cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 81-3 ปลอดภัยจากอันตราย ช่วยคน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 81-3 ปลอดภัยจากอันตราย ช่วยคน
Prev
Next

บัณฑิตขี้โรคผลักประตูออกก็มีลูกธนูหลายดอกพุ่งตรงเข้ามาทันที หานหมิงซีที่อยู่ด้านหลังรีบดึงเขากลับเข้ามา

 

 

เยี่ยหลียกขาขึ้นถีบประตู ธนูเหล่านั้นจึงปักเข้าที่ประตูไม้ บัณฑิตขี้โรคจ้องหน้าเยี่ยหลีด้วยความโกรธ เยี่ยหลียิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเขา “นี่เป็นของขวัญขอบคุณที่ท่านหัวหน้าหน่วยสามเชิญให้เข้ามาตายเป็นเพื่อนท่าน”

 

 

           บัณฑิตขี้โรครู้ว่าตนไม่ถูกนัก จึงได้แต่ส่งเสียงเหอะๆ เบาโดยมิได้พูดอันใด

 

 

           พลธนูที่อยู่ด้านนอกจ้องมองมาที่ประตูด้วยความระมัดระวัง มีเสียงดังโครมดังขึ้นก่อนที่ประตูไม้นั้นจะถูกเปิดออกพร้อมกับเงาดำเงาหนึ่งที่พุ่งตัวออกมา สวบๆ…ลูกธนูดอกหนึ่งถูกยิงออกมา

 

 

            ปัง ปัง ! หน้าต่างสองบานที่อยู่ข้างตึกหลังเล็กมีคนพุ่งตัวออกมาด้านละคน มีเสียงสวบๆ ดังขึ้นอีกสองสามครั้ง ก่อนที่พลธนูสามสี่คนนั้นจะรู้สึกเจ็บก่อนค่อยๆ ล้มลง 

 

 

เยี่ยหลีเดินออกมาจากประตู เหลือบมองห่อผ้าที่ถูกลูกธนูยิงเสียจนพรุนไปหมด กับศพที่นอนกองอยู่ที่พื้นด้วยสายตาที่นิ่งขรึมลง “พวกเรารีบไปกันเถิด หากช้าอีกหน่อยจั๋วจิ้งคงจะเอาไม่อยู่”

 

 

ณ ตอนนั้นในค่ายต่างวุ่นวายโกลาหลไปหมด หลายจุดมีไฟลุกโหมขึ้น ดูท่าจั๋วจิ้งคงจุดไฟเผาไปไม่น้อย และคงจุดไฟในจุดที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย ห่างไปไม่ไกลมีเสียงนกแปลกๆ ดังลอยมา เยี่ยหลีจึงพาพวกหานหมิงซีมุ่งหน้าไปทางนั้นอย่างไม่ลังเล

 

 

           ระหว่างทางเมื่อผ่านตาน้ำ บัณฑิตขี้โรคยิ้มเย็นพร้อมหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่หน้าอกแล้วโยนลงไป หานหมิงซีมองด้วยตาเป็นประกายแต่มิได้พูดอันใดให้มากความ รีบเร่งฝีเท้าตามเยี่ยหลีที่อยู่ด้านหน้าไป จนเมื่อพวกเขาใกล้ถึงก็เห็นองครักษ์ลับสามถูกล้อมไว้อย่างแน่นหนาแล้ว เห็นได้ชัดว่าดูตึงมือไม่น้อย

 

 

เยี่ยหลีกวาดสายตามองไปทางนั้น บุคคลสำคัญในค่ายต่างรวมตัวกันอยู่ที่นี่ มิน่าพวกเขาทางด้านนู้นจึงมีคนคอยจับตาดูอยู่เพียงสิบกว่าคนเท่านั้น เยี่ยหลีนึกถึงของที่ตนหยิบออกมาจากวังใต้ดิน ดูท่าในสายตาของเล่อเจียงแล้ว ของสิ่งนั้นคงมีความสำคัญยิ่งกว่าหานหมิงซีและบัณฑิตขี้โรคอยู่มากโข

 

 

           “ช่วยออกมาได้สองคน แต่ต้องเสียไปหนึ่งคน ช่างไม่คุ้มกันเอาเสียเลย” เยี่ยหลีได้แต่ขมวดคิ้ว “พี่หาน ท่านไปจับตาเฒ่านั่นไว้ ทำได้หรือไม่” เยี่ยหลีชี้นิ้วไปยังนายท่านเหลียงที่อยู่ท่ามกลางการอารักขาอย่างแน่นหนา พร้อมถามขึ้นเสียงเบา

 

 

หานหมิงซีขมวดคิ้ว “เขามีคนล้อมอยู่มากเกินไป อีกอย่าง…ตาเฒ่านั้นก็อ้วนเกินไปด้วย”

 

 

บัณฑิตขี้โรคยื่นมือส่งของสองอย่างมาให้ “โปรยสิ่งนี้ไปในอากาศ ส่วนนี่ยัดเข้าปากตาแซ่เหลียงนั่นเสีย”

 

 

           “อย่างนี้ค่อยคุยกันได้หน่อย” หานหมิงซีรับมาพร้อมพยักหน้า

 

 

           องครักษ์ลับสามมองคนที่แต่งกายด้วยชุดทางหนานเจียงตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนโบกสะบัดอาวุธในมืออย่างไม่ไว้หน้า          

 

 

           “จั๋วจิ้ง กลั้นหายใจ!” จู่ๆ ก็มีเสียงหานหมิงซีดังขึ้น พร้อมกับเงาดำที่ทะยานขึ้นพุ่งเข้าหากลุ่มคนเหล่านั้น องครักษ์ลับสามกลั้นหายใจไว้ทันที ที่หนานเจียงไม่เหมือนกับแคว้นซีหลิง คนที่เข้าใจภาษาจงหยวนนั้นมีอยู่ไม่มากนัก ดังนั้นเมื่อหานหมิงซีลงมายืนอยู่ที่พื้นจึงมีคนล้มแล้วเป็นจำนวนมาก

 

 

องครักษ์ลับสามถือโอกาสหลบหนีออกจากวงล้อม กระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังคาฟากหนึ่งอย่างรวดเร็ว หานหมิงซีเข้าถึงตัวนายท่านเหลียงอย่างปลอดภัย เขานอนครวญครางเป็นอัมพาตอยู่กับพื้น หานหมิงซีง้างปากเขาออกแล้วยัดยาเม็ดนั้นเข้าปากไปทันที เขายิ้มเต็มใบหน้า แล้วเอามือตีเข้าที่หน้าเขา “ตาเฒ่าเอ๋ย เจ้าเสร็จล่ะ”

 

 

           เล่อเจียงอยู่ในเหตุการณ์ด้วยและเป็นคนหนานเจียงเพียงไม่กี่คนที่ไม่ได้ล้มลงไป เขากวาดตามองคนที่ลงไปกองอยู่กับพื้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก สีหน้าที่เหลือบมองนายท่านเหลียงที่มองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนอย่างขอความช่วยเหลือ ประหนึ่งสายตาที่ใช้มองคู่แค้นและหายนะ “เจ้าคนจงหยวนที่น่ารังเกียจ! เจ้าทำอันใดลงไป!”

 

 

หานหมิงซีในยามนี้อารมณ์ดีขึ้นมาก ความหงุดหงิดใจที่สั่งสมมาทั้งวันสลายหายไปกว่าครึ่ง เขายกนายท่านเหลียงขึ้นโยนทิ้งไปทางที่บัณฑิตขี้โรค แล้วจึงหันไปยิ้ม “ท่านหัวหน้าเผ่าหลัวอีปู้ ท่านยังมีหน้ามาถามอีกหรือว่าพวกเราทำอันใดลงไป หรือว่าท่านไม่เคยคิดเลยว่าตนเองได้ทำอันใดลงไปบ้าง”

 

 

เล่อเจียงส่งเสียงเหอะ พูดด้วยความดูแคลนว่า “เจ้าคิดว่าแค่พิษกระจอกพวกนี้จะจัดการของหลัวอีปู้ได้หรือ”

 

 

           หานหมิงซีผานมือออกพร้อมยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “พิษนี้มิใช่ของข้าเสียหน่อย จะจัดการได้หรือไม่เกี่ยวอันใดกับข้าด้วย เจ้าให้คนของเจ้าลุกขึ้นมาสิ”

 

 

           บัณฑิตขี้โรคลากนายท่านเหลียงที่ตัวอวบอ้วนออกมา ตอนนี้สีหน้าของนายท่านเหลียงเปลี่ยนเป็นสีดำประหนึ่งก้อนหมึก หายใจพะงาบๆ เต็มที เพียงดูก็รู้ว่าจะต้องถูกพิษที่ร้ายแรงเข้าอย่างแน่นอน เล่อเจียงชะงักไปทันที ถึงแม้เขาจะเชี่ยวชาญการใช้ยาพิษและควบคุมงู แต่ยามนี้เขากลับดูไม่ออกว่านายท่านเหลียงโดนยาพิษอันใดเข้าไป แต่อีตาพ่อค้าวาณิชที่น่ารังเกียจคนนี้ยังจะตายไม่ได้ “พวกเจ้าต้องการอันใด”

 

 

           บัณฑิตขี้โรคพูดขึ้นเรียบๆ ว่า “ปล่อยพวกเราไป แล้วอย่าให้ใครตามมา มิเช่นนั้น…ข้าจะฆ่าเขาทิ้ง!”

 

 

           เล่อเจียงนิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก่อนพยักหน้า “ได้ เพียงแต่…พวกเจ้าต้องเอาของที่หยิบไปจากวังใต้ดินมาคืนข้าเดียวนี้!” เขาชี้นิ้วไปทางเยี่ยหลีและองครักษ์ลับสามพร้อมส่งสายตาอำมหิตไปให้

 

 

เยี่ยหลีกะพริบตาปริบๆ พร้อมยิ้มอย่างใสซื่อ “มิใช่ของดีอันใดเสียหน่อย คุ้มกันหรือ คืนให้เจ้าก็ได้ ใครจะไปรู้ว่าที่เส้นที่เขียนไว้บิดๆ เบี้ยวๆ นั้น เขียนไว้เล่นสนุกอันใด”

 

 

เล่อเจียงจ้องหน้าเยี่ยหลีด้วยความสงสัย “อ่านไม่ออกแล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องขโมยมันไป”

 

 

เยี่ยหลียิ้ม “หากเป็นของที่สำคัญเช่นนั้นข้าแนะนำว่าอีกหน่อยท่านอย่าได้ตกแต่งให้มันหรูหราถึงเพียงนั้นเลย นั่นมิได้ทำเพื่อให้คนขโมยไปหรอกหรือ ของที่ข้าชื่นชอบเป็นที่สุดก็คือของเล่นที่หรูหราพวกนั้นนี่แหละ เอ้า ของเล่นที่ไร้ประโยชน์อันนี้ข้าคืนให้เจ้า” พูดจบ เยี่ยหลีก็หยิบของสิ่งหนึ่งมาโยนออกไป

 

 

เล่อเจียงรับมาไว้กับมือ เป็นกล่องไม้สีเข้มกล่องหนึ่ง บนฝากล่องสลักเป็นลวดลายบิดเบี้ยวไม่รู้ว่าเป็นตัวหนังสือหรือเป็นรูปภาพ มองออกว่าเดิมทีกล่องนี้น่าจะเคยประดับตกแต่งด้วยบางสิ่งบางอย่างมาก่อน แต่ตอนนี้ด้านบนดูเป็นหลุมเป็นบ่อไม่เรียบ ของที่เคยประดับตกแต่งอยู่ด้านบนดูจะถูกคนดึงออกไปแล้ว

 

 

           เล่อเจียงตรวจดูฟันเฟืองของกลอนบนกล่อง เมื่อไม่เห็นว่ามีร่องรอยของการถูกเปิดออก จึงนึกโล่งอกขึ้นมาก สีหน้าก็ดูดีขึ้นไม่น้อย เขาหันมองเยี่ยหลีที่พลิกของเล่นที่มีประกายสีทองอยู่ในมือด้วยสีหน้าอวดดีพร้อมยิ้มแล้วกล่าวว่า “แล้วยังมีของอย่างอื่นอีกที่ข้าหยิบมาจากบนโต๊ะ ข้าเชื่อว่าท่านหัวหน้าเผ่าเล่อเจียงคงไม่ใจแคบขนาดจะไม่ให้ข้าเก็บไว้เป็นที่ระลึกเลยสักอันกระมัง”

 

 

           เล่อเจียงส่งเสียงเหอะ “พวกเจ้าไปได้แล้ว” ยังมีของอันใดจากวังใต้ดินที่หายไปอีกบ้างเขาย่อมรู้ดี แต่ทั้งหมดล้วนมิใช่ของที่มีความสำคัญอันใด ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมานั่งสืบหาเอาความกับพวกเขาแล้ว

 

 

บัณฑิตขี้โรคที่แบกนายท่านเหลียงเดินรั้งท้ายมา หันไปเอ่ยเตือนเขาว่า “อย่าได้เล่นลูกไม้เชียว ข้ารับประกันว่าจะทำให้เขาตายจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูกเลยทีเดียว”

 

 

           เยี่ยหลีและองครักษ์ลับสามเตรียมม้าไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อออกจากค่ายมาได้พวกเขาก็รีบขึ้นม้าบังคับให้ออกวิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือโดยทันที

 

 

จนฟ้าเกือบสว่างพวกเขาจึงได้เห็นถนนสายหลัก แล้วทั้งหมดก็ต่างถอนหายใจออกมา

 

 

หานหมิงซีหัวเราะ “วานนี้ช่างเป็นวันที่มีสีสันยิ่งนัก โชคดีจริงๆ ที่มีจวินเหวย พวกเราพักกันที่นี่เสียหน่อยเถิด เมืองถัดไปอยู่ห่างจากที่นี่เพียงสิบลี้เท่านั้น พวกเราพักกันที่นั่นสักวันก็ยังได้ หากสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่น อย่างมากไม่เกินเจ็ดแปดวัน พวกเราก็จะถึงเมืองหลวงของแคว้นหนานจ้าวแล้ว”

 

 

           บัณฑิตขี้โรคเอ่ยคัดค้านขึ้นว่า “พวกเราจะเดินทางอ้อมเมืองตรงเข้าเมืองหลวงของหนานจ้าว”

 

 

           “ท่านไม่เหนื่อยแต่พวกข้าเหนื่อยแล้วนี่” หานหมิงซีพูดด้วยความไม่พอใจ

 

 

           บัณฑิตขี้โรคพูดด้วยสายตาเย็นเยียบ “พวกเราพาเขาไปด้วยเจ้าคิดว่าเราจะเข้าพักในโรงเตี๊ยมได้หรือ อีกอย่าง เจ้าคิดว่าเล่อเจียงจะไม่ส่งคนมาตามพวกเราจริงๆ หรือ”

 

 

           หานหมิงซีย่นจมูก “ใครเป็นพวกเรากับเจ้ากัน คนที่เจ้าต้องการหาตัวก็พบแล้ว เจ้าไปถามเขาเองแล้วกันว่าของอยู่ที่ใด พวกเราแยกทางกันเดินทางใครทางมันก็แล้วกัน เมื่อวานพวกเรายังถูกเจ้าทำร้ายไม่พอหรือ จวินเหวย จริงหรือไม่”

 

 

เยี่ยหลียิ้มน้อยๆ เล่นเครื่องประดับฝังอัญมณีอย่างประณีตงดงามในมือ “ก็ไม่เท่าไร เพียงแต่…หากพวกเราแยกกันเดินทางแล้ว ท่านหัวหน้าหน่วยสามจะให้ค่าตอบแทนที่รับปากกับข้าไว้หรือไม่” บัณฑิตขี้โรคตาเป็นประกายขึ้นทันที “ดังนั้นดีที่สุดก็คือไปทางเดียวกันมิใช่หรือ เช่นนั้นคุณชายฉู่จะได้วางใจ”

 

 

เยี่ยหลียิ้ม “ถึงอย่างไรก็ผ่านเรื่องราวมาด้วยกันตั้งมากมายเช่นนี้แล้ว จะมีอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร ห่างยอมทิ้งเสียกลางทางไม่เท่ากับว่าที่ค่าทำไปเมื่อวานเป็นการเสียแรงเปล่าหรือ”

 

 

           เมื่อเห็นเยี่ยหลีพูดเช่นนี้ หานหมิงซีจึงได้แต่พยักหน้า “หวังว่าข้าคงไม่ถูกเจ้าเล่นงานจนตายไปเสียก่อน”

 

 

           เยี่ยหลียิ้ม “อันที่จริงพี่หานจะกลับเข้าจงหยวนก่อนก็ย่อมได้ เพราะถึงอย่างไรพี่หานก็มิได้สนใจของที่ท่านหัวหน้าหน่วยสามต้องการหาอยู่แล้วมิใช่หรือ”

 

 

หานหมิงซีหันหน้ามาเอ่ยปฏิเสธทันที “ข้ารู้สึกว่าตามจวินเหวยมาด้วยนั้นสนุกนัก จวินเหวยไปที่ใดข้าก็จะไปด้วย ไปด้วยกันก็ไปด้วยกัน! ข้าเคยกลัวผู้ใดเสียที่ไหน”

 

 

           ทั้งสี่ตัดสินใจที่จะพักเรื่องทะเลาะกันไว้ชั่วคราวแล้วหยุดพัก บัณฑิตขี้โรคนำตัวนายท่านเหลียงไปทรมานเค้นความลับอีกด้านด้วยท่าทางเหมือนอดใจรอไม่ไหวอีกแล้ว หานหมิงซีเองก็มีความเจ็บแค้นอยู่กับนายท่านเหลียงจึงตามไปยืนดูด้วยอีกคน เยี่ยหลีแสดงท่าทีไม่สนใจ องครักษ์ลับสามถึงจะดูสนใจอยู่บ้างแต่เขาไม่มีทางแสดงท่าทีเช่นนั้นให้คนนอกได้เห็นเป็นอันขาด เขารั้งอยู่ข้างกายเยี่ยหลีคอยสอดส่องรักษาความปลอดภัย

 

 

เยี่ยหลีเดินไปนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ เหลือบมองหานหมิงซีและบัณฑิตขี้โรคที่อยู่ห่างไปไม่ไกล แล้วจึงได้หยิบของชิ้นเล็กชิ้นน้อยออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นมีกระดาษอยู่สองแผ่น เยี่ยหลีหยิบดินสอถ่านปลายแหลมแท่งหนึ่งจากห่อผ้า ขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ ลงบนกระดาษ

 

 

           องครักษ์ลับสามยืนอารักขาอยู่ด้านข้าง มองลายเส้นบิดๆ เบี้ยวๆ บนกระดาษด้วยสีหน้าสงสัย “คุณชายมิได้บอกว่าท่านไม่เข้าใจตัวหนังสือพวกนี้หรือขอรับ คุณชายหลอกพวกมันหรือ”

 

 

           เยี่ยหลีส่ายหน้า “ข้าไม่ค่อยเข้าใจ แต่มีคนอื่นเข้าใจนี่ เพียงแต่ของที่ไม่เข้าใจนั้นจะจดออกมาก็ลำบากหน่อย อันที่จริงควรจะจดมาตั้งแต่เมื่อวาน เพียงแต่กลัวว่าหากถูกจับได้จะยิ่งวุ่นวายกันไปใหญ่ นี่…น่าจะจดมาไม่ผิดนะ” พูดจบ เยี่ยหลีก็ก้มหน้าลงเขียนเส้นโค้งไปมาลงบนกระดาษต่อ พร้อมพูดกับองครักษ์ลับสามว่า “อันที่จริงข้าก็มิค่อยรู้ว่าพวกนี้มันเป็นของเล่นอันใดบ้าง เพียงแต่กล่องนั้นข้ารู้จัก ของเล่นประดับตกแต่งที่ข้างัดออกมาจากล่องนั้นดูเหมือนจะเป็นตราประทับของธิดาเทพแห่งหนานเจียง ดังนั้นของเล่นชิ้นนี้น่าจะมีความสำคัญมาก” อันที่จริงนางเห็นบางอย่างที่น่าสนใจเสียยิ่งกว่า เพียงแต่ของสิ่งนั้นนางอ่านเข้าใจจึงง่ายแก่การจดจำให้ขึ้นใจมากกว่า นางอ่านไปเพียงหนึ่งรอบแล้วจึงโยนกลับไปเก็บไว้ที่เดิม ยามนี้ย่อมไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนเขียนมันออกมา

 

 

           องครักษ์ลับสามพยักหน้า ในใจรู้สึกเสียใจแทนหัวหน้าเผ่าหลัวอีปู้ผู้นั้นที่คิดว่าสมบัติล้ำค่าของตนไม่ได้รับความเสียหาย เขาไม่มีทางรู้ว่า ตอนที่คุณชายรอให้ฟ้ามืดอยู่ที่ปากถ้ำของหุบเขาอสรพิษนั้น คุณชายได้นำของข้างในออกมาศึกษาอยู่กว่าครึ่งชั่วยามแล้วจึงได้วางกลับลงกล่องไป ส่วนตัวเขานั้นรู้สึกเลื่อมใสในความสามารถด้านการสะเดาะกลอนของนายตนอย่างมาก ในใจนึกวางแผนว่าตนจะขอให้คุณชายช่วยสอนเรื่องนี้แก่ตนเมื่อไรดี

 

 

           ผ่านไปครู่ใหญ่ เยี่ยหลีก็เขียนอะไรออกมาเต็มกระดาษ ทบทวนความทรงจำของตนเองด้วยความพอใจอยู่สองรอบจึงได้ยื่นส่งให้องครักษ์ลับสาม “รีบให้คนส่งของชิ้นนี้กลับบ้าน ให้เขาช่วยดูว่าของเล่นชิ้นนี้คืออันใด”

 

 

           องครักษ์ลับสามพยักหน้า มองเยี่ยหลีด้วยสีหน้าครุ่นคิด เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็หยุดไว้

 

 

“มีอันใดก็พูดออกมาตรงๆ เถิด”

 

 

องครักษ์ลับสามมองแผ่นกระดาษในมือแล้วจึงพูดขึ้นเสียงเบาว่า “พวกเราเดินทางกันมาก็นานพอสมควรแล้ว ในเมื่อคุณชายอยากส่งจดหมายกลับบ้าน ท่านจะเขียนจดหมายถึงคนที่บ้านบ้างหรือไม่ จะได้ให้คนที่บ้านรู้ด้วยว่าคุณชายสบายดี”

 

 

           จดหมายถึงคนที่บ้านหรือ เยี่ยหลีอึ้งไป ตั้งแต่ออกเดินทางมา ด้วยเพราะไม่อยากให้ใครรู้ถึงเส้นทางการเดินทางของตนจึงมิได้ส่งข่าวอันใดกลับไปให้ม่อซิวเหยาเลย แม้แต่องครักษ์ลับที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ก็มิได้ติดต่อไปหาพวกเขาด้วย นึกถึงคำพูดที่ม่อซิวเหยาพูดทิ้งท้ายกับตนไว้แล้ว เยี่ยหลีก็อดรู้สึกผิดในใจไม่ได้ นางมองกระดาษที่ยังเหลืออยู่ในมือ ในเมื่อยังมีกระดาษเหลืออยู่ ก็เขียนจดหมายอีกสักฉบับแล้วกัน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 81-3 ปลอดภัยจากอันตราย ช่วยคน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved