cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 126 ยอดเขามังกรอเวจี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 126 ยอดเขามังกรอเวจี
Prev
Next

บทที่ 126 ยอดเขามังกรอเวจี
บทที่ 126 ยอดเขามังกรอเวจี

“ข้าจะฆ่าเจ้าหากเจ้ากล้าส่งเสียง” เฉินซีมองไปยังศิษย์นิกายกระบี่เมฆาพเนจรที่ถูกเขาบีบคออยู่ ขณะเขากล่าวอย่างเย็นชา และก็ลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

หลังจากที่เฉินซีสามารถเอาตัวรอดออกจากมหาค่ายกลคุ้มนิกายที่มีอยู่มากมาย ทันใดนั้นเขาก็ได้พบศิษย์ของนิกายกระบี่เมฆาพเนจรที่กำลังลาดตระเวนอยู่ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงจับกุมคนผู้นี้อย่างช่วยไม่ได้

“เจ้า… เจ้าเป็นใคร? ที่นี่คือนิกายกระบี่เมฆาพเนจร! ถ้าหากเจ้ากล้าฆ่าข้าก็ไม่อาจหลบหนีได้เช่นกัน!”

คนผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาน่าสมเพช ใบหน้าของเขายาวและแคบ ร่างกายผอมเหมือนลิง และชื่อของเขาคือ ‘หลิวจ่าง’ ในขณะนี้เฉินซีได้บีบคอของเขาอยู่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว โกรธเกรี้ยว และสับสน

เขาไม่ทราบว่าเฉินซีปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร ในฐานะศิษย์ของ นิกายกระบี่เมฆาพเนจร เขาย่อมรับรู้ถึงอานุภาพของมหาค่ายกลคุ้มนิกายได้อย่างชัดเจน การดำรงอยู่ของมันสามารถบดขยี้ผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติได้อย่างง่ายดาย และในช่วงพันปีที่ผ่านมาไม่มีใครสักคนที่สามารถทำลายมหาค่ายกลคุ้มนิกายได้

ทว่าในตอนนี้กลับมีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากมหาค่ายกลคุ้มนิกายอย่างเงียบ ๆ ยิ่งกว่านั้น คนผู้นั้นก็ไม่ได้กระตุ้นอำนาจที่มีอยู่ในค่ายกล สิ่งนี้จะไม่ทำให้เขาตกใจได้อย่างไร?

เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้อาวุโสคนนี้จะเป็นตัวตนที่ทรงพลังยิ่งกว่าผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติ?

หลังจากตกตะลึง ความหวาดกลัวก็เกิดขึ้นในใจของหลิวจ่าง เนื่องจากเขาไม่อาจหยั่งถึงระดับการบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้ ดังนั้นเขาจึงมองเฉินซีเป็น ‘ผู้อาวุโส’ โดยไม่รู้ตัว

จู่ ๆ เฉินซีก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งและกล่าวว่า “ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า และมีข้อตกลงมาเสนอเจ้า?”

“ไม่มีทาง แม้ว่าข้าจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันทำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อนิกายของข้าเป็นอันขาด” หลิวจ่างตอบอย่างเด็ดขาดและเต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกเที่ยงธรรม

“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้อเสนอของข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบากอย่างแน่นอน” เฉินซีชื่นชมความซื่อสัตย์และใจเด็ดของคนผู้นี้อยู่บ้าง และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลง “บอกข้าทีว่าคนผู้หนึ่งอยู่ที่ใด แล้วข้าจะให้ศัสตราวิเศษระดับมนุษย์ขั้นต่ำแก่เจ้า นับว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

ศัสตราวิเศษระดับมนุษย์ขั้นต่ำ? ดวงตาของหลิวจ่างเป็นประกายในขณะที่เขาแอบกลืนน้ำลาย จากนั้นเขาก็กล่าวโดยไม่ลังเลว่า “ตกลง!”

เฉินซีกลับกลายเป็นฝ่ายตกตะลึงแทน เหตุใดถึงเปลี่ยนใจไวนัก? แท้จริงแล้ว คนผู้นี้ไม่มีความซื่อสัตย์และสิ่งที่เขากล่าวออกมาก่อนหน้านี้ก็ไม่ต่างกับการเสแสร้งสักนิด!!

“ผู้อาวุโส ท่านต้องการสอบถามเกี่ยวกับที่อยู่ของใครหรือ?” หลิวจ่างยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็ตบหน้าอกของตัวเองขณะกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ท่านได้พบคนที่คู่ควรแล้วในครั้งนี้ ท่านอาจจะไม่รู้ แต่ข้าหลิวจ่างนั้นมีฉายาว่าจ้าวนักสืบ ภายในนิกายกระบี่เมฆาพเนจรนั้นไม่มีคนที่ข้าไม่รู้จัก!”

“เอาล่ะ ข้าอยากรู้ว่าเฉินฮ่าวอยู่ที่ใด” เฉินซีกล่าว หลังจากนั้นเขาก็หยิบกระบี่บินระดับมนุษย์ขั้นต่ำออกมาจากในแหวนมิติของเขาและแกว่งมันต่อหน้าของหลิวจ่าง “กระบี่เล่มนี้จะเป็นของเจ้าหลังจากที่เจ้าบอกข้าแล้ว”

หลิวจ่างรู้สึกวิงเวียนขณะที่เขาจดจ้องไปยังกระบี่ในมือของเฉินซีด้วยดวงตาวาวโรจน์ จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “แน่นอน ข้ารู้! เฉินฮ่าวเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ‘เสวี่ยน’ และเคล็ดวิชากระบี่ที่ถูกใช้ด้วยมือซ้ายของเขานั้นทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง! ข้าจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร”

“เขาอยู่ที่ใด?” เฉินซีได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงจากคำกล่าวของอีกฝ่ายแล้ว เพราะว่าเรื่องที่มือขวาของเสี่ยวฮ่าวพิการและการที่เสี่ยวฮ่าวฝึกฝนกระบี่ด้วยมือซ้ายนั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากพูดถึงจึงทำให้คนอื่นไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงนี้

” มังกร…” ดวงตาของหลิวจ่างกลอกไปรอบ ๆ ในขณะที่เขากล่าวอย่างลำบากเล็กน้อย “ผู้อาวุโส ถ้าข้าบอกท่านแล้ว ท่านจะไม่ฆ่าข้าใช่ไหมขอรับ”

“นำทางไปซะ ข้าจะปล่อยเจ้าไปเมื่อพบกับเฉินฮ่าว ตอนนี้เราอยู่ในนิกายกระบี่เมฆาพเนจร ไยข้าต้องฆ่าเจ้าให้ตัวเองยุ่งยากด้วยจริงไหม” เฉินซีโยนกระบี่ไปที่หลิวจ่างอย่างจงใจขณะเขากล่าวช้า ๆ

“นั่นก็จริงขอรับ” หลิวจ่างพยักหน้า

ทันใดนั้นเฉินซีก็หิ้วร่างของหลิวจ่างจากไป พวกเขาพุ่งทะยานราวสายลม โดยมีเจ้าถิ่นอย่างหลิวจ่างเป็นคนนำทาง และในไม่ช้า ชายหนุ่มก็มาถึงเบื้องหน้าภูเขาแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว

ภูเขาลูกนั้นสูงมาก มันตั้งตรงตระหง่านเหมือนหอก แต่บนยอดเขานั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก เมื่อมองจากระยะไกล มันเหมือนกับร่มขนาดใหญ่ที่กางอยู่หรือบางคนอาจมองมันคล้ายกับเห็ดที่มียอดสูงเสียดฟ้า รูปร่างของมันดูแปลกประหลาดเป็นพิเศษ

“ภูเขาลูกนี้ถูกเรียกว่ามังกรอเวจี และเป็นสถานที่เนรเทศของนิกายกระบี่เมฆาพเนจรของข้าเพื่อลงโทษเหล่าศิษย์ที่กระทำความผิด ตอนกลางวันร้อนดั่งอยู่ในเตาอบ และเย็นยะเยือกเหมือนบ่อน้ำแข็งในตอนกลางคืน ควบคู่ไปกับการถูกกัดเซาะจากกระแสลมปั่นป่วน สภาพแวดล้อมของมันนับว่าเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง”

“ศิษย์เหล่านั้นที่ถูกเนรเทศมาที่นี่ต้องขุดแร่เหล็กกล้าธารสีชาดที่ไหล่เขาออกมาให้ได้สองร้อยห้าสิบจิน จากนั้นจึงรวบรวมทรายดาราเก้าสวรรค์อีกยี่สิบห้าจิน และในทุกวัน พวกเขาเป็นเหมือนทาสที่ต้องทนทุกข์ทรมานจนไม่อาจอธิบายได้ ศิษย์ทุกคนที่ถูกลงโทษและได้ออกมาจากสถานที่นี้ จะถูกทรมานจนความเป็นมนุษย์และสภาพของพวกเขาก็น่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง”

“เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ข้าไม่รู้ว่าเฉินฮ่าวได้ละเมิดกฎข้อใดของนิกายจึงถูกเนรเทศ และต้องชดใช้ความผิดเป็นเวลาสามปีเสียก่อน จึงจะกลับไปบ่มเพาะที่นิกายได้” หลิวจ่างกล่าวอย่างฉะฉาน ท่าทางที่ตื่นเต้นของเขามีความกลัวปะปนอยู่ภายใน เขาไม่ทันสังเกตเลยว่าท่าทางของเฉินซีค่อย ๆ มืดมนและเยือกเย็นลงเป็นอย่างมาก

อย่างที่ข้าคาดไว้!

เพราะเฉินฮ่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าจึงได้รับความเดือดร้อนจากการข่มเหงของตระกูลซูและทำให้เขาถูกเนรเทศมายังยอดเขามังกรอเวจี!

‘ว่าแต่…เมื่อหนึ่งปีก่อน มันคือตอนที่ข้าเพิ่งกลับมาจากส่วนลึกของเทือกเขาแดนเถื่อนตอนใต้ไม่ใช่หรือ? ในเวลานั้นข้าได้ทำลายล้างตระกูลหลี่ไปทั้งหมดแล้ว… อืม…ข้าคงดึงดูดความสนใจจากตระกูลซูดังนั้นพวกเขาอาจจะ…’

เฉินซีรู้ได้โดยไม่ต้องคิดว่า ด้วยนิสัยของเสี่ยวฮ่าว เขาจะไม่มีทางละเมิดกฎของนิกายและกระทำความผิดร้ายแรงอย่างแน่นอน เขาไม่มั่นใจเท่าไรว่าใครเป็นต้นเหตุทำให้เฉินฮ่าวถูกเนรเทศมาที่แห่งนี้

แต่นับว่าโชคดีที่ตอนนี้เสี่ยวฮ่าวยังมีชีวิตอยู่ หากเขามาช้าไปกว่านี้ ผลที่ตามมาคงไม่อาจคาดเดาได้!

เฉินซีหายใจเข้าลึก ๆ และข่มความขุ่นเคืองที่อยู่ในใจ จากนั้นกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “เจ้ารู้ไหมว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใด”

“มีคนไม่น้อยกว่าพันคนที่ถูกเนรเทศมายังยอดเขามังกรอเวจีแห่งนี้ ข้าคิดว่าท่านผู้อาวุโสควรลองสอบถามใครสักคนดูเสียก่อนนะขอรับ” หลิวจ่างกล่าวอย่างเร่งรีบ เขาตระหนักได้ว่าอารมณ์ของ ‘ผู้อาวุโส’ ที่อยู่เคียงข้างเขาดูเหมือนจะเลวร้ายยิ่งนัก ดังนั้นจึงไม่กล้ากล่าววาจาไร้สาระต่อไปอีก เพราะเกรงว่าหายนะจะมาเยือนตนเอง เหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘ปลาหมอตามเพราะปาก’

“ไม่มีคนเฝ้าที่นี่หรือ?”

“ที่นี่จะมีผู้คุมเฉพาะตอนกลางวันเท่านั้นขอรับ เนื่องจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งวันส่งผลให้ร่างกายของนักโทษอ่อนแรง ดังนั้นจะมีผู้ใดมีเรี่ยวแรงที่จะหลบหนีอีก? นอกจากนี้ สถานที่นี้ตั้งอยู่ในนิกายกระบี่มฆาพเนจร แม้ว่าจะมีคนหลบหนี แต่ก็ไม่สามารถออกจากมหาค่ายกลคุ้มนิกายไปได้”

เฉินซีไม่ได้กล่าวอะไรอีกขณะที่เขาพาหลิวจ่างบินไปที่ไหล่เขาของยอดเขามังกรอเวจี ในที่แห่งนั้นมีผู้คนนุ่งชุดที่ทำจากเศษผ้าและท่าทางมอมแมมหลับนอนอยู่

ตอนนี้เป็นเวลาไม่กี่ชั่วยามก่อนรุ่งสาง อากาศเย็นบนยอดเขามังกรอเวจีนั้นทารุณยิ่งกว่าปกติ จนคนเหล่านี้ต้องขดตัวอยู่บนเสื่อฟาง แม้ว่าจะดูเหมือนหลับสนิท แต่ก็ยังตัวสั่นสะท้านจากความหนาว ท่าทางน่าสมเพชของพวกเขานั้นเลวร้ายยิ่งกว่าขอทานที่หลับใหลอยู่ตามซอกถนนเสียอีก

เพียะ!

หลิวจ่างเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่อฟังและตบชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าซีดเซียวและดวงตาที่ลึกโบ๋ให้ตื่นขึ้นแล้วถามว่า “เจ้ารู้ไหมว่าตอนนี้เฉินฮ่าวอยู่ที่ใด”

“เฉินฮ่าว? เจ้าคนที่แขนขวาขาดน่ะหรือ? ตอนนี้เขาน่าจะอยู่บนยอดเขานะขอรับ” ชายวัยกลางคนสะดุ้งตื่นและตอบด้วยเสียงงัวเงีย

เฉินซีไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป เพราะเขากลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมความโกรธในใจได้ ดังนั้นเขาจึงหิ้วหลิวจ่างขึ้นก่อนที่จะพุ่งไปสู่ยอดเขาทันที

…

ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ยอดเขามังกรอเวจีเปิดโล่งอย่างสมบูรณ์ มันเงียบและเย็นยะเยือก อากาศเย็นรุนแรงส่งผลให้อากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นหมอกสีขาวปกคลุมไปทั่วทุกหนทุกแห่ง บนพื้นดินมีผลึกน้ำแข็งเกาะตัวอยู่เป็นชั้น ๆ ซึ่งดูคล้ายโลกแห่งน้ำแข็ง

ในขณะนี้เอง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังฝึกฝนกระบี่ของเขาท่ามกลางอากาศที่เย็นจัด

เสื้อผ้าของเขามอมแมมและขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้าของเขาสกปรกและยุ่งเหยิง และรูปร่างที่ผอมแห้งของเขาก็เหมือนกับต้นไผ่ แต่มือที่กำกระบี่อยู่นั้นมั่นคงราวกับต้นสนสีเขียวที่หยั่งรากลึกบนหน้าผา และทุกการเคลื่อนไหวของเขาก็รวดเร็วและแม่นยำ แม่นยำเสียจนดูเหมือนถูกวัดด้วยไม้บรรทัด

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ บนกระบี่ของเด็กหนุ่มไม่มีปราณแท้ปกคลุมเลยสักนิด แต่เมื่ออากาศที่เย็นจัดจากสวรรค์และโลกเข้าใกล้ตัวเขาในระยะสิบฉื่อ มันจะกระจายออกไปโดยรอบ ราวกับไม่กล้าก้าวข้ามเขตแดนนี้

เคร้ง!

ด้วยเสียงแตกหักที่ดังก้องออกมา ร่างของเด็กหนุ่มก็หยุดนิ่งก่อนที่เงากระบี่ที่ปกคลุมท้องฟ้าจะหายไป ในตอนนี้เอง เฉินซีจึงเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่มหาใช่กระบี่เหล็ก แต่กลับเป็นกิ่งไม้ที่หักออกเป็นสองท่อนแล้ว

“แฮ่ก… แฮ่ก…”

เขานั่งยองลงกับพื้นขณะที่หอบหายใจอย่างรุนแรง และใบหน้าของเขาซีดเซียวและผอมซูบเสียจนน่ากลัว ทว่ามีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ยังคงเป็นประกายมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวปรากฏเด่นชัด

“ข้าไม่อาจพักผ่อนได้ ข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้น ข้าอยากช่วยแบ่งปันความกดดันไปพร้อมกับท่านพี่ ข้าอยากล้างแค้นให้ท่านปู่ ข้าต้องการ…” เสียงบ่นพร่ำแว่วมาขณะที่เขาพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขาลุกขึ้นยืนได้แล้ว ร่างของเขาก็เซส่ายไปมา ราวกับจะถูกลมพัดปลิวหายไปหรืออาจล้มลงบนพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก

แต่สุดท้าย เขาก็ยังคงทรงตัวได้ แขนซ้ายของเขาสั่นระริกยามเขายกกิ่งไม้ขึ้นและเริ่มออกกระบวนท่ากระบี่อีกครั้ง

ตุ้บ!

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านรูป เด็กหนุ่มก็ล้มลงบนพื้นอีกครั้งและหอบอย่างหนัก ใบหน้าที่ซีดเซียวของเขายิ่งซีดมากขึ้นไปอีก และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยเส้นเลือด

“ข้าจะนอนตอนนี้ไม่ได้! ข้าจะยอมรับความพ่ายแพ้ได้อย่างไร ข้าต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น ท่านพี่ได้เสียสละเพื่อข้าไปมากแล้ว ถ้าข้ายังไม่แข็งแกร่งขึ้น ข้าจะทำให้ท่านพี่ต้องเสียใจ…” เขาบ่นพึมพำและให้กำลังใจตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับคนโง่เขลาที่ไม่รู้ว่าการยอมแพ้คือสิ่งใด…

อีกทั้งเขายังไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เขาอย่างสะเทือนใจ ความทุกข์ทรมาน และความไม่ยินยอม… ความรู้สึกทั้งหมดนี้กลั่นตัวเป็นน้ำตาที่ไหลริน

คนผู้นั้นที่มองอยู่คือเฉินซีนั่นเอง ในขณะนี้เฉินซีกำลังหลั่งน้ำตาอย่างเงียบ ๆ หลังจากผ่านไปสิบเจ็ดปี ณ เวลานี้ เขาไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป

‘ลูกผู้ชายไม่หลั่งน้ำตาง่าย ๆ นอกจากพวกเขาจะรู้สึกโศกเศร้าสุดหยั่ง!’

“เสี่ยวฮ่าว…!”

เด็กหนุ่มที่ผอมแห้งเหมือนท่อนไม้และมีใบหน้าซีดเซียวอย่างน่าสยดสยอง คนที่ล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ลุกขึ้นมาทุกครั้งนั่นก็คือเฉินฮ่าว

เฉินฮ่าวตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเสียงนี้ จากนั้นเขาก็ส่ายศีรษะและบ่นพึมพำด้วยรอยยิ้มอันขมขื่นที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ข้าเห็นภาพหลอนอีกแล้ว ท่านพี่จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

“เสี่ยวฮ่าว!” ครั้งนี้ เสียงดังก้องอยู่ข้างหูของเขา มันเป็นเรื่องจริง และทำให้เฉินฮ่าวรู้สึกไม่อยากเชื่อ เขาพยายามยกมือขึ้นด้วยความยากลำบาก และเห็นร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ข้างกายเขา

“ท่านพี่ ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?” ดวงตาของเฉินฮ่าวเบิกโพลงและมุมปากของเขาก็สั่นไหว

ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้ พลุ่งพล่านออกมาจากหัวใจของเฉินซี ขณะที่น้ำตาหลั่งไหล เขายื่นมือออกไปเพื่อกอดน้องชายไว้อ้อมแขน เขาโอบกอดเสี่ยวฮ่าวอย่างแน่นเหมือนกับตอนที่เขาโอบอุ้มเสี่ยวฮ่าวที่ยังเป็นทารก

“นี่เป็นเรื่องจริง มันไม่ใช่ความฝันหรอกเสี่ยวฮ่าว พี่ชายจะพาเจ้าออกไปจากที่แห่งนี้เจ้าตกลงไหม” เสียงของเฉินซีแผ่วเบาและแหบแห้งเหมือนหมาป่าที่ได้รับบาดเจ็บ

“อืม…” เฉินฮ่าวดูเหมือนจะเหนื่อยเกินไป จากนั้นเขาก็ผล็อยหมดสติไป

“หลับให้สบายเถิด พี่ชายคนนี้จะทำอาหารรสเลิศที่สุดรอไว้เมื่อเจ้าตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น” เฉินซีหายใจเข้าลึกจากนั้นอุ้มเฉินฮ่าวไว้บนหลัง ก่อนจะเดินลงจากภูเขาไป

“การพาเขาออกไปแบบนี้มีแต่จะทำร้ายเขา” ทันใดนั้นเสียงที่ชัดเจนก็ดังขึ้นจากระยะไกล และพร้อมกับเสียงนี้ หมอกเย็นที่ปกคลุมบนยอดเขาก็ถูกแหวกออกจนเกิดช่องว่าง จากนั้นชายวัยกลางคนในชุดคลุมเรียบ ๆ ก็ลอยลงมาช้า ๆ

ชายผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและรูปร่างสูงใหญ่ เขาถือพัดขนห่านไว้ในมือราวกับเป็นบัณฑิตคงแก่เรียน ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายที่น่ายกย่องและสูงส่ง

ในขณะนี้ เฉินซีไม่กล้ากล่าวเรื่องไร้สาระใด ๆ อีก ร่างของเขาสว่างวาบขึ้นก่อนจะบินลงจากยอดเขาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายของเขาเพิ่งขยับ เขากลับรู้สึกถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังและกว้างใหญ่ไพศาลพุ่งมาจากทั่วทุกทิศ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นเหมือนกับภูเขาสูงตระหง่านกดทับเขา ทำให้เขาไม่อาจเคลื่อนไหวได้ และไม่มีโอกาสที่ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย

‘ทรงพลังยิ่งนัก! อาศัยเพียงกลิ่นอายของเขาก็สามารถยับยั้งข้าได้อย่างสมบูรณ์ การบ่มเพาะของคนผู้นี้บรรลุไปถึงระดับใดกัน?’ ในใจของเฉินซีรู้สึกตกตะลึง และตอนนี้เขาได้รู้ว่าชายวัยกลางคนที่หล่อเหลาและสง่างามที่อยู่ตรงหน้าเขา เป็นผู้บ่มเพาะที่มีความแข็งแกร่งยากจะหยั่งถึง!

ตุ้บ!

หลิวจ่างซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่ใกล้ตลอดเวลา จู่ ๆ ดูเหมือนจะกลายเป็นใบ้ ทันใดนั้นเขาก็คุกเข่าลงบนพื้น จากนั้นจึงร้องออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “ศิษย์หลิวจ่าง คารวะบรรพจารย์ใหญ่เหวินเสวี่ยน!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 126 ยอดเขามังกรอเวจี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved