cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 98-2 ลักลอบพบกัน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 98-2 ลักลอบพบกัน
Prev
Next

           “ท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้วเพคะ”

 

 

           ในขณะที่บรรยากาศในศาลาดอกไม้กำลังน่าอึดอัด ก็มีเสียงสาวใช้เอ่ยรายงานดังมาจากด้านนอก ยังไม่ทันสิ้นเสียง ม่อซิวเหยาก็ก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่แล้ว

 

 

เมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง ยังไม่ทันได้เปลี่ยนชุดก็ถูกม่อจิ่งฉีเรียกให้เข้าวังไปพบเสียแล้ว ในยามนี้ม่อซิวเหยาจึงยังคงอยู่ในชุดสีขาว สีหน้ามีแววอ่อนล้าเล็กน้อยอย่างที่คนนอกยากจะสังเกตเห็น

 

 

           “คารวะท่านอ๋อง!” เจ้ากรมเยี่ยและเยี่ยฮูหยินผู้เฒ่ารีบลุกขึ้นทำความเคารพ

 

 

           ม่อซิวเหยาพยักหน้าน้อยๆ เดินเข้าไปนั่งลงข้างเยี่ยหลี “ใต้เท้าเยี่ย ฮูหยินผู้เฒ่ามาเยี่ยมอาลีหรือ”

 

 

           เจ้ากรมเยี่ยพยักหน้าด้วยความประดักประเดิด “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ หลีเอ๋อร์หายตัวไปหลายเดือน ข้าน้อยกับท่านแม่ต่างเป็นกังวลยิ่งนัก ดังนั้นพอได้ยินว่าท่านอ๋องพาหลีเอ๋อร์กลับมาแล้ว ยึงรีบมาเยี่ยมนางพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

ม่อซิวเหยาเพียงพยักหน้า ในใจย่อมไม่คิดว่าพวกเขาหมายความตามที่พูดจริงๆ หากเป็นกังวลคงเป็นกังวลเสียนานแล้ว เหตุใดถึงเพิ่งมาเป็นกังวลเอายามนี้ สองเดือนมานี้อย่าว่าตระกูลเยี่ยจะส่งคนออกไปตามหาเลย แม้แต่จะส่งคนมาถามความที่ตำหนักติ้งอ๋องสักครั้งก็ยังไม่มี แม้แต่จวนหนานโหวยังส่งคนมาสอบถามถึงสองครั้งสองครา สำหรับคนนอกแล้ว ตระกูลเยี่ยไม่เพียงไม่ใส่ใจ แต่เรียกว่าไร้น้ำใจได้เลยทีเดียว

 

 

           “ซุนหมัวมัวบอกว่าพอเจ้ากลับมาก็รีบสะสางงานต่างๆ ในตำหนัก หากเหนื่อยแล้วก็ไปพักก่อนเถิด เรื่องพวกนั้นเว้นไว้สักสองสามวันแล้วค่อยจัดการก็ยังไม่สาย” เขามิได้สนใจเจ้ากรมเยี่ยและเยี่ยฮูหยินผู้เฒ่าอีก แต่หันมาพูดเสียงเบากับเยี่ยหลีแทน

 

 

เยี่ยหลีอมยิ้มพร้อมส่ายหน้า เจ้ากรมเยี่ยมีหรือจะดูไม่ออกว่าติ้งอ๋องไม่ต้อนรับตน จึงมิอาจรั้งอยู่ต่อไป ทำได้เพียงลุกยืนขึ้นพร้อมเอ่ยลา ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเยี่ยหลีด้วยสีหน้าสุภาพเรียบร้อย แต่กลับมิอาจปิดบังสีหน้าที่ทำให้คนหวาดกลัวไว้ได้ นอกจากใบหน้าส่วนที่ถูกหน้ากากสีเงินปกปิดอยู่แล้ว มีตรงใดที่ดูเหมือนคนเจ็บป่วยหรือพิการอยู่อีกหรือ หากติ้งอ๋องสุขภาพแข็งแรงขึ้นแล้วจริงๆ เรื่องที่ตำหนักติ้งอ๋องจะกลับมามีอำนาจอีกครั้งคงเป็นเรื่องแน่นอนเสียแล้ว น่าโมโหก็แต่เพียงตนมีตาหามีแววไม่ ที่ในตอนแรกด้วยเพราะตำหนักติ้งอ๋องเป็นที่หวาดระแวของฮ่องเต้รวมถึงปัญหาทางร่างกายทำให้พวกเขามองข้ามไป มาเสียใจเอาตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว

 

 

           “ที่ฮ่องเต้รีบเรียกท่านให้เข้าวังเช่นนี้ด้วยเรื่องอันใดหรือ” เมื่อให้คนไปส่งเจ้ากรมเยี่ยและเยี่ยฮูหยินผู้เฒ่าออกไปแล้ว เยี่ยหลีจึงหันกลับมาถามเขา

 

 

           ม่อซิวเหยายกมือนวดขมับ ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ฝ่าบาทคิดจะส่งองค์หญิงพระองค์ใดพระองค์หนึ่งไปแต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์กับเป่ยหรง”

 

 

           “แต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์หรือ” เยี่ยหลีอดคิดถึงงานเสกสมรสขององค์หญิงหลิงอวิ๋นแห่งแคว้นซีหลิงเมื่อปีก่อนไม่ได้ จึงขมวดคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “ฝ่าบาทคิดจะส่งใครไปหรือเพคะ” องค์หญิงในฮ่องเต้พระองค์ก่อนต่างแต่งงานกันออกไปหมดแล้ว ส่วนพระธิดาของม่อจิ่งฉีที่มีชันษามากที่สุดในตอนนี้ก็คือองค์หญิงฉางเล่อที่เป็นพระธิดาในฮองเฮา ปีนี้มีชันษาเพียงแปดชันษาเท่านั้น

 

 

ม่อซิวเหยาเอ่ยเรียบๆ ว่า “ย่อมเป็นชนชั้นสูงในเมืองหลวงหรือไม่ก็เลือกผู้ใดสักคนจากบรรดาราชนิกุล หลานสาวของฮว่ากั๋วกงก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกเช่นกัน”

 

 

           “เทียนเซียงหรือ” เยี่ยหลีขมวดคิ้ว เป่ยหรงเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ อีกทั้งทุกคนต่างรู้ว่าที่ฮ่องเต้เลือกที่จะแต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์ในยามนี้ก็เพื่อหาคนมาช่วยรับมือหลีอ๋องด้วยมือเปล่า หากเรื่องหลีอ๋องจบลงแล้ว จะมีผู้ใดจำได้หรือว่ามีหญิงสาวผู้นี้แต่งงานไปอยู่ที่เป่ยหรง หากวันใดวันหนึ่งทั้งสองแคว้นเกิดเปิดศึกกันขึ้น องค์หญิงที่แต่งงานไปก็จะกลายเป็ยเพียงเครื่องสังเวยเท่านั้น

 

 

ม่อซิวเหยาเอ่ยว่า “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลจนเกินไปนัก ฮ่องเต้มิอาจไม่ให้เกียรติฮว่ากั๋วกงและฮองเฮาได้ อีกทั้งหากต้องส่งผู้ใดสักคนไปแต่งงานจริงๆ คนที่เป็นไปได้มากที่สุดย่อมเป็นหนึ่งในราชนิกุล เพราะถึงอย่างไรคนเป่ยหรงก็มิใช่คนที่หลอกง่ายเช่นนั้น”

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้า เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ว่า “เรื่องแต่งงงานสานสัมพันธ์กับเป่ยหรงนี้ ฝ่าบาทจำเป็นต้องเรียกท่านเข้าวังไปเพื่อหารือโดยเฉพาะเลยหรือเพคะ”

 

 

           มุมปากม่อซิวเหยายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “ยามที่องค์หญิงแต่งงานออกไป ฝ่าบาทจะให้ข้าเป็นตัวแทนต้าฉู่เป็นผู้เดินทางไปส่ง พร้อมทั้งให้ถือโอกาสไปร่วมงานฉลองท่านอ๋องเป่ยหรงมีพระชันษาครบหกสิบปีในเดือนเก้าเลยด้วย”

 

 

           ตำหนักติ้งอ๋องไปส่งองค์หญิงด้วยตนเอง การแต่งงานสานสัมพันธ์ในครานี้ดูจะยิ่งใหญ่กว่าที่คาดไว้อยู่พอดูทีเดียว เยี่ยหลีขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ จึงได้เงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “เหตุใดฝ่าบาทถึงอยากให้ท่านไปจากต้าฉู่” เมืองหลวงของแคว้นเป่ยหรงตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของแคว้น หากจะเดินทางเพื่อไปให้ทันงานฉลองหกสิบชันษาของเป่ยหรงอ๋องในเดือนเก้า ด้วยขบวนส่งตัวเจ้าสาวอย่างน้อยๆ ก็ต้องออกเดินทางในเดือนเจ็ด และต่อให้จัดงานเสกสมรสเรียบร้อยแล้ว และรีบขึ้นม้าเร็วกลับมายังเมืองหลวง กว่าม่อซิวเหยาจะกลับถึงเมืองหลวงอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นช่วงเดือนสิบแล้ว นั่นหมายความว่าม่อซิวเหยาจะต้องไปจากเมืองหลวงนานถึงสามเดือน ช่วงเวลาสามเดือนจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้างผู้ใดก็ยากจะคาดเดา

 

 

           ม่อซิวเหยาส่ายหน้า “หลายปีมานี้ฮ่องเต้เตรียมการไว้ไม่น้อย ตอนนี้ข้ายังเดาไม่ออกว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด” ความคิดของคนฉลาดคาดเดาไม่ยากนัก ความคิดของคนโง่ก็คาดเดาไม่ยากเช่นกัน แต่คนที่ไร้กระบวนท่าต่างหากที่ยากจะคาดเดาความคิดเขาได้ เช่นคนอย่างม่อจิ่งหลี หากว่าเขาฉลาดดังม่อซิวเหยาหรือสวีชิงเฉิน คงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเขาจะยกทัพขึ้นก่อกบฏในช่วงเวลานี้ เพราะพวกเขาไม่ว่าผู้ใดก็ตาม มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่มีทางสำเร็จ อันที่จริงถึงแม้ม่อจิ่งหลีจะร่วมมือกับหนานจียงตีด่านซุ่ยเสวี่ยได้สำเร็จ ม่อจิ่งหลีก็คงไม่เสียเปรียบสักเท่าใด คงมีเพียงประชาชนตามชายแดนที่คงลำบากสักหน่อยเท่านั้น ส่วนม่อจิ่งฉีที่เป็นฮ่องเต้ จะเป็นห่วงว่าประชาชนจะเดือดร้อนสักเท่าไรกันเชียว

 

 

           “ท่านเห็นด้วยแล้วหรือ” เยี่ยหลีเอ่ยถาม

 

 

           ม่อซิวเหยาเลิกคิ้ว เพียงยิ้มและกล่าวว่า “ราชโองการยากที่จะขัด”

 

 

เยี่ยหลีได้แต่ยักไหล่ “ข้ารู้แล้ว ข้าจะรั้งอยู่ที่เมืองหลวงเอง”

 

 

ม่อซิวเหยาส่ายหน้า เอ่ยยิ้มๆ ว่า “ไม่ ถึงตอนนั้นเจ้าต้องไปอยู่อวิ๋นโจว”

 

 

เยี่ยหลีเลิกคิ้วขึ้นมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

ม่อซิวเหยายิ้ม “ติ้งอ๋องมิใช่ฮ่องเต้ ตำหนักติ้งอ๋องก็มิใช่วังหลวงที่จำเป็นต้องมีคนอยู่คอยดูแล คนอย่างม่อจิ่งฉีนั่น…บางครั้งเมื่อถูกบีบหนักเข้า มักชอบทิ้งไพ่ที่ทำร้ายศัตรูโดยที่ตนเองก็มิได้ประโยชน์ เจ้าไปอยู่อวิ๋นโจวข้าจะได้วางใจหน่อย” หัวใจสำคัญของตำหนักติ้งอ๋องมิได้อยู่ที่ตำหนักติ้งอ๋องในเมืองหลวงแห่งนี้ แต่เป็นคนของตำหนักติ้งอ๋องเสียมากกว่า ต่อให้ตำหนักติ้งอ๋องถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง ขอเพียงผู้เป็นนายใหญ่ยังอยู่ ตำหนักติ้งอ๋องก็ยังคงเป็นตำหนักติ้งอ๋องวันยังค่ำ

 

 

           เยี่ยหลีส่ายหน้า “เช่นนั้นไม่ได้ หากข้าไปที่อวิ๋นโจวจะเป็นการนำอันตรายไปสู่ท่านปู่ ท่านอย่าได้พูดกับข้าเชียวว่าม่อจิ่งฉีไม่มีทางลงมือกับอวิ๋นโจว ในเมื่อเขากล้าลงมือกับตำหนักติ้งอ๋องแล้วเหตุใดเขาจะต้องเกรงกลัวตระกูลสวี อีกทั้ง คู่ต่อสู้ของติ้งอ๋องมิใช่ท่านที่อยู่ในวังอีกด้วย”

 

 

ม่อซิวเหยาหันมองเยี่ยหลีเงียบๆ พักใหญ่ถึงได้ถอนใจออกมาแล้วพูดว่า “อาหลี ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถให้ชีวิตที่สงบสุขแก่เจ้าได้เลย”

 

 

เยี่ยหลีหัวเราะเบาๆ “ชีวิตที่สงบสุขย่อมเป็นไปได้ ท่านสามารถหาสถานที่ใดที่หนึ่งที่ไม่มีผู้ใดรู้จักจับข้าซ่อนตัวไว้ แต่ข้าไม่ชื่นชอบชีวิตเช่นนั้น ท่านเข้าใจหรือไม่ เช่นเดียวกับการเดินทางไปหนานเจียงของข้าในครานี้ ก็มิใช้ว่าข้าจำเป็นต้องไป ข้าสามารถส่งคนไปได้ และต่อให้ไม่มีผู้ใดไป พี่ใหญ่ก็คงไม่เป็นอันใด ต่อให้ข้ามิอาจออกไปให้ผู้คนพบหน้า ก็สามารถไปอยู่สักที่ใดที่หนึ่งเพื่อหลบซ่อนตัวพักหนึ่งได้ แต่เป็นเพราะข้าอยากไปเดินทางด้วยตนเอง ข้าถึงได้ไป อีกทั้งข้ารู้สึกว่าข้าชอบชีวิตด้านนอกมากกว่า” ที่ด้านนอกนั่นถึงแม้จะมีอันตรายแต่อย่างน้อยเป้าหมายก็ยังชัดเจนว่าเป็นมิตรหรือศัตรู กลับมาถึงเมืองหลวง เพียงแค่คิดว่าต้องกลับมาเจอคนเหล่านั้นที่ต้องยิ้มแย้มพูดจาไพเราะเข้าหากัน แต่เบื้องหลังกลับซ่อนมีดไว้ เยี่ยหลีก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที มิใช่ว่านางทำไม่ได้ แค่เพียงไม่ชอบเท่านั้น

 

 

           “ข้ารู้สึกว่ายามอาหลีอยู่ด้านนอกกลับดู…น่าทึ่งยิ่งกว่าเสียอีก” ม่อซิวเหยาเอ่ยกลั้วหัวเราะเสียงต่ำ อาหลียามอยู่ในเมืองหลวง ต่อหน้าผู้คนนางมักมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ อ่อนโยนและงามสง่า ประหนึ่งเป็นเพียงคุณหนูชนชั้นสูงที่เกิดในบ้านบัณฑิตที่เหมาะสมจะเป็นพระชายา ม่อซิวเหยาไม่มีวันบอกผู้อื่นว่า ในยามที่เขายิงธนูสังหารดอกนั้นออกไปตอนอยู่เมืองหย่งหลิน เขาเห็นกับตาว่าหญิงสาวตรงหน้าเขานี้อยู่ในชุดสีดำเช่นเดียวกับหน่วยเฮยอวิ๋นฉี ชั่วพริบตานั้นเขารู้สึกเย็นเยียบและภาคภูมิใจ เขาเห็นประกายแสงที่พุ่งออกมาจากตัวนาง ไม่เคยมีช่วงเวลาใดเลยที่ทำให้เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ชายาของเขามิใช่หญิงสาวแสนเรียบร้อยที่เอาแต่หลีกหนีจากแสงไฟ แต่เป็นหญิงสาวที่งดงามโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสนามรบ

 

 

จู่ๆ ม่อซิวเหยาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน เขาได้เคยลั่นวาจาที่ตนเกือบลืมไปแล้วต่อหน้าเสด็จพ่อและพี่ชายของตนไว้ว่า “ภรรยาของข้า ม่อซิวเหยาจะต้องติดตามข้าออกไปทำศึกในทุกที่ เช่นเดียวกับบรรพบุรุษ ท่านหญิงชิงอวิ๋น จับมือเคียงบ่าเคียงไหล่มองภาพแผ่นดินเบื้องหน้าไปด้วยกัน” ม่อซิวเหยาคิดว่า ธนูดอกนั้น อาจมิได้ยิงออกไปเพื่อช่วยชีวิตอาหลีเท่านั้น บางทีอาจช่วยหัวใจเขาด้วย

 

 

           ใบหน้างดงามของเยี่ยหลีดูมึนงงเล็กน้อย ตั้งแต่ได้พบหน้ากันที่เมืองหย่งหลิน ยามที่นางอยู่กับม่อซิวเหยามักรู้สึกแปลกประหลาดเสมอ ปกติยามมีธุระต้องหารือก็ไม่ได้คิดอันใดมาก แต่เมื่อใดที่ต่างเงียบลงมักทำให้นางรู้สึกไม่เป็นตัวเอง นางมิใช่ท่อนไม้ที่แข็งทื่อไม่ประสาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ตั้งแต่จูบวันนั้นที่นอกด่านซุ่ยเสวี่ย นางย่อมเข้าใจว่าระหว่างทั้งสองคนไม่เหมือนเมื่อก่อนที่รู้สึกเหมือนญาติหรือเหมือนเพื่อนเท่านั้นอีกแล้ว เพียงแต่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าม่อซิวเหยานางกลับมิอาจนำความเป็นธรรมาชาติและความเป็นตัวเองอย่างเวลามีความรักในชาติที่แล้วออกมาได้ ซึ่งการที่นางไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้นี้ ทำให้นางรู้สึกหัวเสียกับม่อซิวเหยาไม่น้อย

 

 

ม่อซิวเหยาประหนึ่งเข้าใจจิตใจนางเป็นอย่างดี จึงมิได้มายุ่มย่ามกับนางมากมายนัก แต่ยามที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพังก็มีความใกล้ชิดและอบอุ่นขึ้นกว่าแต่ก่อน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 98-2 ลักลอบพบกัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved