cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 74-3 รอดพ้นจากอันตราย คุณชายจวินเหวย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 74-3 รอดพ้นจากอันตราย คุณชายจวินเหวย
Prev
Next

วันต่อมาเมื่อขึ้นไปถวายรายงานในตอนเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ตรวจการสวีได้พาฮูหยินและลูกๆ หลานๆ ออกนอกเมืองเพื่อไปจุดธุปไหว้พระที่วัดจิ้งหลิง ซึ่งเวลานี้ไม่เป็นที่สนใจของผู้คนสักเท่าไรนัก เพราะถึงอย่างไร เรื่องที่หลานสาวคนนี้เป็นที่รักของตระกูลสวีนั้น ผู้คนในเมืองต่างก็รู้กันดีแก่ใจและเคยเห็นกับตามาแล้ว ตั้งแต่เรื่องที่ผู้ตรวจการสวีช่วยออกหน้าแทนหลานสาวจนยอมขัดแย้งกับจวนเจ้ากรมและหลีอ๋องอย่างไม่ลังเล ต่อมาในงานแต่งงานชายาติ้งอ๋อง คุณชายตระกูลสวีทุกคนต่างร่วมขบวนส่งตัวเจ้าสาวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มาตอนนี้ชายาติ้งอ๋องหายตัวไปท่ามกลางกองเพลิง เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ยังไม่รู้ การที่ตระกูลสวีเดินทางไปจุดธูปไหว้พระขอพรให้ชายาติ้งอ๋องที่วัดจึงดูเป็นเรื่องปกติ แต่คนที่ควรจะสนใจอย่างฮ่องเต้หรือหลีอ๋องนั้น หลายวันนี้ก็ปวดหัวจนแทบจะระเบิดด้วยเพราะคลื่นในราชสำนักที่เกิดจากการที่ชายาติ้งอ๋องหายตัวไป จึงย่อมไม่มีเวลามาสนใจว่าขุนนางของตน เมื่อเสร็จจากการถวายรายงานแล้วจะกลับจวนไปพักหรือจะไปจุดธูปที่วัด 

 

 

           ฉินเจิงที่เป็นเพื่อนสนิทของเยี่ยหลี และกำลังจะเป็นฮูหยินเล็กรองของตระกูลสวีในอนาคต นางจึงได้ติดตามสวีฮูหยินไปด้วย นางเป็นห่วงเพื่อนรักที่หายตัวไปของนางด้วยใจจริง เมื่อเข้าไปในวัดจิ้งหลิง นางได้เข้าไปไหว้พระพุทธรูปทั้งองค์เล็กและองค์ใหญ่ภายในวัดเป็นเพื่อนสวีฮูหยิน สวีฮูหยินเมื่อเห็นลูกสะใภ้ในอนาคตที่เรียบร้อยน่ารักก็ยิ่งรู้สึกพอใจเข้าไปใหญ่ เมื่อไหว้พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว สวีฮูหยินจึงไปนั่งพักอยู่ที่ห้องด้านข้าง ฉินเจิงโบกมือให้สาวใช้ของตนออกไป ก่อนจะนั่งสวดมนต์อยู่ภายในอุโบสถเงียบๆ คนเดียว แต่นางกลับได้ยินเสียงใสดังขึ้นที่ข้างหู จนนางถึงกับสะดุ้ง “คุณหนูฉิน” 

 

 

           ฉินเจิงนึกสะดุ้งในใจ เมื่อหันไปมองก็เห็นมีเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอยู่ในชุดสีขาวนวลมายืนอยู่ข้างกายนางตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ฉินเจิงขมวดคิ้ว เพียงรู้สึกว่าชายหนุ่มที่ยืนยิ้มน้อยๆ ให้นางตรงหน้านี้ มองดูคุ้นตาแปลกๆ แต่นางก็มั่นใจว่าตนไม่เคยรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้มาก่อน “ไม่ทราบว่าคุณชายเป็นใครหรือ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ฉินเจิงลุกยืนขึ้น จ้องเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนค่อยๆ ก้าวถอยไปอีกฝั่งหนึ่งทีละน้อย เยี่ยหลีมองเห็นท่าทางของนางทั้งหมด นึกยิ้มในใจแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ก่อนสะบัดเสื้อคุกเข่าลงบนฐานรองเข่าหน้าพระพุทธรูป เลียนแบบท่าทางสวดมนต์ของฉินเจิง แล้วจึงหันหน้าไปยิ้มให้กับฉินเจิงที่กำลังมองนางอยู่ “มาที่นี่ก็ย่อมมาเพื่อขอพรสิ คุณหนูฉิน ไม่ต้องตื่นเต้นไป ข้าน้อยกับคุณชายรองสวีนั้นเคยรู้จักกันมานาน รบกวนท่านช่วยบอกคุณชายรองสวีที ข้าน้อยแซ่ฉู่ นามฉู่จวินเหวย” ฉินเจิงอึ้งไปเล็กน้อย ดูจะพอเข้าใจอะไรขึ้นมา จึงพยักหน้าให้เยี่ยหลีอย่างเป็นธรรมชาติ “ข้ารู้แล้ว ข้าจะไปบอกคุณชายให้เอง” 

 

 

           “เช่นนั้น ขอบคุณคุณหนูฉินมาก” เยี่ยหลียิ้มน้อยๆ 

 

 

           เยี่ยหลีนั่งพักอยู่ในห้องทางด้านหลังอุโบสถ ที่นี่คือวัดจิ้งหลิง เป็นวัดที่มีคนไปใครมาน้อย ด้วยเพราะตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่มากนัก นอกจากนักบวชที่คอยออกมาปัดกวาดแล้ว ปกติจึงน้อยนักที่จะมีใครมาที่นี่ 

 

 

           “หลีเอ๋อร์หรือ” 

 

 

           เยี่ยหลีลืมตาพร้อมลุกยืนขึ้น ก็เห็นสวีหงเยี่ยนและสวีชิงเจ๋อยืนอยู่ที่หน้าประตูขมวดคิ้วมองมาที่นาง เยี่ยหลีจึงยิ้มขึ้นทันที “ท่านลุงรอง พี่รอง จำข้าไม่ได้แล้วหรือ” สวีหงเยี่ยนมองสำรวจนางอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้า “เจ้าเด็กนี่นะ เมื่อกี้ที่เจอกับข้าตอนอยู่ข้างนอกข้าจำไม่ได้จริงๆ” ใบหน้าที่เยือกเย็นอยู่เป็นนิจของสวีชิงเจ๋อดูอบอุ่นกว่าปกติขึ้นหลายส่วน เขาพยักหน้าเงียบๆ เป็นการบอกว่าตนก็จำไมได้เช่นเดียวกัน เยี่ยหลียิ้มอย่างรู้สึกผิด “ข้าเหมือนเห็นท่านลุงรองกำลังคุยกับท่านเจ้าอาวาสอยู่ จึงไม่สะดวกที่จะเข้าไปพบ จึงต้องเชิญท่านลุงรองกับพี่รองให้มาหาที่นี่” 

 

 

           ทั้งสองคนนั่งลง สวีหงเยี่ยนขมวดคิ้วมองนางที่แต่งตัวเป็นชาย แล้วจึงพูดเสียงดังขึ้นว่า “เจ้าเด็กนี่ ในเมื่อพ้นจากอันตรายแล้วเหตุใดจึงไม่กลับตำหนัก หากไม่ใช่เพราะท่านอ๋องให้คนส่งจดหมายไปบอกว่าเจ้าไม่เป็นอะไร จดหมายคงได้ส่งออกไปยังอวิ๋นโจวแล้ว เจ้าคิดจะทำให้ท่านตาของเจ้าร้อนใจตายหรือ” 

 

 

           เมื่อเห็นท่านลุงรองโกรธจนไฟแทบลุก ในใจเยี่ยหลีก็รู้สึกผิดขึ้นมาก นางกะพริบตาปริบๆ พร้อมมองเขาอย่างน่าสงสาร “ท่านลุงรอง หลีเอ๋อร์รู้ตัวว่าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่…หากหลีเอ๋อร์กลับไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ครั้งนี้พวกเขาทำไม่สำเร็จ ย่อมวางแผนเล่นงานครั้งต่อไปอย่างแน่นอน แบบนี้ไม่ดีกว่าหรือ ข้าอยู่ในที่ลับ พวกเขาอยู่ในที่แจ้ง คอยดูว่าใครจะเล่นงานใคร” 

 

 

           สวีหงเยี่ยนถลึงตาใส่นาง “เจ้าวางแผนได้ดีนักล่ะ ตอนนี้คนทั้งเมืองต่างพูดกันว่าติ้งอ๋องนำความโชคร้ายมาให้ภรรยา” 

 

 

           เยี่ยหลียิ้มน้อยๆ “นั่นก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไรมิใช่หรือเจ้าคะ ต่อให้ข้าไม่อยู่ม่อซิวเหยาก็คงแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้แล้ว” 

 

 

           สวีชิงเจ๋อนั่งเงียบอยู่ข้างๆ ฟังพวกเขาคุยกัน ก่อนขมวดคิ้วมองเยี่ยหลีแล้วถามขึ้นว่า “หลีเอ๋อร์ยังมีแผนการอื่นอีกหรือไม่” ชายาติ้งอ๋องไม่อาจปลอมตัวเป็นชายอยู่ในเมืองหลวงเช่นนี้นานๆ ได้ หากใกล้ชิดกับพวกเขามาเกินไป ถึงอย่างไรวันหนึ่งก็ต้องมีคนรู้ เยี่ยหลีหุบยิ้มบนใบหน้าลงทันที มองหน้าท่านลุงและพี่ชายด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าเตรียมตัวจะไปชายแดนใต้” 

 

 

           “ไร้สาระ!” สวีหงเยี่ยนพูดเสียงดังขึ้นด้วยความโกรธ 

 

 

           “ท่านลุงรอง…” เยี่ยหลีได้แต่มองหน้าสวีหงเยี่ยน ในขณะเดียวกันก็ใช้สายตาส่งสัญญาณให้สวีชิงเจ๋อช่วยพูดแทนนาง น่าเสียดายที่สวีชิงเจ๋อกับขมวดคิ้วมองนางด้วยสายตาไม่เห็นด้วยเช่นกัน สวีหงเยี่ยนโบกมือ “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หากเจ้าไม่อยากทนอยู่ในเมืองหลวง ก็ไปอวิ๋นโจวเสีย เจ้าก็ไม่ได้เจอท่านตาเจ้ามาหลายปีพอดีด้วย” 

 

 

           “ท่านลุง…” เยี่ยหลีมองการแต่งกายของตน ช่างไม่เหมาะกับท่าทางอ้อนวอนอย่างหญิงสาวเอาเสียเลย จึงได้แต่มองท่านลุงรองด้วยสีหน้าใสซื่อ “พี่ใหญ่ก็อยู่ที่นั่น ท่านลุงรองไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของข้าหรอกเจ้าค่ะ” 

 

 

           “ติ้งอ๋องรู้ถึงแผนการของเจ้าหรือไม่” สวีหงเยี่ยเอ่ยถาม 

 

 

           เยี่ยหลีรู้สึกผิดในใจ นางยังไม่ได้พบหน้าม่อซิวเหยาเลยด้วยซ้ำ 

 

 

           “หลีเอ๋อร์คิดจะไปทำอันใดที่ชายแดนใต้หรือ” สวีชิงเจ๋อมองหน้าเยี่ยหลีแล้วเอ่ยถามขึ้นตรงๆ 

 

 

           เยี่ยหลีปรายสายตาโอดครวญไปทางเขา แล้วจึงได้ตอบตามความเป็นจริงว่า “ตอนนี้สถานการณ์ทางชายแดนใต้เลวร้ายเสียยิ่งกว่าในเมืองหลวง พี่ใหญ่ไปอยู่ที่ชายแดนใต้คนเดียวข้าไม่วางใจ พอดีกับที่ช่วงนี้ข้าไม่จำเป็นต้องออกไปให้ผู้คนในเมืองหลวงพบหน้าพอดี ข้าจึงอยากลองไปที่ชายแดนใต้ดู” สวีหงเยี่ยนขมวดคิ้ว “พี่ใหญ่เจ้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร ทำอะไรตามแต่ความสามารถ เจ้าเป็นลูกผู้หญิงไปแล้วจะช่วยอันใดได้ ส่วนในเมืองหลวง…ติ้งอ๋องคิดจะใช้เรื่องที่เจ้าหายตัวไปมาทำให้ฮ่องเต้กับไทเฮาขัดแย้งกันหรือ” 

 

 

           “พวกเขาขัดแย้งกันมามากอยู่ก่อนแล้ว แต่พวกเขาไม่ควรที่จะดึงตำหนักติ้งอ๋องเข้าไปร่วมด้วย” เยี่ยหลีขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น “ตำหนักติ้งอ๋องไม่มีทางที่จะนั่งรอให้คนอื่นมาเล่นงานตลอดไป ท่านลุงคงรู้ว่าเหตุใดพี่ใหญ่จึงต้องไปที่ชายแดนใต้ หากสถานการณ์ชายแดนใต้ไม่นิ่ง ทั้งแผ่นดินต้าฉู่ก็มีโอกาสที่จะต้องตกอยู่ในภาวะสงคราม ในเมื่อหลีเอ๋อร์แต่งงานเข้าตำหนักติ้งอ๋องแล้ว จุดยืนของตำหนักติ้งอ๋องก็คือจุดยืนของหลีเอ๋อร์ ข้าไม่อาจเป็นดังเช่นท่านผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เอาแต่นั่งอยู่แต่ในห้องไม่สนใจเรื่องราวอะไร เป็นคนอื่นก็คงไม่อาจเปิดโอกาสให้ข้าได้ทำเช่นนี้ จริงหรือไม่เจ้าคะ” สวีหงเยี่ยนขมวดคิ้ว “เจ้า…จัดการเรื่องในตำหนักให้ดี ให้ท่านอ๋องไม่ต้องมีห่วงก็ถือว่าเจ้าได้ทำหน้าที่ของพระชายาอย่างเต็มความสามารถแล้ว” 

 

 

           “ในเมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว ย่อมต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน ท่านอ๋องสุขภาพไม่อำนวยไม่อาจเดินทางไกลได้ เรื่องที่เขาทำไม่ได้แล้วให้ข้าทำแทนเหตุใดจึงไม่ได้เล่าเจ้าคะ” เยี่ยหลีพูดด้วยความแน่วแน่ เมื่อเยี่ยหลีนึกไปถึงสิ่งที่ม่อซิวเหยาเคยพูดทำให้ใจนางรู้สึกไม่สบายใจ หากสถานการณ์ทางชายแดนใต้ไม่อาจควบคุมได้ จนลุกลามกลายเป็นอย่างที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ ม่อซิวเหยาย่อมนำทหารออกไปรบด้วยตนเองโดยไม่คิดถึงสุขภาพของตนเป็นแน่ เยี่ยหลีไม่กล้าคิดเลยว่า ด้วยสุขภาพของม่อซิวเหยาหากเขาออกไปรบด้วยตนเองจริงๆ เขาจะยังมีชีวิตกลับมาหรือไม่ แล้วยังสวีชิงเฉินอีกคน คุณชายชิงเฉินมีทั้งความรู้และความสามารถก็จริง แต่ตระกูลสวีถึงแม้จะเป็นตระกูลใหญ่ที่อยู่มาเป็นร้อยปี แต่ในเรื่องศิลปะการป้องกันตัวนั้นยังเทียบไม่ได้กับขุนพลมือฉมังของราชสำนักและตำหนักอ๋องอย่างแน่นอน และเยี่ยหลีรู้ดีว่า สวีชิงเฉินเป็นคุณชายสายบุ๋นผู้อ่อนแอและไม่ถนัดการต่อสู้ 

 

 

           เยี่ยหลีมองสวีหงเยี่ยนด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านลุงรอง หลีเอ๋อร์รู้ว่าต้องทำเช่นไร จะไม่ให้ตนเองตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” 

 

 

           เมื่อเห็นสีหน้าแน่วแน่ของหลานสาวแล้ว สวีหงเยี่ยนจึงได้แต่ทอดถอนใจ “หลีเอ๋อร์ เจ้าเป็นลูกผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องเอาภาระอันใดมาแบกใส่หลังไว้ ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ของเจ้าหรือจะเป็นติ้งอ๋อง เรื่องของพวกเขาไม่ใช่ความรับผิดชอบของเจ้า” เยี่ยหลียิ้มน้อยๆ “ข้ารู้ หากว่าหลีเอ๋อร์ไม่รู้เรื่องอะไรและทำอะไรไม่เป็น ย่อมสบายใจที่จะอยู่ในที่ปลอดภัยคอยให้คนมาคุ้มกัน แต่ในเมื่อข้าพอช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เหตุใดจึงต้องให้พี่ใหญ่ออกไปเสี่ยงตามลำพังเล่าเจ้าคะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ พี่รอง พี่สาม กับพี่สี่และน้องห้าต่างก็อยากไปช่วงพี่ใหญ่ที่ชายแดนใต้กันทุกคน เพียงแต่ปลีกตัวไปไม่ได้เท่านั้น ตอนนี้ข้าอาศัยช่วงที่ข้ายังหายตัวไป ออกไปช่วยพี่ใหญ่ก็น่าจะทำให้ท่านตาและท่านลุงวางใจมิใช่หรือเจ้าคะ” 

 

 

           สวีหงเยี่ยนถลึงตาใส่นางอย่างไม่เห็นขันด้วย “วางใจหรือ วางใจได้หรือ” 

 

 

           เยี่ยหลีกะพริบตา “ท่านลุงรอง ท่านควรยอมรับว่าข้าเก่งกว่าพี่สามเสียอีก ท่านยังวางใจให้พี่สามไปเข้าค่ายทหารได้ เหตุใดจึงไม่วางใจในตัวข้าเล่า” 

 

 

           “เขาเป็นชาย ตรงไหนหักตรงไหนเจ็บก็ยังไม่เป็นไร แต่เจ้าไหวหรือ” สวีหงเยี่ยนเอ่ย แต่เยี่ยหลีกลับเห็นรอยหวั่นไหวในแววตาของเขา จึงรีบเอ่ยโน้มน้าวต่อว่า “ข้าไม่ได้ไปคนเดียวเสียหน่อย องครักษ์ลับข้างกายข้าก็จะไปกับข้าด้วย ท่านลุงรอง…” 

 

 

           สวีหงเยี่ยนไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่พูดว่า “ถึงอย่างไรเจ้าก็ออกเรือนไปแล้ว เจ้าไปถามติ้งอ๋องก็แล้วกัน หากติ้งอ๋องไม่เห็นด้วย เจ้าจะพูดกับข้าอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์” 

 

 

           “ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ” เยี่ยหลียินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับนางแล้ว การพูดให้ท่านลุงยอมนั้นยากกว่าพูดให้ม่อซิวเหยายอมเป็นไหนๆ 

 

 

           เมื่อสวีหงเยี่ยนเห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความยินดีของนางแล้วก็ได้แต่ถอนใจ ลูกผู้หญิงอ่อนแอเกินไปนักก็ไม่ดี ก็เหมือนกับน้องสาวของเขา มารดาของเยี่ยหลี แต่หากเข้มแข็งและฉลาดเกินไปก็ยิ่งไม่ดีใหญ่ ก็เหมือนกับหลานสาวคนนี้ เขาได้แต่หวังว่า ติ้งอ๋องจะสามารถจัดการให้นางยอมเชื่อฟังและยอมอยู่ในเมืองหลวงหรือไม่ก็กลับอวิ๋นโจวไปได้ 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 74-3 รอดพ้นจากอันตราย คุณชายจวินเหวย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved