cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 72-3 ตำหนักเหยาหวาไฟไหม้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 72-3 ตำหนักเหยาหวาไฟไหม้
Prev
Next

“ท่านอ๋อง…ท่านอ๋อง! ไม่ดีแล้ว…” ในตำหนักติ้งอ๋อง หัวหน้าพ่อบ้านม่อที่ขึ้นชื่อว่าสุขุมเยือกเย็นมาตลอด มาตอนนี้กลับกำลังวิ่งขาขวิดไปทางห้องหนังสือของเรือนข้างที่อยู่ในเขตเรือนประมุข

 

 

           เฟิ่งจือเหยานั่งเอนไปข้างหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมหนึ่งของห้องหนังสือด้วยสีหน้าประหนึ่งรอคอยดูเรื่องสนุก เขายิ้มอย่างเกียจคร้านแล้วกล่าวว่า “อาเหยา หากทำให้หัวหน้าพ่อบ้านม่อตกใจได้ถึงเพียงนี้ ดูท่าจะเป็นเรื่องไม่ดีจริงๆ เสียแล้ว…” เขายังไม่ทันพูดจบดี หัวหน้าพ่อบ้านม่อก็วิ่งมาถึงที่หน้าประตูเสียแล้วพร้อมพูดกับม่อซิวเหยาด้วยสีหน้าซีดขาวว่า “ท่านอ๋อง พระชายา…พระชายาหายตัวไปจากในวังพ่ะย่ะค่ะ!” เฟิ่งจือเหยาอึ้งไป รีบกระโดดลุกขึ้นร้องถามว่า “เป็นไปได้อย่างไร อยู่ดีๆ จะหายตัวไปจากในวังได้อย่างไร” ทั้งสองต่างหันหน้าไปทางม่อซิวเหยาพร้อมกัน ม่อซิวเหยาดูจะตกใจจนสติหลุดไป จนเมื่อทั้งสองหันมามองตนแล้วจึงได้ค่อยๆ วางหนังสือกลับลงบนโต๊ะ แล้วเอ่ยถามเสียงขรึมว่า “เกิดอันใดขึ้น” หัวหน้าพ่อบ้านม่อเอ่ยเสียงสั่นว่า “พระชายาไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท แต่ตอนออกมาเยี่ยเจาอี๋ที่อยู่ตำหนักเหยาหวาก็ให้คนมาเชิญพระชายาไปพบพ่ะย่ะค่ะ บอกว่ามีเรื่องจะขอให้ช่วย แต่ตอนที่องครักษ์ลับไปถึงในวัง ตำหนักเหยาหวาก็ไฟลุกท่วมเสียแล้ว เยี่ยเจาอี๋กับองค์ชายตายเสียในกองไฟ ส่วนพระชายา…พระชายาหายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

           ม่อซิวเหยาเอนหลังพิงเก้าอี้รถเข็น หลับตาลงเอ่ยถามเสียงขรึมว่า “ชิงหลวนกับชิงอวี้ไปอยู่ที่ไหนเสีย”

 

 

           “ชิงหลวนกับชิงอวี้ก็ไม่รู้หายไปไหนพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าพ่อบ้านม่อเอ่ยตอบเสียงขรึม “ชิงหลวนกับชิงอวี้ไม่ได้ตามพระชายาเข้าไปในตำหนักเหยาหวาด้วย แต่ว่า…องครักษ์ลับในวังหาพวกนางไม่พบพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

           “ดีมาก” ม่อซิวเหยาเอ่ยเสียงต่ำ โดยไม่เจือแววโกรธ แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสั่น ห้องหนังสือทั้งห้องประหนึ่งถูกอาบไปด้วยน้ำแข็ง เย็นเยียบไปถึงกระดูก “พระชายาหายตัวไป สาวใช้สองคนก็ไม่รู้หายไปไหน องครักษ์ลับในวังก็ไม่มีใครรู้เรื่องเลยสักคน ดีจริงๆ…ข้าควรชื่นชมว่าองครักษ์นี้ยึดมั่นในหน้าที่ของตนได้ดีจริงๆ สินะ”

 

 

           “ท่านอ๋องโปรดใจเย็นก่อน” สีหน้าเฟิ่งจือเหยาและหัวหน้าพ่อบ้านม่อต่างเปลี่ยนไป พร้อมกับคุกเข่าลงขออภัยอยู่ที่พื้น

 

 

           ม่อซิวเหยาไม่แม้แต่จะมองทั้งสองคน เพียงโบกมือเรียบๆ “ไปเตรียมตัวที ข้าจะเข้าวังเดี๋ยวนี้ เฟิ่งจือเหยา ลอบปิดทางออกจากเมืองหลวงทั้งหมดไว้ ข้าไม่อยากเห็นใครก็ตามที่น่าสงสัยออกไปจากเมืองหลวง” เฟิ่งจือเหยาลุกขึ้น “ข้าน้อยรับคำสั่ง” หัวหน้าพ่อบ้านม่อลังเลเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ท่านอ๋อง สุขภาพของท่านตอนนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ…” เขายังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกม่อซิวเหยาปรายตามองมาทันที แววตาดุคมประหนึ่งคมมีดนั้น ทำให้หัวหน้าพ่อบ้านม่อสะดุ้งไปทันที คำพูดที่เหลือจึงติดอยู่เพียงในลำคอ เฟิ่งจือเหยามือไว รีบดึงหัวหน้าพ่อบ้านม่อให้เดินออกไปด้านนอกทันที หัวหน้าพ่อบ้านม่อขมวดคิ้วไตร่ตรองไปมา ก่อนเอ่ยว่า “สุขภาพของท่านอ๋องตอนนี้จะให้รับความลำบากไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ…นี่…” เรื่องที่พระชายาหายตัวไปเป็นเรื่องด่วนก็จริง แต่หากท่านอ๋องล้มไปอีกคน เช่นนั้นตำหนักติ้งอ๋องคงไม่ต้องรอให้ใครมาเล่นงานแล้ว คงได้จบสิ้นลงโดยเร็ว เฟิ่งจือเหยาส่ายหน้า “นิสัยของท่านอ๋องเจ้าก็รู้ดี ตอนนี้พูดอันใดไปก็ไม่มีประโยชน์ รีบไปเชิญท่านเสิ่นมาเร็วเข้า ให้ดีให้ท่านเสิ่นตามท่านอ๋องเข้าวังไปด้วย”

 

 

           หัวหน้าพ่อบ้านม่อเองก็รู้ดีว่าที่เฟิ่งจือเหยาพูดมามีเหตุผล จึงได้แต่ถอนหายใจยาวแล้วรีบเดินไปยังเรือนแขกที่ตอนนี้เสิ่นหยางอาศัยอยู่ชั่วคราว เฟิ่งจือเหยาหันกลับไปมองห้องหนังสือที่เงียบสงบไร้เสียงใดๆ ด้วยสายตาเป็นกังวล แต่ก็ได้แต่นึกทอดถอนใจและหวังว่าเยี่ยหลีจะปลอดภัยดี

 

 

           ในห้องหนังสือ ม่อซิวเหยานั่งก้มหน้ามองมือทั้งสองที่วางอยู่บนที่เท้าแขนเก้าอี้รถเข็นนิ่งอยู่ ด้วยเพราะเขาป่วยอยู่นาน ทำให้หลังมือที่ขาวซีดทั้งสองข้างมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่เป็นชั้นบางๆ ม่อซิวเหยามองมือตัวเองด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ประหนึ่งไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของมือทั้งสองข้างของตน แล้วเกล็ดน้ำแข็งบนมือนั้น ก็ค่อยๆ ละลายกลายเป็นหยดน้ำ แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นควันอุ่นๆ ที่ลอยหายไปในอากาศของห้องหนังสือ เลือดสีเข้มค่อยๆ ไหลลงมาตามมุมปากของม่อซิวเหยา ม่อซิวเหยาก้มลงมองหยดเลือดที่หยดลงบนชุดสีฟ้าอ่อนของตน ก่อนค่อยๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวประดุจหิมะออกมาจากแขนเสื้อ แล้วค่อยๆ เช็ดเลือดออกจากมุมปาก “ม่อจิ่งฉี…เจ้า รน หา ที่ ตาย แล้ว!”

 

 

           ในวังตอนนี้ต่างต่างวุ่นวายกันยกใหญ่ ม่อจิ่งฉีสีหน้าบึ้งตึง มองทุกคนด้วยสายตาบ้าคลั่งที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัยและน่าสยดสยอง เยี่ยเย่ว์กับพระโอรสที่เพิ่งคลอดได้ไม่กี่วันถูกไฟคลอกตายนั้น เขาจะไม่สนใจก็ได้ แต่หากหนึ่งในนั้นมีชายาติ้งอ๋องอยู่ด้วยอีกคน เขาคงไม่สามารถอยู่เฉยได้ ม่อจิ่งฉีคาดไม่ถึงมาก่อนว่า ในวังของตนจะถูกคนเจาะเข้ามาได้ ถูกต้อง ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น สิ่งแรกที่เขาคิดคือมันจะต้องไม่ใช่การไฟไหม้จากอุบัติเหตุธรรมดาทั่วไป แต่เรื่องนี้จะต้องเป็นการวางแผนเพื่อเล่นงานตนอย่างแน่นอน หากชายาติ้งอ๋องเสียชีวิตอยู่ในวัง ทั้งยังเป็นตอนที่ตนเรียกให้เข้าเฝ้าด้วยแล้ว…ม่อจิ่งฉีไม่กล้าคิดเลยว่า หากกองทัพตระกูลม่อกับหน่วยเฮยอวิ๋นฉีเกิดลุกฮือขึ้นมาด้วยเพราะเหตุผลนี้ จะมีคลื่นลูกใหญ่เพียงใดเกิดขึ้น ถึงแม้เขาให้คนที่ตนไว้ใจไปเตือนองครักษ์ที่ในเมืองหลวงไว้ตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่ในใจก็ยังคงว้าวุ่น ไม่สามารถทำให้สงบลงได้

 

 

           เมื่อมองเรื่อยไปถึงไทเฮาที่นั่งอยู่อีกด้าน สายตาของม่อจิ่งฉียิ่งดูซับซ้อนขึ้น หากถามว่าม่อจิ่งฉีนึกสงสัยใคร คนแรกที่เขานึกสงสัยก็คือเสด็จแม่ของตนเอง เขาเติบโตมาข้างกายไทเฮา เขาย่อมรู้นิสัยของนางดีว่าเสด็จแม่คนนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายแล้ว นางยอมทำทุกวิถีทาง ความรู้สึกของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่เคารพเลื่อมใส แต่ในตอนนี้กลับยากที่จะทานทน ม่อจิ่งฉีไม่อยากที่จะยอมรับว่า ตอนนี้เขายังนึกเกรงกลัวไทเฮาอยู่ด้วย

 

 

           เมื่อมองเลยไปยังม่อจิ่งหลีที่นั่งเฉยอยู่ประหนึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน ความโกรธในแววตาของม่อจิ่งฉีก็ค่อยๆ หายไป ตอนนี้เขาไม่อาจทำให้จิตใจของตนว้าวุ่นได้ เพราะหลังจากนี้ยังมีคนที่ยากจะรับมือด้วยยิ่งกว่าอยู่อีก แต่เขา…เป็นฮ่องเต้ เขาไม่อาจถอยหนีได้

 

 

           “ติ้งอ๋องขอเข้าเฝ้า!”

 

 

           ทุกคนในที่นั้น ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้พบม่อซิวเหยาเป็นช่วงเดือนหกปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นนอกจากเขาไม่สามารถลุกเดินได้แล้ว ม่อซิวเหยาดูเหมือนคนปกติทั่วไปทุกอย่าง ทำให้คนจำนวนไม่น้อยนึกเป็นกังวล แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือน ก็มีข่าวว่าติ้งอ๋องป่วยหนัก และตำหนักติ้งอ๋องก็กลับไปปิดประตูตำหนักไม่ต้อนรับแขกดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งทำให้คนที่นึกหนักใจค่อยๆ วางใจลงได้ มาตอนนี้เพิ่งเข้าสู่ช่วยต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศในเมืองหลวงยังมีลมเย็นพัดอยู่ ม่อซิวเหยานั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีอาจิ่นเป็นคนเข็นเข้ามา บนตัวมีเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนลายเมฆสีเงินห่มคลุมตัวมาด้วย บริเวณคอเสื้อที่โผล่พ้นออกมานั้นเห็นเป็นสีขาวปักลายมังกรสีเงิน เป็นชุดราชการของผู้มียศเป็นชินอ๋อง ถึงแม้ใบหน้าจะถูกหน้ากากบดบังไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงดูออกว่าสีหน้าของม่อซิวเหยาไม่สู้ดีนัก สีผิวที่ซีดขาวกว่าคนปกติทำให้ดูออกว่าเขายังป่วยอยู่

 

 

           “กระหม่อมติ้งอ๋อง ม่อซิวเหยาถวายพระพรฝ่าบาท ฮองเฮา ถวายพระพรไทเฮา” ม่อซิวเหยาเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทั้งๆ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

 

 

           บรรยากาศในตำหนักเป็นไปอย่างเคร่งขรึม ม่อจิ่งฉีปรับสีหน้าให้อ่อนลง ก่อนเอ่ยด้วยเสียงดังกังวานว่า “ติ้งอ๋องไม่ต้องมากพิธี”

 

 

           ม่อซิวเหยาพูดว่า “ขอบพระทัยฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมเสียมารยาท แต่กระหม่อมขอถามว่าชายาของกระหม่อมอยู่ที่ใด”

 

 

           ทุกคนในท้องพระโรงต่างหันมองหน้ากัน ม่อจิ่งฉีกวาดตามองไปทางไทเฮาและม่อจิ่งหลีที่สีหน้ายังคงคงเดิมและดูไม่ทุกข์ร้อนใดๆ แล้วแววตาเขาก็ขรึมลง แล้วจึงหันไปมองฮองเฮา ฮองเฮาหันมาสบตาม่อจิ่งฉีนิ่งๆ ก่อนจะนึกถอนใจในใจ แล้วเอ่ยปากพูดขึ้นว่า “ติ้งอ๋อง ตอนนั้นชายาติ้งอ๋องก็อยู่ในตำหนักเหยาหวาด้วยเช่นกัน เกรงว่าจะ…ขอท่านอ๋องอย่าได้เสียใจไป”

 

 

           “อย่าได้เสียใจหรือพ่ะย่ะค่ะ” ม่อซิวเหยากวาดตามองทุกคนในท้องพระโรงนิ่งๆ ก่อนเอ่ยถามเสียงขรึมว่า “ชายาของกระหม่อมรับพระบัญชาให้เข้าเฝ้า ตอนนี้ตัวนางหายไปไหนไม่รู้แต่พวกท่านมาบอกให้หระหม่อมอย่าเสียใจอย่างนั้นหรือ”

 

 

           “ตำหนักเหยาหวาเกิดไฟไหม้ เยี่ยเจาอี๋ องค์ชายหก และนางในของตำหนักเหยาหวาเราต่างก็พบศพกันหมดแล้ว ขาดก็เพียงชายาติ้งอ๋องเท่านั้น ติ้งอ๋องพูดถูก บางทีชายาติ้งอ๋องอาจจะโชคดีหนีไปได้ก็เป็นได้” ไทเฮาประทับยืนขึ้น ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เพียงแต่ตอนนี้…ชายาติ้งอ๋องหากยังมีชีวิตอยู่ก็ยังไม่พบตัว หากเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังไม่พบศพ ที่เกิดไฟไหม้ที่ตำหนักเหยาหวาคราวนี้…ดูแปลกอยู่มากจริงๆ”

 

 

           เยี่ยอิ๋งนั่งอยู่ข้างม่อจิ่งหลี นางร้องไห้จนตาแดงไปหมดเสียนานแล้ว ที่นางรู้สึกริษยาเยี่ยเย่ว์และเกลียดเยี่ยหลีนั้นเป็นความจริง แต่ไม่เคยคิดเลยว่า จู่ๆ จะต้องมาเสียพี่สาวทั้งสองคนไปพร้อมๆ กันเช่นนี้ อีกทั้ง เมื่อครั้งยังอยู่บ้านท่านแม่ เยี่ยเย่ว์ก็ดีกับนางมาก และครึ่งปีมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเยี่ยหลีก็ดีขึ้นไม่น้อย ชีวิตชายาในตำหนักหลีอ๋องนั้นทำให้นางได้เข้าใจอันใดที่หวังซื่อไม่เคยสอนอีกมากมาย ดังนั้น นางจึงรู้ดีว่า การเสียชีวิตของเยี่ยเย่ว์และเยี่ยหลีนั้นไม่เป็นผลดีกับนางเลย “ไทเฮา ฝ่าบาท ตำหนักเหยาหวาของพี่รองเหตุใดจึงได้เกิดไฟไหม้ขึ้นได้เพคะ แล้วเหตุใดพี่สามจึงบังเอิญไปอยู่ที่นั่นได้ ขอให้ไทเฮาและฝ่าบาทช่วยออกหน้าจัดการเรื่องนี้ให้พี่สาวทั้งสองด้วยเถิดเพคะ”

 

 

           ม่อจิ่งหลีปรายตามองเยี่ยหลี ก่อนส่งเสียงเหอะเบาๆ “จะโทษก็ต้องโทษที่เยี่ยหลีดวงไม่ดีเอง อยู่ในตำหนักอ๋องดีๆ ไม่ชอบ ดันออกมาเกะกะไปทั่ว ก็คงได้ฝังไปพร้อมกับเยี่ยเจาอี๋และองค์ชายหกพอดีมิใช่หรือ”

 

 

           หลิ่วกุ้ยเฟยที่นั่งอยู่ข้างม่อจิ่งฉี เมื่อได้ยินม่อจิ่งหลีพูดจึงเงยหน้าขึ้นพร้อมเอ่ยถามเสียงเย็นว่า “ความหมายของหลีอ๋องคือ มีคนต้องการทำร้ายเยี่ยเจาอี๋กับองค์ชายหก ส่วนชายาติ้งอ๋องนั้นเพียงตกกระไดพลอยโจรไปด้วยอย่างนั้นหรือ” ม่อจิ่งหลียิ้มเยาะ “นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดามิใช่หรือ ใครจะใจกล้าและมีความสามารถที่จะวางเพลิงฆ่าคนในวังได้ ทั้งยังทำให้เยี่ยเจาอี๋กับองค์ชายหกเสียชีวิตคากองเพลิงไปได้อีก ใครจะไปรู้ เยี่ยหลีอาจไปเห็นอันใดเข้าแล้วอาจถูกฆ่าปิดปากไปด้วยก็เป็นได้มิใช่หรือ หากนางไม่ถูกไฟคลอกตาย ตอนนี้ก็น่าจะยังอยู่ในวังมิใช่หรือ”

 

 

           ม่อจิ่งฉีหรี่ตาลงจ้องม่อจิ่งหลี “หลีอ๋องมีความเห็นเช่นไร”

 

 

           ม่อจิ่งหลีหัวเราะ “กระหม่อมไม่มีความเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ แต่ในเมื่อตอนนี้ยังหาทั้งตัวคนหรือศพของชายาติ้งอ๋องไม่พบ พวกเราก็ควรต้องอธิบายเรื่องนี้กับบรรดาขุนนางและประชาชนให้รู้ คงไม่อาจพูดได้ว่าชายาติ้งอ๋องหายตัวไปจากในวังเช่นนี้กระมัง หากทำเช่นนั้น อีกหน่อยจะมีภรรยาของขุนนางในราชสำนักคนใดกล้าเข้าวังอีกหรือ” ฮองเฮาขมวดคิ้ว “เช่นนั้นความหมายของหลีอ๋องคือ”

 

 

           “ทูลฮองเฮา ความหมายของกระหม่อมคือ ดีที่สุดคือให้เราลองหาในวังให้ทั่วก่อน หากชายาติ้งอ๋องยังมีชีวิตอยู่จริง ไม่แน่ว่าอาจจับมือคนวางเพลิงได้ด้วยอีกคนก็เป็นได้ คนของเรามีมากเช่นนี้ หากนั่งอยู่เฉยๆ มือวางเพลิงคงไม่ออกมาหาพวกเราหรอกจริงไหมพ่ะย่ะค่ะ คิดว่าติ้งอ๋องคงคิดเห็นเช่นเดียวกับข้า ม่อซิวเหยาเจ้าว่าจริงหรือไม่”

 

 

           แน่นอนว่าม่อจิ่งฉีไม่นึกอยากให้ค้นวังหลังของตน แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เอ่ยเสนออย่างจริงจังของม่อจิ่งหลี กับสีหน้านิ่งเฉยอย่างเห็นด้วยของม่อซิวเหยาแล้ว ก็ทำให้เขาไม่อาจไม่เห็นด้วยได้ เขาคาดเดาได้เลยว่า ไม่ต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ เรื่องนี้จะต้องกลายเป็นเรื่องน่าขันที่กระจายไปทั่วต้าฉู่อย่างแน่นอน ม่อจิ่งฉีลอบนึกแค้นใจ น้องชายที่เขาโปรดปรานที่สุดมาตั้งแต่เล็กๆ มาตอนนี้กลับมาทำให้เขาไม่พอใจทุกครั้งที่มีโอกาส

 

 

           ม่อซิวเหยาไม่ได้ร่วมเข้าค้นหากับคนอื่นๆ ด้วย แต่ใช้เหตุผลที่ว่าตนสุขภาพไม่แข็งแรงขอพักอยู่ในตำหนักข้าง ในใจเขารู้ดีว่า คำว่าค้นหาของม่อจิ่งหลีนั้น ไม่มีทางหาเบาะแสอันใดที่เป็นประโยชน์เจออย่างแน่นอน แต่ที่ค้นออกมาได้คงมีแต่เรื่องเน่าเฟะภายในวังหลังของม่อจิ่งฉีอย่างแน่นอน หากเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่รังเกียจที่จะตามไปดูด้วย แต่ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ ที่ฝืนข่มทำอารมณ์เย็นพูดคุยกับคนพวกนั้นไม่กี่ประโยคก็ถือว่าเป็นขีดสุดของเขาแล้ว

 

 

           “ท่านอ๋อง สุขภาพของท่าน…” เสิ่นหยางและหัวหน้าพ่อบ้านม่อยืนอยู่ข้างหลังเขาซ้ายขวาคนละฝั่ง ก่อนเอ่ยถามด้วยความกังวล

 

 

           ม่อซิวเหยายกมือขึ้นห้าม ก่อนส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร ไปบอกเฟิ่งจือเหยาให้เลิกค้นหาในวัง อาหลีไม่ได้อยู่ที่นี่”

 

 

           เสิ่นหยางเลิกคิ้วขึ้นถามว่า “ท่านอ๋องมั่นใจว่าพระชายายังมีชีวิตอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

           “ในเมื่ออาหลีเข้าไปพบเยี่ยเจาอี๋ ตอนนี้ก็ควรอยู่กับเยี่ยเจาอี๋ด้วย แม้แต่เถ้ากระดูกขององค์ชายหกยังหาพบแล้ว แต่อาหลีกลับหายไป…ด้วยฝีมือของอาหลีไม่มีทางที่จะหนีออกจากตำหนักเหยาหวาไม่ได้ เช่นนั้น…” ม่อซิวเหยาขมวดคิ้วใคร่ครวญ ตำหนักเหยาหวาเกิดเพลิงไหม้ใหญ่ เผาทุกอย่างเสียจนราบคาบไปหมด ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเจอเงื่อนงำอันใด องครักษ์ลับไปถึงหน้าตำหนักเหยาหวาตั้งแต่ไฟเริ่มไหม้ แต่กลับไม่เห็นอาหลีออกมา อีกอย่าง ไฟที่ไหม้ตำหนักเหยาหวาลุกลามเร็วเกินไป…

 

 

           “ใครก็ได้”

 

 

           “ท่านอ๋อง” ประตูด้านข้างที่ไม่สะดุดตาของตำหนักข้าง มีขันทีอาวุโสคนนั้นที่หน้าตาท่าทางธรรมดาๆ ดูไม่มีอันใดผิดปกติปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ยืนรอรับคำสั่งม่อซิวเหยาด้วยความเคารพ

 

 

           ม่อซิวเหยาเอ่ยเรียบๆ ว่า “ไปดูที ตำหนักเหยาหวามีทางลับหรือค่ายกลห้องลับอันใดหรือไม่ อีกอย่าง ก่อนที่เยี่ยเจาอี๋จะเสียชีวิต นางใกล้ชิดกับใครบ้าง สุดท้าย…ให้คนที่รู้เรื่องการแพทย์ไปดูศพของเยี่ยเจาอี๋และองค์ชายหกด้วย”

 

 

           ขันทีอาวุโสดูจะไม่แปลกใจกับคำสั่งของม่อซิวเหยาเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นยังคงราบเรียบ ก่อนเอ่ยด้วยความเคารพว่า “ข้าน้อยรับคำสั่ง จะทำตามคำสั่งท่านอ๋องไม่ให้ตกหล่นพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

           ม่อซิวเหยาส่งเสียเหอะเล็กน้อย ก่อนพูดเรียบๆ ว่า “ครั้งนี้ข้าจะไม่สืบสาวหาความต่อ แต่หากเรื่องที่เหลือยังทำได้ไม่ดีล่ะก็ พวกเจ้าก็ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

 

 

           “ขอบคุณท่านอ๋อง ข้าน้อยขอตัวก่อน”

 

 

           อาหลี ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไร…ไม่มีทางเป็นอะไร!

 

 

           …

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 72-3 ตำหนักเหยาหวาไฟไหม้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved