cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 912 ศิลาหลุมศพปกปักษ์เมืองมรณะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 912 ศิลาหลุมศพปกปักษ์เมืองมรณะ
Prev
Next

ตอนที่ 912: ศิลาหลุมศพปกปักษ์เมืองมรณะ

ตอนที่ 912: ศิลาหลุมศพปกปักษ์เมืองมรณะ

เสียงอันสิ้นหวังของเถี่ยเต๋าเหรินยังไม่ทันจางหาย

ร่างของเขาพลันระเบิดเป็นควันสีน้ำเงิน สลายสิ้นในแสงสว่างเย็นชา

ทั้งร่างกายและวิญญาณกลายเป็นเถ้าถ่าน

ไม่ว่าใครก็เห็นได้ว่าเถี่ยเต๋าเหรินไม่เต็มใจตายมากเพียงไร

กระทั่งไม่คิดว่าตนพ่ายด้วยมือของโยวเสวี่ยด้วยซ้ำไป

ทว่าโยวเสวี่ยมีหรือจะใส่ใจ

นางเองก็เชื่อว่าซูอี้มีส่วนในความตายของเถี่ยเต๋าเหรินอย่างมากเช่นกัน

วูบ!

ดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาซึ่งหลงเหลืออยู่บนอากาศพลันสั่นไหว มันแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งทะลวงหายไปในอากาศ

ในฐานะหนึ่งในสมบัติของเก้ายมบาลต้องห้าม แม้ว่าสมบัติชิ้นนี้จะไร้วิญญาณ แต่มันก็มีความชาญฉลาด จึงฉวยโอกาสหลบหนีได้!

ทว่าซูอี้มีหรือจะยอมปล่อยมันไป?!

“สยบ!”

ทันใดนั้นเอง เขาก็โบกมือไปบนอากาศ

ดาบเก้าคุมขังซึ่งเงียบอยู่นานในห้วงความนึกคิดของเขาพลันขยับไหว และคลื่นอำนาจลี้ลับเกินบรรยายก็แผ่ออกมาจากมัน ไหลออกจากฝ่ามือของซูอี้ขึ้นไปสู่อากาศ

สำหรับคนทั่วไป การโจมตีนี้ดูไม่อาจสัมผัสได้

ทว่าในฐานะจิตวิญญาณสมบัติ ร่างอรชรของโยวเสวี่ยพลันสั่นเทา ทั้งกายและวิญญาณต่างรู้สึกเยี่ยงจมสู่ขุมนรก ความกลัวอันไม่อาจอธิบายก่อกำเนิด

มันดูราวมหาเทวาทอดสายตาลงมามอง

แรงกดดันที่เกิดในชั่วขณะนั้นทำให้นางรู้สึกไร้ความหวัง

ในชั่วพริบตา ความรู้สึกไม่สบายทั้งกายใจก็หายไปจากโยวเสวี่ยอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าได้สลัดหลุดจากความมืดมิดจนกระทั่งกลับมาเห็นแสงสว่างอีกครั้ง

พริบตานั้น ความรู้สึกราวกับเดินอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตายทำให้โยวเสวี่ยเหม่อลอย

ดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาซึ่งหนีไปหลายจั้งแล้วพลันส่งเสียงกรีดร้องบนฟ้า

จากนั้น อาวุธวิเศษอันเป็นหนึ่งในเก้ายมบาลต้องห้ามก็สั่นสะท้านรุนแรง ก่อนจะทะยานตกกลับสู่มือซูอี้อย่างแผ่วเบา

มันสั่นไหวและส่งเสียงฮัมเบา ๆ ราวกำลังตัวสั่นด้วยความกลัว

“พลังต้นกำเนิดของมันเสียหายขนาดนี้ แต่กลับยังมีอำนาจวิเศษสูงส่ง ผิดคาดจริงแท้…”

ซูอี้มองดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาปราดเดียวก็รู้ว่าพลังดั้งเดิมของสมบัติชิ้นนี้น่าจะเสียหายหนักเมื่อนานมาแล้ว และยังไม่ฟื้นตัวจวบจนปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างนั้น พลังของสมบัตินี้ก็ยังคงเกินจินตนาการ

เพราะว่านี่คือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ปฐมสวรรค์ และย่อมบรรจุกฎไร้วจีแผดเผาอันเก่าแก่ที่สมบูรณ์ที่สุดเอาไว้

เหมือนเช่นศึกที่ผ่านมา เถี่ยเต๋าเหรินอ่อนด้อยกว่าโยวเสวี่ยมากนัก แต่เขากลับสามารถต่อสู้ทัดเทียมนางได้โดยอาศัยดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาเล่มนี้

จึงเห็นได้ว่าดาบปลายมนไร้วจีแผดเผานี้ล้ำเลิศเพียงไร

แน่นอนว่าหากใช้สายตาของซูอี้มาตัดสิน พวกมันทั้งสองต่างเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ปฐมสวรรค์ แต่ต่อให้พลังดั้งเดิมของดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาจะไม่เสียหาย แต่มันก็ยังไม่อาจเทียบกับคัมภีร์แห่งตี้ทิงได้อยู่ดี อย่าว่าแต่เทียบกับดาบสามชุ่นสะบั้นใจสวรรค์เลย

หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าการฝึกฝนของเขายังอ่อนแอเกินไปล่ะก็ เขาคงไม่จำเป็นที่ต้องยืมพลังของดาบเก้าคุมขังเมื่อครู่เลย แค่ใช้คัมภีร์แห่งตี้ทิงก็สามารถสยบดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาได้แล้ว

เมื่อคิดเช่นนี้ ซูอี้ก็ยื่นมือโยนดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาให้กับโยวเสวี่ย “เอ้า สมบัตินี้ข้ายกให้เจ้า”

โยวเสวี่ยอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้างดงามดุจหญิงสาวของนาง จากนั้นก็ส่งเสียงรับและยื่นมือออกไปรับไว้

ซูอี้หันเดินกลับไปยังระเบียงดาดฟ้าหอทัศนาสวรรค์

“หาที่คุยกันอย่างเป็นส่วนตัวเถอะ ข้ามีบางอย่างจะถามเจ้า”

ซูอี้กล่าวกับชิงเถิง

ชิงเถิงนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่ก่อน เขาจึงตกลงทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

ซูอี้จากไปกับชิงเถิงในเมล็ดพันธุ์แห่งคังชิงทันที และเมื่อเห็นเช่นนี้ โยวเสวี่ยจึงหลบมาหาหยวนหลินหนิง

คู่เนตรลึกล้ำราวนภารัตติกาลของนางมองพินิจหยวนหลินหนิงหัวจรดเท้า ก่อนจะกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าพ่ายต่อสหายเต๋าซู ทว่าไฉนจึงมาอยู่กับเขาได้หรือ?”

หยวนหลินหนิงรู้สึกกดดันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโยวเสวี่ยผู้มีกิริยายิ่งใหญ่เยี่ยงเทพ นางเผลอลดศีรษะลงโดยไม่รู้ตัว เลี่ยงการจ้องมองอีกฝ่ายตรง ๆ และพูดด้วยเสียงต่ำ “ผู้อาวุโสคงไม่ทราบเรื่อง”

จากนั้น นางก็อธิบายเรื่องที่ตนถูกช่วยเหลือ และการร่วมมือกันระหว่างนางและซูอี้จวบจนยามนี้

ฟังจบ แววตาของโยวเสวี่ยก็ดูพิกล ริมฝีปากสีกุหลาบยกยิ้มขี้เล่นพลางเอ่ยถาม “เจ้าอธิบายชัดเจนเพียงนี้ กลัวข้าเข้าใจผิดหรือไร?”

หยวนหลินหนิงทำเหมือนจะพูดบางอย่าง

โยวเสวี่ยรำพึงเบา ๆ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าไม่สนใจว่าเจ้ามีเรื่องราวอันใดกับสหายเต๋าซู ข้ารู้นิสัยเขาดี หากเขาชอบใครขึ้นมา จะไม่มีผู้ใดแทนที่คนผู้นั้นได้ หากเขาไม่ชอบ… ก็จบ… กระทั่งนางเซียนหรือสาวงามเลอโฉมทั่วฟ้าแดนสรวงก็ไม่อาจเข้าถึงหัวใจของเขาได้”

นางกล่าวพลางส่ายหน้าเล็กน้อยราวคร้านเกินกว่าจะพูดต่อ จึงเปลี่ยนไปนั่งลงที่ข้างระเบียงไกล ๆ พลางบรรจงไล้ดาบปลายมนไร้วจีแผดเผาในมือของนางเงียบ ๆ

เป็นเช่นที่นางพูด นางไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวระหว่างหยวนหลินหนิงกับซูอี้เลยสักนิด

สิ่งที่นางใส่ใจคือเรื่องระหว่างนางกับซูอี้ต่างหาก!

ไกลออกไป

เมื่อไม่ต้องเผชิญหน้าโยวเสวี่ยอีก หยวนหลินหนิงก็ดูผ่อนคลายลงมาก แต่เมื่อนางนึกถึงวาจาของโยวเสวี่ยก็อดรู้สึกแปลกเล็กน้อยไม่ได้

สตรีแสนงามผู้ดูราวนางเซียนผู้นี้กลับดูเหมือนจะตกหลุมรักชายหนุ่มในขอบเขตวงล้อวิญญาณเช่นซูอี้!

ความย้อนแย้งนี้ใหญ่หลวงนัก

ทัศนาทั่วโลกหล้า จะมียอดจักรพรรดินีผู้ใดลดตัวลงมาชอบผู้ฝึกตนในวิถีวิญญาณบ้าง?

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ผู้ฝึกตนในวิถีวิญญาณที่ว่ายังเป็นเพียงชายหนุ่มด้วยแล้ว

แน่นอนว่าหยวนหลินหนิงก็รู้เรื่องที่ซูอี้เป็นบุคคลไม่ธรรมดา ตัวตนของเขาลึกลับยิ่ง และวิชาที่เขาบรรลุก็ยิ่งน่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า

แต่ถึงอย่างไร นางก็ไม่อาจคิดได้เลยว่าเหตุใดตัวตนอันเก่งกาจเยี่ยงโยวเสวี่ยจึงหลงรักซูอี้ได้

ครู่ต่อมา หัวใจของหยวนหลินหนิงพลันกระตุกไหว

นางก้าวมาอยู่ตรงหน้าชิงมู่ พลางหันมองโยวเสวี่ยซึ่งอยู่ห่างออกไปอย่างรู้สึกผิด และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเรื่องของนาง จึงถามว่า “ขอบังอาจถามนามของสหายเต๋าได้หรือไม่?”

ชิงมู่รีบร้อนประคองกำปั้นคำนับ “เรียนผู้อาวุโส นามข้าคือชิงมู่ ไม่คู่ควรกับนาม ‘สหายเต๋า’ หรอกขอรับ”

หยวนหลินหนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า “สหายน้อยชิงมู่ บอกข้าได้หรือไม่ว่าอาจารย์เจ้ากับสหายเต๋าซูสัมพันธ์กันเช่นไร?”

นางตั้งใจลองถามมุมมองของผู้อื่นด้วยอยากรู้ว่าตนจะสามารถเรียนรู้ตัวตนของซูอี้เพิ่มได้หรือไม่

ชิงมู่แปลกใจ “ใต้เท้าซูไม่ได้บอกผู้อาวุโสหรือขอรับ?”

หยวนหลินหนิงส่ายหน้า

ชิงมู่ถอนใจส่ายหน้า “งั้นข้าก็ไม่อาจบอกได้เช่นกันขอรับ”

หยวนหลินหนิง “…”

นางคิดว่าจะฟังเรื่องจากปากชิงมู่ได้ ทว่าใครเล่าจะคิดว่าชายหนุ่มผู้ดูใสซื่อจะไม่ได้คล้อยตามเลย!

ยามนี้ โยวเสวี่ยผู้อยู่ไกลออกไปพลันหันหน้ามากล่าวอย่างเฉยเมย “แม่นาง เจ้าไม่ควรถามเรื่องเกี่ยวกับสหายเต๋าซูนะ”

หัวใจของหยวนหลินหนิงชะงัก ก่อนที่จะพยักหน้า

…

ในโถงแห่งหนึ่ง ณ หอทัศนาสวรรค์

ซูอี้นั่งลงทำสมาธิ

ปราณของดาบเก้าคุมขังที่เขาใช้เมื่อครู่กินพลังมหาวิถีของเขาไปสามส่วนในรวดเดียว และยามนี้เขาย่อมต้องใช้เวลาฟื้นตัว

“ข้ามายังเมืองเสี่ยวหมิงครั้งนี้ก็เพื่อถามไถ่สถานการณ์ในเมืองมรณะ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเมืองมืดด้วย”

ขณะทำสมาธิ ซูอี้ก็พูดคุยกับชิงเถิง

ชิงเถิงอธิบายทุกสิ่งที่ตนรู้ โดยไม่ปิดบังแม้แต่เรื่องเดียว

ไม่นานนัก ซูอี้ก็ได้รับรู้หลายอย่าง

เทียบกับยามที่เขาเคยออกเดินทางสำรวจเมืองมรณะคราก่อน เมืองมรณะในยามนี้เปลี่ยนแปรไปมากมาย

ยกตัวอย่างเช่น อีกาเก้ามืดมิดซึ่งเดิมถูกขังไว้ในนภาโกลาหลคืนอิสระเมื่อสิบปีก่อน

วิหคอัปมงคลนี้นำกลุ่ม ‘ทูตรับใช้กาฬราตรี’ ซึ่งแต่เดิมขึ้นตรงต่อยมบาลมาตั้งวัดเสวียนหมิงขึ้นในเมืองมรณะ

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ยอดฝีมือของวัดเสวียนหมิงฉวยโอกาสการเกิดดวงจันทร์สีแดงแต่ละครั้งออกจากเมืองมรณะและเอาชนะขุมกำลังผู้ฝึกตนมากมายอันกระจายอยู่ในเขตนทีปรภพ

จวบยามนี้ วัดเสวียนหมิงได้กลายเป็นขุมกำลังอันน่าหวาดหวั่นที่สุดในเขตนทีปรภพไปแล้ว

ในวัดเสวียนหมิง อีกาเก้ามืดมิดอุปโลกน์ตนเองเป็น ‘ผู้ส่งสาส์นแห่งยมบาล’ ซึ่งตามมาด้วยทูตรับใช้กาฬราตรีสี่คน นักบวชสูงสุดหกคน อารักษ์สิบแปดคน ผู้ดูแลสามสิบสามคนลดหลั่นกันลงไป

นอกจากนั้น ยังมีขุมกำลังชั่วร้ายมากมายที่ยอมจำนนต่อวัดเสวียนหมิง

อำนาจเช่นนี้มากเพียงพอจะทำให้กลุ่มเต๋าสูงสุดในเมืองมรณะเหล่านี้อกสั่นขวัญแขวน!

และจุดประสงค์สูงสุดที่ทำให้อีกาเก้ามืดมิดก่อตั้งวัดเสวียนหมิงขึ้นมานั้นก็คือช่วยเหลือยมบาลออกมาจากนภาโกลาหล!

ยิ่งกว่านั้น พวกเขาได้เริ่มลงมือตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนในคืนเทศกาลหมื่นโคมแล้ว

การเปลี่ยนแปลงของเมืองมืดนั้นคือกับดักที่ตระเตรียมมาอย่างดี

จุดประสงค์ของมันคือเพื่อลวงให้จักรพรรดิมาตรวจสอบเพื่อเก็บเกี่ยวโลหิต ชิงวิถีและวิญญาณจากจักรพรรดิเหล่านั้นมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยแด่ยมบาล!

“อีกาเก้ามืดมิดตั้งค่ายกลสังเวยเลือดไว้ที่ทางเข้านภาโกลาหลตามเจตจำนงของยมบาล และจักรพรรดิที่พวกมันจับได้ทั้งหมดจะถูกส่งไปสังเวยดั่งแพะวัวให้ยมบาลที่นั่น”

ชิงเถิงกล่าว “เท่าที่ข้ารู้ ตลอดเดือนที่ผ่านมามีจักรพรรดิหลายสิบคนที่ถูกยอดฝีมือจากวัดเสวียนหมิงจับตัวได้ และไม่อาจทราบได้ว่าถูกสังเวยไปมากเพียงไรแล้วขอรับ”

ซูอี้ครุ่นคิด “ข้าพอเดาได้ว่าการสังเวยจักรพรรดินั้นทำเพื่อฟื้นกำลังแก่ยมบาล ทว่าเพียงลำพังวิธีนี้ ข้าเกรงว่ายมบาลจะไม่อาจหนีออกมาจากนภาโกลาหลได้อยู่ดี อย่าลืมเสียเล่าว่ายังมีศิลาหลุมศพนั้นอยู่”

ภายในเมืองมรณะมีศิลาหลุมศพแห่งหนึ่ง!

ด้วยศิลาหลุมศพตั้งอยู่ที่นั่น มันจะสามารถปกปักษ์เมืองมรณะไว้ได้ ต่อให้ยมบาลฟื้นกำลังกลับมา เขาก็จะไม่มีวันหนีออกจากนภาโกลาหลได้อยู่ดี

เว้นแต่จะมีผู้ใดเคลื่อนศิลาหลุมศพนี้ได้

ก่อนหน้านี้ ‘ภิกขุซื่อเอ้อร์’ เคยออกเดินทางเยือนผู้คุมรัตติกาล และพยายามข่มขู่ผู้คุมรัตติกาลให้ยอมสยบและกำจัดศิลาหลุมศพนี้ทิ้ง

นี่ยังหมายความว่าอีกาเก้ามืดมิดไร้หนทางจัดการกับศิลาหลุมศพ ณ ขณะนี้ หาไม่อีกฝ่ายคงไม่ต้องส่งภิกขุซื่อเอ้อร์มาพบผู้คุมรัตติกาลเช่นนี้

จากการตัดสินนี้ ซูอี้จึงตระหนักว่าหากอีกาเก้ามืดมิดต้องการช่วยยมบาลออกมา คงยากหากจะทำเพียงสังเวยเครื่องเซ่น

หลังจากฟังซูอี้กล่าวถึงศิลาหลุมศพ สีหน้าของชิงเถิงก็แปรเปลี่ยน ตั้งแต่หวาดกลัว เกลียดชัง ไปจนถึงเกรงขาม

ศิลาหลุมศพก้อนนั้นผนึกเมืองมรณะไว้แต่โบราณ

เพราะการมีอยู่ของศิลาหลุมศพนั้นเอง วิญญาณมารร้ายแทบทั้งหมดจึงถูกขังในเมืองมรณะ และไม่อาจหนีสู่แห่งหนอื่นใด

จริงอยู่ที่เมื่อยามจันทราสีแดงเผยโฉม บางตัวตนเช่นอีกาเก้ามืดมิดยังสามารถทะยานออกจากเมืองมรณะไปก่อหายนะในโลกหล้าได้อยู่

แต่หากพวกมันไม่อาจกลับสู่เมืองมรณะได้ทันเวลา พวกมันจะตายอย่างอนาถยามค่ำคืนจันทราสีม่วงปรากฏสู่นภา!

เหตุผลก็เกี่ยวเนื่องกับศิลาหลุมศพนั้น!

จากเรื่องเล่าขาน ศิลาหลุมศพนั้นถูกทิ้งไว้โดยมหาเทพมืดมิดองค์สุดท้ายแห่ง ‘ดินแดนปรภพ’ สมัยโบราณ และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกฎดั้งเดิมของเมืองมรณะโดยสมบูรณ์

จุดประสงค์ของมันคือสยบทุกอำนาจชั่วร้ายในเมืองมรณะ!

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 912 ศิลาหลุมศพปกปักษ์เมืองมรณะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved