cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 136 เขตแดนเต๋ากร่อนโลหิต

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 136 เขตแดนเต๋ากร่อนโลหิต
Prev
Next

บทที่ 136 เขตแดนเต๋ากร่อนโลหิต

บทที่ 136 เขตแดนเต๋ากร่อนโลหิต

เมื่อฝ่ายตรงข้ามสังเกตเห็นว่าเฉินซีมีอาการตกตะลึง หลัวซิ่วที่ลอยขึ้นไปกลางอากาศพลันเปล่งเสียงหัวเราะแหลมฟังดูน่าสยดสยอง “ในเมื่ออยากสู้กัน ข้าก็จะให้เจ้าได้รู้จักพิษสงพลังที่แท้จริงของข้า!”

ขณะที่พูด ประกายโลหิตเรืองแสงทั่วร่างได้ระเบิดขึ้นอย่างแรงอีกครั้ง มวลแสงดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก กระแสโลหิตไหลหลากและแผ่คลุมโดยรอบทั่วพื้นที่กว่าหนึ่งร้อยจั้งทันที

เพียงพริบตาเดียว ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเฉินซีก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งฟ้าดินกลายเป็นแดงฉานหมดสิ้น และที่น่าตกใจยิ่งเมื่อเขาพบว่าใต้ฝ่าเท้ามีกระแสน้ำโลหิตไหลกระเพื่อม

“เฉินซีระวังให้ดี เจ้านั่นเป็นผู้บ่มเพาะเต๋าแห่งการต่อสู้ที่บรรลุขั้นเขตแดนเต๋าซึ่งเป็นขั้นที่เหนือกว่าเต๋าแห่งการรู้แจ้ง โลกโลหิตที่เจ้ากำลังเห็นตอนนี้ถูกสร้างขึ้นจากเขตแดนเต๋านั้น!” ทันใดนั้นหลิงไป๋ก็ส่งเสียงเตือนอย่างร้อนใจระคนกังวลอย่างชัดเจน

เขตแดนเต๋า!

ในใจของเฉินซีกระตุกวูบเมื่อนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

การฝึกฝนเต๋าแห่งการต่อสู้นั้นโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นสี่ขั้นใหญ่ ได้แก่ ขั้นต้น ขั้นสูง ขั้นเอกภาพ และขั้นเต๋าแห่งการรู้แจ้ง แต่ในความเป็นจริงยังมีขั้นที่สูงกว่าก็คือขั้นเขตแดนเต๋า

เต๋าแห่งการรู้แจ้งนั้นคือการเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเต๋าที่ผู้บ่มเพาะกำลังฝึกฝน และเมื่อความเข้าใจในเต๋าหยั่งลึกมากยิ่งขึ้น เต๋าแห่งการรู้แจ้งจะก่อรูปทวีความหนาแน่นขึ้นทุกทีจนกระทั่งถึงขีดจำกัด ต่อจากนั้นเต๋านั้นจะแปรเปลี่ยนรูปธรรมมากขึ้นจนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าเขตแดนเต๋า

ผู้บ่มเพาะที่บรรลุถึงขั้นนี้จะสามารถสร้างเขตแดนเต๋าของตนเองออกจากสวรรค์และโลกด้วยการโบกมือ และเมื่อต้องต่อสู้กับศัตรูในเขตแดนของตนเอง สถานการณ์จะเป็นต่อมากขึ้น!

ซึ่งก็เช่นเดียวกับเต๋าแห่งสายลมที่เฉินซีเข้าถึงได้อย่างถ่องแท้ ถ้าเขารวบรวมและเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ไม่วันใดก็วันหนึ่งก็จะสามารถเปลี่ยนไปเป็นเขตแดนเต๋าของเขาเองได้ ซึ่งก็คือเขตแดนเต๋าแห่งสายลม

“เขตแดนเต๋า!” จู่ ๆ ที่ด้านนอกของเจดีย์บำพ็ญทุกข์พลันเกิดเสียงเซ็งแซ่ดังสนั่น ทุกคนมองไปยังหลัวซิ่วด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับเห็นอสูรโลหิตปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรสีเลือด ใบหน้าของแต่ละคนบ่งชี้ว่าไม่อยากเชื่อสายตา

ขั้นเขตแดนเต๋าเป็นขั้นที่ผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตแกนทองคำหยินหยางพยายามไขว่คว้ามาตลอดชีวิต กระทั่งไปจนถึงผู้บ่มเพาะบางคนที่บรรลุขอบเขตจุติแล้วก็อาจยังไม่มีเขตแดนเต๋าเป็นของตนเองเลยด้วยซ้ำ

ถ้าใครต้องการบรรลุขั้นเขตแดนเต๋า ไม่เพียงแต่ต้องทุ่มเทฝึกฝนอย่างยากลำบากและขยันขันแข็งเท่านั้น แต่ยังต้องมีศักยภาพในการเข้าถึงและจดจำเต๋าแห่งสวรรค์ได้ในระดับสูง เพื่อค้นหาเต๋าของตัวเองและอุบัติการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกอีกมากมาย ยิ่งกว่านั้นยังต้องอาศัยโชควาสนาในการเผชิญหน้าด้วยความบังเอิญกับการหยั่งรู้อย่างเฉียบพลัน ซึ่งเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

แนวคิดในทางพระพุทธศาสนากล่าวว่าเหตุที่ทำให้บุคคลเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงก็ด้วยความฉับพลันกะทันหัน หากปราศจากการหยั่งรู้โดยเฉียบพลัน รวมทั้งการคว้านานัปการ การลองผิดลองถูก สภาวะจิตและความเข้าใจในระยะเริ่มต้นก็จะเป็นไปไม่ได้ที่คนคนหนึ่งจะบรรลุถึงขั้นนี้

การไปถึงขั้นเขตแดนเต๋านั้นนับว่าเป็นเรื่องยากสำหรับผู้บ่มเพาะอย่างแท้จริง และคนส่วนใหญ่เหล่านั้นอาจไม่ได้มีโชคถึงขั้นที่จะบรรลุถึงขั้นเขตแดนเต๋า จนเป็นเหตุให้ต้องพบกับความโศกเศร้าจนชั่วชีวิต

เวลานี้ หลัวซิ่วผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นเก้าดาราได้เข้าถึงเขตแดนเต๋าเสียแล้ว เช่นนี้แล้วจะไม่ทำให้คนอื่นตกตะลึงได้อย่างไร?

“ที่แท้ซิ่วเอ๋อร์ก็ฝึกบ่มเพาะพลังเต๋าแห่งการต่อสู้จนบรรลุถึงขั้นนี้แล้วสินะ!” ปรมาจารย์เฮ่อเหลียนสุ่ยแห่งนิกายหุบเขาดาวตก รำพึงออกมาราวกับควบคุมตนไม่ได้

คนที่อยู่กลางแท่นหยก ฟากปรมาจารย์หลิงคงจื่อแห่งนิกายกระบี่เมฆาพเนจรจ้องเขม็งพลางขมวดคิ้วขณะมองไปยังเฉินซีที่ติดอยู่ในโลกที่กลายเป็นท้องสมุทรโลหิตไปแล้ว ใบหน้าซูบผอมเรียบเนียนปานเนื้อหยกพลันปรากฏความกังวลใจออกมา

…

กระแสคลื่นโลหิตพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง หลัวซิ่วเหยียบลงไปบนดอกบัวสีแดงสดที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งลี้บานสพรั่งเหนือท้องสมุทรโลหิต เมื่ออยู่ในฮั่นฝูสีแดงฉาน กอปรกับนัยน์ตาสีฟ้าหม่นน่าประหลาดคู่นั้น ทำให้เขากลายเป็นอสูรในตำนานที่ผุดขึ้นจากขุมนรกโลหิต ท่วงท่าสง่างามอย่างน่าตกตะลึง

“เป็นอย่างไรบ้าง เฉินซี ได้เห็นเขตแดนเต๋ากร่อนโลหิตของข้าแล้วสินะ ได้ยินว่าเจ้าเข้าถึงเต๋าแห่งการรู้แจ้งแล้ว น่าเสียดายที่ยังด้อยกว่าข้าอยู่ดี! ฮ่า ๆๆ!” เสียงหัวเราะแหลมเล็กของหลัวซิ่วดังลั่น ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “รู้ไหมว่าเหตุใดข้าจึงต้องวิ่งไล่ตามเจ้า เพราะข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังบางอย่างที่มีเอกลักษณ์ในกายของเจ้าอย่างไรล่ะ! มันคือกลิ่นอายแห่งหกวิถีสังสารวัฏและเพลิงยมโลกชำระบาป เมื่อใดที่ข้าได้มาครอบครองจะทำให้ เขตแดนเต๋ากร่อนโลหิตที่ข้าฝึกฝนเพิ่มพูนอำนาจมากขึ้นจนแม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางไม่อาจต่อกรกับข้าได้อีกต่อไป”

หกวิถีสังสารวัฏ? เพลิงยมโลกชำระบาปอย่างนั้นหรือ?

ทันใดนั้นเฉินซีก็นึกขึ้นได้ว่าได้เก็บระเบียนแดนมรณะและพู่กันพิพากษามารไว้ในแหวนมิติ สมบัติล้ำค่าสุดแสนลี้ลับเหล่านี้เขารับมาจากซูเหลิ่งและไม่รู้ด้วยว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

แต่หลิงไป๋เคยให้ข้อสรุปไว้ว่าสมบัติล้ำค่าทั้งสองชิ้นนี้น่าจะมาจากหกวิถีสังสารวัฏแห่งยมโลก แต่ในเวลานั้นเฉินซีรู้สึกว่าไร้สาระเกินไปจึงไม่ได้จริงจังกับพวกมันเท่าใดนัก ตอนนี้เมื่อมาได้ยินคำพูดของหลัวซิ่ว เขาจึงคิดง่าย ๆ อยู่ในใจว่าบางทีสมบัติล้ำค่าสองชิ้นนี้อาจเกี่ยวข้องกับการหกวิถีสังสารวัฏก็เป็นได้

“ว่าอย่างไร นึกออกหรือยัง” หลัวซิ่วถามขึ้นมาอีก ขณะที่คนพูดทำหน้าทำตาล่อหลอกราวกับแมวจับหนู

“เจ้าคงกำลังพูดถึงสิ่งนี้ใช่ไหม” ขณะเดียวกันเฉินซีก็ยื่นมือที่ถือระเบียนแดนมรณะออกไป ทันทีที่สิ่งนี้ปรากฏ รัศมีอันใหญ่โตอลังการและเที่ยงธรรมก็พรั่งพรูออกมา ภูตผีวิญญาณอาฆาตจำนวนมหาศาลพลันทะลักออกมารอบท้องทะเลโลหิต สีหน้าของพวกมันโหดเหี้ยมอำมหิต พร้อมกับหวีดร้องเสียงแหลมอย่างชั่วร้ายเหมือนกับจะพยายามคว้าระเบียนแดนมรณะให้ได้ แต่พวกมันก็ถูกท้องทะเลโลหิตตรึงไว้อย่างแน่นหนา และไม่ว่ามันทุกตัวจะโหยหวนตครวญครางสักเพียงใด ก็ไม่อาจเข้าใกล้เฉินซีได้มากกว่านั้น

“นั่นแหละ! นั่นแหละ! สิ่งนั้นแหละ! พลังที่ข้าได้กลิ่นคือสิ่งที่จ้าถือ! พลังบริสุทธิ์แห่งยมโลก! เมื่อข้าได้ดูดซับพลังของสิ่งนั้น ไยข้าจะต้องกังวลว่าจะกำจัดพวกภูตผีวิญญาณอาฆาตแห่งท้องทะเลโลหิตเหล่านี้ไม่ได้ด้วยเล่า เฉินซีส่งมันให้ข้าแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะหนีรอดจากการไล่ล่าของข้าไปได้ ต่อให้วันนี้เจ้าจะทำลายยันต์เคลื่อนย้ายของตัวเองไปแล้วก็ตาม!” กล่าวจบ ร่างของหลัวซิ่วก็สั่นสะท้าน ขณะที่ดวงตาสีฟ้าหม่นของเขาสาดประกายแห่งความละโมบและปรารถนาอย่างแรงกล้า เวลานี้เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้สูบกลืนระเบียนแดนมรณะเข้าสู่ร่างแต่เพียงประการเดียวเท่านั้น

‘กำจัดภูตผีวิญญาณอาฆาตแห่งท้องทะเลโลหิตอย่างนั้นหรือ หรือว่าพลังจากสมุดระเบียนนี้จะสามารถต้านทานภูตผีวิญญาณอาฆาตและปีศาจร้ายได้?’

แม้ในหัวของเฉินซีจะมีความคิดวนเวียนอยู่เต็มไปหมด ทว่าสีหน้าของชายหนุ่มกลับยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “ข้ายังมีของอีกอย่าง อยากเห็นหรือไม่?”

หลัวซิ่วยังจ้องเขม็งไปที่ระเบียนแดนมรณะอย่างไม่คลาดสายตาขณะตอบอย่างไม่ใส่ใจ “มันมีพลังแห่งยมโลกด้วยหรือไร”

เฉินซียิ้มมุมปากขณะเดียวกันได้ออกคำสั่งในใจ ทันใดนั้นพู่กันสีดำซึ่งทำด้วยเหล็กก็ไม่ใช่ แต่เหมือนจะทำด้วยหยกก็ไม่เชิง พลันปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของชายหนุ่มทันที

ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!

ทันทีที่พู่กันพิพากษามารปรากฏออกมาให้เห็น คำว่า ‘ฆ่า’ จำนวนมากก็พรูเข้ามาในใจของเฉินซีพร้อมกับเสียงใสและเย็นเยือกดังแว่ว เจตนาสังหารเย็นเฉียบพลันพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับเจ้าสิ่งนี้ต้องการพิพากษาโลกและขจัดสิ่งชั่วร้าย

“หืม!?” เฉินซีรู้สึกได้ถึงความปรารถนารุนแรงที่ล้นทะลักออกมาจากพู่กันพิพากษามารและความคิดนี้ก็แข็งแกร่งมากเหมือนกับขุนพลที่ฮึกเหิมอยากจะออกรบ จึงวิงวอนขอพระบรมราชานุญาตจากองค์ฮ่องเต้กระนั้น

“นี่มันคืออะไรกันแน่ ทำให้ข้ารู้สึก…รู้สึก…” สีหน้าของหลัวซิ่วดูฉงนฉงายอย่างมาก หากก็ยังรับรู้ได้ถึงภยันตรายร้ายแรงที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้าเกาะกุมจิตใจ

นับตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้าสู่การเป็นผู้บ่มเพาะ ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่เขารู้สึกเช่นนี้ รู้สึกกลัว ตระหนก หวาดหวั่น กระวนกระวาย… หลากหลายความรู้สึกที่ผสมปนเปเข้าด้วยกันยามที่ความรู้สึกเหล่านี้ทวีความรุนแรง ร่างของเขาถึงกับสะท้าน ประหนึ่งมองเห็นยมทูตลอยมาเหนือศีรษะ

“บัดซบ! ไอ้ของสิ่งนี้มันมีอำนาจสะกดข่มเต๋าข้าอย่างร้ายแรง!” ท่าทางของหลัวซิ่วราวกับได้พบเจอสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด จนถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความตกใจสุดขีด จากนั้นจึงรีบหมุนเวียนปราณแท้ในกาย ก่อนจะหมุนตัวหันขวับและหนีไปทันที หากจะลองนึกว่าระดับความกลัวของหลัวซิ่วเวลานี้มากมายแค่ไหนนั้น ให้คิดเสียว่าความกลัวถึงขนาดที่มันอยากจะหนีกลับไปหาบิดามารดาให้เร็วที่สุดมากกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น

ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว!

ขวับ! ขวับ!

เฉินซีขยับคลายฝ่ามือ จากนั้นพู่กันพิพากษามารพลันลอยละลิ่วสู่ท้องฟ้า เสียงพู่กันโหยหวนดังลั่นจนได้ยินอย่างชัดเจนขณะที่มันตวัดไปมา ทันใดนั้นเส้นแสงสีดำทะมึนมากมายประหนึ่งเส้นไหมก็ฟาดเปรี้ยงลงมา เป็นเหตุพื้นพสุธาที่มีสภาพไม่ต่างอะไรกับทะเลโลหิตพลันแปรเปลี่ยนดุจเป็นกระดาษแผ่นบางที่ถูกสะบั้นด้วยมีดคมกริบ และสับละเอียดจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที

ง่ายดายดุจใช้มีดร้อนผ่าก้อนไขมัน ทั้งกวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าจนราบเป็นหน้ากลอง กระทั่งเขตแดนเต๋ากร่อนโลหิตยังมิอาจต้านทานพลังจู่โจมเพียงผิวเผินของพู่กันพิพากษามารในครั้งนี้!

“อะไรกัน…มันคืออะไร!!” ไกลออกไป หลัวซิ่วที่หลบหนีไปได้ไกลพอสมควรแล้วกลับหยุดชะงักค้างโดยไม่เต็มใจ ขณะนี้เขาเห็นกับตาว่าแสงดำที่ดูบอบบางอย่างกับเส้นด้ายหากเป็นเส้นด้ายโลหะกำลังขึงจนตึงมัดสมบัติวิเศษที่เขาใช้ป้องกันร่างกาย ต่อมาสมบัติวิเศษคุ้มกายก็ถูกสะบั้นขาดจนเป็นกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หลังจากนั้นเส้นแสงดำได้มัดล้อมเข้ากับม่านปราณแท้ของเขา ก่อนจะสับปราณแท้จนละเอียดเป็นชิ้นเล็กน้อยนับไม่ถ้วน…

เปรี้ยง!

ทันทีที่เห็นว่าเส้นแสงสีดำทำท่าว่าจะมัดหั่นลงมายังร่างของตนเอง หลัวซิ่วก็ไม่อาจระงับความกลัวตายที่วูบขึ้นมาในใจได้อีกต่อไป ทันใดนั้นเขาจัดการทำลายยันต์เคลื่อนย้าย ขณะเจ้าตัวทำท่าเหมือนถอนใจโล่งอก ฉับพลันนั้นเองที่เหลือบมาเห็นว่าร่างกายของตนจากเดิมเหลือเพียงเศษเนื้อและค่อยร่วงหล่นลงไปกองทั่วพื้น…

“นี่มันอะไรกัน…” นั่นคือความรู้สึกของหลัวซิ่วเป็นครั้งสุดท้าย

โอม!

อันที่จริงเฉินซีเองยังตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นฉากการตายเช่นนี้ของหลัวซิ่ว อย่างไรก็ตามทันทีที่ได้สติจากอาการตกตะลึง มือข้างซ้ายที่กำระเบียนแดนมรณะเอาไว้จำต้องคลายออกด้วยแรงดูดอันทรงพลัง ซึ่งดูดเอาเศษเสี้ยวมวลพลังต่าง ๆ ในรัศมีรอบทะเลโลหิตเกือบหนึ่งร้อยจั้งจนหมดสิ้น

ฟิ้ว!

พู่กันพิพากษามารสะบัดตัวอย่างแรงพร้อมกับส่งเสียงหอนโหยหวนอยู่กลางอากาศ ขณะที่มันทำท่าเหมือนกำลังจะโบยบินไปจากตรงนั้น เฉินซีพลันยื่นมือออกไปคว้าพู่กันพิพากษามารที่เหมือนจะมีจิตวิญญาณของมันเองเอาไว้อย่างแน่นเหนียวโดยไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ

ขณะที่มือข้างขวาของเฉินซีถือพู่กันพิพากษามารและมือซ้ายถือระเบียนแดนมรณะ ทำให้แลดูคล้ายกับเทพพญายมในตำนานเป็นอย่างยิ่ง

แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาคิดอะไรทั้งสิ้น ด้วยระเบียนแดนมรณะและพู่กันพิพากษามารกำลังดิ้นรนอยู่ในมือสองข้าง ทั้งสองสิ่งนี้เปรียบได้กับสัตว์อสูรที่มากทิฐิและไม่ยอมลงให้แก่ผู้ใด พวกมันจึงพยายามดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเฉินซี

‘โธ่เว้ย! ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าออกมาหรอก!’ เฉินซีขบกรามแน่นขณะโคจรปราณแท้ในร่างของตนเองออกมายับยั้งสมุดและพู่กันประหลาดอย่างเต็มที่

เวลาผ่านไปเท่าใดไม่รู้ ในที่สุดระเบียนแดนมรณะและพู่กันพิพากษามารก็หยุดต่อต้าน ก่อนจะคืนสู่ความสงบ เห็นแค่นี้เฉินซีก็ถอนใจเฮือกอย่างโล่งอก เหงื่อกาฬเปียกโชกไปทั้งตัว

หลัวซิ่วตายเพียงเพราะปลายพู่กันพิพากษามารสะบัดเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะรังสีโลหิตที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเขา ส่งผลให้พู่กันพิพากษามารเผยเจตนาสังหารของมันออกมา…เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉินซีจึงรู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น บัดนี้ความเข้าใจการใช้ระเบียนแดนมรณะกับพู่กันพิพากษามารฉายแววออกมาเลือนราง

ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ตัดสินได้ในตอนนั้นเองว่าก่อนที่เขาจะสามารถควบคุมสมบัติล้ำค่าทั้งสองชิ้นได้อย่างสมบูรณ์ จะไม่นำมันออกมาใช้ ด้วยตนไม่ปรารถนาที่จะเห็นพวกมันหลุดมือไปเพราะการไร้ความสามารถที่จะสยบพวกมันไว้

“หืม ก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสได้ถึงมวลพลังที่แปรปรวนอย่างรุนแรงซึ่งถูกปลดปล่อยออก…”

“ศิษย์พี่ ข้าก็สัมผัสถึงมันได้เหมือนกัน”

“เอาล่ะ ทุกคนเร็ว! ผลการต่อสู้น่าจะมีการตัดสินแล้ว บางทีพวกเราอาจโชคดีจับผู้บ่มเพาะที่เจ็บหนักและกอบโกยผลประโยชน์จากเขาได้!”

…

มีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังออกมาจากป่าทึบที่อยู่ไกลลิบ

ดูเหมือนสถานการณ์ยุ่งเหยิงของหลัวซิ่วจะดึงความสนใจของผู้บ่มเพาะในละแวกนั้นไม่น้อย หัวใจของเฉินซีกระตุกวูบ เขาไม่กล้ามัวคิดเรื่อยเปื่อย จึงตัดสินใจหนีไปด้วยการใช้เคล็ดวิชาวาตะเหินทะยาน ทำให้ร่างเปรียบได้ดั่งลมพายุพัดพาหายเข้าไปในป่าทึบอันอุดมสมบูรณ์ทันที

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 136 เขตแดนเต๋ากร่อนโลหิต"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved