cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 77-1 ชายขอบหนานเจียง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 77-1 ชายขอบหนานเจียง
Prev
Next

     หนานเจียงเป็นดินแดนของชนต่างเผ่ามาตั้งแต่สมัยโบราณ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ล้วนแตกต่างจากจงหยวนอยู่มาก ภายในเขตแดนนั้นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตและพืชพันธุ์ที่มีพิษ รวมถึงนกและสัตว์ป่าที่ดุร้าย ชาวบ้านทุกคนล้วนเก่งกาจด้านการต่อสู้และมีความโหดเ**้ยม คนจงหยวนโดยมากต่างนึกกลัวผู้คนในดินแดนนี้

 

 

เมื่อหนึ่งพันปีก่อนหน้านี้ ดินแดนจงหยวนกับพื้นที่หนานเจียงเคยเป็นส่วนเดียวกันมาก่อน เดิมมีชื่อว่า ขุยโจว แต่ช่วงปลายราชวงศ์ก่อน ท่านอ๋องแห่งหนานจ้าวประกาศสถาปนาตั้งดินแดนของตนขึ้นเป็นแคว้นหนานจ้าว ต่อมาภายหลัง องค์ปฐมฮ่องเต้สถาปนาแคว้นต้าฉู่ ระหว่างนั้นต้องคอยสู้รบกับดินแดนทั้งทางเหนือและทางใต้ กว่าองค์ปฐมฮ่องเต้จะจัดการดินแดนเหล่านั้นจนเริ่มสงบ แคว้นหนานจ้าวก็สถาปนาแคว้นขึ้นมาได้กว่าร้อยปีแล้ว ซึ่งสถานการณ์ภายในมั่นคงและอยู่ตัว ส่วนดินแดนจงหยวน หลังจากผ่านการกรำศึกมาหลายสิบปีจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการพักฟื้นแคว้น พื้นที่หนานเจียงจึงไม่รวมอยู่ในแผนที่ของต้าฉู่นับแต่นั้นมา

 

 

           ด่านซุ่ยเสวี่ยตั้งอยู่ระหว่างหนานเจียงกับเมืองหย่งโจวของต้าฉู่ ถึงแม้ทั้งสองแคว้นจะเดี๋ยวรบเดี๋ยวสงบ แต่ชาวบ้านบริเวณชายขอบแคว้นนั้นยังคงไปมาหาสู่ทำการค้ากันอยู่ไม่ขาด ในเมืองเล็กๆ อย่างหย่งหลินที่อยู่ห่างจากด่านซุ่ยเสวี่ยไปสามสิบลี้นั้น มักพบคนจากหนานเจียงที่การแต่งตัวไม่เหมือนคนทั่วไปเข้าออกอยู่เป็นประจำ

 

 

เมืองหย่งหลินมิใช่เมืองใหญ่ ซ้ำตั้งอยู่ใกล้ชายแดน และอยู่ห่างจากเมืองหย่งโจวที่เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของเขตหย่งโจวเพียงสองร้อยลี้ ทำให้เมืองนี้ดูไม่เจริญรุ่งเรืองมากนัก นอกจากผู้คนที่มากหน้าหลายตาและการแต่งเนื้อแต่งตัวที่หลากหลายแล้ว เมืองนี้ก็เป็นเช่นเมืองเล็กๆ อื่นๆ ทั่วไป

 

 

 เยี่ยหลียืนอยู่บนถนนที่ไม่กว้างนัก มองใบหน้าที่เยือกเย็นของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแล้วก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ ในยุคสมัยเช่นนี้ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ใกล้ชายแดนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขเช่นนี้ช่างหาได้ยากนัก หรือควรจะพูดว่า ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตของผู้คนนั้น ช่างเกินความนึกคิดของผู้คนไปมากนักดี

 

 

           องครักษ์ลับสามยืนกอดดาบอยู่ข้างๆ เยี่ยหลี มองเจ้านายของตนที่เอาแต่ยืนยิ้มแปลกๆ อยู่หน้าโรงเตี๊ยม “คุณชาย ในเมืองหย่งหลินนี้ดูจะมีโรงเตี๊ยมอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ที่นี่ดูจะดีที่สุดแล้วขอรับ”

 

 

           เยี่ยหลีปรายตามองเขา ก่อนส่ายหน้ายิ้มๆ “เข้าไปกันเถิด ข้าไม่ได้นึกรังเกียจว่าโรงเตี๊ยมนี้ไม่ดีหรอก” พูดจบก็เดินนำเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่ดูธรรมดาและออกจากซอมซ่อนั้น องครักษ์ลับสามเลิกคิ้วเข้มของตนขึ้น เขาเองก็คิดว่าพระชายาไม่น่านึกรังเกียจสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีเช่นนี้ เพราะตลอดทางที่เดินทางนี้มีบางครั้งที่พวกตนเดินทางเข้าเมืองไม่ทัน จนต้องนอนกลางป่ากลางเขากันมาแล้ว อีกทั้ง ยามยังอยู่ในเมืองหลวง ช่วงที่ฝึกซ้อมอยู่ตีนเขาของยอดเขาเฮยอวิ๋นนั้น มีบางแห่งที่องครักษ์อย่างพวกตนยังไม่นึกอยากย่างกรายเข้าไป แต่พระชายากลับเดินเข้าไปอย่างหน้าตาเฉย

 

 

           ภายในโรงเตี๊ยม หากเทียบกับโรงเตี๊ยมในเมืองหลวงของต้าฉู่หรือในเมืองกว่างหลิงที่ตกแต่งอย่างสวยงามและหรูหราแล้ว โรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งนี้เทียบกับโรงเตี๊ยมชั้นสามไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ที่นี่ก็เป็นโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองหย่งหลินแล้วจริงๆ

 

 

ในโถงใหญ่มีโต๊ะวางอยู่เพียงเจ็ดแปดตัว และในตอนนั้นมีคนนั่งอยู่เพียงสามโต๊ะ หลงจู๊อายุมากคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าคิดบัญชีอยู่หลังโต๊ะสูง ถึงแม้เยี่ยหลีจะอยู่ในชุดที่ดูธรรมดาๆ แต่ด้วยอายุ รูปลักษณ์และท่วงท่าของนาง บวกกับด้านหลังนางยังมีองครักษ์ลับสามที่ท่าทางดูขึงขังผึ่งผายทั้งยังกอดของรูปทรงคล้ายดาบยาวไว้กับตัว ทำให้เพียงก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยมก็ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมามองได้ทันที ด้วย ณ ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสำหรับทั้งการท่องเที่ยวและการค้า ดังนั้นสีหน้าของทุกคนในโรงเตี๊ยมจึงดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าที่ควร 

 

 

เยี่ยหลีเดินไปหน้าโต๊ะสูงก่อนเคาะลงเบาๆ สองที หลงจู๊ผู้เฒ่าสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองพวกเยี่ยหลีทั้งสองคนอยู่เป็นนาน ก่อนถามขึ้นว่า “คุณชายน้อยต้องการห้องพักหรือขอรับ”

 

 

           เยี่ยหลีแย้มยิ้ม “หากไม่ต้องการที่พักแล้วจะให้พวกข้ามานั่งดื่มชาหรือ”

 

 

           หลงจู๊ผู้เฒ่าหัวเราะตาม ก่อนเอ่ยถามว่า “คุณชายแซ่อะไร ต้องการห้องพักกี่ห้องขอรับ”

 

 

           “ฉู่ ห้องพักอย่างดีสองห้อง”

 

 

           หลงจู๊ผู้เฒ่าเรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้มาพาทั้งสองขึ้นไปยังห้องพักด้านบน เมื่อไล่เสี่ยวเอ้อร์ไปแล้ว องครักษ์ลับสามจัดการสำรวจห้องพักอย่างคล่องแคล่ว ห้องพักในโรงเตี๊ยมเล็กๆ เช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นห้องพักชั้นดี แต่ก็มิได้กว้างขวางสวยงามสักเท่าไร มีเพียงเตียงหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งตู้ และบานพับบังตาที่กั้นระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้ด้านนอกเท่านั้น

 

 

องครักษ์ลับสามยืนอยู่ข้างประตู มองดูเยี่ยหลีจัดการวางข้าวของของตนเองออกด้วยความว่องไว ก่อนขมวดคิ้วถามขึ้นว่า “คุณชาย พวกเราจะไปหนานเจียงกันเมื่อใดหรือขอรับ”

 

 

เยี่ยหลีจัดการสัมภาระของตนเรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินออกมาจากหลังบานพับพร้อมชี้ไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งให้องครักษ์ลับสามนั่งลง “เรื่องเช่นนี้จะรีบร้อนไม่ได้ ข้าคิดว่า…เราจำเป็นต้องมีผู้นำทาง”

 

 

           การเข้าไปยังหนานเจียงเป็นครั้งแรกนั้น หากหลับหูหลับตาเข้าไปโดยทำการบ้านมาไม่ดีพอนั้นคงถือเป็นการเอาชีวิตไปทิ้ง และเยี่ยหลีก็มิใช่คนที่ชอบเสี่ยงหากไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ

 

 

           “ผู้นำทางหรือขอรับ” องครักษ์ลับสามถามด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

           เยี่ยหลียิ้ม “สำหรับพวกเราที่เป็นคนจงหยวนแล้ว หนานเจียงนั้นลึกลับเกินไป พวกเราไม่คุ้นเคยกับทั้งผู้คนและพื้นที่ คงเดินทางไม่ง่ายนัก การหาใครสักคนที่เป็นคนท้องถิ่นของหนานเจียง หรือคนต้าฉู่ที่คุ้นเคยกับหนานเจียงเป็นอย่างดีสักคนให้คอยช่วยนำทาง ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนัก”

 

 

           องครักษ์ลับสามขมวดคิ้ว “แต่ว่า…หากพาคนอื่นไปด้วยอาจกลายเป็นตัวถ่วงพวกเราได้นะขอรับ”

 

 

           เยี่ยหลีเคาะพัดในมือลงกับโต๊ะเรื่อยๆ “ดังนั้นพวกเราจึงต้องรอก่อน ข้าให้คนไปหาคนนำทางมาให้แล้ว น่าเสียดายที่คนผู้นั้นดูจะมาช้าถึงกว่าพวกเราสองวัน” เมื่อเห็นสายตาสงสัยขององครักษ์ลับสาม เยี่ยหลีจึงเพียงหัวเราะออกมาแต่มิได้พูดอันใด ก่อนทำท่าบอกให้องครักษ์ลับสามกลับห้องไปพักได้

 

 

องครักษ์ลับสามรู้จักนิสัยเจ้านายของตนเป็นอย่างดี หากนางไม่คิดที่จะบอกเป็นตายอย่างไรก็อย่าหวังจะได้คำตอบออกจากปากนาง จึงทำได้เพียงเดินหน้ามู่ทู่กลับห้องพักของตนไป

 

 

           เยี่ยหลีอมยิ้มมององครักษ์ลับสามเดินออกไป ก่อนหยิบม้วนกระดาษที่เทียนอี้เก๋อส่งมาให้ออกจากสัมภาระมาอ่านต่อ เมื่อได้สิ่งตอบแทนที่ดีไป การทำงานของหานหมิงซีก็ไว้ใจได้เป็นอย่างมาก ตลอดการเดินทางลงใต้นี้ ทุกๆ สามถึงสี่วัน นางจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับหนานเจียงปึกใหญ่ที่เทียนอี้เก๋อส่งมา เมื่อเยี่ยหลีได้รับข้อมูลมา สิ่งแรกที่ทำคือนางจะอ่านข้อมูลเหล่านั้นจนจบและจำไว้ในหัว จากนั้นก็รีบเผาทำลายมันทันทีจนกลายเป็นความเคยชิน

 

 

ข้อมูลในมือนางตอนนี้น่าจะเป็นข้อมูลส่วนสุดท้ายก่อนที่นางจะเข้าไปยังหนานเจียง ตลอดการเดินทางนี้ สภาพภูมิประเทศและสถานการณ์ภายในของหนานเจียงค่อยๆ ซึมเข้าไปในหัวของนาง แต่จะเป็นจริงอยู่สักกี่ส่วนนั้น คงต้องรอให้เข้าไปในหนานเจียงก่อนถึงจะรู้สภาพที่แท้จริงได้

 

 

หลังจากอ่านข้อความบนม้วนกระดาษหนาๆ นั้นจบอย่างรวดเร็วแล้ว เยี่ยหลีก็เผาม้วนกระดาษที่เขียนตัวหนังสือไว้เต็มไปหมดทิ้งจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน

 

 

           เช้าตรู่ เยี่ยหลีตื่นแต่เช้าและลงมาข้างล่างตามปกติ ที่ห้องโถงด้านล่างมีคนนั่งอยู่แล้วสองโต๊ะ หนึ่งในนั้นคือองครักษ์ลับสามที่นั่งอยู่โต๊ะติดกับกำแพง เมื่อองครักษ์ลับสามเห็นเยี่ยหลีเดินลงมาก็รีบลุกยืนขึ้น “คุณชาย”

 

 

           เยี่ยหลีพยักหน้ายิ้มๆ “ตื่นแต่เช้าเพียงนี้เชียวหรือ”

 

 

           องครักษ์ลับสามนิ่งไม่ได้ตอบอันใด ตามปกติพวกเขามีกันหลายคนย่อมไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าเช่นนี้ แต่ตอนนี้มีเขาติดตามมาเพียงคนเดียว ถึงแม้จะรู้ดีว่าคุณชายมิใช่ที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ แต่ก็อดที่จะเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี

 

 

เหตุใดเยี่ยหลีจึงจะมิรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จึงได้แต่ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องตื่นตัวถึงเพียงนี้หรอก หากเจ้าทำเช่นนี้ไปตลอด เกรงว่าเจ้าคงเหนื่อยตายเสียก่อนตั้งแต่เรายังไม่ทันเข้าถึงหนานเจียง ที่ให้เจ้าติดตามข้ามานี้เจ้ารู้สึกกดดันมากหรือ”

 

 

           องครักษ์ลับสามส่ายหน้า “มิได้ขอรับ ข้าน้อยขอบคุณที่คุณชายไว้ใจ” เพียงแต่เขากับเพื่อนอีกสามสี่คนโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ เขาอายุน้อยกว่าองครักษ์ลับสี่เพียงเล็กน้อย แต่กลับไม่สุขุมเยือกเย็นเท่า ดังนั้นปกติแล้วเขาจึงคุ้นเคยกับการเชื่อฟังความคิดเห็นขององครักษ์หนึ่งและสอง มาตอนนี้เหลือเขาอยู่เพียงคนเดียวจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่คุ้นชิน

 

 

เยี่ยหลีอมยิ้มพร้อมพยักหน้า ก่อนนั่งลงเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาสั่งอาหารเช้า

 

 

           “คุณชายทั้งสอง พวกท่านก็คิดที่จะไปหนานเจียงเช่นกันหรือ” เยี่ยหลีกำลังบอกให้องครักษ์ลับสามกินอาหารเช้า ก็มีชายคนหนึ่งจากโต๊ะตรงข้ามลุกเดินเข้ามาถาม

 

 

           เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยหลีก็วางตะเกียบในมือลงก่อนเงยหน้าขึ้นมองชายที่เดินเข้า เขาร่างกายสูงใหญ่กำยำ หน้าตาธรรมดาๆ ถึงแม้จะพยายามแสดงความเป็นมิตรออกมาอย่างเต็มที่ แต่ก็ยากที่จะปิดบังแววชั่วร้ายในใบหน้าของเขาไว้

 

 

องครักษ์ลับสามยื่นมือไปกุมดาบบนโต๊ะ เยี่ยหลียกมือขึ้นกดตัวดาบไว้ ก่อนตบลงบนตัวดาบเบาๆ องครักษ์ลับสามขมวดคิ้วเหลือบมองชายผู้นั้นทีหนึ่ง ก่อนชักมือกลับแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อไป

 

 

           ปฏิกิริยาของทั้งสองนั้นชายที่เดินเข้ามาเห็นทั้งหมดอย่างชัดเจน แต่มิได้สนใจอันใด เพียงยิ้มแล้วพูดต่อว่า “น้องชายผู้นี้ไม่ต้องตื่นตกใจไป พวกเราสามสี่คนเองก็จะไปหนานเจียงเช่นกันจึงอยากถามคุณชายว่าต้องการร่วมเดินทางไปด้วยกันหรือไม่” ชายผู้นั้นยิ้มพร้อมชี้นิ้วไปยังโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่มีคนนั่งอยู่สามคน

 

 

เยี่ยหลีเหลือบตามองตามไป เห็นชายชราลักษณะเหมือนพ่อค้าอายุประมาณห้าหกสิบปี อยู่ในชุดหรูหราราคาแพง ทั้งยังมีแหวนหยกอยู่บนนิ้ว ในมือยังถือลูกคิดทองไว้อีกด้วย ขาดก็แค่เพียงมิได้เขียนบอกว่าข้ามีเงินมากรีบมาปล้นข้าสิเท่านั้น ข้างๆ มีชายวัยกลางคนท่าทางเหมือนพ่อบ้าน กับหนุ่มบัณฑิตท่าทางขี้โรคอีกหนึ่งคน การมาด้วยกันเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นที่สะดุดตามากจริงๆ

 

 

คราแรกเยี่ยหลียังนึกกังวลว่าตนเองกับองครักษ์ลับสามจะเป็นที่สะดุดตาเกินไปหรือไม่ แต่เมื่อเห็นกลุ่มคนสามสี่คนนี้จึงได้พบว่าตนเองดูด้อยไปเลยทีเดียว จะว่าไปก็จริงอยู่ คนที่กล้าเข้ามาในเขตหนานเจียงนั้น คงมีเพียงไม่กี่คนที่เป็นพวกไม่เอาไหน

 

 

           เยี่ยหลีเหลือบมององครักษ์ลับสาม ก่อนยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “เกรงว่าพวกเราจะทำให้พวกท่านลำบากเปล่าๆ”

 

 

           ชายผู้นั้นยิ้ม “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าดูว่าน้องชาผู้นี้ท่าทางจะฝีมือไม่เลว หนานเจียงนั้นข้าเคยไปมาแล้วหลายครั้ง เป็นเส้นทางที่อันตรายน่าดู พวกเราไปกันหลายคนหน่อย จะได้มีคนคอยช่วยดูแลกันมิใช่หรือ” ชายผู้นั้นหันมององครักษ์สาม ก่อนหันกลับไปมองเยี่ยหลีอีกครั้ง เขารู้ดีว่าคนที่ตัดสินใจได้คือเยี่ยหลี แต่เขากลับมองไม่ออกว่าหนุ่มน้อยตรงหน้านี้เป็นผู้ใดมาจากที่ใด ได้แต่นึกคาดเดาในใจว่าเขาคงเป็นคุณชายน้อยที่ไม่รู้เดียงสาของตระกูลใดสักตระกูลที่พาองครักษ์ออกมาเที่ยวเล่น

 

 

           “พวกเราวางแผนว่าจะไปยังเมืองหลวงของแคว้นหนานจ้าว เส้นทางคงไม่มีความอันตรายอันใด ไม่รู้ว่าพวกท่านเป็นใครกันหรือ” เยี่ยหลีเอ่ยถามพร้อมยิ้มตาหยีอย่างใสซื่อบริสุทธิ์

 

 

           ชายผู้นั้นตอบเสียงดังฟังชัดว่า “พวกเราก็จะไปเมืองหลวงแคว้นหนานจ้าวเช่นเดียวกัน เดิมทีเส้นทางไปยังเมืองหลวงแคว้นนานจ้าวนั้นก็สงบเรียบร้อยดีหรอก แต่ตั้งแต่ปีก่อนเป็นต้นมา สถานการณ์ก็เริ่มไม่น่าไว้ใจ นายท่านของพวกข้าจะไปทำการค้าเรื่องสมุนไพรยาที่หนานจ้าว หากคุณชายไม่รังเกียจ ไปพร้อมกันเลยดีหรือไม่” นายท่านพ่อค้าวาณิชที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามปรายตามองเยี่ยหลีด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ส่วนชายหนุ่มที่หน้าตาขี้โรคนั้นหันมายิ้มพร้อมผงกหัวให้ทั้งสอง

 

 

           เยี่ยหลีก้มหน้าพร้อมยิ้มเล็กน้อย ก่อนบอกปฏิเสธอ้อมๆ ว่า “ข้าเคยแต่ได้ยินว่าแคว้นหนานจ้าวนั้นมีทัศนียภาพที่งดงามเป็นพิเศษคิดอยากเดินทางไปท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย จึงได้หาผู้นำทางไว้ก่อนแล้ว เพียงแต่เขามาถึงช้าไปสองวันจึงไม่อยากทำให้พวกท่านเสียเวลาเดินทาง”

 

 

เมื่อเห็นเยี่ยหลีปฏิเสธเช่นนี้ ชายผู้นั้นก็ไม่ได้ฝืนต่อ เพียงยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าไม่รบกวนคุณชายแล้ว หากมีโอกาสพวกเราคงได้พบกันอีกครั้งที่เมืองหลวงแคว้นหนานจ้าว”

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้าเล็กน้อย พร้อมมองส่งชายผู้นั้นเดินกลับไปยังโต๊ะฝั่งตรงข้าม แล้วจึงได้ยินเสียงบ่นงึมงำของพ่อค้าวาณิชผู้เป็นนายลอยดังมาว่าชายผู้นั้นยุ่งไม่เข้าเรื่อง พร้อมส่งสายตาดูแคลนมายังพวกตนทั้งสองคน เยี่ยหลียิ้มน้อยๆ แล้วก้มหน้ากินอาหารเช้าต่อโดยมิได้สนใจ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 77-1 ชายขอบหนานเจียง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved