cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก - ตอนที่ 15 เจี่ยงสือเหิง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก
  4. ตอนที่ 15 เจี่ยงสือเหิง
Prev
Next

ตอนที่ 15 เจี่ยงสือเหิง

ตอนที่ 15 เจี่ยงสือเหิง

ครั้นฉินมู่หลานมองเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจนแล้ว เธอก็ตกตะลึงนิดหน่อย บุคคลที่อยู่ตรงหน้าคือชายชราผู้มีผมหงอกสีขาว ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยร่องแก้มชัดลึก แสดงถึงความแปรเปลี่ยนของช่วงวัยที่พ้นผ่าน

เมื่อเห็นว่าฉินมู่หลานกำลังจ้องมองตนด้วยแววตาประหลาดใจ ชายชราจึงหยิบห่อผ้าสีขาวสะอาดที่อยู่ในอ้อมแขนออกมาพลางเปิดมันออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะมองฉินมู่หลานด้วยใบหน้าเปี่ยมความหวัง “สหาย สิ่งนี้สามารถใช้แลกกับวัตถุดิบทำยาได้ไหม?”

ฉินมู่หลานได้ยินดังนั้นจึงมองตาม ก่อนจะพบว่าในห่อผ้าสีขาวสะอาดนั้นมีหยกขาวอยู่ชิ้นหนึ่ง

“นี่….คือหยกมันแพะขาวนี่คะ”

ชายชราคนนั้นรีบพยักหน้าทันควัน “ใช่แล้ว นี่คือชิ้นหยกมันแพะขาว ฉันอยากจะขอแลกกับวัตถุดิบทำยาในมือของหนูหน่อยน่ะ”

เมื่อเห็นว่าฉินมู่หลานยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ชายชราคนนั้นจึงมองอย่างคาดหวัง

“ครอบครัวของฉันมีคนป่วย ตอนนี้ต้องการยามาก ๆ ขอยาให้ฉันเถอะนะ”

เธอกลับยังไม่ยอมใจอ่อน และเอ่ยถามขึ้น “คุณตารู้ได้ยังไงคะว่าหนูมียา?”

หลังจากได้ฟังคำพูดนั้น ชายชราคนนั้นก็เอ่ยตามจริง

“ตอนแรกฉันอยากจะเอาหยกนี้ไปแลกยา แต่หาในตลาดมืดเท่าไหร่ก็ไม่มี แล้วก็บังเอิญเจอหนูถามหาร้านขายยาแผนโบราณกับคนแถวนี้พอดี เลยคิดว่าหนูน่าจะมียาอยู่ในมือ”

เมื่อฉินมู่หลานได้ยินดังนั้น จึงได้รับรู้ว่าสาเหตุที่ความลับถูกเปิดเผยเป็นเพราะตนเดินเอ่ยถามผู้คนเกี่ยวกับสิ่งนี้ไปเรื่อย สงสัยในครั้งต่อไปเธอคงต้องทำตัวให้ลึกลับมากกว่านี้สักหน่อย

ชายชราคนนั้นเห็นฉินมู่หลานขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยจึงกลัวว่าเธอจะไม่ให้ยากับเขา ก่อนจะรีบมอบจี้หยกลงในมือของฉินมู่หลาน พลางเอ่ย “สหาย ที่บ้านของฉันมีคนป่วย ต้องการยามากจริง ๆ ขอให้ฉันเถอะนะ”

เมื่อเห็นว่าชายชราเว้าวอนจนแทบจะร้องไห้ ท้ายที่สุดมู่หลานจึงเริ่มใจอ่อนลง

“แต่ว่าหนูมีไม่เยอะนะคะ และถึงจะจำเป็นต้องใช้ยาก็ควรจะใช้ยาให้ถูกขนานด้วย หนูยังไม่รู้เลยว่าคนในครอบครัวของคุณตาป่วยเป็นอะไร ถ้าหนูให้ยาไปส่งเดชก็กลัวว่าจะเป็นอันตรายกับคนในครอบคุณตาได้ค่ะ”

ชายชราคนนั้นเห็นว่ามู่หลานมีเหตุผลและชี้แจงให้เห็นอย่างชัดเจน แววตาจึงมีความหวังมากขึ้น

“สหาย ถ…ถ้าอย่างนั้นเธอไปตรวจคนที่บ้านฉันได้ไหม?”

เกรงว่าฉินมู่หลานจะไม่ยอม เขาจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เธอไม่ต้องห่วง ไปถึงที่นั้นแล้วฉันจะมอบทองแท่งขนาดหนึ่งตำลึงให้เธอด้วยสองแท่ง”

ความจริงแล้วมูลค่าของทองแท่งขนาดหนึ่งตำลึงไม่ได้มากมายเท่าหยกมันแพะขาวอันนี้หรอก เพียงแต่ว่าหยกในยุคสมัยนี้ไม่ได้มีมูลค่ามากมายขนาดนั้นแล้ว กลับกลายเป็นทองคำที่มีมูลค่ามากแทน

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ฉินมู่หลานก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้

หยกมันแพะขาวหนึ่งอันรวมกับทองแท่งขนาดหนึ่งตำลึงอีกสองแท่ง เท่านี้มูลค่าก็มากเกินพอแล้ว

“บ้านของคุณตาอยู่ตรงไหนคะ?”

เมื่อชายชราคนนั้นได้ยินเช่นนี้ เขาจึงรีบเอ่ย “สหาย บ้านของพวกเราอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ฉันจะพาเธอไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ฉินมู่หลานยังไม่ยอมขยับเขยื้อนพลางเอ่ยถามต่อ “คุณตาชื่ออะไรคะ เป็นคนที่ไหน คนที่ป่วยตอนนี้เป็นคนในครอบครัวจริง ๆ ใช่ไหม?”

ชายชราเห็นสีหน้าหวาดระแวงของฉินมู่หลาน จึงอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มอย่างขมขื่น “สหาย เธอเรียกฉันว่าลุงเจี่ยงก็ได้ คนที่ป่วยเป็นคนในครอบครัวฉันเอง เขา…เขาคือนายน้อยของพวกเรา พวกเราเดินทางมาจากปักกิ่ง ตอนนี้พักแรมอยู่แถวห้องน้ำฝั่งนู้น”

หลังจากพูดแล้ว ดวงตาของชายชราก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กแล้ว เดิมทีเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้ติดตามนายน้อยจนถึงตอนนี้ แต่ก็ไม่ทันคิดว่านายน้อยอาจจะต้องมาตายก่อนตน หากนายน้อยตายไป อย่างนั้นแล้วเขาจะมีหน้าไปเจอนายท่านหลังจากตัวเองตายได้อย่างไร

เมื่อเห็นว่าชายชราร้องไห้ ซ้ำยังแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนเธอ ฉินมู่หลานจึงต้องรีบห้ามปรามทันที “คุณตาคะ อย่าทำแบบนี้เลย หนูจะไปดูให้ค่ะ”

“ดี ดีจังเลย ขอบคุณนะสหาย ขอบคุณเธอมากจริง ๆ”

ลุงเจี่ยงเดินนำทางไป เขาพาฉินมู่หลานตรงไปยังห้องน้ำสาธารณะโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับ

“สหาย ที่นี่อาจจะมีกลิ่นนิดหน่อย ต้องขอบคุณเธอมากเลยนะ”

ฉินมู่หลานไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ได้แต่เดินตามลุงเจี่ยงเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ข้างห้องน้ำสาธารณะ แม้ว่ากระท่อมเล็กนั้นจะทรุดโทรมไปบ้าง แต่ข้างในกลับเป็นระเบียบเรียบร้อย ลุงเจี่ยงก้าวเดินเข้าไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “นายน้อยครับ พวกเรามีหวังแล้ว สหายผู้นี้มียาติดมือมา เธอยอมแลกยากับผมแล้ว”

หลังจากพูดจบ ลุงเจี่ยงก็ช่วยให้คนที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้น

“แค่ก แค่ก…”

หลังจากชายผู้นั้นค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งตัวตรงจากท่านอน เขาก็เริ่มไอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ราวกับว่าอยากจะไอให้สุดปอด

“นายน้อย….”

ลุงเจี่ยงตบลูบหลังของคนผู้นั้นด้วยท่าทางประหม่า พลางมองฉินมู่หลานด้วยแววตาคาดหวัง

ตอนแรกฉินมู่หลานคิดว่านายน้อยของลุงเจี่ยงจะเป็นชายหนุ่ม ไม่คิดว่าจะเป็นชายวันกลางคนรูปร่างซูบผอมเช่นนี้

เธอเห็นว่าชายคนนั้นกำลังไออย่างรุนแรง จึงก้าวเดินเข้าไปหาพลางเอ่ยว่า “ขอหนูตรวจชีพจรเขาหน่อยค่ะ”

“ได้สิ ได้”

เมื่อลุงเจี่ยงได้ฟังดังนั้น เขาจึงรีบหลบทางให้

หลังจากที่ชายวัยกลางคนผู้นั้นหยุดไอ เขาก็ได้หันมองคนที่ลุงเจี่ยงบอกเรื่องการแลกเปลี่ยนนั้น เมื่อเห็นชัดแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นหญิงสาว เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะพลางเอ่ยว่า“สหายน้อยเอ๋ย ขอบใจเธอมากนะที่มา แต่ร่างกายของฉัน ฉันรู้ตัวเองดีว่าคงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เรื่องของแลกเปลี่ยนที่สัญญาเอาไว้กับลุงเจี่ยงนั้นเธอก็เอาไปเสียเถอะ ส่วนยาไม่ต้องทิ้งไว้ที่นี่หรอก ฉันคงไม่ต้องใช้มันแล้วล่ะ”

“นายน้อย….”

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ลุงเจี่ยงจึงร้องไห้ออกมา “แค่ลองให้สหายน้อยผู้นี้ตรวจท่านก่อนเถอะขอรับ ถ้าได้ตรวจก็ย่อมดี ถึงแม้ว่า….จะทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ก็เถอะ แต่หากมันทำให้ท่านรู้สึกดีขึ้น เช่นนั้นมันก็ดีแล้วล่ะ”

เมื่อเห็นใบหน้าของชายชราผู้ดูแลเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและน้ำตาไหลอาบหน้าเช่นนั้น เจี่ยงสือเหิงจึงได้แต่ถอนหายใจและไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก

ฉินมู่หลานที่กำลังตรวจจับชีพจรอยู่นั้น คิ้วเริ่มขมวดมุ่นขึ้นเรื่อย ๆ

ลุงเจี่ยงที่เห็นสีหน้าของมู่หลานเช่นนั้นก็รู้สึกใจร่วงลงไปถึงตาตุ่ม

ตั้งแต่นายน้อยล้มป่วย เขาอยากจะตามหมอมาดูอาการให้ใจแทบขาด น่าเสียดายที่พวกเขาถูกจับตามองอยู่ตลอด จึงไม่มีโอกาสได้ออกไปหาหมอ วันนี้เขาเองก็แอบอาศัยช่วงที่ไม่มีคนจับตาเฝ้ามองอยู่ข้างนอก จนในที่สุดได้พบกับฉินมู่หลาน แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว เหมือนว่านายน้อยจะอาการแย่มากเสียแล้ว

เจี่ยงสือเหิงค่อนข้างเป็นคนใจกว้าง เขามองไปยังมู่หลานด้วยสีหน้าผ่อนคลายพลางเอ่ยว่า “สหายน้อยเอ๋ย เธอไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก ร่างกายของฉันมันเกินเยียวยาแล้วจริง ๆ เธอรีบรับของแล้วกลับไปเถอะ เดี๋ยวคนอื่นจะมาเห็นเข้า”

ในตอนนั้นเอง ฉินมู่หลานก็ดึงมือของตนกลับ ก่อนจะมองตอบเขา

“ใครบอกกันคะว่าเกินเยียวยาแล้ว หนูรักษาคุณลุงได้ค่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลุงเจี่ยงก็มีปฏิกิริยาตอบโต้มาเป็นคนแรก เขามองไปที่ฉินมู่หลานด้วยความประหลาดใจก่อนจะเอ่ยถาม “สหาย เธอ…เธอรักษานายน้อยของเราได้จริงเหรอ ได้จริง ๆ ใช่ไหม?”

“ได้แน่นอนค่ะ”

ตอนแรกเจี่ยงสือเหิงอยากเอ่ยปฏิเสธเนื่องจากเกรงว่าจะเสียเวลา แต่เมื่อเห็นสีหน้าแสนมุ่งมั่นของฉินมู่หลาน อยู่ ๆ เขาก็กลับรู้สึกลังเลขึ้นมานิดหน่อย หรือว่าสาวน้อยคนนี้….จะรักษาเขาได้จริงอย่างนั้นหรือ?

หลังจากได้ยินคำพูดหนักแน่นของฉินมู่หลานแล้วก็รู้สึกประหม่าขึ้นมานิดหน่อย

“แต่โรคที่คุณลุงเป็นอาจจะรักษายากสักหน่อย ต้องใช้เวลานานถึงจะหายขาดค่ะ”

“สหาย เวลาไม่ใช่ปัญหาหรอก ขอเพียงแต่นายน้อยของพวกเราหายดี ไม่ว่าเธอต้องการอะไรก็จะหามาให้ได้ทั้งนั้น”

ในตอนแรกความหวังของเจี่ยงสือเหิงค่อนข้างริบหรี่ แต่พอได้ยินสิ่งที่ลุงเจี่ยงพูดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ก็อดไม่ได้ที่จะปรายตามองเขาแล้วเอ่ย “ลุงเจี่ยง แล้วถ้าพวกเราไม่มีสิ่งที่สหายต้องการจะทำอย่างไรเล่า ลุงสัญญาแบบไม่คิดหน้าคิดหลังไม่ได้นะ”

“ใช่ ใช่แล้ว ผมผิดเองครับ”

ลุงเจี่ยงยอมรับผิดอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาจึงรีบเดินไปตรงมุมห้อง หลังจากนั้นก็ดึงก้อนอิฐจำนวนหนึ่งออกมาอย่างระมัดระวัง พลางคลำหาและหยิบกล่องไม้เคลือบสีดำหนึ่งกล่องที่อยู่ด้านในออกมา เขายื่นกล่องไม้นั้นให้ฉินมู่หลานก่อนจะเอ่ยขึ้น “สหาย กล่องไม้อันนี้ขอมอบให้เธอ ได้โปรดช่วยนายน้อยของเราด้วยเถอะ เพียงแต่ว่าตอนนี้พวกเราไม่ได้มีทรัพย์สินมากมาย จึงอยากจะขอติดค้างไว้ทนแทนให้ในอนาคต”

ฉินมู่หลานเปิดกล่องไม้นั้นออกดู ก่อนจะพบว่ามันเต็มไปด้วยทองแท่งขนาดหนึ่งตำลึง

“พั่บ…”

ฉินมู่หลานนำทองแท่งหนึ่งตำลึงออกมาสองแท่งแล้วก็ปิดฝากล่องไม้ พลางเอ่ยขึ้นว่า “พวกเราตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะแลกเปลี่ยนเป็นหยกมันแพะขาวหนึ่งอันและทองแท่งขนาดหนึ่งตำลึงสองแท่ง มากกว่านี้หนูไม่ต้องการ ขอหนูเขียนสูตรยาก่อนนะคะ หลังจากนั้นอยากจะให้คุณลุงกินยานี้ไปก่อนสามครั้ง หลังจากนั้นอีกสามวันเดี๋ยวหนูจะมาหาใหม่”

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

คนป่วยนี่น่าจะเป็นผู้ดีเก่ายุคศักดินานะเนี่ย มีทั้งหยกมันแพะมีทั้งทองแท่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว

มู่หลานได้ใช้ความรู้มารักษาคนจริงๆ แล้ว

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 15 เจี่ยงสือเหิง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved