cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 69-3 ป่วยหนัก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 69-3 ป่วยหนัก
Prev
Next

ท่านหมอเหอลุกขึ้นยืนขอตัวลากลับ หัวหน้าพ่อบ้านม่อยังคงรั้งอยู่ในศาลา เห็นเยี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่น ดูใช้ความคิดอย่างหนัก “พระชายา…” 

 

 

           เยี่ยหลีเงยหน้าขึ้นเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของหัวหน้าพ่อบ้านม่อที่มีแววหนักใจอย่างปิดไว้ไม่มิด นางถอนใจ “หัวหน้าพ่อบ้านม่อ หลายปีมานี้คงเหนื่อยท่านไม่น้อย” หัวหน้าพ่อบ้านม่อส่ายหน้าด้วยความตกใจ “พระชายาพูดอะไรเช่นนี้ บ่าวได้แต่นึกแค้นใจที่ไม่สามารถแบกรับความเจ็บปวดแทนท่านอ๋องได้ ตอนนั้นท่านอ๋อง…” เมื่อเห็นนายท่านตัวน้อยที่ห้าวหาญเมื่อในอดีตเปลี่ยนมาเป็นเช่นในตอนนี้ จะให้หัวหน้าพ่อบ้านม่อรับเรื่องนี้ได้อย่างไร เพียงแต่ตอนนี้เขานึกเป็นห่วงพระชายาที่อายุยังน้อยคนนี้เสียมากกว่า ครึ่งปีมานี้สิ่งที่พระชายาทำนั้นเกินความคาดเดาของทุกคนไปมากทีเดียว คนในตำหนักติ้งอ๋องต่างนึกเลื่อมใสประมุขหญิงคนใหม่นี้ด้วยใจจริง พระชายาของตำหนักติ้งอ๋องไม่จำเป็นต้องงดงามหยาดเยิ้ม ไม่จำเป็นต้องมีความสามารถล้นเหลือ และยิ่งไม่ต้องมีเงินหรือมีอำนาจมากมาย สิ่งที่จำเป็นมีเพียงความเข้มแข็งที่มากพอ แต่ต่อให้เป็นหญิงสาวที่เข้มแข็งเพียงไร ก็เกรงว่าคงไม่อาจรับสถานการณ์อย่างปัจจุบันได้ นี่เป็นเรื่องสุขภาพร่างกายที่ท่านอ๋องปิดบังนางมาโดยตลอดและก็เป็นเหตุผลที่พวกเขาที่เป็นบ่าวไม่เคยเอ่ยเรื่องนี้ต่อหน้าพระชายามาก่อน 

 

 

           เยี่ยหลีลุกยืนขึ้นยิ้มน้อยๆ “หัวหน้าพ่อบ้านม่อไม่ต้องเป็นกังวลจนเกินไป ขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ย่อมมีวิธีเสมอ อีกเดี๋ยวหัวหน้าพ่อบ้านม่อช่วยหาคนที่เชี่ยวชาญเรื่องการก่อสร้างมาให้ข้าที ข้ามีเรื่องจะใช้เขา” 

 

 

           หัวหน้าพ่อบ้านม่อมองร่างของเยี่ยหลีที่เดินจากไปช้าๆ ในดวงตาที่มืดครึ้มมีประกายขึ้นน้อยๆ บางทีพระชายาคนนี้…อาจไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ 

 

 

           “ข้าเข้าใจแล้ว” 

 

 

           เมื่อเยี่ยหลีกลับเข้าไปที่ห้องก็เห็นม่อซิวเหยาตื่นอยู่แล้ว ตอนเดินผ่านประตูเข้าไปเยี่ยหลีเห็นมือซ้ายของม่อซิวเหยาที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมานั้นกำแน่นและสั่นสะท้านอย่างชัดเจน แต่เมื่อเห็นเยี่ยหลีเดินเข้ามาก็รีบปล่อยออก แล้วดึงกลับเข้าไปในผ้าห่มประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น เยี่ยหลีรู้ดีว่านั้นคือเขากำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่ ในใจจึงอดสั่นไหวไม่ได้เพราะเมื่อครู่นางสั่งให้ท่านหมอเหอเอายาระงับความปวดออกไปจากเทียบยา แต่เมื่อได้เห็นแววตาที่อบอุ่นและแน่วแน่ของม่อซิวเหยาแล้ว เยี่ยหลีจึงได้กดความลังเลในใจลงไป ม่อซิวเหยาไม่มีทางชอบที่จะเห็นตนเองกลายเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยการกินยาบางอย่างเป็นแน่ 

 

 

           “อาหลี เจ้ากลับมาแล้วเหรอ” 

 

 

           เยี่ยหลีนั่งลงที่ข้างเตียง “หากท่านปวด ท่านร้องออกมาได้นะ” 

 

 

           ม่อซิวเหยายิ้ม “ร้องออกมาแล้วจะไม่ปวดหรือ ไม่ต้องเป็นห่วง แค่ปวดนิดหน่อยเท่านั้น เพียงแต่นอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ลุกออกไปไหนไม่ได้ เลยเบื่อนิดหน่อยเท่านั้น” 

 

 

           “ข้าไม่หัวเราะเยาะท่านหรอก” เยี่ยหลีพูด 

 

 

           ม่อซิวเหยามองหน้านางนิ่งอยู่นาน ก่อนเอ่ยถามเสียงขรึมว่า “อาหลี ข้ากอดเจ้าได้หรือไม่” เยี่ยหลีอึ้งไป ก่อนโน้มตัวลงกอดม่อซิวเหยาทั้งผ้าห่มแล้วยิ้มขึ้น “ตอนนี้ท่านโดนความเย็นไม่ได้ ทำเช่นนี้ไปก่อนก็แล้วกัน” ม่อซิวเหยาหัวเราะออกมาเบาๆ อยู่นานก่อนจะหยุดลง “อันที่จริง…ความเจ็บปวดยังพอทนได้ แต่ความรู้สึกหนาวเย็นนั้น…เป็นเหมือนตกลงไปอยู่ในหนองน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง และเหมือนถูกสาปให้ไม่มีวันปีนขึ้นมาได้ ความเจ็บปวดนานวันเข้าก็ชินไปเอง แต่ความรู้สึเหน็บหนาวนั้นกลับไม่เคยชินกับมันเสียที บางครั้ง…ข้าถึงขั้นรู้สึกว่าปวดเสียหน่อยก็ไม่เป็นไร ข้าแค่กลัวว่า หากมีวันหนึ่งที่ข้าไม่รู้สึกเจ็บปวดแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกหนาวเหน็บ หากเป็นเช่นนั้นจริง…อาหลี ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าข้าจะทนต่อไปได้หรือไม่” 

 

 

           “ไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นหรอก” เยี่ยหลีกอดเขาพร้อมเอ่ยเสียงเบา “ท่านหมอเทวดาเฉินไม่ได้ไปหาหญ้าเฟิ่งเหว่ยที่ทะเลตงไห่แล้วหรือ อีกสองปีบัวเลี่ยฮั่วก็จะเก็บเม็ดได้แล้ว ถึงตอนนี้พิษธาตุเย็นก็จะถูกขับออกไปเอง แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น ท่านทนมาได้จนถึงตอนนี้แล้ว ทนไปอีกสักสองปีจะเป็นไรไป” ม่อซิวเหยาพยักหน้า “ข้าต้องรอแน่ อาหลี หากข้าไม่ตาย เจ้าก็จะไม่มีวันไปจากข้าได้ เจ้าไม่กลัวหรือ” 

 

 

           “ก่อนที่ข้าจะแต่งงานกับท่านข้าก็ไม่เคยคิดที่อยากจะให้ท่านตายเร็วเพื่อรอรับสมบัติของท่านหรอกนะ” เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ  

 

 

           “ข้าจะไม่ตายเป็นแน่ อาหลี” ม่อซิวเหยายื่นมือข้างหนึ่งออกมากอดเอวบางของเยี่ยหลีไว้ เยี่ยหลีอึ้งไป ก่อนจะจับมือของเขาเก็บเข้าไปใต้ผ้าห่มด้วยสีหน้าไม่แสดงความรู้สึก “ท่านโดนความเย็นไมได้ ก็อย่าได้ทรมานตัวเองเลย” เมื่อครู่เหมือนนางรับปากสัญญาอะไรไปหรือเปล่านะ แต่ก็ดูเหมือนนางไม่ได้พูดอะไรออกไปสักคำนะ…เยี่ยหลีนึกใคร่ครวญในใจ 

 

 

           เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ตำหนักติ้งอ๋องได้บอกปัดงานเลี้ยงทั้งหมดรวมถึงงานเลี้ยงที่ในวังหลวง ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เคยใช้มานั่นคือติ้งอ๋องป่วยหนัก กลุ่มคนที่ก่อนหน้านี้เห็นต้องอ๋องออกมาเคลื่อนไหวเมื่อตอนหน้าร้อนแล้วเกิดความลนลาน ใจพวกเขาจึงค่อยๆ สงบลง นอกจากหมอหลวงในวังเข้ามาและออกไปอย่างช่วยอะไรไม่ได้อยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นในวังหากมีของหรือยาบำรุงอะไรก็จะส่งมาให้ที่ตำหนักติ้งอ๋องไมได้ขาดแล้ว ก็ไม่มีใครมารบกวนพวกเขาที่ตำหนักอีก ตำหนักติ้งอ๋องจึงเหมือนได้ความสงบเงียบเหมือนเมื่อสองปีก่อนกลับคืนมา 

 

 

           แน่นอนว่า ย่อมไม่ถึงกับไม่มีแขกมาเยี่ยมเลย ตัวอย่างเช่นเฟิ่งจือเหยาที่เป็นหนึ่งในนั้น 

 

 

           “คุณชายเฟิ่งซาน พระชายากับท่านอ๋องเชิญท่านให้ไปที่ตำหนักข้างขอรับ” เฟิ่งจือเหยาที่นั่งรออยู่ในห้องหนังสือ เลิกคิ้วพร้อมถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ “อาเหยาป่วยอีกแล้วหรือ แต่เขาไม่ได้อยู่กับพระชายาหรือ เหตุใดจึงย้ายไปอยู่เรือนข้างได้” 

 

 

           ใบหน้าเคร่งขรึมของหัวหน้าพ่อบ้านม่อมีรอยยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณที่คุณชายเฟิ่งเป็นห่วง หลายวันนี้ท่านอ๋องอาการดีขึ้นมาก หลายวันก่อนท่านอ๋องและพระชายาย้ายไปอยู่ที่เรือนข้างแล้วขอรับ” 

 

 

           เฟิ่งจือเหยาทำสีหน้าอิจฉาริษยา “ตำหนักกว้างใหญ่นี่ช่างดีเสียจริงนะ อยากอยู่เรือนประมุขก็อยู่เรือนประมุข อยากอยู่เรือนข้างก็อยู่เรือนข้าง หากอยู่จนเบื่อแล้วยังวนไปอยู่เรือนอื่นได้อีก” หัวหน้าพ่อบ้านม่อรู้จักนิสัยเฟิ่งจือเหยาเป็นอย่างดี จึงไม่ได้ว่าอะไรเพียงยิ้มน้อยๆ แล้วกล่าวว่า “หากคุณชายเฟิ่งไม่รังเกียจว่าบ้านเราคับแคบ จะลองถามท่านอ๋องดูก็ได้นะขอรับ ตำหนักอ๋องเรามีบ้านอยู่ในเมืองหลวงอีกสองหลังที่สามารถให้คุณชายเฟิ่งไปอยู่ได้” 

 

 

           เฟิ่งจือเหยาถึงกับกลอกตาใส่ “พอเถิด หากบ้านใหญ่ คนก็มากเรื่องก็มาก น่ารำคาญจะตาย” 

 

 

           “คุณชายเฟิ่งควรมีครอบครัวได้แล้วนะขอรับ” หัวหน้าพ่อบ้านม่อที่เดินตามหลังเฟิ่งจือเหยาพูดขึ้น 

 

 

           “ข้ารู้ ท่านอ๋องของเจ้าแต่งงานได้พระชายาที่ดี แต่ข้ายังใช้ชีวิตสนุกไม่พอน่ะสิ” เฟิ่งจือเหยาโบกมือเป็นสัญญาณว่าเรื่องแต่งงานนั้นไว้วันหลังค่อยปรึกษากัน ท่านพ่อเขายังไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แต่ท่านผู้เฒ่าสามสี่คนในตำหนักนี้กลับนึกเป็นห่วง น่าเสียดายที่เขารับไว้ไม่ไหว 

 

 

           เรือนข้างที่เยี่ยหลีกับม่อซิวเหยาอยู่นั้น เป็นเรือนเดี่ยวๆ ที่อยู่ทางทิศใต้ของเรือนประมุขที่ทั้งสองเคยอยู่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสวนดอกไม้ของเรือนประมุข และมีห้องด้านข้างน้อยกว่าเรือนประมุขเพียงสองห้องเท่านั้น ดูไปออกจะเงียบสงบและสวยสง่ากว่าเสียด้วยซ้ำ เมื่อเฟิ่งจือเหยาก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานขึ้นมา ด้วยเพราะมีลมอุ่นหอบหนึ่งพัดเข้ามาที่หน้าเขา อุณหภูมิภายในห้องโถงใหญ่นั้นอุ่นสบายเหมือนอากาศในเดือนสามหรือเดือนสี่กระนั้น เฟิ่งจือเหยารู้ถึงสภาพร่างกายของม่อซิวเหยาเป็นอย่างดี และรู้ดีว่าสถานที่ภายในตำหนักติ้งอ๋องที่ม่อซิวเหยาสามารถไปอยู่ได้นั้นไม่อาจมีถ่านไฟอยู่ได้ แต่ที่นี่… 

 

 

           หัวหน้าพ่อบ้านม่อที่เดินอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายเฟิ่ง ท่านอ๋องกับพระชายารอท่านอยู่ที่ห้องหนังสือเล็กขอรับ” 

 

 

           เฟิ่งจือเหยาอดไม่ได้ที่จะหันไปถามว่า “ตำหนักอ๋องของเจ้ามีห้องสมุดอยู่กี่ห้องกันแน่” 

 

 

           หัวหน้าพ่อบ้านม่อตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ที่เรือนนอกกับเรือนในมีหอหนังสือกับห้องหนังสืออยู่อย่างละหนึ่งที่ ในเรือนประมุขท่านอ๋องกับพระชายามีห้องหนังสือกันคนละหนึ่งห้อง ห้องหนังสือในเรือนข้างนี้เป็นห้องหนังสือชั่วคราวที่เพิ่งสร้างขึ้นขอรับ” 

 

 

           “ข้าเกลียดห้องหนังสือ และเกลียดการพูดคุยในห้องหนังสือเสียยิ่งกว่าอีก” เฟิ่งจือเหยาเอ่ย 

 

 

           “เช่นนั้น…ให้บ่าวเข้าไปเชิญท่านอ๋องกับพระชายาออกมาไหมขอรับ” 

 

 

           “…ไม่ต้องหรอก ข้าคงมิกล้าให้พวกเขาออกมาพบข้าหรอก” เฟิ่งจือเหยาโบกมือ ก่อนเดินโบกพัดอย่างผึ่งผายจากไป 

 

 

           … 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 69-3 ป่วยหนัก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved