cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 169 การมาเยือนของสหายเก่า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 169 การมาเยือนของสหายเก่า
Prev
Next

บทที่ 169 การมาเยือนของสหายเก่า

บทที่ 169 การมาเยือนของสหายเก่า

ขวับ!

เหล่าศิษย์สายในทั้งเจ็ดสิบสองคนต่างอ้าปากค้างเมื่อได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของพวกเขาราวกับพบเห็นภูตผี และแทบไม่กล้าเชื่อหูของตัวเอง

โดยเฉพาะตงฟางซึ่งเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิล ที่ได้รับความไว้วางใจจากเฉินซี ให้ทำหน้าที่สำคัญในการเป็นผู้นำเหล่าศิษย์ชายทั้งสามสิบห้าคน สีหน้าของเขาแข็งทื่อเป็นอย่างมาก และแม้แต่ริมฝีปากของเขาก็เริ่มสั่นไหว

“ท่านพี่ หลังจากที่ท่านพ่อได้รับข้อความจากท่าน ก็ได้สั่งให้ข้ารีบเดินทางโดยไม่หยุดพัก เพื่อให้ทันการทดสอบเข้านิกาย ฮ่า ๆๆ! ข้าไม่ได้พบท่านมาตั้งหลายปี ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าท่านน่าเกรงขามยิ่งกว่าแต่ก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นหัวหน้าผู้ดูแลของยอดเขาใจสัจธรรมอีกด้วย” ตงเซวียนหงหัวเราะเสียงดังขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า ในระหว่างที่เขาพูด เขาได้ชำเลืองมองทุกสิ่งรอบข้างอย่างอิ่มเอมใจด้วยใบหน้าอันภาคภูมิ ราวกับได้รับเกียรติจากตำแหน่งของพี่ชายเช่นกัน

“ช่างสุภาพนัก! เด็กคนนี้เป็นน้องชายของหัวหน้าผู้ดูแลของยอดเขาใจสัจธรรมจริงหรือ? จะมีผู้ใดกล้าสร้างความลำบากแก่เขาในระหว่างการทดสอบเข้านิกายในครั้งนี้”

“เฮ้อ มันจะดีสักเพียงใด หากข้ามีญาติเช่นเขาบ้าง”

“นี่แหละคือโชคชะตา และเจ้าไม่สามารถได้มันมาด้วยการแสวงหาหรอกน่ะ!”

เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งนี้ เหล่าผู้บ่มเพาะจากนอกนิกายที่กำลังเฝ้าดูอยู่บนยอดเขาใจสัจธรรม แสดงออกถึงความชื่นชมขณะที่พวกเขาอุทานโดยไม่รู้จบ ทำให้ตงเซวียนหงรู้สึกภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น จนถึงขั้นที่คางของเขาเชิดขึ้นไปบนท้องฟ้าในไม่ช้า

“ท่านพี่ ขออภัยที่ทำให้ท่านต้องรอ แต่เมื่อข้าผ่านการทดสอบเข้านิกายแล้ว เราก็จะได้อยู่ด้วยกันทุกวันแล้ว” เมื่อทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอุทานด้วยความชื่นชม หวังอวิ๋นฉือก็เดินไปข้างหน้าเพื่อจับแขนของหวังหว่านอย่างใกล้ชิด จากนั้นนางก็ชี้ไปที่เฉินซีและกล่าวว่า “คนผู้นี้ใช้กลอุบายต่าง ๆ มากมายตลอดทางเพื่อดึงดูดความสนใจของข้า และเขาก็น่าหัวร่อเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างน้อย เขาก็ยังพาข้าไปถึงยอดเขาใจสัจธรรม ดังนั้นข้าจะมิถือสาเขา และควรจะให้รางวัลกับเขาดีหรือไม่?”

ทันใดนั้น สีหน้าของหวังหว่านพลันแข็งทื่อและไม่น่าแลดู และเคียงข้างของนาง สายตาของศิษย์สายในคนอื่น ๆ ต่างก็เบิกโพลงราวกับกระด้งและตกตะลึงโดยสิ้นเชิง

แต่เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกไป มันก็ได้ผลลัพธ์ที่คล้ายกับคำพูดของตงเซวียนหงเช่นกัน ซึ่งทำให้เกิดเสียงอุทานด้วยความชื่นชมจากผู้บ่มเพาะโดยรอบ และความหยิ่งผยองของหวังอวิ๋นฉือก็ได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมากเช่นกัน

“ฮึ่ม!” ตงเซวียนหงดูเหมือนจะรู้สึกราวกับว่าจุดสนใจของเขาถูกหันเหออกไป และเขาก็อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงอย่างเหยียดหยามก่อนจะหันหลังกลับไป และพบว่าเฉินซียังคงยืนนิ่งเฉยโดยไม่ขยับเขยื้อน ทำให้เขาขุ่นเคืองในใจและตำหนิอย่างรุนแรง “เจ้าเด็กน้อย หรือว่าเจ้าไม่ได้ยินคำพูดของข้า?”

“โอ้จริงสิ เห็นแก่ที่เจ้านำทางมา จงรับวารีวิญญาณหนึ่งร้อยจินไปซะ นี่เป็นรางวัลของเจ้า” ในเวลาเดียวกันกับที่ตงเซวียนหงพูด หวังอวิ๋นฉือก็หยิบถุงเก็บของออกมาและโยนให้เฉินซีราวกับว่านางกำลังทิ้งขยะ และตั้งแต่ต้นจนจบ นางไม่ได้เหลือบมองเขาเลยแม้แต่น้อย

เพียะ! เพียะ!

ตงฟางกับหวังหว่านไม่อาจอดกลั้นโทสะและความหวาดกลัวในใจได้อีกต่อไป พวกเขาจึงลงมืออย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งคู่ต่างก็ตบตงเซวียนหงและหวังอวิ๋นฉืออย่างรุนแรง จนใบหน้าของพวกเขากลายเป็นสีแดงและปูดบวมในทันที

พวกเขาคิดไม่ถึงว่า น้องชายและน้องสาวของพวกเขาจะโง่เขลาและตาบอดถึงขั้นกล้าดุด่าเฉินซีต่อหน้าพวกเขา พวกเขาช่างโง่เขลา…ราวกับหมูอย่างแท้จริง

“ท่านพี่ เหตุใดถึงตีข้า? ข้าทำอะไรผิด? ทั้งที่ตอนที่เรายังเล็ก ท่านนั้นเอ็นดูข้ามากที่สุดอยู่เสมอ!” ตงเซวียนหงร้องออกมาด้วยเสียงที่เสียดหู และใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ

“ท่านพี่! ท่าน…” หวังอวิ๋นฉือเอามือลูบใบหน้าของนางเช่นกัน และนางก็จ้องมองพี่สาวของนางด้วยความประหลาดใจ

นายน้อยและคุณหนูที่ทุกคนต่างก็ชื่นชอบและเอ็นดู กลับถูกพี่น้องของพวกเขาตบหน้าต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ความรู้สึกอัปยศอดสูเช่นนี้ แทบจะทำให้คนทั้งสองกลายเป็นบ้า

ผู้คนรอบข้างมองดูฉากนี้ด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะพวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้แน่ชัดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเค้นสมองขนาดไหนก็ตาม

“สองคนนี้เป็นน้องชายและน้องสาวของพวกเจ้าใช่หรือไม่” ในที่สุดเฉินซีก็พูดออกมา สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเช่นเคย ในขณะนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า ตงเซวียนหงผู้นี้ไม่ได้คิดจะสร้างความสัมพันธ์กับเขา แต่มีความสัมพันธ์กับตงฟางแทน

“หุบปากซะ! เจ้าเด็กตัวสารเลว ฟังข้าซะ ไม่งั้นข้าจะ… อ๊า!” ตงเซวียนหงตั้งใจที่จะระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกของเขาใส่เฉินซี แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ขณะที่เขายังกล่าวไม่ทันจบ พี่ชายของเขาก็ได้ตบไปที่ใบหน้าของเขาอย่างรุนแรงอีกครั้ง

เดิมที หวังอวิ๋นฉือกำลังอ้าปากของนางและตั้งใจจะระบายความโกรธต่อเฉินซีเช่นกัน แต่เมื่อนางเห็นดวงตาแสนเย็นชาของพี่ใหญ่ของนาง นางก็รู้สึกหวาดกลัวในทันที จนไม่อาจกล่าวอะไรออกมาสักคำ

“ท่านบรรพจารย์อา คนผู้นี้เป็นน้องชายของศิษย์จริง ๆ ท่านโปรดให้อภัยด้วยขอรับ!” ตงฟางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะโค้งคำนับ เพราะเขารู้ว่า ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปมันไร้ประโยชน์และเขาจึงทำได้เพียงแสดงออกอย่างจริงใจที่สุดเพื่อช่วยชดใช้ให้แก่น้องชายของเขา

“ท่านบรรพจารย์อา โปรดให้อภัยด้วยเจ้าค่ะ!” หวังหว่านโค้งคำนับในเวลาเดียวกัน

“อะไรนะ? คนผู้นี้คือ… ท่านบรรพจารย์อา?” ดวงตาของตงเซวียนหงและหวังอวิ๋นฉือต่างก็เบิกโพลงยามที่พวกเขาจ้องมองเฉินซีด้วยความไม่เชื่อ ราวกับว่าพวกเขาพบเห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว

“เจ้ายังไม่คุกเข่าและขออภัยบรรพบุรุษอาหรือ” ตงฟางและหวังหว่านตะโกนออกมาพร้อมกัน

ตุบ!

ในที่สุด ตงเซวียนหงและหวังอวิ๋นฉือก็ไม่อาจทนต่อความหวาดกลัวในใจของพวกเขาได้อีกต่อไปและคุกเข่าลงบนพื้น เมื่อพวกเขานึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น สีหน้าของพวกเขาปรากฏความหวาดกลัวจนหน้าซีด ตอนนี้พวกเขาตระหนักได้แล้วว่า คนที่เขาคิดว่าไม่อยู่ในสายตานั้น แท้จริงแล้ว คือเฉินซี ผู้เป็นน้องชายร่วมสาบานของเป่ยเหิงผู้เป็นบรรพจารย์สูงสุดของนิกายกระบี่เมฆาพเนจร!

เมื่อพวกเขานึกถึงท่าทีที่พวกเขาปฏิบัติต่อเฉินซีก่อนหน้านี้ เพียงชั่วพริบตา ทั้งสองคนถึงกับจะคิดฆ่าตัวตาย ถึงแม้ตระกูลที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาจะมีอิทธิพลในเมืองเมืองทะเลหมอก แต่ในเมืองทะเลสาบมังกร และโดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่างนิกายกระบี่เมฆาพเนจร ตระกูลของพวกเขาเป็นเหมือนมดปลวก ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขากลับดูถูกและออกคำสั่งต่อผู้ที่มีความอาวุโสอย่างมากในนิกายกระบี่เมฆาพเนจร ด้วยเหตุนี้ จะแตกต่างอะไรจากการรนหาที่ตาย?

เมื่อผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ฉากนี้ พวกเขาต่างก็ตกตะลึงในทันที และสายตาของพวกเขาก็จดจ้องไปที่ชายหนุ่มอยู่ห่างออกไปอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่พวกเขาสามารถคาดเดาตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มอยู่ในใจได้ทันที

“ข้าจำได้ว่าในวันแรกที่ข้ามาถึงยอดเขาใจสัจธรรม ข้าได้กล่าวไว้ว่า ข้าจะไม่ให้อภัยต่อคนที่ใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของพวกเขาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า…”

ก่อนที่เฉินซีจะกล่าวจบ ตงฟางและหวังหว่านรีบคุกเข่าลงบนพื้น และร่างกายของพวกเขาก็สั่นสะท้านอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ห้าปีที่ผ่านมาบนยอดเขาใจสัจธรรม อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของพวกเขา พวกเขาอิ่มเอมกับการได้รับทรัพยากรต่าง ๆ อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น และตราบใดที่พวกเขาเป็นศิษย์ของยอดเขาใจสัจธรรม พวกเขาก็จะได้รับความชื่นชมและได้รับการปฏิบัติที่ให้เกียรติไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ใดก็ตาม

นอกจากนี้ การบ่มเพาะบนยอดเขาใจสัจธรรมนั้น ช่วยให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกับบุคคลที่ยิ่งใหญ่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านบรรพจารย์สูงสุดเป่ยเหิง ท่านบรรพาจารย์ใหญ่เหวินเสวี่ยน และท่านประมุขหลิงคงจื่อ พวกเขายังใกล้ชิดกับตู้ชิงซี บุตรสาวคนโตของตระกูลตู้ ซ่งหลิน บุตรชายคนโตของตระกูลซ่ง ต้วนมู่เจ๋อ บุตรชายคนโตของตระกูลต้วน และผู้นำตระกูลของพวกเขา อีกทั้ง คนอื่น ๆ อีกมากมาย เว้นเสียแต่ว่า คนผู้นั้นจะอยู่ในยอดเขาใจสัจธรรม มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่อาจอธิบายถึงประโยชน์ของมันได้อย่างเต็มที่

“หืม? น้องเฉิน เกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่หรือ” ในขณะนี้ เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้นจากท้องฟ้าอันไกลโพ้น จากนั้นเป่ยเหิงในชุดสีเทาก็ร่อนลงมาจากท้องฟ้าด้วยความรวดเร็วที่ราวกับว่าเขากำลังย่นมิติเข้ามา

“คารวะ ท่านบรรพจารย์สูงสุด!” เมื่อพวกเขาเห็นเป่ยเหิง ศิษย์สายในทั้งเจ็ดสิบคน ต่างก็โค้งคำนับทักทายขณะที่พวกเขาตะโกนอย่างพร้อมเพรียง

ทันใดนั้นเอง เหล่าผู้บ่มเพาะจากนอกนิกายที่มาเยือนยอดเขาใจสัจธรรม ต่างก็ตกตะลึงอย่างพร้อมเพรียง และพวกเขาจ้องมองไปที่ชายชราที่สวมชุดสีเทาและผมสีขาวด้วยความตกใจ พวกเขารู้สึกว่ามีพายุที่ปั่นป่วนเกิดขึ้นในใจ คนผู้นี้เป็นผู้บ่มเพาะในตำนานที่ยิ่งใหญ่ของนิกายกระบี่เมฆาพเนจร บรรพจารย์สูงสุดเป่ยเหิงอย่างนั้นหรือ?

‘ใช่จริง ๆ เด็กคนนี้คือเฉินซีจริง ๆ…’ ตงเซวียนหงและหวังอวิ๋นฉือ ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น พวกเขามีสีหน้าเศร้าหมองในทันที และรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างหาที่สุดไม่ได้

“ฮ่า ๆๆ เฉินซี ดูสิว่าข้าพาใครมา… หืม? ท่านบรรพาจารย์สูงสุดก็อยู่ที่นี่เช่นกันหรือ?” ในขณะนี้ เสียงหัวเราะมากมายดังก้องมาจากขอบฟ้าอีกครั้ง แต่เสียงหัวเราะก็หยุดลงทันทีเมื่อคนผู้นั้นสังเกตเห็นเป่ยเหิง และนั่นคือ หลิงคงจื่อ ประมุขแห่งนิกายกระบี่เมฆาพเนจร อีกทั้งยังมีคนสองคนติดตามอยู่เคียงข้างเขา คนหนึ่งเป็นชายชราผมสีขาวสวมชุดสีฟ้า ที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น และอีกคนเป็นชายวัยกลางคนที่หล่อเหลา ที่มีดวงตารูปดอกท้อและผมยาวสลวยประบ่า

เฉินซีเองก็ตกตะลึงเมื่อเห็นคนทั้งสองนี้ จากนั้นรอยยิ้มบางเบาก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันทีในขณะที่เขาพูดด้วยความประหลาดใจว่า “เป็นพี่ใหญ่เสวียนจิงและพี่รองชิงชิว? ท่านทั้งคู่พบสถานที่นี้ได้อย่างไร?”

คนทั้งสองนี้ก็คือราชาเต่าเฒ่าและราชาจิ้งจอกเก้าหาง เมื่อครั้งที่เฉินซีอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาแดนเถื่อนตอนใต้ ครั้งหนึ่งสองคนนี้เคยช่วยเฉินซีให้ได้รับชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากและภูเขากำราบธาตุ

“ฮ่า ๆ สหายเต๋าสองคนนี้ได้เข้าร่วมนิกายกระบี่เมฆาพเนจรของข้าแล้ว ด้วยเหตุนี้ นิกายกระบี่เมฆาพเนจรของข้าจะมีผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติถึงสิบเก้าคน!” หลิงคงจื่อหัวเราะเสียงดังก้อง และในขณะที่เขาพูด พวกเขาทั้งสามก็ร่อนลงมาที่เบื้องหน้าเฉินซีแล้ว

ฮะ ขอบเขตจุติหรือ? ผ่านไปไม่ถึงสิบปี ทั้งสองได้ก้าวจากขอบเขตตำหนักอินทนิลบรรลุสู่ขอบเขตจุติแล้วหรือ? เป็นอย่างที่ผู้อาวุโสจี้อวี๋เคยกล่าวไว้ว่า ทั้งสองมีสายเลือดของสัตว์เทวะโบราณหลงเหลืออยู่ในร่างกายของพวกเขา และเป็นเพราะชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลาก ทำให้การบ่มเพาะของพวกเขาต้องติดอยู่ในขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสมบูรณ์แบบเป็นเวลาหลายหมื่นปีอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาแดนเถื่อนตอนใต้

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าหลังจากข้อจำกัดได้หายไป มันทำให้การบ่มเพาะของพวกเขาทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง…ทันใดนั้นเอง เฉินซีก็เข้าใจสาเหตุและผลลัพธ์ของทั้งหมด จากนั้นเขาก็ประสานมือเพื่อแสดงความยินดีทันที ในขณะที่เสวียนจิงและชิงชิวเอง ก็รีบประสานมือรับกลับด้วยความสุภาพ ในขณะที่แย้มยิ้ม ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความยินดี

“ว่าแต่เฉินซี มันเกิดอะไรขึ้นหรือ? ศิษย์เหล่านี้ทำผิดพลาดอะไรหรือ” สายตาของหลิงคงจื่อกวาดผ่านตงฟางและคนอื่น ๆ ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ด้วยใบหน้าที่หม่นหมองนั้น แรงกดดันที่สง่าผ่าเผยและน่าเกรงขามของประมุขแห่งนิกายก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา เพื่อสร้างแรงกดดันที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกหายใจไม่ออกในทันที

ตงฟางและคนอื่น ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยร่างกายที่สั่นเทา บรรพจารย์สูงสุดเป่ยเหิงมาแล้ว แม้แต่ท่านประมุขหลิงคงจื่อก็มา เหตุการณ์ในวันนี้… คงจะจบลงอย่างเลวร้ายเป็นแน่แท้!

“ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นเพียงความผิดพลาดที่เล็กน้อย และข้าได้ลงโทษพวกเขาแล้ว” เฉินซียิ้มให้หลิงคงจื่อ ก่อนจะหันไปกล่าวกับตงฟางและหวังหว่านที่คุกเข่าอยู่บนพื้น “ลุกขึ้นซะ เรื่องนี้ขอให้จบลงแค่ตรงนี้ และข้าจะไม่ดำเนินการใด ๆ กับความผิดของพวกเจ้า แต่ในระหว่างการทดสอบเข้านิกายในวันพรุ่งนี้ น้องชายและน้องสาวของพวกเจ้าต้องเท่าเทียมเหมือนคนอื่น ๆ อาศัยพรสวรรค์และความสามารถเพื่อผ่านการทดสอบเท่านั้น และเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เส้นสายของเจ้ากับผู้อื่น หรือให้ความช่วยเหลือใด ๆ แก่พวกเขา!”

หลังจากที่เฉินซีกล่าวจบก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไป และนำพาเป่ยเหิง หลิงคงจื่อ เสวียนจิง ชิงชิว มู่เหยาและมู่เหวินเฟยไปที่ห้องโถงใหญ่

ตงฟางและหวังหว่านค่อยกล้าลุกขึ้นยืน หลังจากที่ร่างของเฉินซี และคนอื่น ๆ ได้หายเข้าไปในห้องโถงใหญ่ และทั้งสองคนต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ความกลัวยังคงอยู่ในใจ พวกเขารู้สึกซาบซึ้งต่อเฉินซีมากขึ้นอยู่ในใจ เนื่องจากทั้งคู่รู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะเฉินซี ออกหน้าแทนพวกเขา พวกเขาคงถูกท่านประมุขไล่ออกจากนิกายไปนานแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เพียงแต่เฉินซีจะยกโทษให้กับพวกเขา เขายังอนุญาตให้น้องชายและน้องสาวของพวกเขาได้เข้าร่วมการทดสอบเข้านิกายอีกด้วย และนี่ก็เป็นความกรุณาที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะไม่สำนึกบุญคุณได้อย่างไร?

ตงเซวียนหงและหวังอวิ๋นฉือ ก็ลุกยืนขึ้นเช่นกัน แต่ใบหน้าของพวกเขาไม่ได้เย่อหยิ่งอีกต่อไป เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ทำลายความเย่อหยิ่งและจองหองในใจของพวกเขาแล้ว ส่วนเรื่องอาฆาตแค้นน่ะหรือ? ต่อให้มีสิบชีวิตพวกเขาก็ไม่กล้า!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 169 การมาเยือนของสหายเก่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved