cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 102 การไล่ล่า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 102 การไล่ล่า
Prev
Next

บทที่ 102 การไล่ล่า
บทที่ 102 การไล่ล่า

ใบหน้าของฉินฮั่นกลับกลายเป็นมืดมนอย่างฉับพลัน

คำพูดของเฉินซีนั้นเชือดเฉือน ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้เขาไม่อาจดิ้นหลุด

หากเลือกที่จะเฉยเมย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจวนแม่ทัพจะถูกครหาว่ารังแกแต่ผู้อ่อนแอ หวั่นเกรงผู้แข็งแกร่ง และมักกระทำการกลับไปกลับมา หากเป็นเช่นนั้นศักดิ์ศรีและเจตจำนงของจวนแม่ทัพคงถูกเหยียบย่ำและคงไม่แคล้วที่จะถูกตั้งคำถาม

หากต้องไกล่เกลี่ยด้วยกำลัง การเผชิญหน้ากับผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำทั้งหกของตระกูลซูแห่งเมืองทะเลสาบมังกร คือการรนหาที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งไปกว่านั้นหากตระกูลซูขุ่นเคืองเพียงเพราะเหตุนี้ มันคงเป็นจุดจบของการเป็นแม่ทัพของฉิ่นฮั่น

“ช่างน่าขันเสียจริง ๆ เรามาที่นี่เพื่อช่วยแม่ทัพฉินจับกุมคนร้าย เราจะละเมิดกฎของจวนแม่ทัพได้อย่างไร? วาจาคมคายอีกทั้งยังหว่านความขัดแย้งลงไป ดูเหมือนว่าเสี่ยวเจียวจะกล่าวถูก เจ้าเด็กน้อยนี้ไม่มีคุณค่าอะไรเลย” ณ บนอากาศ ชายผู้สูงศักดิ์และสง่างามที่เป็นผู้นำกล่าวออกมาด้วยน้ำสียงทุ้มลึก

ท่าทางของฉินฮั่นผ่อนคลายลง จากนั้นเขาก็ประสานกำปั้น ก่อนกล่าวว่า “คำพูดของผู้อาวุโสซูติงอี้นั้นสมเหตุสมผล ข้ารบกวนฝากเรื่องนี้ให้ผู้อาวุโสจัดการ”

“ตกลง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราเถิด เมื่อจับคนร้ายคนนี้ได้แล้ว ข้าจะไปเข้าพบที่จวนแม่ทัพของเจ้า” ซูติงอี้พยักหน้าเบา ๆ ด้วยท่าทางสงบ กระนั้นยังคงแผ่กลิ่นอายหยิ่งทะนง

“เอาล่ะ ข้าจะพาผู้ใต้บังคับบัญชากลับไปที่จวนแม่ทัพเพื่อจัดงานเลี้ยง และรอผู้อาวุโสกลับมาอย่างมีชัย” ฉินฮั่นรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์อ่อนไหวเช่นนี้ จากนั้นเขาจึงประสานกำปั้นจากระยะไกล ก่อนที่จะพาหลัวชงกับองค์รักษ์ทั้งหมดล่าถอยกลับไป

เฉินซีหาได้สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เขามีท่าทางที่เย็นชายิ่งนักในขณะที่จ้องมองชายที่อยู่เคียงข้างซูติงอี้

“เจ้ามองสิ่งใด!? ในวันนี้ย่อมคือวันตายของเจ้า!” ชายผู้นั้นดูเหมือนไม่อาจทนต่อสายตาของเฉินซีได้อีกต่อไป เขาจึงเปิดปากก่นด่าด้วยน้ำเสียงเข้มงวด

“ข้าไม่เคยคาดหวังว่าข้าจะช่วยคนไร้หัวใจและเนรคุณเยี่ยงเจ้า หากรู้ก่อนหน้านี้ ข้าคงฆ่าเจ้าไปนานแล้ว” เฉินซีกล่าวเสียงเย็น

ชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตี้หงถู่แห่งนิกายสุริยันคราม เมื่อเข้าไปในเมืองทะเลหมอก คนผู้นี้ได้ทอดทิ้งเซวี่ยจิงแห่งนิกายนิรันดร์ และโม่หานแห่งนิกายพิภพกระจ่าง

แต่เฉินซีไม่เคยคิดเลยว่าตี้หงถู่จะนำกลุ่มผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำแห่งตระกูลซูมาจัดการเขาในเวลานี้ ชายหนุ่มจึงเกลียดชังคนผู้นี้เข้ากระดูกดำ!

“เจ้าช่วยข้าไว้? ฮ่า ๆ หากไม่ใช่เพราะเจ้ากลัวการล้างแค้นจากนิกายสุริยันครามที่อยู่เบื้องหลังข้า เหตุใดถึงต้องเมตตาขนาดนี้ เจ้าช่างเป็นคนที่น่าสมเพชจริง ๆ” ตี้หงถู่ระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่น และไม่มีร่องรอยของความละอายบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย

“หากข้าช่วยเจ้าได้ ข้าก็ฆ่าเจ้าได้เช่นกัน” เฉินซีกล่าวอย่างเด็ดขาด จากนั้นก็ไม่สนใจคนที่น่ารังเกียจและไร้ยางอายเยี่ยงนี้อีก เขาหันไปมองซูติงอี้กับเหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำคนอื่น ๆ

เหนือขอบเขตตำหนักอินทนิลคือขอบเขตเคหาทองคำ

การพัฒนาตำหนักอินทนิลนั้นเทียบเท่ากับการสร้างรากฐานเต๋า ในขณะที่การพัฒนาของขอบเขตเคหาทองคำนั้นจะเตรียมการสำหรับการบรรลุเข้าสู่ขอบเขตแกนทองคำ

เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับขอบเขตเคหาทองคำ หนึ่งสามารถดูดซับปราณหยินหยางที่มีอยู่ภายในพิภพเพื่อขัดเกลาปราณแท้ที่มีอยู่ในร่างกาย อีกทั้งทำให้หยินหยางที่อยู่ภายในผสานเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมดวงวิญญาณและระดับของแก่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหรือปราณแท้ มันก็มีระดับที่สูงกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับขอบเขตตำหนักอินทนิล!

หากตัวเขาอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม เฉินซีก็หาได้เกรงกลัวที่จะต้องต่อสู้กับผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำ แต่ในตอนนี้ญาณจิตและปราณแท้ของเขาแทบหมดสิ้นแล้ว ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าปราดเปรื่อง เจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก และฉลาดที่จะใช้โอกาสต่าง ๆ ในการหลบหนี และถือได้ว่าเป็นบุคคลที่น่าสะพรึงกลัว แต่คิดว่าจะสะบัดหน้าหนีไปง่าย ๆ เมื่อเผชิญหน้ากับพวกเราทั้งหกคนอย่างนั้นหรือ?” ซูติงอี้ยิ้มอย่างเสแสร้งในขณะที่กล่าว เห็นได้ชัดว่าเขาเคยได้ยินเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับเฉินซีเรื่องที่พำนักของเซียนกระบี่จากซูเจียวมาแล้ว

“ซูเจียวยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ?” ชายหนุ่มหลีกเลี่ยงการตอบกลับและถามคำถามแทน

“แน่นอน มิฉะนั้นข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้ายึดครองสมบัติทั้งหมดจากที่พำนักของเซียนกระบี่?” ซูติงอี้เลียริมฝีปากในขณะที่มองไปที่เฉินซีด้วยสายตาดั่งเพลิงลุกโชน ราวกับว่ากำลังมองดูแพะอ้วนท้วน เขาไม่ได้ปิดบังความโลภเลยแม้แต่น้อย!

“อย่าพูดจาไร้สาระ ฆ่ามันและยึดสมบัติมาซะ” ชายอ้วนหัวโล้นในชุดคลุมสีแดงที่อยู่ด้านข้างสั่นศีรษะ ขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ

“แน่นอน เสี่ยวเจียวบอกว่าเจ้าเด็กนี่เจ้าเล่ห์มาก บางทีตอนนี้เขาอาจกำลังวางแผนว่าจะหนีอย่างไรดี เราควรรีบจัดการเพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น” สตรีหน้าตาสะสวยและมีรูปร่างเย้ายวนสวมชุดคลุมยาวกล่าวอย่างเย็นชา นางเป็นผู้บ่มเพาะหญิงคนเดียวในหกคน นางเปล่งรัศมีเป็นประกาย ทว่าเสียงกลับเย็นชาแข็งกระด้างและเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร

ซูติงอี้แสยะยิ้มและกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น ก็เห็นประกายแสงสีดำขดตัว และมันก็พุ่งไปที่กลุ่มของเขาอย่างด้วยความเร็ว

‘ไอ้บัดซบ เจ้าเด็กนี่มันเล่นตุกติกจริง ๆ!’

ซูติงอี้ลอบด่าอยู่ในใจ แต่การตอบสนองหาได้ช้าไม่ เขาเหวี่ยงแขนเสื้อออกไปตั้งใจที่จะทำลายแสงสีดำนั้น

“ระวัง!”

“ไข่มุกโลหิตอสูรประกายทมิฬ!”

“เจ้าเด็กนั่นมีสมบัติเช่นนี้อยู่ในครอบครองได้อย่างไร”

“ถอยเร็วเข้า!”

เสียงระเบิดดังลั่นที่เบื้องหลังทำให้หัวใจของซูติงอี้กระตุก ไข่มุกโลหิตอสูรประกายทมิฬได้รับการขัดเกลาจากการรวบรวมเลือดของอสูรธาตุหยินสามสิบหกชนิดจากสวรรค์และพิภพ อีกทั้งอานุภาพของมันเทียบได้กับการโจมตีแบบเต็มกำลังของผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำ ไยเขาถึงไม่รู้เรื่องที่น่ากลัวเช่นนี้เล่า?

ซูติงอี้ไม่คิดถึงสิ่งใดอีกและรีบล่าถอยกลับอย่างรวดเร็ว

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำทั้งหกคนก็ถอยกลับเช่นกัน

“มันเกิดขึ้นได้… บัดซบ!” ปฏิกิริยาของตี้หงถู่ค่อนข้างช้า และในทันทีที่ตอบสนอง ไข่มุกอสูรโลหิตประกายทมิฬก็พุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรง ทำให้เขาหวาดกลัวจนลืมที่จะหลบหลีก

ปัง!

ราวกับสายฟ้าของทวยเทพจากสวรรค์ทั้งเก้าฟาดลงมา ภายในระยะพื้นที่หกลี้เต็มไปด้วยแสงสีเลือดที่มืดมนและชั่วร้ายกำลังพลุ่งพล่าน ไม่ว่าจะเป็นห้องหอ พื้นดิน พืช ต้นไม้… ทั้งหมดล้วนถูกกัดกร่อน และถูกทำลายในพริบตา

“อ๊ากกก!!” ตี้หงถู่กรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสังเวช ก่อนที่ร่างกายจะค่อย ๆ สึกกร่อนจนถูกกลืนกินลงไป และมันเป็นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปในอากาศโดยไม่ทิ้งศพหรือกระดูกไว้เบื้องหลังแม้แต่น้อย!

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง แสงไฟสีเลือดก็ดับลง และภายในพื้นที่หกลี้ ทุกสิ่งถูกกัดกร่อนจนว่างเปล่า เหลือเพียงหลุมขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวในใจถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

พลังทำลายล้างขั้นสูงสุด!

ทุกชีวิตถูกกวาดล้างและล้มตายไป!

ขณะที่มองดูทุกสิ่งอย่างเงียบงัน กลุ่มทั้งหกคนของซูติงอี้ก็สับสนและไม่แน่ใจ ขณะเดียวกันความเย็นเยียบก็สะท้านไปทั่วร่าง แม้ว่าจะเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำ แต่เมื่อต้องเผชิญกับการจู่โจมเต็มรูปแบบของผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำ พวกเขาก็ทำได้เพียงหลีกหนีเท่านั้น

“บัดซบ! ไอ้เด็กคนนั้นได้ไข่มุกอสูรโลหิตประกายทมิฬมาจากไหน?” ซูติงอี้เป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นจากความตกตะลึง และสังเกตเห็นเงาร่างสีดำที่อยู่ห่างไกลหายลับไปด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

จากที่ห่างไกล เสียงอันแผ่วเบาของเฉินซีก็ดังขึ้น “ข้าจะชดใช้ให้พวกเจ้าทุกคนอย่างสาสมแน่นอน!”

“ไปลากหัวมันกลับมา! มันวิ่งไปไหนได้ไม่ไกลหรอก!” ซูติงอี้สั่งด้วยโทสะ ก่อนจะไล่ตามจากระยะไกล

หากมีการแพร่ข่าวออกไปว่า ชายหนุ่มที่มีระดับการบ่มเพาะเพียงขอบเขตตำหนักอินทนิลสามารถหลุดพ้นการจับกุมของพวกเขาไปได้ มันคงเป็นเรื่องอัปยศเกินจะรับได้!

เมื่ออีกห้าคนเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็แสดงความอาฆาตแค้นและไล่ติดตามไปไม่ห่าง

…

ฟิ้ว!

เฉินซีทะยานอย่างรวดเร็วเพื่อเอาตัวรอด เคล็ดวาตะเหินทะยานถูกใช้จนถึงขีดสุด ทั้งกายเป็นดั่งสายลมที่พัดออกไปทันทีราวยี่สิบห้าลี้

‘ข้าเหลือปราณแท้ไม่มากนัก และไม่อาจทานทนได้ถึงหนึ่งก้านธูป หากต้องการหลบหนีอย่างปลอดภัย เช่นนั้นต้องหาที่ปลอดภัยเร้นกาย…’ ชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่งในใจ หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“ทุ่งหญ้าพเนจร… เบื้องหลังมันคือห้วงทะเลทรายมรณะไม่ใช่หรือ?” แววตาของเฉินซีเป็นประกาย และไม่ลังเลที่จะเร่งความเร็วแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันที

ในทุ่งหญ้าไร้ขอบเขต แม่น้ำที่คดเคี้ยวไหลมาอย่างไม่ขาดสาย และเมื่อมองลงมาจากท้องฟ้า ภาพที่เห็นก็ช่างสวยงามชวนฝันถึง

ชนเผ่าและเผ่าพันธุ์ป่าเถื่อนในทุ่งหญ้าแห่งนี้ยังคงอาศัยอยู่และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งกว่านั้นซากปรักหักพัง รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งที่หลงเหลือมาแต่โบราณ ล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันเก่าแก่ น่าจะมีนักบวชลี้ลับที่ครอบครองพลังซึ่งแตกต่างจากผู้กลั่นลมปราณ และพลังนั้นก็น่าเหลือเชื่อ

นี่คือทุ่งหญ้าพเนจร เป็นอนารยสถานซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนทางตอนใต้ของราชวงศ์ซ่ง

หลังจากผ่านไปสักระยะ เฉินซีก็ร่อนลงมาที่พื้นอย่างเงียบงัน จากนั้นตัวเขาได้เลือนหายไปยามอยู่ใกล้พื้นดิน และร่างกายเปลี่ยนเป็นสายลมเย็น ๆ ที่พัดผ่าน ชายหนุ่มได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนฟ้ากับแผ่นดิน และไม่มีผู้ใดสามารถสังเกตเห็น

คนเลี้ยงแกะบางคนต้อนแกะและวัวควาย แกว่งแส้ไปมาขณะขวบขี่ม้า ทุกคนล้วนมีทีท่ายินดียิ่งนัก

พวกเขาสัมผัสได้เพียงลมเย็นพัดผ่านเข้ามา พัดจนหญ้าสีเขียวบนพื้นเป็นดั่งคลื่นพลิ้วไหว และไม่ได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อยว่ามีเงาร่างหนึ่งทะยานผ่านหน้าไป

เฉินซีผู้บรรลุเต๋าแห่งสายลมอย่างสมบูรณ์ได้หลอมรวมเข้ากับสายลมเหนือทุ่งหญ้าอย่างไร้ที่ติ

“อืม? กลิ่นอายของเจ้าคนนี้รวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าเขาจะอยากเข้าไปในห้วงทะเลทรายมรณะ!” บนท้องฟ้าอันไกลโพ้น ท่าทางของซูติงอี้กลายเป็นน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่เขาดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง

“เจ้าเด็กคนนี้นับว่าแปลกมาก เขาไม่ได้พึ่งพาสมบัติวิเศษที่บินได้ แต่ความเร็วกลับไร้สิ่งใดทัดเทียม อันที่จริงเขารวดเร็วกว่าเราด้วยซ้ำ ช่างแปลกจริง ๆ!” ชายอ้วนชุดแดงสะบัดศีรษะอย่างผิดหวัง “ถ้าเขาหนีเข้าไปในห้วงทะเลทรายมรณะจริง ๆ การไปลากตัวกลับมาคงลำบากนัก”

“แน่นอน ห้วงทะเลทรายมรณะกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มีพายุโหมกระหน่ำและพายุทรายคำรามตลอดทั้งปี ทั้งยังมีรอยแยกที่อันตรายอย่างยิ่งซ่อนอยู่ภายใน มันเป็นดั่งดินแดนแห่งความตาย” หญิงงามแสดงสีหน้าจริงจังขณะกล่าว “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือขีดจำกัดมากมายที่อยู่ภายในนั้นและซากปรักหักพังที่น่าสะพรึงกลัวต่าง ๆ ผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติที่ยิ่งใหญ่อย่างหลงหยาจื่อ นามนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งดินแดนทางตอนใต้เมื่อสามพันปีก่อน เขาได้เข้าไปเพื่อค้นหาขุมทรัพย์ภายในที่แห่งนั้น แต่ในท้ายสุดก็ไม่เคยกลับออกมาอีกเลย”

“เจ้าเด็กคนนี้เพิ่งทำลายล้างตระกูลหลี่ และปราณแท้ของเขาน่าจะถูกใช้ไปเกือบหมด เราแค่ต้องไล่ตามอย่างใกล้ชิด จึงอาจจะจับกุมเขาได้ ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงทะเลทรายมรณะ” ซูติงอี้กล่าวอย่างดุเดือด

ในขณะนี้เฉินซีได้ทะยานมาครึ่งวันแล้ว และปราณแท้ภายในร่างกายกำลังจะแห้งเหือดในอีกไม่ช้า อย่างไรก็ตาม เขาสัมผัสได้ถึงกระแสลมรุนแรงและร้อนระอุกระทบเข้ากับใบหน้า

เขารีบทะยานขึ้นและมองจากระยะไกล ในที่ที่ห่างไกลออกไป มีจุดสีเหลืองจำนวนมากปรากฏขึ้น และเมื่อทะยานเข้าไปใกล้ ๆ เขาจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสีเหลืองเหล่านั้นคือทะเลทรายที่ทอดยาวไปไกล!

ฟิ้วว! ฟิ้วววว! ฟิ้ววววว!

เสียงสายลมหวีดหวิวโหมกระหน่ำจนทำให้ทรายสีเหลืองปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า เมื่อมันพัดผ่านออกไปก็ได้สร้างคลื่นทรายซ้อนทับกันไปจนสูงถึงหนึ่งร้อยจั้ง

พายุ!

พายุทราย!

ภายในห้วงทะเลทรายมรณะ สวรรค์และพิภพดูเหมือนจะตกอยู่ในความโกลาหลและถูกย้อมเป็นสีเหลืองหมดจด แม้ว่าจะมีสายตาที่ดีก็ตาม แต่เขาก็ไม่อาจมองผ่านสถานการณ์จริงที่อยู่ภายในได้

“นี่คือทะเลทรายที่เรียกว่าดินแดนมรณะ? ปราณแท้ของข้าเหือดแห้งหมดสิ้นแล้ว และหากต้องการหลีกเลี่ยงพวกบัดซบทั้งหกนั่น ดูเหมือนว่าจะต้องฝ่าเข้าไปเท่านั้น หากจะเป็นหรือจะตายก็คงต้องลองเสี่ยงดูแล้ว!” เฉินซีบ่นพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายความดุร้ายออกมา ก่อนที่เขาจะพุ่งไปข้างหน้า

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ไม่นานหลังจากที่เฉินซีเข้าสู่ห้วงทะเลทรายมรณะ กลุ่มคนทั้งหกของซูติงอี้ก็มาถึง

“เรามาช้าไปก้าวหนึ่ง!”

“เจ้าคนนี้มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เพื่อหลีกเลี่ยงพวกเรา เขาจึงพุ่งเข้าไปในห้วงทะเลทรายมรณะหาได้สนใจชีวิตไม่!”

“ตอนนี้เราควรทำอย่างไร”

“รอคอย!” ซูติงอี้กัดฟันกรอดขณะกล่าว “เราจะรอเขาอยู่ที่นี่ ข้าไม่เชื่อว่าเจ้านั่นจะไม่ออกมา! ขอสาบานว่าจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะชิงสมบัติของเซียนกระบี่มาได้!”

“แล้วหากเขาตายล่ะ?”

“หนึ่งปีเป็นอย่างน้อย ถ้าเจ้านั่นไม่ออกมา มันก็พิสูจน์ว่าเรากับสมบัติจากที่พำนักของเซียนกระบี่ไม่มีชะตากรรมต้องกัน จากนั้นค่อยจากไป” สีหน้าของซูติงอี้ดูมืดมนขณะที่กล่าวคำ

สายตาของเขาจ้องมองไปยังส่วนลึกของห้วงทะเลทรายมรณะอย่างเงียบ ๆ ภายในนั้นไม่อาจมองเห็นร่องรอยของเฉินซีได้อีกต่อไป อีกทั้งยังเต็มไปด้วยพายุทรายที่พัดโหมกระหน่ำ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 102 การไล่ล่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved