cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 914 ความลับของศิลาหลุมศพ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 914 ความลับของศิลาหลุมศพ
Prev
Next

ตอนที่ 914: ความลับของศิลาหลุมศพ

ตอนที่ 914: ความลับของศิลาหลุมศพ

ไม่นานนักหลังจากภิกขุซื่อเอ้อร์ออกจากเมืองเสี่ยวหมิง เขาก็ส่งคำตอบของซูอี้แก่อีกาเก้ามืดมิดทันที

“ให้ข้าล้างคอรอที่ทางเข้าเมืองมืด?”

อีกาเก้ามืดมิดเกือบหลุดหัวเราะยามได้ยินข่าว

นี่คือเมืองมืด!

รังเก่าของวัดเสวียนหมิง!

“เจ้าคนต่ำต้อย ในเมืองมืดนี้ไร้พลังมหาวิถีของซูเสวียนจวินให้เจ้าใช้นะ!”

…

หุบเขาเทพร่วงโรย

เป็นหนึ่งในเก้าดินแดนต้องห้ามซึ่งอันตรายที่สุดในเมืองมรณะ

มันเป็นพื้นที่ต้องห้ามอันเทียบได้กับเทือกเขาสวรรค์พิบัติร้ายและนภาโกลาหล

จากคำลือ หุบเขาเทพร่วงโรยนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งกฎกักวิญญาณนาม ‘กร่อนหยิน’ ซึ่งแปรเปลี่ยนเป็นหมอกดำปกคลุมหุบเขาเทพร่วงโรยอยู่ตลอดทั้งปี

ตลอดกาลผ่านมา มีจักรพรรดิมากมายผู้อหังการในโลกหล้ามากมายพยายามบุกเข้าไปด้านในเพื่อทำความเข้าใจปริศนาของกฎ ‘กร่อนหยิน’ ในหุบเขาเทพร่วงโรย

ทว่าพวกเขาล้วนแต่ประสบเคราะห์ร้ายโดยไม่ได้รับยกเว้น

จิตวิญญาณของจักรพรรดิเหล่านี้ต่างถูกพลังกร่อนหยินโจมตี จนแปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณร้ายจึงต้องติดในหุบเขาเทพร่วงโรยยุคแล้วสมัยเล่า และไม่อาจหนีออกมาได้ตลอดกาลนาน

ทว่าร่างเต๋าของพวกเขาถูกกัดกร่อนสลายไปโดยสิ้นเชิง และได้กลายเป็นสิ่งบำรุงแก่บุปผาปีศาจชนิดหนึ่งนาม ‘บุปผาราตรีกำสรวล’ ในหุบเขาเทพร่วงโรย

ในภูมิมืดมิด มีคำกล่าวหนึ่งอยู่เสมอมาว่า ‘ต่อให้เทพเซียนเข้าสู่หุบเขาเทพร่วงโรยก็จะร่วงโรยไม่อาจหลีกหนี’!

และซูอี้ก็รู้ดีว่าข่าวลือนี้เชื่อถือไม่ได้

เพราะกาลก่อน เขาก็เคยผ่านหุบเขาเทพร่วงโรยมาก่อน แล้วเขาจะไม่เข้าใจรายละเอียดของดินแดนต้องห้ามอันโหดร้ายนี้ได้เช่นไร?

ซูอี้และคณะของเขาก็เดินทางสู่หุบเขาเทพร่วงโรย

คัมภีร์แห่งตี้ทิงอาบไล้ด้วยแสงวิถีลี้ลับสีเทาครามได้แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นแสงกระเพื่อมไหว ปกคลุมร่างของพวกซูอี้ไว้

ระหว่างทาง หมอกสีดำอันแปรจากพลังแห่งกฎกร่อนหยินต่างแหวกหลบดุจคลื่นน้ำยามเผชิญพลังจากคัมภีร์แห่งตี้ทิงนี้

แม้ว่าหยวนหลินหนิงจะได้เห็นซูอี้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มามากมาย แต่เมื่อนางเห็นว่าพลังจากกฎ ‘กร่อนหยิน’ ที่เป็นภัยได้แม้แต่กับตัวตนจักรพรรดิในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำยังถูกสยบลงได้อย่างง่ายดาย นางก็ยังอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี

แต่ไม่นานนัก หยวนหลินหนิงก็สังเกตเห็นว่าโยวเสวี่ยและคู่ศิษย์อาจารย์ ชิงเถิงกับชิงมู่นั้นเยือกเย็นมาตลอดทาง

ดูเหมือนว่าสำหรับพวกเขา นี่เป็นเรื่องธรรมดามากและไม่น่าตกใจเลยสักนิด

“ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมดจะรู้อยู่แล้วว่าสหายเต๋าซูยอดเยี่ยมเพียงไร มีเพียงข้าที่ตะลึงสะดุ้งทุกครั้งราววิหคหัดบิน…”

หยวนหลินหนิงหัวเราะเยาะตนเอง

ตู้ม!

ทันใดนั้น หมอกสีดำก็ม้วนตัวมาแต่ไกล และร่างอันดุร้ายน่าหวั่นเกรงก็พุ่งออกมา

เขาเป็นชายชุดขาวซึ่งแปรเปลี่ยนมาจากวิญญาณร้ายตนหนึ่ง ในมือถือหอกกระดูกเปื้อนเลือด แววตาเต็มไปด้วยความมาดร้าย

เขากวัดแกว่งหอกกระดูกของเขา ส่งคมมีดสีดำเต็มไปด้วยปราณหยินพุ่งขึ้นไปบนอากาศ

อำนาจเช่นนี้สูงส่งกว่าวิหคกลืนวิญญาณที่ซูอี้เคยปราบมาก่อนมากนัก เพียงพอที่จะทำให้ตัวตนในขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำรู้สึกกลัวได้

และยามนี้เอง โยวเสวี่ยก็โจมตี

วูบ!

ดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาละล่องสู่เวหา พิรุณแสงเพลิงโปรยปรายลง กำราบคมมีดสีดำที่ฟาดเข้ามาตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย

และเมื่อดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาฟาดลง ชายชุดขาวก็ถูกแผดเผาร่างสลายด้วยไม่อาจหลบทัน

หยวนหลินหนิงและชิงมู่ต่างอึ้งทึ่งทั้งคู่

แววตาของชิงเถิงซับซ้อนเล็กน้อย ดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาเล่มนี้คือหนึ่งในเก้ายมบาลต้องห้าม และเมื่อคืนนี้เถี่ยเต๋าเหรินก็ใช้มันทำร้ายเขาอย่างสาหัส จนเขาเสียทั้งร่างเต๋าและวิถีเต๋าในทันใด!

ยามนี้ เมื่อโยวเสวี่ยเป็นผู้ใช้สมบัตินี้ อำนาจที่มันแสดงจึงยิ่งแข็งแกร่งกว่ายามอยู่ในมือเถี่ยเต๋าเหรินเป็นไหน ๆ!

ก่อนที่อีกฝ่ายจะตายลง ชายชุดขาวน่าจะเป็นจักรพรรดิในขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำขั้นปลายผู้ประสบเคราะห์ในหุบเขาเทพร่วงโรย ร่างเต๋าของเขาถูกทำลายสิ้นไปนานแล้ว และวิญญาณก็ถูกกัดกร่อนโดยพลังแห่งกฎกร่อนหยิน จนถูกลดขั้นกลายเป็นวิญญาณร้ายตนหนึ่งไปโดยสมบูรณ์

หากคนผู้นี้ไม่สามารถควบคุมพลัง ‘กฎกร่อนหยิน’ ได้ล่ะก็ โยวเสวี่ยคงฆ่าเขาได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาเลย

หลังจากเดินหน้าต่อไม่นาน ซูอี้ก็ชะงักเท้ากะทันหันและมองขึ้นไปบนภูเขา

มันเป็นผาชันแห่งหนึ่งซึ่งมีบุปผาวิญญาณสีขาวราวหิมะหยั่งรากยึดไว้ ส่วนกลีบของมันแบ่งออกเป็นสิบสองกลีบ ส่วนเกสรดูเหมือนโคมไฟกำลังส่งแสงสีดำออกมา

บุปผาที่พ่นแสงสีดำจาง ๆ ออกมานี้ดูเหมือนหยกขาว

และมีเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวดังออกมาทว่าฟังไม่ได้ศัพท์

บุปผาราตรีกำสรวล!

เป็นบุปผาปีศาจชนิดหนึ่งซึ่งก่อกำเนิดจากพลังกร่อนหยิน ยอดฝีมือทั้งหลายผู้วายชนม์ในหุบเขาเทพร่วงโรยจะถูกกร่อนเลือดเนื้อกลายเป็นสารอาหารให้แก่บุปผานี้

“มันมีสิบสองกลีบ เกสรโค้งงอ บุปผาราตรีกำสรวลนี้มีอายุได้หมื่นสองพันปีแล้ว”

ดวงตาของชิงเถิงเป็นประกาย จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า “นี่คือโอสถวิญญาณหายากที่เกิดขึ้นเฉพาะที่หุบเขาเทพร่วงโรยนี้เท่านั้น”

ในหมู่ผู้ฝึกตนที่สิ้นใจในหุบเขาเทพร่วงโรยมีจักรพรรดิอยู่มากมาย และเลือดเนื้อของพวกเขามีพลังชีวิตและพลังมหาวิถีมหาศาล

บุปผาราตรีกำสรวลเติบโตด้วยการดูดซับสารอาหารเหล่านี้มาหลายต่อหลายปี และผลิกลีบใหม่หนึ่งกลีบทุก ๆ พันปี

เมื่อผลิกลีบได้เก้ากลีบ บุปผาราตรีกำสรวลจะแปรเปลี่ยนเชิงคุณภาพอย่างมหาศาล และจะปรากฏปราณจากกฎกร่อนหยินขึ้นในส่วนเกสรของมัน!

เช่นบุปผาราตรีกำสรวลอายุหมื่นสองพันปีดอกนี้ มันเรียกได้ว่าเป็นโอสถวิญญาณชั้นยอดซึ่งสามารถทำให้ตัวตนในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำแย่งชิง

“โยวเสวี่ย ไปเด็ดมันสิ”

ซูอี้ออกคำสั่ง

“ได้เลย”

โยวเสวี่ยคว้ามือในอากาศ

และไกลออกไปบนผา บุปผาราตรีกำสรวลก็ถูกถอนราก

ทว่าแทบจะในขณะเดียวกัน ฝูงวิญญาณร้ายน่าหวาดหวั่นพลันพุ่งออกจากหมอกสีดำ และทะยานเข้าหาพวกซูอี้อย่างพร้อมเพรียง

ตู้ม!

เพลิงศักดิ์สิทธิ์บนท้องนภาโอบล้อมหมุนวนเยี่ยงพายุหลอมเวหา และวิญญาณร้ายสิบกว่าตนต่างส่งเสียงกรีดร้องแหลมด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะพุ่งหนีหายไป

และบุปผาราตรีกำสรวลก็พลิ้วลงมาสู่มือของโยวเสวี่ย

เมื่อเห็นเช่นนี้ หยวนหลินหนิงก็อดรู้สึกชื่นชมไม่ได้ นางลอบคิดว่าไม่อาจรู้ได้ว่านางจะมีโอกาสได้มีอำนาจร้ายกาจเยี่ยงนี้บ้างหรือไม่ตราบชั่วชีวิตนี้…

โยวเสวี่ยผู้ได้รับสายตาชื่นชมจากหยวนหลินหนิงหันไปกล่าวกับซูอี้ด้วยแววตาอ่อนโยน “สหายเต๋าต้องการบุปผานี้หรือไม่?”

ซูอี้ส่ายหน้าน้อย ๆ และบอกว่า “ให้มันกับชิงเถิง”

ชิงเถิงไม่ทันตั้งตัวและเตรียมปฏิเสธ

โยวเสวี่ยส่งบุปผาราตรีกำสรวลให้เขาโดยไม่อธิบาย ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าก็รู้ว่าสิ่งที่สหายเต๋าซูส่งให้ผู้อื่น เขาไม่ชอบหากถูกปฏิเสธกลับไป”

ชิงเถิงผงะไปครู่หนึ่ง และในที่สุดก็เก็บบุปผาราตรีกำสรวลไป และกล่าวอย่างขอบคุณว่า “ขอบคุณใต้เท้าซู!”

ซูอี้กล่าวอย่างเฉยเมย “ข้าก็แค่ต้องการชดใช้ความรู้สึกผิดในใจเท่านั้น”

เมื่อเห็นเช่นนี้ หยวนหลินหนิงก็ตะลึงงันไปอีกครั้ง

ตลอดกาลผ่านมา นางก็เคยได้ยินถึงความร้ายกาจน่ากลัวของนายแห่งเมืองเสี่ยวหมิง ‘เถาวัลย์ปีศาจประสานฟ้า’ และเรื่องที่เหล่าจักรพรรดิจะเลี่ยงเมืองเสี่ยวหมิงโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าเฉียดกรายเข้ามาหา

เพราะนี่คือถิ่นอาศัยของ ‘เถาวัลย์ปีศาจประสานฟ้า’!

ทว่ายามนี้ ‘เถาวัลย์ปีศาจประสานฟ้า’ ผู้เป็นที่หวาดกลัวของเหล่าจักรพรรดิมากมายในโลกภายนอกกลับเคารพให้เกียรติชายหนุ่มเช่นซูอี้ราวเป็นเทพ!

ใครเล่าจะไม่ตกใจ?

ซูอี้เมินเรื่องนี้ไป

เขาใช้คัมภีร์แห่งตี้ทิงนำทางทุกคน และระหว่างนั้นก็พบวิญญาณร้ายมากมายซุกซ่อนในหมอกสีดำ ทว่าพวกมันต่างถูกโยวเสวี่ยสังหารลงอย่างง่ายดาย

สิ่งที่น่าเสียดายคือพวกเขาไม่ได้พบสมบัติเยี่ยงบุปผาราตรีกำสรวลอีกเลย

ครึ่งชั่วยามต่อมา

บนพื้น ณ สุดหุบเขาปรากฏถ้ำอันนำลึกลงสู่ใต้ดินขึ้นกะทันหัน

บริเวณใกล้ถ้ำนั้นไร้ต้นหญ้าหรือพืชพรรณใด แม้กระทั่งหมอกสีดำอันเกิดจากกฎกร่อนหยินยังไม่ปรากฏ ทั้งยังไร้ร่องรอยวิญญาณร้ายตนใด

เงียบดุจป่าช้า

พลังอันมองไม่เห็นที่กดข่มจิตใจผู้คนก็แผ่ออกไปในใจคนทุกผู้เช่นกัน

ทุกคนร่างแข็งทื่อ พวกเขาสัมผัสความลนลานอย่างไม่อาจอธิบาย

ราวกับจะบอกพวกเขาว่ามีอันตรายถึงตายซึ่งไม่เป็นที่ล่วงรู้ซุกซ่อนในถ้ำใต้ดินนั้น

โยวเสวี่ยอดขมวดคิ้วไม่ได้ ใบหน้างามเย็นชาดุจน้ำแข็งปรากฏความจริงจังอย่างหาได้ยาก

ในถ้ำใต้ดินนี้มีอันตรายมหาศาล!

สีหน้าของซูอี้ยังคงเฉยเมยเช่นก่อน และออกคำสั่ง “ชิงเถิง เจ้ากับคนอื่น ๆ รอที่นี่ จำไว้ว่าอย่าได้เข้าไปสำรวจถ้ำเชียว ส่วนโยวเสวี่ย เจ้ากับข้าจะลงไปในถ้ำนี้กัน”

ชิงเถิงพยักหน้าอย่างจริงจัง

ซูอี้และโยวเสวี่ยเดินเข้าถ้ำไปด้วยกันทันที

…

ในถ้ำนั้นมืดมิด

อำนาจแห่งกฎกร่อนหยินนั้นแผ่อยู่ทุกอณูนับแต่ทางเข้าถ้ำ

โยวเสวี่ยลอบตกใจ อำนาจแห่งกฎนี้เกิดจากที่มาแห่งเมืองมรณะอย่างไม่ต้องสงสัย และเต็มไปด้วยแรงกดดันอันไม่อาจอธิบาย

เมื่อถามตนเองดู หากครั้งนี้ซูอี้ไม่ได้ใช้คัมภีร์แห่งตี้ทิงนำทาง กระทั่งนางคงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้ามาที่นี่

ทว่า ยามนี้เองโยวเสวี่ยก็ได้ตระหนักถึงบางสิ่ง และถามขึ้นว่า “สหายเต๋า คัมภีร์แห่งตี้ทิงของเชื้อสายผู้คุมรัตติกาลนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะเกิดมาพร้อมพลังที่กดข่มที่มาแห่งเมืองมรณะ?”

ซูอี้พยักหน้าและตอบว่า “ยามตี้ทิงเกิดมา คัมภีร์แห่งตี้ทิงนี้ก็เกิดขึ้นมาพร้อมกับมัน เรียกว่าเป็นครึ่งชีวิตของกันและกันก็ย่อมได้ รวมไปถึงสัตว์พิทักษ์ภูมิมืดมิด และเดิมสัตว์ร้ายบรรพกาลเหล่านี้ก็เกิดจากที่มาแห่งภูมิมืดมิดด้วย”

“กล่าวให้กระชับก็คือ กฎต้นกำเนิดของเมืองมรณะก็เป็นเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลหากพลังที่มาของเมืองมรณะจะถูกคัมภีร์แห่งตี้ทิงสยบไว้ได้”

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ซูอี้ก็ครุ่นคิดและกล่าวเสริม “แน่นอนว่าเป็นเช่นเจ้าพูด ความสามารถสูงสุดของคัมภีร์แห่งตี้ทิงคือการสยบวิญญาณร้าย ขจัดเภทภัย”

โยวเสวี่ยกล่าว “เทียบกับศิลาหลุมศพซึ่งผนึกเมืองมรณะอยู่แล้ว มันดีกว่าคัมภีร์แห่งตี้ทิงหรือไม่?”

ซูอี้ครุ่นคิดสักพัก และกล่าวด้วยแววตาที่ประหลาดพิกลเล็กน้อย “เท่าที่ข้ารู้ ศิลาหลุมศพนั้นมาจากมือ ‘มหาเทพมืดมิด’ องค์สุดท้ายแห่งดินแดนปรภพเพื่อเป็นเกียรติแก่ ‘สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตี้ทิง’ ผู้ ‘สละร่างสังเวยวิถีเพื่อปกปักษ์เฟิงตูตลอดไป’ ตนนี้”

โยวเสวี่ยแปลกใจขึ้นมาทันที

ในสมัยบรรพกาล สัตว์ร้ายบรรพกาลตี้ทิงผู้พิทักษ์ภูมิมืดมิดฆ่าตัวตายและสังเวยวิถีเต๋าของตนเพื่อปกปักษ์เฟิงตูชั่วนิรันดร์หรือ?

ความลับนี้น่าใจหายจริง ๆ!

ซูอี้กล่าวต่อ “แม้ศิลาหลุมศพจะไม่ใช่วัตถุศักดิ์สิทธิ์ปฐมสวรรค์ แต่มันก็สร้างขึ้นจากสามมหาพลัง”

“หนึ่งคือกระดูกวิญญาณที่หลงเหลือของสัตว์ร้ายบรรพกาลตี้ทิง”

“ส่วนอีกหนึ่งคือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ปฐมสวรรค์ ‘แท่นส่องกรรม’ ซึ่งเกิดขึ้นจากสระเกิดใหม่”

“และสุดท้ายก็คือคัมภีร์สมบัติมหาวิถีที่มหาเทพมืดมิดทุ่มเทกายใจสลักไว้บนศิลาหลุมศพ หนึ่งในมหาสมบัติสูงสุดในภูมิมืดมิด ‘คัมภีร์เวียนว่ายหกวิถี’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปริศนาที่มาแห่งภูมิมืดมิด”

กล่าวจบ แววตาของซูอี้ก็ละเอียดอ่อนขึ้นทุกที

เพราะจากข่าวลือ หากมองทะลุปริศนาของ ‘คัมภีร์เวียนว่ายหกวิถี’ ได้ คนผู้นั้นจะได้เห็นร่องรอยความหมายที่แท้จริงของการเวียนวัฏสงสาร!

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 914 ความลับของศิลาหลุมศพ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved