัวใจของเขาก็กระตุกวูบ ขณะที่เขาร้องออกมาในใจ ‘เวรแล้ว!’

หากคนเหล่านี้รู้ว่าหานกู่เยว่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของเขา พวกเขาก็ย่อมรู้อย่างแน่นอนว่าเคียวแห่งการสังหารนั้นตกอยู่ในความครอบครองของเขาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็อยู่ในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์และน่าจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าพวกเขาถูกซ่อนอยู่ในสมบัติอมตะ เนื่องจากมีเพียงสมบัติอมตะเท่านั้น ถึงจะมีโลกเป็นของตัวเองและสามารถซุกซ่อนผู้คนเอาไว้ข้างในได้!

นี่เป็นความจริงง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถคาดเดาได้

ด้วยเหตุนี้ เรื่องที่เฉินซีครอบครองสมบัติอมตะและเคียวแห่งการสังหาร จึงไม่อาจปกปิดถันไถจื่อเซวียนและคนอื่น ๆ ได้เลย เว้นแต่ว่าจะฆ่าพวกเขาทิ้งเพื่อปิดปาก

‘ข้าจำเป็นต้องฆ่าพวกเขาจริง ๆ หรือ?’ เฉินซีรู้สึกลังเลเล็กน้อย

“แล้วไยถึงไม่แก้ไขด้วยการขอให้พวกเขากล่าวคำสาบานภายใต้เต๋าแห่งสวรรค์แทนล่ะ?” หลิงไป๋ดูเหมือนจะรับรู้ความคิดของเฉินซีได้ และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อันที่จริง ถ้าเจ้ารู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย ข้าจะฆ่าพวกเขาเพื่อเจ้าและจะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบากใจอีก”

เฉินซีจ้องเขม็งไปยังเจ้าตัวน้อยที่ฆ่าคนอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธ และเขาก็ได้ตัดสินใจแล้ว จากนั้นจึงสะบัดแขนเสื้อออกไป เพื่อปล่อยให้ถันไถจื่อเซวียน และคนอื่น ๆ ออกมาจากเจดีย์

หลังจากที่ถันไถจื่อเซวียนพบว่าเฉินซีได้ทำลายล้างหานกู่เยว่แล้ว นางกลับสงบเป็นอย่างมาก และท่าทางของนางยังคงตึงเครียด เพราะมันเป็นอย่างที่เฉินซีคาดเดาไว้ ในช่วงเวลาที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ พวกเขาต่างก็ตระหนักได้ว่ากำลังอยู่ภายในสมบัติอมตะ และนอกจากอุทานด้วยความชื่นชมแล้ว พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะวิตกกังวลและหวาดกลัว เนื่องจากพวกเขาล่วงรู้ความลับอันยิ่งใหญ่ของเฉินซี และสิ่งที่รอพวกเขาอยู่อาจเป็นชะตากรรมของการถูกฆ่าเพื่อปิดปาก

ด้วยเหตุนี้ บรรยากาศในที่นี้จึงดูอึมครึมและน่าหดหู่ใจเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเฉินเค่อครอบครองสมบัติอมตะและสามารถทำลายล้างผู้บ่มเพาะทั้งหมดของตระกูลหานโดยเพียงลำพัง สิ่งนี้อยู่เหนือจินตนาการของถันไถจื่อเซวียนและคนอื่น ๆ ในใจของพวกเขา แม้ว่าเฉินเค่อจะมีการบ่มเพาะที่ขอบเขตเคหาทองคำเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางที่พวกเขาเคยพบเห็นเสียอีก ดังนั้นการดำรงอยู่ของเขาในตอนนี้จึงดูน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง

พวกเขาไม่สามารถเอาชนะเฉินเค่อได้ และพวกเขาก็รู้ดีว่าการต่อต้านนั้นไร้ประโยชน์ พวกเขาเป็นดั่งเนื้อบนเขียงของเฉินเค่อ ที่ทำได้เพียงร้องขอความเมตตา ดังนั้นพวกเขาจึงรออย่างกระวนกระวายและหวาดกลัว มีเพียงความตาย? หรืออาจจะรอด? ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความคิดของเฉินเค่อเท่านั้น

“กล่าวคำสาบานภายใต้เต๋าแห่งสวรรค์ซะ และข้าจะปล่อยพวกเจ้าทั้งหมดไป” เฉินซีนิ่งเงียบอย่างยาวนาน และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจไว้ชีวิตพวกเขา เพราะเขาไม่ใช่คนขายเนื้อผู้เลือดเย็นและไร้อารมณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่เต็มใจที่จะต้องกลายเป็นคนที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้า

เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งนี้ ถันไถจื่อเซวียนและคนอื่น ๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขารู้ว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว และไม่มีผู้ใดรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย

สำหรับผู้บ่มเพาะ คำสัตย์สาบานที่กล่าวไว้ภายใต้เต๋าแห่งสวรรค์ เป็นข้อจำกัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากพวกเขาละเมิดคำสัตย์ จุดจบของพวกเขาจะต้องน่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง และอาจถึงขั้นต้องทนทุกข์กับการลงโทษของเต๋าแห่งสวรรค์และถูกกำจัดจนเหลือไม่ซาก

“สหายเต๋าเฉินเค่อ ถ้าอย่างนั้น… พวกเราขอตัว” หลังจากตั้งคำปฏิญาณภายใต้เต๋าแห่งสวรรค์แล้ว ถันไถจื่อเซวียนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“ช้าก่อน”

หัวใจของถันไถจื่อเซวียนและคนอื่น ๆ กระตุกโดยไม่รู้ตัว

เฉินซียิ้ม “แม่นางถันไถต้องการทำการค้ากับข้าไม่ใช่หรือ ข้าจะตามพวกเจ้าไปที่เมืองห้วงทะเลทรายมรณะเช่นกัน”

เมืองห้วงทะเลทรายมรณะนั้นอยู่ใกล้กับห้วงทะเลทรายมรณะ และเป็นสถานที่ที่เฉินซีต้องผ่านไป เขาตัดสินใจที่จะคว้าโอกาสนี้มุ่งหน้าไปยังเมืองห้วงทะเลทรายมรณะและขายสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เพื่อแลกกับสมบัติวิเศษหรือยาเม็ดเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ห้วงทะเลทรายมรณะ

เห็นได้ชัดว่า ถันไถจื่อเซวียนรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก และนางก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ “ดี ดี ดี” นางกล่าวอย่างตะกุกตะกัก

เพราะนางตระหนักได้ตั้งแต่ที่เฉินซีสามารถเดินออกมาจากรอยแยกแห่งความสิ้นหวังภายในช่องเขาเมฆามรกต วัตถุดิบล้ำค่าที่เขาครอบครองอยู่จะต้องมีจำนวนไม่น้อยอย่างแน่นอน ถ้านางสามารถทำการค้ากับเขาได้ ไม่เพียงแต่นางจะสามารถส่งเสริมสถานะของนางในตระกูลได้ นางยังสามารถชนะใจบิดาของนางและผู้อาวุโสทุกคน และบางทีนางอาจได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลโดยตรง

แต่เมื่อนางนึกถึงถันไถหงผู้เป็นบิดาของนาง ถันไถจื่อเซวียนก็เกิดความกังวลขึ้นในใจทันที เนื่องจากนางจำสิ่งที่หานกู่เยว่กล่าวได้อย่างชัดเจน “ถ้าท่านพ่อยังปกติดี เขาคงจะมารับข้าตั้งนานแล้ว… แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว หรือว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาจริง ๆ?”

“อย่าได้เสียเวลาเลย ไปกันเถอะ” เฉินซีดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ ในขณะที่เขามองไปยังถันไถจื่อเซวียน และดูเหมือนว่าเขาจะอ่านความคิดของนางออก เขาไม่ลังเลอีกต่อไปและดึงเรือเหาะสมบัติของเขาออกมาเพื่อบรรทุกทุกคน ก่อนที่จะพุ่งผ่านท้องฟ้า

“ข้าเคยได้ยินมาว่าเมืองห้วงทะเลทรายมรณะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในดินแดนทางใต้ และทั้งเมืองสร้างจากผงกำมะถันทองคำทั้งหมด ทำให้พายุและอาวุธต่าง ๆ ไม่สามารถผ่านไปได้ อีกทั้งยังงดงามและสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง ข้าจึงชักสงสัยว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือ?” ขณะที่เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเรือเหาะสมบัติ เฉินซีก็โคจรเคล็ดวิชาการบ่มเพาะของเขาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ขณะที่เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ แต่ตามที่เป่ยจงและเซวี่ยเฉินจากนิกายกระเรียนพิสุทธิ์เคยกล่าวไว้ มีศิษย์รุ่นเยาว์จากนิกายอื่น ๆ ภายในที่ราบตอนกลางต่างก็มุ่งหน้าไปยังห้วงทะเลทรายมรณะเช่นกัน ด้านหนึ่งก็เพื่อฝึกฝนความแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมสำหรับการชุมนุมดาวรุ่ง และอีกด้านก็เพื่อค้นหาเบาะแสขุมสมบัติของเฉียนหยวน บางที อัจฉริยะเหล่านี้ทั้งหมดได้รวมตัวกันภายในเมืองห้วงทะเลทรายมรณะแล้วในตอนนี้… อันที่จริง ยังมีสมาชิกของนิกายอสูรจันทร์เสี้ยวโลหิตอีกด้วย เหตุใดพวกมันถึงมาโผล่ที่เมืองห้วงทะเลทรายมรณะด้วย?

เฉินซีถอนหายใจอย่างไม่มีเหตุผล เป็นเพราะเขาตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 189 ตัดไฟแต่ต้นลม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved